จอมปราชญ์ปราบอสูร - บทที่ 34 – ประจบเอาตัวรอด
ภูตไม่ใช่คน ใจคนยังยากแท้หยั่งถึง ไม่ต้องพูดถึงภูตเลย
ตอบช้าก็ถูกฆ่า ตอบถูกก็ยังถูกฆ่า นี่มันสถานการณ์ที่ไม่มี
ทางออกชัดๆ
เมื่อภูตหญิงในชุดแดงหันไปมองคนที่สาม ในกลุ่มนักพรตก็มี
คนหนึ่งชี้ไปที่กู้เฉิงแล้วตะโกนเสียงดัง “ท่านหญิง โปรดดูท่านผู้นั้น
ท่านกู้เฉิงผู้นี้ทั้งหนุ่มทั้งมีความสามารถ รูปงามสง่า เมื่อเทียบกับ
พวกเราที่หน้าตาอัปลักษณ์แล้ว เขาต่างหากที่คู่ควรกับท่าน”
ในบรรดาคนเหล่านี้ กู้เฉิงเป็นคนที่มีหน้าตาดีที่สุดจริงๆ แม้
คุณชายภูตหวังชวนจะรูปงาม แต่เขาเป็นครึ่งคนครึ่งภูต มีกลิ่นอาย
เย็นชา ดูแปลกประหลาดไปบ้าง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ภูตหญิงในชุดแดงก็หันหน้าไปทางกู้เฉิงทันที
แม้ใบหน้าของนางจะเกลี้ยงเกลา แต่กู้เฉิงกลับรู้สึกได้ว่านาง
สังเกตเห็นเขาแล้ว
กู้เฉิงหันไปมองนักพรตคนนั้น ในดวงตาฉายแววสังหาร
นักพรตที่พูดขึ้นมานี้คือคนที่เคยจะลงมืออย่างหุนหันพลันแล่น
ในเหตุการณ์ลางร้ายสีเลือด แต่ถูกกู้เฉิงขู่เตือนไว้
ไม่ใช่ว่ากู้เฉิงอารมณ์ไม่ดี แต่ในสถานการณ์เช่นนั้น ใครขยับ
ตัวเพียงเล็กน้อยก็จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้ ดังนั้นน ้าเสียง
ของกู้เฉิงจึงต้องแข็งกร้าวขึ้น เพื่อให้เขารู้ถึงความร้ายแรงของ
สถานการณ์
แต่ตั้งแต่นั้นมา ชายผู้นี้ก็เก็บความแค้นไว้ในใจ
ภูตหญิงในชุดแดงเรียกชื่อจากนอกเข้าในอย่างเห็นได้ชัด แต่
กลุ่มนักพรตของพวกเขาเข้ามาพร้อมกับกู้เฉิงและคนอื่นๆ จึงได้นั่ง
อยู่ด้านนอก
หากปล่อยให้นางเรียกชื่อฆ่าคนไปทีละคนแบบนี้ เกรงว่าอีกไม่
นานก็จะถึงตาของเขา
เมื่อเห็นสายตาของกู้เฉิงมองมา นักพรตคนนั้นก็ยิ้มอย่างได้ใจ
ถ้าภูตหญิงในชุดแดงเลือกกู้เฉิงเป็นสามีจริงๆ พวกเขาจะถือว่า
รอดพ้นจากวิกฤตนี้ได้หรือไม่
แต่เมื่อเห็นแววสังหารที่เย็นเยียบในดวงตาของกู้เฉิง หัวใจของ
เขาก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทันตั้งตัว กู้เฉิงก็เคลื่อนไหว พุ่งตรงเข้ามาหา
เขา
ฝีมือของนักพรตคนนั้นอยู่ในระดับแปดอย่างหวุดหวิด เมื่อเห็นกู้
เฉิงพุ่งเข้ามา เขาก็ยกมีดสั้นสองเล่มขึ้นมาตามสัญชาตญาณ แม้จะ
ตอบสนองได้รวดเร็ว แต่พลังกลับต่างกันเกินไป
ผนึกสุวรรณสะกดมารปรากฏขึ้น แสงสีทองส่องเข้าตาเขา พลัง
ปราณปะทุออกมา นักพรตคนนั้นรู้สึกถึงพลังมหาศาลพุ่งเข้าใส่ มีด
สั้นในมือหลุดลอยไปทันที
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบโต้ แขนขนาดใหญ่สีดำม่วงก็บีบคอเขา
ไว้แล้วบิดอย่างแรง
เลือดสาดกระเซ็นในทันที ศีรษะของนักรบผู้นั้นถูกกู้เฉิงถือไว้ใน
มือแล้ว
การลงมืออย่างกะทันหันของกู้เฉิงทำให้ตู้หลานเจียงและคนอื่นๆ
ตั้งตัวไม่ทัน
ควรจะพูดว่าพวกเขาไม่คาดคิดว่านักรบผู้นั้นจะพูดจาพล่อยๆ
ลากกู้เฉิงลงน ้าไปด้วย และกู้เฉิงยังกล้าลงมือฆ่าคนในสถานการณ์
