จอมปราชญ์ปราบอสูร - บทที่ 22 – ใต้หล้าเปลี่ยนเจ้าของ
วิชาอาคมนอกรีตของฝ่ายมาร แม้จะถูกคนในยุทธภพเรียกว่า
เป็นของชั้นต ่า แต่หากใช้ให้เป็น ผลลัพธ์ก็ยังน่าทึ่งอย่างยิ่ง
เหมือนกับในตอนนี้
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงช่วงแรกๆ เท่านั้น ในระยะหลังๆ ของเหล่านี้
ดูจะฉูดฉาดเกินไป เมื่อวิถีนักรบฝึกฝนถึงขีดสุด หมัดเดียวก็สามารถ
ทลายทุกสรรพวิชาได้ ส่วนวิชาอาคมที่แข็งแกร่งที่สุดของฝ่าย
บำเพ็ญปราณเมื่อใช้ออกไป ก็จะกลายเป็นเถ้าถ่านในทันที
จ้าวซิงหมิงและคนอื่นๆ อีกสามคนเดินออกมาจากซอยมืดๆ
มองดูกู้เฉิงด้วยสายตาที่แปลกประหลาด
แม้ว่าก่อนหน้านี้ตอนที่สังหารภูตอดอยาก พวกเขาจะรู้สึกได้ว่า
ฝีมือของกู้เฉิงไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่ชัดเจนเท่ากับการสังหารฮวาชิงใน
วันนี้
การฝึกฝนไม่ใช่ว่ายิ่งนานยิ่งแข็งแกร่ง พลังต่อสู้ต่างหากคือ
ตัวชี้วัดที่สำคัญของนักฝึกตน
“ต่อไปจะไปไหน”
กู้เฉิงถือศีรษะของฮวาชิงแล้วกล่าว “ไปหาเหลยเผิง ไปส่ง
‘ของขวัญชิ้นใหญ่’ ให้เขา”
ตอนนี้ท่าทางของกู้เฉิงที่ถือศีรษะคนอยู่ทำให้เสี่ยวอี่รู้สึกไม่ค่อย
คุ้นเคยเท่าไหร่ แต่เสี่ยวอี่เข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรีมาหลายปีแล้ว ก็
เคยเห็นอะไรมาบ้างแล้ว เขาเป็นคนซื่อๆ แต่ก็ไม่ได้โง่
ฮวาชิงไม่ใช่คนดีอะไร เขาตายไปแล้ว สามารถนำประโยชน์
มากมายมาสู่หน่วยพิทักษ์ราตรี และเพื่อนร่วมงานของพวกเขาได้
เมื่อเทียบกับฮวาชิงและตู้ซินอู่แล้ว เหลยเผิงดูจะปกติกว่ามาก
สมาคมหลัวเฟิงของเขาก็ตั้งขึ้นมาเพื่อหาเลี้ยงชีพเท่านั้น
สมาชิกในสมาคมก็ไม่ได้มีคนชั่วร้ายมากมายนัก
แน่นอนว่านี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหลยเผิงเป็นคนดี เพราะเขา
อยากจะเป็นคนชั่ว อยากจะไปแย่งชิงธุรกิจสีเทาเหล่านั้น ก็ต้องไป
แข่งขันกับตู้ซินอู่และฮวาชิง เขาไม่สามารถสู้กับสองคนโหดนั่นได้
ในตอนนี้ที่คฤหาสน์ใหญ่ของตระกูลเหลย เหลยเผิงไล่อนุภรรยา
ออกไป นอนอยู่บนเตียงคนเดียว แต่กลับนอนไม่หลับ
เขาไม่ใช่คนกล้าหาญ นิสัยก็ระมัดระวังอย่างยิ่ง เรื่องในวันนี้เขา
รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ตู้ซินอู่และฮวาชิงคนหนึ่งเคยเป็นโจรสลัด อีกคนหนึ่งเคยเป็นโจร
ป่า ทำอะไรบ้าบิ่นจนเคยตัว แต่เขาเป็นนักรบที่มาอย่างถูกต้อง ตอน
ที่ออกไปร ่าเรียนวิชาข้างนอกก็เคยติดต่อกับหน่วยพิทักษ์ราตรี
หน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอหลัวเขาไม่รู้ แต่หน่วยพิทักษ์ราตรีนอก
แคว้นตงหลิน ในแคว้นอื่นๆ ก็มีคนโหดๆ อยู่บ้าง
โดยเฉพาะทหารเกราะนิลที่ชื่อกู้เฉิงในวันนี้ ตอนที่เขาจากไป
เสียงหัวเราะนั่นทำให้เหลยเผิงรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
ในขณะที่เหลยเผิงพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ เขาก็ได้ยินเสียงน ้า
