จอมปราชญ์ปราบอสูร - บทที่ 36 – การต่อสู้แย่งชิง
นักพรตหรือผู้ฝึกตนสายมารส่วนใหญ่ในระดับล่างๆ ชีวิตของ
พวกเขาไม่ได้ดีนัก
อย่างตู้หลานเจียง ที่เคยเป็นทั้งโจรสลัดและนักขุดสุสาน ทำ
อาชีพชั้นต ่ามาหมดแล้ว ยังถือว่ามีชื่อเสียงอยู่บ้าง ชีวิตก็พอไปได้
แต่เก้าในสิบของคนในยุทธภพจริงๆ แล้วชีวิตยังสู้ตู้หลานเจียง
ไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็เหมือนกับคนที่ถูกกู้เฉิงฆ่าไปก่อนหน้านี้ ไม่มีแม้แต่
ชื่อที่จะให้จดจำ
คนในยุทธภพชั้นต ่าหรือผู้ฝึกตนสายมารต้องการจะไต่เต้าขึ้น
ไปนั้นยากมาก เคล็ดวิชาคืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด
แม้นักบุญแห่งการต่อสู้เผยเฝ่ยจะเคยกล่าวไว้ว่า ไม่มีเคล็ดวิชาที่
แข็งแกร่งที่สุด มีแต่คนที่แข็งแกร่งที่สุด และยังมีตัวอย่างของเจ้าลัทธิ
หลัว ‘จั่วเจินจวิน’ จั่วอวิ๋นจืออยู่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในยุทธภพ
หลายร้อยหลายพันปีมานี้ มีเผยเฝ่ยเกิดขึ้นกี่คน มีจั่วอวิ๋นจือเกิดขึ้น
กี่คน
สำหรับคนในยุทธภพทั่วไป เคล็ดวิชาหนึ่งเล่ม อาจจะตัดสิน
อนาคตของพวกเขาได้เลย
แต่เคล็ดวิชาฝึกตนในยุทธภพ ที่ค่อนข้างสูงส่งหน่อยก็ถูกสำนัก
ใหญ่ๆ กุมไว้หมด และคนชั้นต ่าอย่างพวกเขาก็ถูกสำนักใหญ่
เหล่านั้นดูถูก
อยากจะเข้าร่วมกับราชสำนัก ก็ต้องดูที่มาที่ไปก่อน กู้เฉิงแม้จะ
เป็นขุนนางตกอับ แต่อย่างน้อยก็เป็นลูกหลานขุนนาง บรรพบุรุษก็
เคยหลั่งเลือดสร้างผลงานให้ต้าเฉียนมาแล้ว ประวัติขาวสะอาด ยัง
มีเถียเทียนอิงค ้าประกัน ดังนั้นการเข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรีจึงเป็น
เรื่องง่าย
แต่คนในยุทธภพชั้นต ่าคนอื่นๆ หากประวัติการทำชั่วถูกขุด
ขึ้นมา หน่วยพิทักษ์ราตรีก็ไปได้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ไปเป็นทหาร
เกราะนิล แต่ไปอยู่ในคุกทมิฬ
ส่วนการยอมจำนน อันนี้ก็พอได้อยู่ มีตัวอย่างอยู่ไม่น้อย
แต่เงื่อนไขคือเจ้าต้องมีฝีมือพอที่จะให้ราชสำนักยอมรับเจ้า
ฆ่าคนปล้นสะดมก่อกบฏถึงจะได้รับการยอมจำนน เจ้าเป็นแค่
คนชั้นต ่าที่สุดในยุทธภพ ยังจะมาพูดเรื่องยอมจำนนอีกรึ
ดังนั้นเมื่อเห็นโลงศพของหลี่หรูกงอยู่ตรงหน้า ดวงตาของคน
เหล่านั้นก็พลันแดงก ่าขึ้นมาทันที ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น พุ่งเข้าไปทันที
ในสายตาของพวกเขา นี่คือโอกาส โอกาสที่จะให้พวกเขาพลิก
ชะตาชีวิต
ตู้หลานเจียงที่อยู่ด้านล่างแทบอยากจะด่าคน
