จอมปราชญ์ปราบอสูร - บทที่ 23 – ขีดจำกัดของหัวใจ
ก่อนหน้านี้กู้เฉิงได้ให้ทหารเกราะนิลสองสามคนไปจับตาดู
สมาคมซานเหอ เกรงว่าสมาคมซานเหอจะรู้ความเคลื่อนไหว
อันที่จริงแล้วกู้เฉิงประเมินตู้ซินอู่สูงเกินไป
โจรสลัดเฒ่าผู้นี้บางทีอาจจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมานานเกินไป
แล้ว ถึงกับไม่รู้สึกถึงอันตรายแม้แต่น้อย เขายังคงไร้เดียงสาคิดว่า
ตนเองหักหน้าหน่วยพิทักษ์ราตรีแล้วจะปลอดภัย
ดังนั้นเมื่อตกกลางคืน เขาก็ยังคงเฝ้าอยู่ที่หอสุขสำราญเหมือน
เช่นเคย จนกระทั่งครึ่งคืนหลังเมื่อนักพนันเริ่มทยอยกลับ เขาจึง
เตรียมที่จะออกจากประตูหลัง
แต่ทว่าเพิ่งจะเดินถึงประตูหลัง ฝีเท้าของเขาก็หยุดลงทันที
ท่ามกลางความมืดมิดของราตรี ทหารเกราะนิลกว่ายี่สิบคนล้อม
เป็นวงกลม เกราะนิลสีดำบนร่างกายของพวกเขาราวกับหลอม
รวมเข้ากับความมืด หากไม่แผ่รังสีฆ่าฟันและกลิ่นอายอำมหิต
ออกมาทั่วร่าง ก็อาจจะถูกมองข้ามไปได้ง่ายๆ
ในใจของตู้ซินอู่พลันสั่นสะท้าน ดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง
เขาพยายามสงบสติอารมณ์ “พวกเจ้าต้องการจะทำอะไร
สมาคมซานเหอของข้าไม่ได้ละเมิดกฎหมายของหน่วยพิทักษ์ราตรี
ของพวกเจ้า พวกเจ้าลงมือโดยพลการ ยังจะสนใจกฎเกณฑ์อยู่อีกรึ
สมาคมซานเหอของข้าเป็นผู้นำของสามสมาคมในอำเภอหลัว
อิทธิพลใต้ดินทั้งหมดในอำเภอหลัวล้วนอยู่ในการควบคุมของข้า
หากข้าตาย พวกเขาไม่มีใครควบคุม อำเภอหลัวจะต้องวุ่นวายอย่าง
แน่นอน
อีกอย่างข้ากับท่านนายอำเภอเป็นเพื่อนสนิทกัน หน่วยพิทักษ์
ราตรีจัดการกับผู้ฝึกตนและภูตผีปีศาจ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เริ่มมา
จัดการกับคน หากต้องการจะจัดการกับสมาคมซานเหอของข้า ก็
ควรจะเป็นทางการมา ไม่ใช่พวกเจ้าหน่วยพิทักษ์ราตรีมา”
ก่อนหน้านี้ตู้ซินอู่หวาดกลัวลัทธิหลัวที่ยังไม่เคยเห็นหน้า แต่
กลับไม่หวาดกลัวหน่วยพิทักษ์ราตรี ก็เพียงเพราะหน่วยพิทักษ์ราตรี
ยึดถือกฎเกณฑ์ เมิ่งหานถังก็ยึดถือกฎเกณฑ์
หากเขากล้าที่จะไปตามหาคนของลัทธิหลัวอย่างเปิดเผย ไม่แน่
ว่าวันไหนพวกบ้าคลั่งนั่นอาจจะทำให้เขาตายอย่างไม่รู้ตัว
อย่างไรเสียก็อยู่ที่อำเภอหลัวมานานหลายปีแล้ว วิธีการทำงาน
ของหน่วยพิทักษ์ราตรีเขาก็ยังพอจะรู้บ้าง
แต่ทว่าวันนี้ พฤติกรรมของหน่วยพิทักษ์ราตรีกลับเกินกว่าที่เขา
จะจินตนาการได้
กู้เฉิงเดินออกมาอย่างเชื่องช้า กล่าวอย่างเรียบเฉย “ก่อนหน้านี้
อู่เย่มีคำพูดหนึ่งที่พูดถูก หน้าตาไม่ใช่คนอื่นให้ แต่ต้องสร้างขึ้นมา
เอง
คำพูดนี้กู้เฉิงได้รับคำสอนแล้ว ดังนั้นตอนนี้ข้าจะมาเอาหน้าตา
ของข้าคืน”
สีหน้าของตู้ซินอู่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขากำลังจะพูดอะไร
บางอย่าง กู้เฉิงก็ตะโกนเสียงต ่า “ลงมือ”
ก่อนหน้านี้ตอนที่ต่อสู้กับฮวาชิง กู้เฉิงลงมือคนเดียวก็เพื่อ
ต้องการจะทดสอบพลังต่อสู้ของตนเอง
ส่วนตู้ซินอู่ที่อยู่ตรงหน้านี้มีฝีมือถึงระดับแปดขั้นสูงสุด การ
จัดการกับเขาให้เร็วที่สุดคือสิ่งสำคัญ