หยดในห้อง
ติ๋ง
ติ๋ง
ติ๋ง
ที่ไหนรั่วรึ
เหลยเผิงขมวดคิ้ว เพิ่งจะพลิกตัว ศีรษะที่เบิกตากว้างราวกับตาย
ตาไม่หลับก็จ้องมองมาที่เขาจากโต๊ะข้างเตียง
เนื้อใต้ลำคอถูกฉีกขาด เลือดไหลลงบนพื้นไม่หยุด เกิดเสียงติ๋งๆ
เหลยเผิงตกใจจนร้องลั่น “ภูตผีตนใด”
เขารีบคว้าดาบข้างตัวโดยสัญชาตญาณ แต่ในตอนนี้ประตูห้อง
ก็ถูกผลักเปิดออก กู้เฉิงเดินเข้ามา โบกมือหนึ่งครั้ง นำภูตหัวใจที่ถือ
ศีรษะของฮวาชิงเข้ามาเก็บไว้ในพื้นที่หยกดำ
“หัวหน้าสมาคมเหลยดูให้ดีๆ นี่ไม่ใช่ภูตผี แต่เป็นเพื่อนเก่าของ
ท่านนะ”
เหลยเผิงมองดูอย่างละเอียด ศีรษะนั่นแม้จะดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
เพราะถูกดึงลงมาอย่างแรงจนผิดรูป แต่ก็ยังพอจะมองออกว่าเป็น
ใบหน้าของฮวาชิง
ฮวาชิงที่เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนยังนั่งปรึกษาหารือเรื่องต่างๆ กับเขา
อยู่ ตอนนี้กลับถูกคนบิดศีรษะมาวางไว้ข้างเตียง นี่ทำให้หัวใจของ
เหลยเผิงเย็นเฉียบ
มองดูกู้เฉิงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในที่สุดเหลยเผิงก็
เข้าใจความหมายของเสียงหัวเราะก่อนที่เขาจะจากไปแล้ว
“กู้เฉิง เจ้าต้องการจะทำอะไร เจ้าในฐานะทหารเกราะนิลของ
หน่วยพิทักษ์ราตรี จะสามารถฆ่าคนบริสุทธิ์ได้ตามใจชอบเช่นนี้รึ”
หัวเราะเยาะหนึ่งครั้ง กู้เฉิงส่ายหน้าเบาๆ “หัวหน้าสมาคมเหลย
ท่านพูดเช่นนี้ไม่รู้สึกผิดต่อใจบ้างรึ พวกท่านก็ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์รึ
แต่ท่านวางใจเถอะ หากข้าต้องการจะฆ่าคนบริสุทธิ์ตามใจชอบ
ท่านกับข้าตอนนี้จะยังสามารถพูดคุยกันอย่างสงบสุขเช่นนี้ได้รึ”
เหลยเผิงมองดูศีรษะของฮวาชิง แล้วหันไปมองกู้เฉิง กล่าวเสียง
ขรึม “กู้เฉิง เจ้าต้องการอะไรกันแน่”
กู้เฉิงกล่าวอย่างเรียบเฉย “ไม่ใช่ข้าต้องการอะไร แต่เป็นฮวาชิง
และตู้ซินอู่สองคนนี้ ทำเกินไปมาก
หน่วยพิทักษ์ราตรีคอยปกป้องความสงบสุขของบ้านเมือง สอง
สมาคมของพวกเขาก็อยู่ในขอบเขตการคุ้มครองของหน่วยพิทักษ์
ราตรีเช่นกัน แต่ตอนนี้กลับไม่ให้เกียรติหน่วยพิทักษ์ราตรีแม้แต่น้อย
นี่ทำให้หน่วยพิทักษ์ราตรีของเราผิดหวังอย่างยิ่ง
คนชั่วช้าสามานย์เช่นนี้ แถมยังไม่รู้จักบุญคุณคน มีชีวิตอยู่ไป
แล้วจะมีความหมายอะไร
อำเภอหลัวแม้จะไม่เล็ก แต่ก็ไม่ใหญ่
สามสมาคมมากเกินไป แค่สมาคมเดียวก็เพียงพอแล้ว
ควรจะพูดว่าหน่วยพิทักษ์ราตรีของเราต้องการเพียงแค่สมาคม
เดียวเท่านั้น”
พูดจบ กู้เฉิงก็วางกระบี่ยาวในมือของตนเองไว้ข้างๆ ศีรษะของฮ
วาชิง
“หัวหน้าสมาคมเหลย เลือกสักทางหนึ่ง
จะเดินตามรอยฮวาชิงและตู้ซินอู่ไปจนตาย หรือจะร่วมมือกับ
หน่วยพิทักษ์ราตรีของเรา กลายเป็นผู้ควบคุมอิทธิพลใต้ดินทั้งหมด
ของอำเภอหลัว”
มองดูศีรษะที่เปื้อนเลือดเบื้องหน้า และกระบี่ยาวที่เปล่งประกาย