เขาเคยเข้าร่วมการขุดสุสานแบบกลุ่มแบบนี้ ยิ่งในขั้นตอน
สุดท้าย ยิ่งต้องระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงการไปโดนกับดักอะไรเข้า
ก่อนหน้านี้หลินจิ่วเอ้อและคนอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังยังต้องมา
จบชีวิตลงที่นี่ ไม่ต้องพูดถึงพวกเขาเลย
พวกเขาอยากตายก็ช่างเถอะ แต่ถ้าไปโดนกับดักทำลายตัวเอง
เข้า ทำให้สุสานทั้งหลังพังทลายลง พวกเขาไม่เพียงแต่จะไม่ได้อะไร
เลย ยังจะต้องมาเป็นเพื่อนตายให้กับหลี่หรูกงอีก
ก่อนหน้านี้คนในยุทธภพเหล่านี้ยังพอจะฟังคำสั่งของตู้หลาน
เจียงอยู่บ้าง แต่ตอนนี้พวกเขาไม่สนใจคำสั่งของใครแล้ว พุ่งไป
ข้างหน้าอย่างเดียว
แต่เมื่อพวกเขามาถึงใต้เก้ามังกรลากโลงศพ ตู้หลานเจียงจึงได้
พบว่า ที่ที่พวกเขาผ่านไปนั้นไม่ได้ไปโดนกับดักอะไรเข้า
พูดให้ถูกก็คือ กับดักเหล่านั้นมีร่องรอยการถูกใช้งานไปแล้ว
แม้แต่บนพื้นก็ยังมีรอยเลือดจางๆ อยู่
น่าจะเป็นก่อนที่พวกเขาจะมา มีคนเข้ามาข้างในแล้ว ทำให้กับ
ดักทำงานไปแล้ว
จ้าวซิงหมิงเดินตามหลังกู้เฉิงแล้วถาม “พวกคนชั้นต ่าในยุทธ
ภพลงมือแล้ว เราจะลงมือแย่งชิงเลยไหม”
หวังฉีและคนอื่นๆ ก็มีท่าทีอยากจะลอง
กฎของหน่วยพิทักษ์ราตรีค่อนข้างเปิดกว้าง ของที่เจ้าได้มา
นอกเหนือจากภารกิจ สามารถเก็บไว้เองได้ หรือจะส่งมอบเพื่อ
ประเมินแล้วแลกเป็นคะแนนผลงานก็ได้
ภารกิจไล่ล่าคนทรยศของลัทธิหลัวครั้งก่อนนั้นระบุชัดเจนว่า
ต้องการชีวิตของอีกฝ่ายและของบนตัวเขา ของทั้งหมดนี้อยู่ใน
ภารกิจ ใครก็ไม่สามารถยึดไว้ได้
แต่การสำรวจภูเขาแม่ทัพครั้งนี้ไม่ได้มีข้อกำหนดในภารกิจมาก
ขนาดนั้น ทุกสิ่งที่ได้มาล้วนเป็นของพวกเขา
กู้เฉิงหรี่ตาลง “รอก่อน รอให้พวกเขาฆ่ากันเองจนเกือบหมด
ก่อนแล้วค่อยลงมือ”
หลิ่วอิ๋งอิ๋งที่อยู่ข้างๆ มองกู้เฉิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
นางยังไม่ค่อยรู้จักกู้เฉิงดีนัก แค่ตลอดทางมานี้ นางรู้สึกว่าสไตล์
การทำงานของกู้เฉิงดูจะเด็ดขาดมาก เมื่อควรลงมือก็ลงมือ เมื่อควร
ฆ่าคนก็ไม่ลังเล
แต่ตอนนี้พอดูแล้ว เจ้าคนจากหน่วยพิทักษ์ราตรีผู้นี้ช่างเจ้าเล่ห์
นัก คนเรามองหน้าไม่อาจหยั่งถึงใจจริงๆ
แต่นางชอบ
ในสถานที่แบบนี้ถ้าเจ้าไม่เจ้าเล่ห์หน่อย เกรงว่าจะถูกคนอื่น
หลอกจนตายนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
ตอนนี้พวกเขาเป็นพวกเดียวกัน กู้เฉิงยิ่งเจ้าเล่ห์ โอกาสชนะใน
ท้ายที่สุดของพวกเขาก็ยิ่งสูง
