จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 620 ขอบคุณหลี่มู
หลี่มู่จัดตั้งกองทุนเพื่อนํามาชดเชยให้กับผู้ตายและผู้เคราะห์ร้าย จากการล้างสังหารที่ถนนหนานเจีย นี่หมายความว่าอย่างไร?
เกิดมีใจเมตตาขึ้นมา?
ใจไม่สงบ? หรือจะบอกว่าสํานึกผิด เสียใจกับเรื่องที่ตนทําในอดีต? หรือจะบอกว่าจงใจแสดงละคร คิดจะล้างความผิดของตัวเอง? หลายคนมองไม่ออกไปในทันใด
แต่ว่า เนื่องจากหวาดเกรงต่อหลี่มู่ที่จัดการสยบคนที่ให้ร้ายเขาแต่ ละคนๆ อย่างโหดเหี้ยมก่อนหน้านี้ ดังนั้นตอนนี้บนกระดานสนทนา เทพวีรชน นอกจากคนที่แค้นเคืองต่อความไม่เป็นธรรมอย่างแท้จริงที่ ก่นด่าสาปแช่งหลี่มู่แล้ว น้อยที่จะมีคนเอ่ยปากตําหนิ เสียดสีเขา
แต่ผู้ฝึกฝนหลายคนในใจกลับยังคงเยาะหยัน ทําไม คิดจะใช้เงินซื้อใจคนอย่างนั้นรึ?
ช่างน่าหัวเราะยิ่งนัก
แน่นอน ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะกลัวจนไม่กล้าพูดจา
ผู้ฝึกฝนคนหนึ่งชื่อ ‘กระบี่ดับความมืด’ ยังคงเสียดสีต่อไปบน กระดานสนทนาเหตุการณ์เทพวีรชน
“เหอะๆ ถ้าใช้ผลึกเซียนก็สามารถลบล้างความผิดได้ ใช้ผลึกเซียน ก็สามารถซื้อชีวิตผู้คนได้ เช่นนั้นพวกเราร่วมกันลงขันซื้อชีวิตหลี่มู่ดี หรือไม่?”
คนคนนี้เป็นผู้นํา ‘ผู้ฝึกฝนอักษร’ ตัวเล็กๆ คนหนึ่งในเขตดารา เทพวีรชน ที่ผ่านมา บนกระดานสนทนาเขตดาราเทพวีรชนก็มีชื่อเสียง จากการใช้ภาษาที่คมคาย และภาพลักษณ์ที่กล้าหาญผดุงธรรมไม่เกรง กลัวต่อการคุกคาม เปิดเผยภาพลักษณ์อันอัปลักษณ์มากมายของเขต ดาราเทพวีรชน ถูกขนานนามว่า ‘ผู้กล้าอักษร’ ของ ‘ผู้ฝึกฝนอักษร’ ใน เขตดาราเทพวีรชน
ที่มาที่ไปของ ‘กระบี่ดับความมืด’ ลึกลับนัก น้อยคนที่จะรู้ตัวตนที่ แท้จริงของเขาในโลกความเป็นจริง ว่ากันว่าเสี่ยงภัยอันตรายมาหลาย ครั้งเพื่อช่วงชิงผลประโยชน์ให้กับผู้ฝึกฝนทั่วไป
ผู้ฝึกฝนมากมายนับถือคนผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง
แน่นอน ก็มีหลายสํานัก หลายพรรคที่เกลียดคนผู้นี้มาก
บนรายชื่อค่าหัวเขตดาราเทพวีรชน มีคนแอบลอบให้ค่าหัว มากมาย ต้องการหัวของคนผู้นี้ แต่คนคนนี้กลับยังมีชีวิตอยู่ อีกทั้งยังมี ชีวิตชีวาอยู่บนเครือข่ายเซียนอีกด้วย
ท่ามกลางคลื่นโจมตีจากทั้งวาจาและปากกาต่อหลี่มู่จากกระดาน สนทนาเหตุการณ์เทพวีรชนช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากพวก ‘เทพ สงครามอาทิตย์ทอง’ หลานอู๋อวี่ที่ออกมาเต้นเหยงๆ โดยพื้นฐานของ ผลประโยชน์และเพื่อความเด่นแล้ว ‘กระบี่ดับความมืด’ ก็เป็นหนึ่งใน กําลังหลัก
ตอนที่หลี่มู่ล้างแค้นอย่างกําเริบก็มีหลายคนเป็นห่วงความ ปลอดภัยของ ‘กระบี่ดับความมืด’