คมกริบ เหลยเผิงก็เผยรอยยิ้มที่ดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ออกมา
นี่คือให้เขาเลือกรึ เขามีทางเลือกด้วยรึ
ถอนหายใจยาว เหลยเผิงก้มศีรษะประสานมือคำนับ “เหลยเผิง
ยินดีจะรับใช้หน่วยพิทักษ์ราตรี ยินดีจะรับใช้ท่านใต้เท้ากู้เยี่ยงสุนัข
และม้า”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกู้เฉิง “หัวหน้าสมาคมเหลยช่าง
แตกต่างจากพวกอกตัญญูเหล่านั้นจริงๆ เชื่อข้าเถอะ การเลือกครั้งนี้
หัวหน้าสมาคมเหลยท่านจะไม่เสียใจ”
“ตอนนี้ข้าต้องทำอย่างไร”
เหลยเผิงดูเหมือนจะยอมแพ้ต่อโชคชะตาแล้ว อย่างไรเสียใน
สถานการณ์เช่นนี้ กู้เฉิงให้เขาทำอะไร เขาก็ทำได้เพียงทำตามนั้น
กู้เฉิงยื่นนิ้วหนึ่งนิ้วออกมา “วันเดียว ข้ามีเวลาเพียงวันเดียว คืน
นี้จะต้องทำให้สมาคมหลัวเฟิงของท่านควบคุมสถานการณ์ของ
อิทธิพลใต้ดินทั้งหมดของอำเภอหลัวได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นตอนนี้
ระดมสมาชิกสมาคมทั้งหมด ไปที่สำนักชิงฮวา ควบคุมสำนักชิงฮวา
ไว้ในมือ”
การกระทำของเหลยเผิงรวดเร็วอย่างยิ่ง หลังจากตกลงกับกู้เฉิง
แล้ว เขาก็ระดมคนมาหลายร้อยคน ควบคุมสำนักชิงฮวาไว้ได้ทันที
อันที่จริงก่อนที่เหลยเผิงจะมา จ้าวซิงหมิงและคนอื่นๆ ก็ได้นำ
ทหารเกราะนิลส่วนหนึ่งมาควบคุมสำนักชิงฮวาไว้แล้ว พร้อมกับช่วย
หญิงสาวที่ขายตัวให้สำนักชิงฮวาไปส่วนหนึ่ง ถือได้ว่าทำความดี
กู้เฉิงก้าวเข้าสู่สำนักชิงฮวา เห็นได้ชัดว่าเป็นที่ทำการของ
สมาคม แต่กลับถูกฮวาชิงตกแต่งให้เหมือนหอนางโลมสีแดงสดใส
เจ้าหมอนี่รสนิยมอะไรกัน
“ผู้บริหารระดับสูงของสำนักชิงฮวาอยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้วรึ”
กู้เฉิงเดินเข้าไป กระซิบถามจ้าวซิงหมิง
จ้าวซิงหมิงพยักหน้า แต่ต่อมาเขาก็สงสัย “เหลยเผิงเจ้าหมอนี่
ใช้ได้จริงๆ รึ ก่อนหน้านี้แม้ข้าจะไม่ได้ติดต่อกับเขา แต่ก็เคยได้ยิน
มาว่าเขาดูเหมือนจะอ่อนแอไปหน่อย แถมยังขี้ขลาดระมัดระวังอีก
ด้วย”
กู้เฉิงกล่าวเสียงเบา “เพราะเขาขี้ขลาดระมัดระวังข้าจึงต้องใช้
เขา เพราะคนแบบนี้รู้จักรยำเกรง รู้ว่าในเวลาไหนควรจะเลือกทำ
อย่างไร
หรือจะพูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็คือ หน่วยพิทักษ์ราตรีของเรา
ต้องการเพียงสุนัขที่เชื่อง ไม่ใช่หมาป่าที่กัดคน
ก่อนหน้านี้ท่านใต้เท้าเมิ่งไม่ได้ใช้พวกเขา ก็เพราะไม่เห็นค่าจะ
ใช้นักเลงอันธพาลนอกรีตเหล่านี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วหากใช้
พวกเขาให้เป็นประโยชน์ อย่างน้อยในเรื่องการให้ข้อมูล ก็ยังมี
ประโยชน์กว่าพวกมือปราบของอำเภอที่ทำงานแบบขอไปที”
ทันใดนั้นเหลยเผิงก็เดินไปอยู่เบื้องหน้าของทุกคนในสำนักชิงฮ
วา กล่าวเสียงดัง “ทุกท่าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำนักชิงฮวาจะถูก
สมาคมหลัวเฟิงของข้ารับช่วงต่อ หลังจากนี้…”
