จอมปราชญ์ปราบอสูร - บทที่ 16 – ระดับแปดฝึกภายใน
พลังที่หลั่งไหลเข้ามาหลังจากการสังหารภูตอดอยากไม่ได้มี
เพียงสายเดียว อันที่จริงแล้วมีถึงสองสาย
สายหนึ่งคือไอเย็น เหมือนกับพลังที่ได้รับจากการสังหารภูตชาง
ในครั้งก่อน ถูกเก็บไว้ในเส้นลมปราณของกู้เฉิง
ส่วนอีกสายหนึ่งคือพลังกายบริสุทธิ์ ทำให้พละกำลังทางกาย
ของกู้เฉิงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ก่อนหน้านี้กู้เฉิงคิดว่าการสังหารปีศาจจะเพิ่มพลังกาย ส่วนการ
สังหารภูตจะได้รับไอเย็น แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น แต่
ขึ้นอยู่กับว่าปีศาจและภูตที่เขาสังหารนั้นอยู่ในสถานะใด
ภูตอดอยากตนนี้ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างของขอทานตนนั้น เป็นเพียง
กายวิญญาณ ยังสามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนได้
แต่หลังจากที่เข้าสู่ร่างของขอทานตนนั้นและหลอมรวมเข้า
ด้วยกันแล้ว กลับกลายเป็นกายเนื้อ ดังนั้นกู้เฉิงจึงได้รับพลังทั้งสอง
สายพร้อมกันเมื่อสังหารมัน
เมิ่งหานถังดึงกระบี่เหมันต์ขาวของตนเองออกมาจากลิ้นของภู
ตอดอยาก ผ่าท้องที่ใหญ่โตของภูตอดอยากออก ควักลูกปัดสีเทา
ขาวขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือออกมา
“นี่คือแก่นวิญญาณของภูตอดอยาก เจ้ากับข้าใช้ไม่ได้ มอบให้
เบื้องบนสามารถแลกเป็นแต้มผลงานได้”
ทันใดนั้นเมิ่งหานถังก็หันมามองกู้เฉิง พยักหน้าเบาๆ “เจ้าทำได้
ดีมาก แต่ก็หุนหันพลันแล่นไปหน่อย
ภูตตนนี้ว่ากันว่าเป็นภูตอดอยากที่เกิดจากการแปดเปื้อนไอเย็น
จากภพเปรต เคยปรากฏตัวในแคว้นอื่นมาก่อน รับมือยากอย่างยิ่ง ผู้
ฝึกตนในระดับเดียวกันยากที่จะต่อกรได้
เมื่อครู่หากเจ้าช้าไปเพียงนิดเดียว ก็อาจจะถูกภูตอดอยากกลืน
ลงท้องไปแล้ว”
กู้เฉิงส่ายหน้า กล่าวด้วยน ้าเสียงที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม “ใน
ยามคับขัน ข้าน้อยจะไปคิดอะไรได้มาก หากท่านใต้เท้าได้รับ
บาดเจ็บสาหัส พวกเราจะเอาอะไรไปต้านทานภูตอดอยากตนนั้น”
ในเวลาแบบนี้ไม่รีบแสดงผลงานต่อหน้าเจ้านายแล้วจะรอ
เมื่อไหร่
แม้ว่าเมิ่งหานถังจะไม่ค่อยพูด แต่ในตอนนี้สายตาที่เขามองกู้เฉิง
นั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างแท้จริง
ก่อนหน้านี้ตอนที่ชุยจื่อเจี๋ยส่งคนมาให้เขา เขายังรู้สึกไม่ค่อย
เต็มใจอยู่บ้าง กลัวว่ากู้เฉิงจะมาเป็นตัวถ่วงของหน่วยพิทักษ์ราตรี
อำเภอหลัว
ตอนนี้ดูแล้ว ชุยจื่อเจี๋ยช่างส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้เขาจริงๆ