จ้าวซิงหมิงประสานอินแล้วกดลงบนพื้น แขนกระดูกขาวสองข้าง
ที่แข็งแรงก็ผุดขึ้นจากใต้ดิน จับขาสองข้างของเขาไว้แน่น
ขณะเดียวกันพลังปราณรอบตัวของหวังฉีก็ระเบิดออกมา เสียง
คำรามของเสือดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้ายามคำ่่คืน พุ่งเข้าใส่ตู้ซินอู่
กระบี่สุริยันอักขระเดียวของกู้เฉิงก็ออกจากฝักแล้ว พลังปราณที่
ร้อนระอุราวกับเปลวเทียน ส่องสว่างความมืดมิด
ทหารเกราะนิลคนอื่นๆ ของหน่วยพิทักษ์ราตรีที่บรรลุระดับแปด
แล้วก็ลงมือเช่นกัน ตู้ซินอู่ถึงกับไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่รอบ
เดียว ในทันทีก็ตายโดยไม่มีศพที่สมบูรณ์
บางทีจนกระทั่งถึงวินาทีที่ตายเขาก็เพิ่งจะเข้าใจว่า สิ่งที่เรียกว่า
กฎเกณฑ์ ล้วนสร้างขึ้นบนพื้นฐานที่ว่าคนอื่นจะยอมปฏิบัติตาม
กฎเกณฑ์
เมื่ออีกฝ่ายไม่ต้องการจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ก็จะไม่มีอะไร
เหลืออีกต่อไป
กู้เฉิงมองไปที่เหลยเผิง “หัวหน้าสมาคมเหลย ต่อไปต้องให้ข้ามา
สอนเจ้าว่าต้องทำอย่างไรหรือไม่”
เหลยเผิงรีบส่ายหน้า “ไม่ต้อง ไม่ต้องแล้ว”
วันนี้เหลยเผิงได้รับการกระตุ้นมากพอแล้ว ตอนนี้เขาถึงกับ
สงสัยแล้วว่า ตกลงแล้วตนเองเป็นคนในสมาคม หรือว่าเจ้าหมอนี่
หน่วยพิทักษ์ราตรีที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนในสมาคมกันแน่
ตู้ซินอู่ตายไปแล้ว สมาคมซานเหอทั้งหมดก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไป
กู้เฉิงทิ้งทหารเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรีสองสามคนไว้ช่วย
เหลยเผิงรักษาเสถียรภาพ ส่วนเขาก็กลับไปรายงานเมิ่งหานถัง
แม้ว่าเมิ่งหานถังจะบอกว่า ช่วงเวลานี้หน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอ
หลัวจะอยู่ภายใต้การบัญชาการของเขาชั่วคราว แต่ตอนนี้เรื่องราว
จบลงแล้ว เขาก็ต้องกลับไปรายงาน
ภายในหน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอหลัว
หลังจากที่กู้เฉิงเล่าผลของเรื่องราวทั้งหมดให้เมิ่งหานถังฟังหนึ่ง
รอบแล้ว ก็ยืนนิ่งอยู่ที่นั่น
เมิ่งหานถังหลับตาลงเล็กน้อย ครู่ต่อมาเขาจึงกล่าวขึ้นทันที
“วิธีการเหล่านี้ของเจ้า ล้วนเรียนมาจากในเมืองหลวงรึ”
กู้เฉิงยิ้ม “เรียนมาจากคนในบ้าน”
อาหญิงของเขาได้สอนบทเรียนหนึ่งให้เขา บอกเขาว่าอะไรคือ
จิตใจหญิงพิษร้ายที่สุด
กู้เฉิงก็เรียนรู้มาหนึ่งกระบวนท่าเช่นกัน รู้แล้วว่าอะไรคือไร้พิษ
ไม่ใช่ชายชาตรี
เมิ่งหานถังส่ายหน้าเบาๆ เขาคิดมาตลอดว่า ลูกหลานขุนนางใน
เมืองหลวงจะถูกฝึกฝนกลอุบายทางการเมืองที่โหดเหี้ยมต่างๆ ตั้งแต่
เด็ก
หยุดไปครู่หนึ่ง เมิ่งหานถังกล่าวเสียงขรึม “เจ้ามีความสามารถ
เช่นนี้เป็นเรื่องดี คนที่ซื่อเกินไปหากไม่มีคนคอยปกป้อง ไม่ว่าจะเป็น
ในราชสำนักหรือในยุทธภพ ก็ล้วนอันตรายมาก
แต่ทว่า อย่าให้ความชั่วร้ายกลืนกินหัวใจของเจ้า ภูตผีสามารถ
ชั่วร้ายได้ แต่ใจคนกลับชั่วร้ายไม่ได้
เพราะพวกเขาเป็นผี ไม่มีมนุษยธรรม
ส่วนพวกเรา กลับเป็นคน”
กู้เฉิงมีสีหน้าเคร่งขรึมพยักหน้า กล่าวเสียงขรึม “ท่านใต้เท้า ข้า