คำพูดของเขายังไม่ทันจบ หัวหน้าคนหนึ่งของสำนักชิงฮวาก็
ตะโกนอย่างโกรธเคือง “เหลยเผิง เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน ถึงมีสิทธิ์
มารับช่วงต่อสำนักชิงฮวาของเรา
ในอดีตเจ้าเคยดื่มเหล้าสาบานเป็นพี่น้องกับเจ้าสำนัก แต่ตอนนี้
กลับกลายเป็นคนทรยศ เจ้ายังมีหน้ามาปรากฏตัวที่นี่อีกรึ”
เมื่อสิ้นคำพูดนี้ สมาชิกสมาคมคนอื่นๆ ของสำนักชิงฮวาก็ต่างก็
ตะโกนด่าทอขึ้นมา ทำให้ใบหน้าของเหลยเผิงแดงก ่า
ก่อนหน้านี้พวกเขาถูกทหารเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรี
ควบคุมตัวอย่างไม่มีเหตุผล ในบรรดาคนเหล่านี้ไม่มีนักรบระดับเก้า
อย่างเป็นทางการแม้แต่ไม่กี่คน ทำได้เพียงยอมจำนนอย่างเชื่อฟัง
แต่เหลยเผิงก่อนหน้านี้เป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในสามสมาคม
สมาชิกสมาคมของสำนักชิงฮวาต่างก็ดูถูกคนของสมาคมหลัวเฟิง
อยู่บ้าง
คนของหน่วยพิทักษ์ราตรีพวกเขาไม่กล้าต่อต้าน แต่เหลยเผิง
พวกเขาก็ยังกล้าด่ามิใช่รึ
เมื่อเห็นว่าเหลยเผิงกำลังจะเสียหน้า กู้เฉิงก็อดไม่ได้ที่จะส่าย
หน้า
แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเหลยเผิงค่อนข้างจะระมัดระวังและขี้ขลาด แต่
ตอนนี้ดูเหมือนว่าความสามารถของเขาก็มีจำกัดจริงๆ
ฮวาชิงตายไปแล้ว เขากลับยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ไม่รู้ว่าเขาอยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร
“ตุ้บ”
เสียงดังขึ้นขัดจังหวะความวุ่นวายของสมาชิกสมาคมสำนักชิงฮ
วา ทุกคนมองดูอย่างละเอียด กลับเป็นศีรษะของฮวาชิงที่ถูกโยนลง
บนพื้น
กู้เฉิงไม่มีเวลามาดูการต่อสู้ภายในสมาคมของพวกเขา เขาไม่
อยากจะลากยาวไปถึงวันพรุ่งนี้
สายตากวาดมองทุกคนที่อยู่ในที่นั้น กู้เฉิงกล่าวเสียงขรึม “พวก
เจ้าตอนนี้เพียงแค่ต้องรู้สามเรื่อง
ฮวาชิงตายแล้ว
สำนักชิงฮวาไม่มีอีกต่อไป
จากนี้ไป พวกเจ้าทุกคนอยู่ใต้บังคับบัญชาของเหลยเผิงแห่ง
สมาคมหลัวเฟิง”
สมาชิกสมาคมที่เพิ่งจะเปิดปากพูดเมื่อครู่ยังอยากจะพูดอะไร
บางอย่าง แต่ในวินาทีต่อมา กระบี่ยาวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ของเขาอย่างกะทันหัน ตรึงเขาทั้งร่างไว้กับพื้น
กวาดสายตามองทุกคนหนึ่งรอบ กู้เฉิงกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ตอนนี้ข้าไม่ได้กำลังสอบถามความคิดเห็นของพวกเจ้า
แน่นอนว่ามีความเห็นได้ แต่ลงไปบอกกับพญายมเถอะ”
ไม่ใช่ว่ากู้เฉิงใช้วิธีการโหดเหี้ยม แต่หากไม่ใช้วิธีการเด็ดขาด ก็
ไม่สามารถควบคุมคนเหล่านี้ได้เลย
อีกอย่างสำนักชิงฮวาแบบนี้ หากจะดึงหัวหน้าของพวกเขา
ออกมาตัดหัวก่อนแล้วค่อยสอบสวน ก็จะไม่มีใครถูกกล่าวหาโดยไม่
เป็นธรรมแม้แต่คนเดียว
กู้เฉิงเก็บกระบี่ยาวกลับคืน แล้วพูดกับเหลยเผิงที่ยืนตะลึงอยู่ที่
นั่น “ที่เหลือก็มอบให้เจ้าแล้ว หนึ่งชั่วยามระดมกำลังของสองสมาคม
ล้อมสมาคมซานเหอ”