ในเมื่อในยุทธจักรห้วงดาราสมุทรอันมืดมิดนี้ คนที่กล้ากล่าวเพื่อ ความเป็นธรรมให้กับผู้ฝึกฝนระดับล่างมีไม่มากแล้ว
แต่ยังดี
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหา ‘กระบี่ดับความมืด’ ไม่เจอหรือเพราะเหตุผล อื่นๆ หลี่มู่เหมือนว่าตั้งแต่แรกเริ่มก็ไม่คิดจะแตะ ‘กระบี่ดับความมืด’ คนนี้
ต่อให้เป็นเช่นนี้ ‘กระบี่ดับความมืด’ ก็ยังคงไม่หยุดเสียดสีเยาะ เย้ยหลี่มู่
ครั้งนี้เขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งแล้ว
คําพูดยังคงรุนแรง ยังคงไม่ไว้หน้าหลี่มู่เลยแม้แต่น้อย
นอกจาก ‘กระบี่ดับความมืด’ แล้วก็ยังมีเฟิงหลิวเซิงเผ่าวายุ ปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน
“ใช่แล้ว หลี่มู่ไม่ได้ฆ่าข้า เขาเหมือนว่าจะใจกว้าง…แต่ว่าข้าไม่ได้ รู้สึกซาบซึ้งเพราะเหตุนี้หรอกนะ เขาเป็นปีศาจที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เอา แน่เอานอนไม่ได้ ทุกสิ่งที่เขาทําไม่ใช่เรื่องที่ผลึกเซียนจํานวนหนึ่งก็ลบ ล้างได้ ข้าหวังว่าสหายผู้เคราะห์ร้ายที่ถนนหนานเจียเหล่านั้นจะปฏิเสธ ผลึกเซียนที่ชุ่มไปด้วยเลือดจํานวนนี้ คิดหาวิธีทวงคืนความยุติธรรม ให้กับญาติพี่น้องต่อไป”
เฟิงหลิวเซิงไม่ได้เปลี่ยนจุดยืนของตัวเองเพราะรอดจากเคราะห์ มาได้
“เดินอยู่ใต้คมดาบของหลี่มู่มาคราหนึ่ง การฝึกฝนจากการคุกคาม ชีวิตความเป็นตาย ข้ายิ่งยืนหยัดในขีดจํากัดและปณิธานของตัวเอง ข้า จะไม่มีวันถูกความมืดและอํานาจคุกคามใดๆ โจมตีจนล้มลงเด็ดขาด”
ท่าทีของเฟิงหลิวเซิงเด็ดเดี่ยวเป็นที่สุด
นี่ทําให้หลายคนมองเด็กหนุ่มที่เดินมาจาก ‘เผ่าไร้ศักดิ์ศรี’ คนนี้ ใหม่
และคําพูดของ ‘กระบี่ดับความมืด’ และเฟิงหลิวเซิงก็สร้างเสียง ร้องประสานจากจุดลึกในใจของหลายๆ คน
ผู้ฝึกฝนระดับล่างไม่กล้าเอ่ยปากพูด แต่กล้าที่จะใช้วิธีอันเป็น ลักษณะพิเศษที่ดูแล้วต�าต้อยแต่ใช้ได้จริงมาสนับสนุนสองคนนี้
การแสดงที่ทําให้เห็นได้ชัดที่สุดคือ ในเวลาสั้นๆ ไม่ถึงหนึ่งวัน กระทู้ที่ทั้งสองเผยแพร่ลงบนกระดานสนทนา ยอดเข้าชมก็ล้านแล้ว และผู้ตบรางวัลที่ไม่ประสงค์ออกนามก็เป็นจํานวนเกินหนึ่งหมื่นแล้ว
นี่เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก
“ความยุติธรรมไม่มีวันหายไป”
‘กระบี่ดับความมืด’ ปรากฏตัวเผยแพร่กระทู้อีกครั้งอย่างลิงโลด
“ข้าสบายดี ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงข้า” เฟิงหลิวเซิงก็ซาบซึ้งยิ่งนัก
ทั้งสองเหมือนจะติดต่อกันอย่างลับๆ ตกลงข้อตกลงอะไรกันอย่าง หนึ่ง ร่วมกันประกาศว่าเงินรางวัลนิรนามที่ตนได้บริจาคเป็นยอดรวม