ทราบแล้ว แต่การจัดการกับคนชั่วบางคน เขาชั่วร้าย เจ้าก็ทำได้
เพียงชั่วร้ายกว่าเขาเท่านั้น
หากต้องการจะช่วยคน ก็ต้องเรียนรู้ที่จะฆ่าคนก่อน”
กู้เฉิงในชาติก่อนเป็นคนที่เคารพกฎเกณฑ์อย่างมาก รอบคอบ
อย่างยิ่ง
แต่หลังจากทะลุมิติมา การลอบสังหารครั้งแล้วครั้งเล่าได้ทำลาย
กฎเกณฑ์ในใจของเขาโดยสิ้นเชิง บอกเขาว่า นี่คือโลกแบบไหนกัน
แน่
แต่ทว่าวันนี้คำพูดของเมิ่งหานถังก็ได้เตือนสติเขา ให้เขาอย่าได้
ทิ้งขีดจำกัดในใจของตนเอง
คำพูดของเมิ่งหานถังแปลความหมายได้ว่า เมื่อเจ้าจ้องมองเหว
ลึก เหวลึกก็กำลังจ้องมองเจ้าเช่นกัน
หากต้องการจะไม่ถูกกลืนกินโดยสมบูรณ์ ก็ต้องยึดมั่นในหัวใจ
ของตนเอง
เมื่อเห็นว่ากู้เฉิงฟังคำพูดเข้าไปแล้ว เมิ่งหานถังก็พยักหน้า
กล่าวเสียงขรึม “ต่อไปข้ายังต้องรักษาอาการบาดเจ็บ พยายามฟื้นฟู
พลังต่อสู้ให้ได้บ้าง การสืบสวนสถานการณ์ของคนทรยศของลัทธิ
หลัวต่อไป ก็ยังคงมอบให้เจ้าจัดการ”
กู้เฉิงพยักหน้า กลับไปนอนก่อนหนึ่งคืน รอจนกระทั่งเช้า
วันรุ่งขึ้นเมื่อเขามาถึงสมาคมซานเหอ เหลยเผิงก็ได้ควบคุมสมาคม
ซานเหอทั้งหมดไว้แล้ว
ในคืนเดียว อิทธิพลใต้ดินของอำเภอหลัวก็พลิกฟ้าคว ่าดิน
โดยตรง สมาชิกสมาคมบางคนยังไม่ทันได้รู้ตัว หัวหน้าของตนเองก็
เปลี่ยนไปแล้ว
แต่ทว่าพวกเขาก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะหัวหน้าเล็กๆ
เหนือพวกเขา หัวหน้าใหญ่ๆ เหนือหัวหน้าเล็กๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนไป จะ
ทำอะไรก็ทำต่อไป
อำเภอหลัวซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ
เช่นนี้ย่อมขาดบ่อนพนันและหอนางโลมไม่ได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่
สมาคม อำเภอหลัวก็จะไม่มีวันเปลี่ยนไป
“สามสมาคมเจ้าควบคุมได้หมดแล้วรึ”
เหลยเผิงรีบกล่าว “ขอบคุณความช่วยเหลือของท่านใต้เท้า
อย่างน้อยบนดิน ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของข้า”
กู้เฉิงพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี ต่อไประดมกำลังของสมาคมใต้ดิน
ทั้งหมดในอำเภอหลัว ตามหาคนทรยศของลัทธิหลัวให้ข้า
จำไว้ว่า ยิ่งเคลื่อนไหวเงียบเท่าไหร่ยิ่งดี หลังจากพบร่องรอยและ
ความผิดปกติของอีกฝ่ายแล้ว อย่าไปรบกวนเด็ดขาด รายงานข่าว
ให้หน่วยพิทักษ์ราตรีก็เพียงพอแล้ว”
เหลยเผิงรีบกล่าว “ท่านใต้เท้ากู้วางใจเถอะ เรื่องนี้พวกเราถนัด”
คำพูดนี้ของเหลยเผิงไม่ใช่การโอ้อวด แต่พวกเขาถนัดจริงๆ
สมาชิกสมาคมของสามสมาคมในอำเภอหลัวเหล่านี้ พูดให้
ไพเราะหน่อยก็เรียกว่าสมาชิกสมาคม พูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็คือ
นักเลงอันธพาล และเก้าส่วนเก้าล้วนเป็นคนท้องถิ่นของอำเภอหลัว
โดยกำเนิด
พวกเขาแฝงตัวอยู่ทุกซอกทุกมุมของอำเภอหลัว รู้จักทุกคนใน
อำเภอหลัวเป็นอย่างดี ดังนั้นการหาของหรือรวบรวมข่าวสาร ก็ยังไว
กว่าพวกมือปราบของอำเภอเสียอีก
ใช้เวลาเพียงวันครึ่ง กลุ่มคนเหล่านี้ก็ได้สืบหาที่ซ่อนของคน
ทรยศของลัทธิหลัวนั่นออกมาแล้ว