ตอนนี้นักพรตนอกรีตเหล่านั้นได้ปีนขึ้นไปตามผนังถ ้ารอบๆ ไป
ยังโซ่มังกร แล้วเดินไปยังโลงศพตรงกลาง
แต่พอมีคนปีนขึ้นไปบนโซ่ ก็ถูกคนอื่นตีตกลงมา ตกลงบนพื้น
กระอักเลือดทันที ไม่ตายก็บาดเจ็บสาหัส
โซ่มังกรนั้นลอยอยู่สูงกว่าสิบจั้ง นอกจากจะเป็นนักรบระดับแปด
ที่ฝึกฝนภายในแล้ว ถึงจะสามารถถูกตีตกลงมาจากที่สูงขนาดนี้โดย
ไม่ได้รับบาดเจ็บภายใน
“ลงมือ เสี่ยวอี่ ฟางผิง พวกเจ้าอยู่ข้างล่างใช้วิชายุทธ์ก็ได้ ของที่
ได้มาหลังจากนี้ ทุกคนแบ่งเท่ากัน”
กู้เฉิงตะโกนเสียงต ่า นำคนอีกห้าคนที่เหลือพุ่งขึ้นไป
เสี่ยวอี่และฟางผิงเป็นผู้บำเพ็ญปราณ พลังกายยังสู้ไม่ได้กับ
นักรบระดับเก้า การขึ้นไปแย่งชิงกับพวกเขานั้นอันตรายเกินไป
เมื่อเห็นคนของหน่วยพิทักษ์ราตรีเข้าร่วมสนามรบ ‘คุณชายภูต’
หวังชวนก็ตะโกนขึ้นมาทันที “ลงมือจัดการคนของหน่วยพิทักษ์ราตรี
ก่อน ไม่อย่างนั้นใครก็ไม่ได้อะไร”
หน่วยพิทักษ์ราตรีกับคนกลุ่มนี้เป็นศัตรูกันโดยธรรมชาติ ตอนนี้
เมื่อเห็นฝ่ายหน่วยพิทักษ์ราตรีเข้าร่วมสนามรบ และยังมีเสียงตะโกน
ของหวังชวนอีก ทันใดนั้นก็มีคนกว่าครึ่งหันดาบมาทางกู้เฉิงและคน
อื่นๆ
กู้เฉิงมองไปที่หวังชวน ในดวงตาฉายแววสังหารที่เย็นเยียบ
เขายังจำได้ว่าเจ้าคนนี้คอยขัดขวางเขามาตลอด
ตอนแรกเขาอาจจะยุยงให้ตู้หลานเจียงลงมือเพื่อเล่นงานตู้หลาน
เจียง แต่ต่อมากู้เฉิงก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายแสดงความอาฆาตต่อเขา
หลายครั้ง
หรือว่าเจ้าคนนี้เห็นว่าข้าหล่อกว่าเขา เลยเกิดความอิจฉา
สมควรฆ่า
กระบี่ในมือถูกชักออกมา ความคมกริบที่ร้อนแรงส่องประกาย
เจิดจ้าในวังใต้ดินที่มืดมิด
การยืนบนโซ่เหล็กที่บางเฉียบทำให้ใช้แรงได้ไม่ถนัดนัก แต่กู้
เฉิงกลับกระโดดขึ้นไปกลางอากาศโดยตรง กระบี่สุริยันอักขระเดียว
พุ่งตรงไปที่หวังชวน พลังกระบี่เต็มไปด้วยจิตสังหาร พุ่งตรงเข้าจุด
ตาย
หวังชวนไม่ใช่ผู้ฝึกตนสายตรง แม้แต่การที่เขากลายเป็นผู้ฝึก
ตนก็เป็นเพราะข้อยกเว้นอย่างหนึ่ง
เขาเดิมเป็นเพียงคุณชายจากตระกูลที่ร ่ารวยธรรมดา เพราะ
ความกล้าบ้าบิ่น พนันกับคนอื่นไปขุดสุสานร้างแห่งหนึ่งจนถูกภูตผี
สิง
คนธรรมดาเจอเรื่องแบบนี้ ก็คงจะถูกภูตผีฆ่าตาย หรือไม่ก็
หาทางหาผู้ฝึกตนมาปราบ
ครอบครัวของหวังชวนก่อนหน้านี้เป็นเพียงครอบครัวที่ร ่ารวย
ธรรมดา ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับผู้ฝึกตนแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายเขา
กลับไม่ตาย แต่กลับหลอมรวมกับภูตผีโดยไม่คาดคิด เดินบน
เส้นทางของผู้ฝึกตน
เลี้ยงภูตด้วยกาย กลางวันภูตยืมร่างคน กลางคืนคนกลายร่าง
เป็นภูต
ตอนนี้ข้างนอกเป็นเวลากลางคืนพอดี วังใต้ดินแห่งนี้ก็เป็นสุสาน
ไอเย็นหนาแน่นเข้มข้น เป็นเวลาที่หวังชวนสามารถใช้พลังได้อย่าง
เต็มที่
ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาของหวังชวนเริ่มกลายเป็นหน้าภูตอย่าง
รวดเร็ว ผิวหนังกลายเป็นสีเทาขาวซีด ดวงตาก็เริ่มขาวขึ้น ร่างกายที่
ถูกไอเย็นห่อหุ้มก็ยืดออกไปยาวขึ้น มือก็งอกกรงเล็บแหลมคม
ออกมา
ร่างของหวังชวนบิดเบี้ยวในท่าที่ไม่ปกติ แขนขาทั้งสี่ข้างจับโซ่
มังกรไว้ ในชั่วพริบตาที่กระบี่สุริยันอักขระเดียวของกู้เฉิงพุ่งเข้ามา
เขาก็กระโดดออกไปทันที ความเร็วเร็วถึงขีดสุด
ลมเย็นพัดเข้ามาทันที ในชั่วพริบตานั้นกู้เฉิงเปลี่ยนจากแทงเป็น
ฟาด พลังปราณในร่างกายปะทุออกมาอีกสามส่วน วาดเป็นรูปพัดใน
กลางอากาศ
“ปัง”
เสียงดังสนั่น กู้เฉิงถูกกระแทกจนกระเด็นออกไป ตกลงบนโซ่
เส้นหนึ่ง
ส่วนหวังชวนก็พุ่งตรงมาที่กู้เฉิง ร่างกายกระโดดข้ามโซ่มังกรแต่
ละเส้นอย่างคล่องแคล่ว ประกอบกับแขนขาที่บิดเบี้ยวและยาวเหยียด
ของเขา ราวกับแมงมุมยักษ์ตัวหนึ่ง
ในชั่วพริบตาที่ลมเย็นพัดเข้ามา กู้เฉิงร่ายอาคมด้วยมือซ้าย
ผนึกสุวรรณสะกดมารพุ่งลงมาข้างหน้า หวังชวนก็ถูกกระแทกจนตก
ลงไปที่พื้นดัง “ปัง” เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่
แต่ตอนนี้หวังชวนที่กลายร่างเป็นภูตแล้วกลับเหมือนไม่มีอะไร
เกิดขึ้น ส่ายหัวไปมา ไอเย็นรอบตัวยิ่งหนาแน่นขึ้น ปีนขึ้นไปบนผนัง
หินไม่กี่ครั้ง ก็พุ่งเข้ามาสังหารกู้เฉิงต่อ
เมื่อครู่เพียงแค่ต่อสู้กันไม่กี่กระบวนท่า กู้เฉิงก็พอจะเดาฝีมือของ
อีกฝ่ายได้แล้ว
หลังจากที่อีกฝ่ายกลายร่างเป็นภูตแล้ว พลังก็เพิ่มขึ้นอย่างน่า
ตกใจ เทียบได้กับนักรบระดับเจ็ดที่ฝึกฝนกระดูกแล้ว เพียงแต่เขาไม่
มีปราณแท้จริง แม้แต่พลังปราณก็ไม่มี
และกู้เฉิงยังพบจุดอ่อนของหวังชวนอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ เขา
อาศัยสัญชาตญาณและประสบการณ์ในการต่อสู้ บนตัวเขาไม่มี
ร่องรอยของวิชายุทธ์แม้แต่น้อย
ในการต่อสู้กับนักรบระดับแปดทั่วไป ด้วยพลังของหวังชวนไม่
จำเป็นต้องใช้ทักษะอะไร
กรงเล็บภูตไม่กี่ครั้งก็สามารถฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ ได้แล้ว
แต่น่าเสียดาย กู้เฉิงไม่ใช่นักรบระดับแปดทั่วไป