ทำงานยามควรระวังก็ระวัง ยามควรบุกก็บุก เป็นคนมีความคิด
ละเอียดอ่อนช่างสังเกต แม้จะมีระดับฝีมือเพียงระดับเก้า แต่เมื่อผนวก
กับวิชาลับนอกรีตของเขาแล้ว ก็สามารถเทียบเคียงกับระดับแปดได้
หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าอยู่หนึ่งส่วนด้วยซ ้า
โดยรวมแล้ว การประเมินของเมิ่งหานถังที่มีต่อกู้เฉิงนั้น สูงกว่า
ทหารเกราะนิลส่วนใหญ่ในหน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอหลัวไปแล้ว
“จัดการที่เกิดเหตุให้เรียบร้อยแล้วค่อยให้มือปราบปล่อยคนเข้า
มา”
บนร่างของภูตอดอยากมีเพียงแก่นวิญญาณเท่านั้นที่มีค่า ส่วน
ร่างกายที่เหลือก็เผาทิ้งโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ที่เดินผ่าน
ไปมาแปดเปื้อนไอเย็น
จ้าวซิงหมิงพลางแบกศพ พลางชื่นชมกู้เฉิง “น้องกู้เด็ดเดี่ยว
จริงๆ เมื่อครู่หากไม่ใช่เพราะเจ้า ภารกิจครั้งนี้คงจะยากลำบากกว่านี้
มาก
ต่อไปหากมีโอกาส พวกเราสองกลุ่มสามารถร่วมมือกันได้อีก”
ท่าทีของจ้าวซิงหมิงที่มีต่อกู้เฉิงนั้นดูสนิทสนมขึ้นอย่างเห็นได้
ชัด
กู้เฉิงกลับไม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นพวกเห็นแก่ตัว เป็นเรื่องปกติของ
มนุษย์
ทหารเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรีออกปฏิบัติภารกิจ ใครๆ ก็
อยากจะร่วมทีมกับคนที่มีฝีมือและไว้ใจได้ ไม่ใช่คนที่มาเป็นตัวถ่วง
ดังนั้นกู้เฉิงจึงยิ้มแล้วกล่าว “พี่จ้าวเกรงใจไปแล้ว โอกาสแบบนี้
แน่นอนว่ายิ่งมีมากยิ่งดี”
หลังจากกลับมาที่หน่วยพิทักษ์ราตรีแล้ว เมิ่งหานถังก็หยิบแก่น
วิญญาณนั้นออกมา กล่าวเสียงขรึม
“แก่นวิญญาณภูตอดอยากหนึ่งเม็ดสามารถแลกแต้มผลงานได้
150 แต้ม ภารกิจครั้งนี้ข้าได้ลงมือด้วย ดังนั้นข้าจะเอาไปหนึ่งในสาม
เหลืออีก 100 แต้ม เนื่องจากเป็นกู้เฉิงที่สืบหาเบาะแสได้ และใน
ท้ายที่สุดก็เป็นกู้เฉิงที่ช่วยข้าสังหารภูตอดอยาก ดังนั้นกู้เฉิงจะได้ 40
แต้ม ที่เหลืออีกสามคนคนละ 20 แต้ม มีใครคัดค้านหรือไม่”
“ไม่มี”
ทุกคนส่ายหน้าพร้อมกัน
การที่เมิ่งหานถังมีชื่อเสียงโด่งดังในหน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอ
หลัวได้นั้น ไม่ใช่เพียงเพราะเขาแข็งแกร่ง แต่ยังเป็นเพราะเขาทำงาน
อย่างยุติธรรม
แต้มผลงานที่ลูกน้องทำภารกิจสำเร็จ เขาจะไม่แตะต้องแม้แต่
น้อย ครั้งนี้หากเมิ่งหานถังไม่ได้ลงมือ 150 แต้มนั้นก็จะถูกแบ่งให้กู้
เฉิงและคนอื่นๆ เท่าๆ กัน
นี่เป็นเรื่องที่หาได้ยากในบรรดาผู้ตรวจการณ์ราตรีคนอื่นๆ พวก
เขามักจะหักส่วนแบ่งไว้บ้างไม่มากก็น้อย
แน่นอนว่าแม้จะหักส่วนแบ่งพวกเขาก็ไม่กล้าหักมากเกินไป