ห้าร้อยกว่าผลึกเซียนสีทอง ทั้งสองได้ร่วมสร้างกองทุนขึ้นมาเช่นกัน เพื่อปลอบขวัญญาติมิตรและครอบครัวของผู้ตายที่ถนนหนานเจีย
“นี่คือเงินสะอาดที่แท้จริง ผลึกเซียนผดุงความยุติธรรม”
‘กระบี่ดับความมืด’ ประกาศอย่างจริงจัง
“พวกเราหวังจะใช้เงินบริสุทธิ์เหล่านี้มาช่วยญาติมิตรของ ผู้เคราะห์ร้ายที่ถนนหนานเจีย ความคิดนี้เป็นความคิดของฆาตกรหลี่มู่ ไม่ผิด แต่เงินของพวกเราสะอาดกว่าของเขามากนัก”
เฟิงหลิวเซิงซาบซึ้งยิ่งนัก
เขารู้สึกว่าตัวเองหาความหมายและเป้าหมายในชีวิตมนุษย์เจอ แล้ว
กระดานสนทนาเหตุการณ์เทพวีรชนที่แต่เดิมตกอยู่ในสภาวะ ‘เงียบเป็นเป่าสาก’ เนื่องจากถูกหลี่มู่สังหารสยบ แต่หลังจากความ เคลื่อนไหวติดๆ กันชุดนี้ ในที่สุดก็เริ่มคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง
“มารดามันสิ ข้าทนต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ ต่อให้ต้องถูกไอ้ฆาตกร นั่นจัดการ ข้าก็จะพูด ข้าสนับสนุน ‘กระบี่ดับความมืด’ และเด็กหนุ่ม เผ่าวายุคนนี้”
“มาสิ หลี่มู่ ฆ่าสิ ข้าไม่กลัวตาย ข้าจะสาปแช่งเจ้าอย่างนี้แหละ”
“เดรัจฉานหลี่มู่”
“เจ้าทําลายร่างกายของข้าได้ แต่ดับขยี้ความยุติธรรมของโลกใบนี้ ไม่ได้”
“หลี่มู่ตายไวๆ”
เลือดร้อนในใจของผู้ฝึกฝนมากมายลุกไหม้ขึ้น ร้องบอกชื่อของตน สาปแช่งหลี่มู่บนกระดานสนทนา สนุบสนุน ‘กระบี่ดับความมืด’ และเฟิงหลิวเซิงอย่างออกหน้าออกตา
สภาพการณ์เช่นนี้ก็เหมือนกับทุ่งหญ้าแห้งแล้งผืนหนึ่งมีอุกาบาต เพลิงตกลงมา จากนั้นเผาไหม้หอบม้วนไปทั่วทั้งทุ่งหญ้าอย่างรวดเร็ว เหมือนว่าหยุดไม่ได้แล้ว
หลายคนคิดไม่ถึงว่า เมื่อเรื่องดําเนินไปจนถึงท้ายที่สุดจะ กลายเป็นเช่นนี้
และก็มีคนที่เคียดแค้นหลี่มู่บางคน แอบเย้ยหยันมีความสุข
สมน�าหน้า!
ดูสิเขาจะหาทางลงอย่างไร
เช่นนี้แล้ว ชื่อเสียงของ ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่ในห้วงดาราสมุทรแห่งนี้ก็ นับว่าพังทลายลงจริงๆ แล้ว
ตัวยังไม่ตาย แต่ชื่อเสียงป่นปี้
กระทั่งว่ามี ‘ผู้ฝึกฝนอักษร’ บางคนเรียกเหตุการณ์นี้เป็น กรณีศึกษาของกระดานสนทนาเครือข่ายเซียนเทพวีรชน
“ภายใต้การสยบจากดาบสังหารอาบเลือดของไอ้ฆาตกรนี่ ความ ยุติธรรมที่แท้จริงไม่ใช่แค่จะไม่ถูกทําลาย แต่กลับจะปรากฏขึ้นอย่างยิ่ง ถาโถม คลื่นใหญ่ซัดทราย คัดพวกไม่ประสงค์ดีแปลกประหลาดคอยยุ ยงปลุกปั่ นพวกนั้นทิ้งไป เลือกเอาคนที่ยืนหยัดผดุงธรมที่แท้จริงเอาไว้ บางทีพวกเราควรจะขอบคุณหลี่มู่ เป็นเขาที่ทําให้ผู้ฝึกฝนระดับล่างใน ห้วงดาราสมุทรร่วมมือกันอย่างแท้จริง จุดไฟที่วันข้างหน้าบางทีอาจจะ สาดแสงส่องสว่างไปทั่วทั้งห้วงดาราสมุทรขึ้นได้!”