เช่นนี้
จริงๆ แล้วกู้เฉิงไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน เขาก็อดทนได้
จางซื่อต้องการทำร้ายเขา เขาสามารถอยู่เงียบๆ ข้างกายกู้เหล่า
ไท่จวิน อดทนรอหนึ่งเดือนเพื่อออกจากจวนกู้ รอคอยโอกาสที่จะ
เป็นอิสระ
การดูถูกเหยียดหยามของตู้ซินอู่และคนอื่นๆ ทำให้หวังฉีและ
เสี่ยวอี่ทนไม่ได้ แต่กู้เฉิงกลับสามารถอดทนรอเพื่อคิดบัญชีใน
ภายหลังได้
การอดทนเหล่านี้เป็นเพราะกู้เฉิงมั่นใจว่าจะสามารถเอาคืนได้ใน
อนาคต แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าตัวละครเล็กๆ ที่ไม่สำคัญเช่นนี้จะ
สามารถวางแผนเล่นงานเขาอย่างเปิดเผยได้
แม้การฆ่าชายผู้นี้จะสะใจ แต่ความสนใจของภูตหญิงในชุดแดง
ก็ถูกดึงมาที่กู้เฉิงตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
พ่อบ้านภูตถึงกับบิดศีรษะของตัวเอง 180 องศา เผยให้เห็น
ใบหน้าภูตที่ดุร้ายอีกหน้าหนึ่ง สีหน้าบิดเบี้ยว “แขกท่านนี้
หมายความว่าอย่างไร”
กู้เฉิงวางศีรษะในมือลงบนโต๊ะของตัวเองอย่างใจเย็น กล่าว
เรียบๆ “พ่อครัวของจวนท่านทำอาหารจืดชืดเกินไป ข้าขอเพิ่ม
วัตถุดิบหน่อย”
ในตำราศาสตร์เร้นลับมีประโยคหนึ่งที่พูดได้มีเหตุผลมาก การ
ติดต่อกับภูต จะใช้วิธีคิดแบบคนไม่ได้
แม้แต่ราชาภูตราชาปีศาจเหล่านั้น ความคิดของพวกเขาก็ไม่
เหมือนคนปกติ
เมื่อพ่อบ้านภูตได้ยินกู้เฉิงพูดเช่นนั้น เขาก็บิดศีรษะกลับมา
พยักหน้าอย่างครุ่นคิด “จริงด้วย พ่อครัวคนนี้ไม่ได้ทำเนื้อมนุษย์มา
หลายร้อยปีแล้ว ฝีมือคงจะตกไปบ้าง เดี๋ยวพวกที่ไม่ถูกท่านหญิง
เลือกจะได้ไม่เสียเปล่า ส่วนที่อ้วนก็สับทำไส้ ส่วนที่ผอมก็ทำหมูแดง
ส่วนที่ครึ่งอ้วนครึ่งผอมก็ตากแห้งไว้รับแขก”
ทันใดนั้นภูตหญิงในชุดแดงก็โบกมือ กู้เฉิงก็ถูกดึงไปอยู่
ตรงหน้านางอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาไร้อวัยวะจ้อง
มองมาที่กู้เฉิง
หากเป็นคนอื่นคงจะขนหัวลุกไปแล้ว แต่กู้เฉิงกลับพยายามระงับ
ความตื่นตระหนกในใจ พยายามจินตนาการใบหน้าที่เกลี้ยงเกลานั้น
ให้เป็นใบหน้าของนางเอกในหนังที่เคยดูในชาติก่อน
ภูตหญิงในชุดแดงพิจารณากู้เฉิง กล่าวเสียงเบา “ช่างเป็นหนุ่ม
น้อยที่ขาวนวลนัก เจ้าว่า ข้าสวยหรือไม่”
กู้เฉิงพยักหน้าอย่างแน่วแน่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “สวย แน่นอน
ว่าสวย
ความงามของท่านหญิงดุจจันทร์หลบโฉมมวลผกาละอาย มัจฉา
จมวารีปักษีตกนภา ยิ้มเพียงครั้งเดียวเมืองก็ล่มสลาย ยิ้มอีกครั้ง
แคว้นก็พินาศ งดงามหนึ่งเดียวในหล้า
ความงามของท่านหญิงเปรียบประดุจหงส์ฟ้าเริงระบำ ดุจมังกร
เหินเวหา งามสะพรั่งดั่งเบญจมาศในฤดูใบไม้ร่วง เขียวชอุ่มดั่งสนใน
ฤดูใบไม้ผลิ ราวกับเมฆบางเบาที่บดบังดวงจันทร์ ระเรื่อเรืองดั่งสาย
ลมที่พัดพากลับเกล็ดหิมะ”
ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างตกตะลึง แม้แต่ตู้หลานเจียงในตอนนี้ก็ต้อง