หากทำน่าเกลียดเกินไป ใครจะยอมทำงานให้เจ้าอีก ทุก
คนทำงานแบบขอไปที ทำให้ภารกิจในเขตปกครองไม่ได้รับการ
แก้ไขอย่างทันท่วงที นานวันเข้า ตำแหน่งผู้ตรวจการณ์ราตรีของเจ้า
ก็จะไม่มั่นคง
“กู้เฉิงอยู่ต่อ คนอื่นไปได้แล้ว”
หลังจากที่คนอื่นๆ จากไปแล้ว เมิ่งหานถังก็มองดูกู้เฉิงอย่าง
ละเอียด แล้วจึงกล่าว “ก่อนหน้านี้ข้าบอกว่าเจ้าหุนหันพลันแล่น อัน
ที่จริงหากเจ้าไม่บุ่มบ่าม แม้ว่าในท้ายที่สุดข้าจะมีความมั่นใจว่าจะ
สามารถล้มภูตอดอยากตนนั้นได้ แต่ก็คงจะจบลงด้วยการบาดเจ็บ
สาหัสอย่างแน่นอน
แต้มผลงานเป็นของทุกคน มีกฎระเบียบอยู่ ข้าไม่สามารถแบ่งให้
เจ้ามากเกินไปได้ แต่บุญคุณครั้งนี้ข้าจดจำไว้
ความเร็วในการฝึกฝนร่างกายของเจ้ารวดเร็วมาก กลับบรรลุถึง
จุดสูงสุดของระดับเก้าแล้ว ความแข็งแกร่งของร่างกายเทียบเท่ากับ
ระดับแปดแล้ว สามารถเริ่มฝึกภายในได้แล้ว
เดี๋ยวข้าจะช่วยเจ้าปรับเส้นลมปราณภายใน ให้เจ้าบรรลุระดับ
แปดได้เร็วยิ่งขึ้น”
หน่วยพิทักษ์ราตรีไม่ใช่สำนัก ไม่ว่าจะเป็นผู้ตรวจการณ์ราตรี
หรือผู้บัญชาการใหญ่ก็เป็นเพียงเจ้านาย ไม่ใช่ผู้อาวุโสในสำนัก ไม่
มีใครจะมาสอนการฝึกฝนให้เจ้า
ดังนั้นการที่เมิ่งหานถังจะช่วยกู้เฉิงก้าวสู่ระดับแปดด้วยตนเอง
ในตอนนี้ จึงเป็นการตอบแทนบุญคุณอย่างแท้จริง
เมิ่งหานถังพากู้เฉิงมาที่ห้องเก็บตัวแห่งหนึ่ง กล่าวเสียงขรึม
“สงบจิตใจ ปล่อยให้พลังปราณไหลเวียนในเส้นลมปราณ”
กู้เฉิงพยักหน้า นั่งขัดสมาธิบนพื้น เริ่มโคจรพลังปราณใน
ร่างกายอย่างเงียบๆ
อันที่จริงก่อนหน้านี้กู้เฉิงอยู่แค่ระดับเก้าขั้นกลางเท่านั้น แต่พลัง
ที่ได้รับจากการสังหารภูตอดอยากเมื่อครู่ กลับทำให้ความแข็งแกร่ง
ของร่างกายของกู้เฉิงพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดของระดับเก้าในชั่วพริบตา
แต่ทว่านี่เป็นเพียงการเพิ่มขึ้นของพละกำลังทางกายภาพเท่านั้น
เมิ่งหานถังไม่น่าจะมองเห็นความผิดปกติอะไร
ขณะที่กู้เฉิงกำลังคิดอยู่ เมิ่งหานถังก็ประสานนิ้วเป็นกระบี่
ปราณแท้จริงแผ่ออกมา ชี้ไปที่จุดสำคัญต่างๆ บนร่างกายของกู้เฉิง
ปราณแท้จริงพุ่งเข้าสู่ร่างกายของกู้เฉิงโดยตรง ไหลเวียนไปตามเส้น
ลมปราณภายในของเขา
“หัวใจธาตุไฟ ตับธาตุไม้ ม้ามธาตุดิน ปอดธาตุทอง ไตธาตุน ้า
พลังปราณไหลเวียนไปตามอวัยวะภายในทั้งห้าและหกของเจ้า
ธาตุทั้งห้าหมุนเวียน จะมอบพลังคุณสมบัติต่างๆ ให้กับพลังปราณ
ของเจ้า ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น จนกระทั่งสามารถปล่อยออกนอกกาย
ได้
ตอนนี้ เจ้ารู้สึกถึงพลังภายในของเจ้าแล้วหรือยัง”