‘ผู้ฝึกฝนอักษร’ ที่นับว่ามีชื่อคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นเพื่อความเป็นธรรม อย่างอดไม่ได้
“ใช่แล้ว ขอบคุณหลี่มู่” “ฮ่าๆๆ ข้าก็ต้องพูดเหมือนกัน ขอบคุณหลี่มู่” “ขอบคุณหลี่มู่”
“ใช่ๆๆ ขอบคุณหลี่มู่ ฮ่าๆๆ”
“ขอบคุณหลี่มู่…อืม นี่ไม่นับว่าเป็นคําก่นด่าสาปแช่งกระมัง? หลี่มู่ คงไม่มาไล่ฆ่าข้าหรอกกระมัง? กลัวจังเลยเนี่ย”
“ขอบคุณหลี่มู่”
บนกระดานสนทนาเหตุการณ์เทพวีรชนมีกระทู้ ‘ขอบคุณหลี่มู่’ ยกใหญ่ ใครต่างดูออกว่านี่ไม่ใช่การขอบคุณโดยแท้จริง แต่จงใจหยอก ล้อ แฝงด้วยรอยเสียดสี เป็นการหยอกล้อจงใจยั่วหลี่มู่
ผู้ฝึกฝนเหมือนหาทางระบายและทางออกขึ้นมาได้ในทันที ต่างใช้ ประโยค ‘ขอบคุณหลี่มู่’ ทิ้งความเห็นไว้บนกระดานสนทนาเหตุการณ์ เทพวีรชน
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม กระดานสนทนาหัวข้อเช่นนี้ก็เกินหลายหมื่น ดู ไปแล้วยิ่งใหญ่นัก
……
“คนทําชั่วอย่างไรก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน กระบี่ดับความมืดไม่มี ทางประนีประนอมเด็ดขาด และไม่มีทางถลําไปในความชั่วด้วย เช่นกัน”
ในห้องใต้ดินมืดมิด กลิ่นยาเสียดจมูกตลบอวล
ร่างสตรีอรชรร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะนั่ง ที่กระโปรงมีรอย เลือด ทั้งยังมีรอยแผล นางออกจากเครือข่ายเซียน ใบหน้าขาวซีดมี รอยยิ้มศักดิ์สิทธิ์จางๆ ปรากฏขึ้น
“ท่านพี่ ท่านทําไมจึงต้อง…” เด็กชายคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ อยากจะ พูดอะไรแต่ก็หยุดเอาไว้ “เขาเคยช่วย…”
“หุบปาก” หญิงสาวตวาดอย่างเข้มงวด “ลืมแล้วหรือว่าท่านพ่อ ท่านแม่ตายอย่างไร? หึ ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอย่างไร แต่จะทิ้งความยุติธรรม เพื่อบุญคุณส่วนตัวได้อย่างไร?”
……
ทุกคนต่างรู้สึกว่าหลี่มู่คราวนี้ชื่อเสียงวอดวายป่นปี้ จริงๆ แล้ว หลายร้อยปีมานี้ยังไม่มีใครชื่อเสียงฉาวโฉ่ได้ถึงขั้นนี้มาก่อนเลย
วิธีโหดเหี้ยมอํามหิตของหลี่มู่เมื่อช่วงก่อนหน้านี้สะกดเสียงบน กระดานสนทนาได้ช่วงสั้นๆ แต่เหมือนว่าสุดท้ายแล้วกลับเกิดผล ในทางตรงกันข้าม แต่เพราะกระแสตีกลับเช่นนี้กลับทําให้รุนแรงและ ซัดโหมหนักกว่าเดิม
นี่นับว่าขโมยไก่ไม่ได้ ซ�ายังเสียข้าวสารอีกกํามืออีกกระมัง?