ยอมรับ
การที่สามารถพูดคำหวานเลี่ยนเหล่านี้ออกมาต่อหน้าใบหน้าที่
เกลี้ยงเกลาและน่าขนลุกเช่นนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะทำได้
โดยเฉพาะจ้าวซิงหมิง เขาเคยเป็นบัณฑิตมาก่อน แม้คำพูดของ
กู้เฉิงจะไม่สมบูรณ์ แต่กลับมีความหมายที่งดงามและถ้อยคำที่ไพเราะ
เป็นประโยคที่สามารถสืบทอดต่อไปได้
อาจกล่าวได้ว่าหากกู้เฉิงไปหอนางโลมในตอนนี้ เพียงแค่
ประโยคสั้นๆ นี้ เขาก็สามารถนอนกับหญิงสาวทั้งหอได้โดยไม่ต้อง
เสียเงินแม้แต่อีแปะเดียว
ภูตหญิงในชุดแดงนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจ “ในเมื่อข้าสวย
ถึงเพียงนี้ แล้วเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจเล่า”
น ้าเสียงของภูตหญิงในชุดแดงเริ่มทุ้มต ่าและลึกลงเรื่อยๆ
“ในอดีตเขาเป็นเพียงนักเดินทางในยุทธภพธรรมดาคนหนึ่ง ข้า
หลงรักเขา ให้พ่อของข้าทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมด ช่วยให้เขาได้เข้า
เป็นศิษย์ในสำนักใหญ่
หลังจากสำเร็จวิชา ก็เป็นข้าที่ใช้เส้นสายของตระกูล ช่วยแนะนำ
เขาให้เข้าเฝ้าฝ่าบาท ได้รับตำแหน่งสำคัญ
ข้าทำเพื่อเขามากมายถึงเพียงนี้ แต่ทำไมในท้ายที่สุด เมื่อเขา
ประสบความสำเร็จ กลายเป็นแม่ทัพใหญ่ที่อยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่
อยู่เหนือคนนับหมื่น เขากลับไม่ต้องการข้าแล้วเล่า”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ไอแค้นบนร่างของภูตหญิงในชุดแดงก็เริ่ม
รวมตัวกัน ลมเย็นพัดโชยไปทั่วทั้งจวนแม่ทัพ พลังกดดันอันมหาศาล
ทำให้ทุกคนเปลี่ยนสีหน้า
“ดังนั้นผู้ชายทุกคนสมควรตาย ขอเพียงเป็นผู้ชายที่ยังมีชีวิตอยู่
ก็ล้วนเป็นพวกเนรคุณ อกตัญญู”
ภูตหญิงในชุดแดงดึงกู้เฉิงมาอยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา
นั้นอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงหนึ่งนิ้ว
“ในเมื่อเจ้าบอกว่าข้าสวย แล้วเจ้ายอมที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับ
ข้า ไปสู่ปรโลกด้วยกันหรือไม่”
“ไม่ยอม”
ในขณะที่ไอแค้นบนร่างของภูตหญิงในชุดแดงกำลังจะปะทุ
ออกมา กู้เฉิงก็ตะโกนเสียงดัง “เพราะข้าไม่คู่ควร”
การติดต่อกับภูตจะใช้วิธีคิดแบบคนไม่ได้ กู้เฉิงจำข้อนี้ได้ขึ้นใจ
เสมอ
ตอนนี้เขาสามารถยืนยันได้แล้วว่าที่นี่คือจวนแม่ทัพจริงๆ และ
ภูตหญิงในชุดแดงตรงหน้าก็คือนายหญิงของหลี่หรูกง
ในบันทึกของอำเภอตงหลินยังบันทึกเรื่องราวในอดีตที่หลี่หรูกง
ทอดทิ้งภรรยาเก่า ไปหลงรักอนุภรรยา และไม่สนใจใยดีนายหญิงผู้นี้
ผู้หญิงช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ นายหญิงของแม่ทัพผู้นี้เพียง
เพราะความแค้นที่ถูกทอดทิ้ง ในที่สุดก็ไม่รู้ว่าใช้วิธีใด กลายเป็นภูต
ที่ดุร้ายเช่นนี้ จนถึงตอนนี้ในใจก็ยังคงมีความยึดติดนี้อยู่
นายหญิงของแม่ทัพผู้นี้คือแกนกลางของดินแดนภูต หากไม่