กู้เฉิงพยักหน้าเบาๆ ปราณแท้จริงของเมิ่งหานถังไหลเวียนไปถึง
หัวใจ ก็มีความร้อนแผ่ซ่านออกมาทันที นี่คือพลังแห่งการหลอมรวม
อวัยวะภายในทั้งห้า
“จดจำวิธีการโคจรพลังนี้ไว้ หายใจเข้าออก ระดมพลังทั้งหมด”
เมื่อกู้เฉิงเริ่มหายใจเข้าออก หน้าอกและท้องของเขาก็เริ่มหด
ตัวอย่างรุนแรง เกิดเสียงคำรามต ่าๆ ดังขึ้น
เมิ่งหานถังดึงมือกลับ เช็ดเหงื่อเม็ดเล็กๆ บนศีรษะ ดูเหมือนว่า
การโคจรปราณแท้จริงในร่างกายของกู้เฉิงหนึ่งรอบ จะสิ้นเปลือง
พลังงานอย่างยิ่ง
“เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาวรึ นี่คือระดับแปดฝึกภายในแล้วรึ”
เมิ่งหานถังส่ายหน้า “ยังไม่เป็นทางการ เมื่อครู่เป็นเพราะมีปราณ
แท้จริงของข้านำทางเจ้าจึงมีพลังระเบิดเสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว
ออกมาได้
แต่ทว่าเจ้าได้จดจำพลังนี้ไว้แล้ว ขอเพียงกลับไปฝึกอีกสองสาม
วัน ปรับตัวได้แล้วก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับแปดได้อย่างเป็น
ทางการ
ตามกฎของหน่วยพิทักษ์ราตรี การก้าวเข้าสู่ระดับแปดสามารถ
เลือกตำราวิชาได้อีกสองเล่ม เช่นเดียวกับครั้งนี้เจ้าได้รับแต้มผลงาน
40 แต้ม ก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็นตำราวิชาหรือยาเม็ดกับเบื้องบน
ได้
การปรากฏตัวของภูตอดอยาก ข้าต้องไปรายงานสถานการณ์ที่
เมืองเหอหยาง พร้อมกับนำแก่นวิญญาณของภูตอดอยากไปมอบให้
ด้วย เจ้าต้องการตำราวิชาอะไร ข้าก็จะสามารถยื่นขอให้เจ้าแล้วนำ
กลับมาได้พอดี”
กู้เฉิงสงสัย “ตำราวิชาเหล่านี้ไม่มีในหน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอ
หลัวรึ”
เมิ่งหานถังส่ายหน้า “สาขาที่ต ่าที่สุดในหน่วยพิทักษ์ราตรีคือ
ระดับเมืองใหญ่ ระหว่างอำเภอต่างๆ เพื่อประหยัดทรัพยากร จึงมี
เพียงฐานที่มั่นง่ายๆ ประจำการอยู่
ในหน่วยพิทักษ์ราตรีระดับเมืองใหญ่มีตำราวิชาระดับเก้าถึงเจ็ด
และวัสดุระดับต ่าบางส่วน หากต้องการระดับที่สูงขึ้น ยังต้องให้ผู้
บัญชาการของเมืองใหญ่ไปยื่นขอจากสาขาหน่วยพิทักษ์ราตรีระดับ
แคว้นอีกที”
กู้เฉิงพยักหน้า หน่วยพิทักษ์ราตรีทำงานอย่างรอบคอบจริงๆ
ผู้บัญชาการใหญ่ระดับเมืองใหญ่มักจะเป็นผู้ฝึกตนระดับหก แต่
ในสาขาของเขากลับมีเพียงของที่ต ่ากว่าระดับหก แสดงให้เห็น
ชัดเจนว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บัญชาการใหญ่ยักยอกของหลวง
เมิ่งหานถังมอบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งให้กู้เฉิง “นี่คือรายละเอียด
ของตำราวิชา ยาเม็ด และวัสดุอื่นๆ เจ้าเลือกเสร็จแล้วก็บอกข้า ข้าจะ
ช่วยเจ้านำกลับมาให้”