……
เมืองพายุดารา
ชายหนุ่มแบกกระบี่ชุดดํา คิ้วตาคมคายยืนอยู่ข้างหน้าต่างในห้อง ชั้นเลิศของโรงเตี๊ยมหอเซียน สายตามองทิวทัศน์ไกลโพ้น คิ้วขมวด เล็กน้อย
“เกิดผลตรงกันข้ามรึ? ครั้งนี้เขาเหมือนว่าจะเจอปัญหาหนักเสีย แล้ว เขาจะใช้วิธีไหนมาจัดการกัน? ข้าสงสัยเหลือเกิน”
เขามาตามหาหลี่มู่
โดยเฉพาะหลังจากได้ยินว่าหลี่มู่อัดสุนัขโลกันต์สามหัวจนหมอบ จิตต่อสู้ในใจเขาก็ยิ่งลุกโชน แต่เมื่อมาถึง หลี่มู่ก็จากไปแล้ว ไม่รู้ว่าไปที่ ใด
……
“อวดฉลาดแต่สุดท้ายกลับแสดงความโง่ออกมา” เด็กสาวผู้งามงด ยืนมองหมู่เมฆอยู่ข้างกราบเรือ
เด็กสาวที่สูงยังไม่ถึงดาบโค้งข้างๆ ออกจากเครือข่ายเซียนมา เสียง ‘ขอบคุณหลี่มู่’ แบบต่างๆ ที่ดังมาจากกระดานสนทนา ทําให้นาง เอ่ยอย่างโมโหเดือดดาล “คนพวกนี้ช่างน่ารังเกียจจริงๆ”
“เจ้าไม่ตื้นตันกับความกระตือรือล้นของพวกเขาที่ยึดมั่นต่อความ ถูกต้องและความยุติธรรมรึ?” พี่สาวผู้งดงามก้มหน้ามองน้องสาวของ ตน “เจ้าไม่ได้พูดว่า ดาบในมือของตนจะนํามาทําลายสิ่งชั่วร้ายในห้วง ดาราสมุทร คืนโลกที่สดใสสวยงามมาตลอดหรอกหรือ? คนพวกนั้นก็ กําลังทําเรื่องเหมือนกับเจ้าอยู่นะ”
โลลิน้อยเด็กแก่แดด ส่ายหน้าอย่างคนแก่ “ข้าไม่เหมือนกับพวก เขา พวกเขาล้วนเป็นคนโง่ ส่วนข้านั้นมองทะลุหมอกเมฆ”
“เชื่อในตัวเขาขนาดนั้นเลย?”
“นั่นแน่นอน เคยพบวิถีดาบของเขาก็รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น วิถีดาบไม่มีทางหลอกลวง”
พี่สาวได้ยินคําพูดประโยคนี้ก็ไม่พูดอะไรอีก
ใช่แล้ว วิถีดาบเหมือนคุณธรรมของคนคนนั้น
ในการต่อสู้ที่สุสานเทพ คนที่แทบจะร่างแหลกสลาย สู้ตายไม่ถอย แผ่นหลังเหยียดตรงกว่าผู้ใดในโลก เพื่อปกป้องสหายของตนและคนรัก ยอมตายไม่ยอมถอย แม้ต้องเผชิญกับจักรพรรดิเซียนก็ตาม
คนแบบนี้จะไปล้างสังหารผู้บริสุทธิ์พวกนั้นที่ถนนหนานเจียรึ?
นางไม่อาจเป็นเหมือนน้องสาวที่เชื่อมั่นหลี่มู่แบบนั้น แต่ก็ค่อนข้าง สงสัย
ในตอนนี้เอง โลลิน้อยที่อยู่ข้างๆ ก็พลันร้องอย่างตื่นเต้นขึ้นมา
“ท่านพี่ เร็วเข้า บนกระดานสนทนามีข้อมูลใหม่แล้ว ครั้งนี้ทาง เครือข่ายเซียนออกมาประกาศถึงความจริงการล้างสังหารที่ถนนหนาน เจีย…”
นางตื่นเต้นเหมือนกับได้รับดาบเล่มแรกในชีวิตเมื่อแปดปีก่อนนี้
……………………………………………………