ทำลายความยึดติดในใจของนาง กู้เฉิงและคนอื่นๆ ก็อย่าหวังว่าจะได้
ออกไป
แม้กู้เฉิงจะมีพื้นที่หยกดำก็ไม่มีประโยชน์
แม้ว่าหลังจากสังหารภูตอดอยากแล้ว พื้นที่หยกดำของเขาจะ
ขยายใหญ่ขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่สามารถบรรจุภูตที่ดุร้ายตนนี้เข้าไปได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ การเผชิญหน้ากับภูตระดับนี้โดยตรงคือ
ความเป็นความตายในชั่วพริบตา
“ทำไมเจ้าถึงไม่คู่ควร”
ไอแค้นบนร่างของภูตหญิงในชุดแดงยังคงหนาแน่น แต่ก็ไม่บ้า
คลั่งเหมือนก่อนหน้านี้
กู้เฉิงพูดอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่แค่ข้าที่ไม่คู่ควร ผู้ชายทั้งใต้หล้านี้
ก็ไม่มีใครคู่ควรกับท่านหญิง
ท่านหญิงรูปโฉมงดงามหาที่เปรียบมิได้ในใต้หล้า ทั้งยังรักจริงใจ
ลึกซึ้ง ผลักดันหลี่หรูกงจากนักเดินทางในยุทธภพคนหนึ่งให้
กลายเป็นแม่ทัพใหญ่ที่อยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น
ได้ภรรยาเช่นนี้ จะต้องการอะไรอีกเล่า นั่นเป็นบุญวาสนาที่หลี่
หรูกงสั่งสมมาสิบชาติร้อยชาติ ถึงได้แต่งงานกับหญิงสาวที่หาที่
เปรียบมิได้ในใต้หล้าเช่นท่านหญิง
หลี่หรูกงผู้นั้นไม่รู้จักดีชั่ว ทอดทิ้งภรรยาเก่า เป็นเพราะเขาตา
บอด ถูกผีบังตา คนเช่นนี้สมควรถูกสาปแช่งไปชั่วกัลปาวสาน
แต่ท่านหญิงไม่เหมือนกัน
ข้ารู้ว่าที่ท่านหญิงจะแต่งงานในตอนนี้ เป็นเพราะท่านกล ้ากลืน
ความขุ่นเคืองในใจไม่ได้ เขาทำร้ายท่าน ท่านก็จะหาคนมาแต่งงาน
เพื่อทำร้ายเขาคืน
แต่มันไม่คุ้มค่า
หลี่หรูกงทอดทิ้งภรรยาเก่า สมควรถูกสาปแช่งไปชั่วกัลปาวสาน
แต่ท่านหญิงนั้นบริสุทธิ์ผุดผ่อง ประวัติของท่านจะมีมลทินได้อย่างไร
เพียงเพื่อคนเลวทรามต ่าช้าที่ทอดทิ้งภรรยาเก่าอย่างหลี่หรูกง
ท่านก็จะหาคนที่คู่ควรกับตัวเองไม่ได้มาแต่งงาน ทำร้ายตัวเองเช่นนี้
ไม่คุ้มค่าเลย
ท่านอาจจะยังไม่รู้ หลี่หรูกงคนเลวทรามนั้นถึงกับแก้ไขบันทึก
อำเภอ บรรยายว่าตัวเองเป็นคนฉลาดปราดเปรื่อง แต่กลับบอกว่า
ท่านหญิงเป็นหญิงชราที่ขี้หึงและใจแคบ
วันนี้เมื่อได้พบท่านหญิง ข้าถึงได้รู้ว่าบันทึกนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ
ทั้งสิ้น
ข้ากู้เฉิงชั่วชีวิตนี้เกลียดที่สุดคือเรื่องที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้
หลังจากออกไปแล้ว ข้าจะรีบแก้ไขบันทึกอำเภอทันที คืนความ
บริสุทธิ์ให้ท่านหญิง”
เมื่อกู้เฉิงพูดประโยคเหล่านี้จบ ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างตกตะลึง
โดยเฉพาะคนของหน่วยพิทักษ์ราตรี
แม้ว่าตอนที่รับมือกับสามสมาคมในอำเภอหลัว พวกเขาจะได้
เห็นวิธีการทำงานของกู้เฉิงแล้ว รู้ว่าท่านผู้นี้ดูเหมือนจะไม่ใช่คน
ซื่อตรงนัก ทำอะไรไม่เลือกวิธีการ
แต่พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่ากู้เฉิงจะกล้าโกหกหลอกลวงภูตที่ดุ
ร้ายเช่นนี้อย่างเปิดเผย