จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 621 กายทองแห่งศีลธรรม
เครือข่ายเซียนบางครั้งก็มีการประกาศข่าวสารทางการบน กระดานสนทนาออกมา ส่วนใหญ่จะเพื่อคุ้มครองรักษาระเบียบของ เครือข่ายเซียน หรือเพื่อแถลงการณ์เรื่องบางเรื่อง เช่นการอธิบายโทษ หรือรางวัลเป็นต้น
ข่าวสารประเภทนี้ มีทั้งที่เกี่ยวข้องกับตัวเครือข่ายเซียนเอง และมี ทั้งเกี่ยวข้องกับคนอื่นด้วย
ครั้งนี้ ทางการเครือข่ายเซียนได้ประกาศข่าวสารบนกระดาน สนทนาวายุเมฆาเทพวีรชน เป็นภาพบันทึกกระจกวารีช่วงหนึ่ง
ทั้งหมดเปิดกว้างสิทธิ์การอ่าน
หัวข้อกระทู้มีเพียงแค่สองคํา…
‘ความจริง’!
กระทู้ที่ทางการเป็นผู้ประกาศ ปกติจะอยู่ในตําแหน่งที่เห็นได้ ชัดเจน และจะมีการใช้สีและอักษรที่พิเศษกํากับ ดังนั้นผู้บําเพ็ญ มากมายเมื่อเข้ามาในกระดานสนทนาเครือข่ายเซียนแล้ว จะมองเห็น
กระทู้ข่าวสารนี้ได้เป็นอันดับแรกจากกระทู้อันมากมายมหาศาลเหมือน มหาสมุทร
เมื่อเปิดอ่านข้อความนี้ ก็ปรากฏภาพวิชากระจกวารีลอยขึ้นมา ทันที
เป็นภาพที่ถูกถ่ายทําด้วยมุมมองบุคคลที่สาม มุมกล้องประหลาด มาก แต่มองผ่านม่านสายฝนอันพร่าเลือนไปจะพบว่า เป็นภาพขั้นตอน การสังหารที่ถนนด้านใต้จริงๆ
ร้านค้าทีละร้านๆ ถูกโจมตี ผู้บริสุทธิ์ที่กําลังหลับลึกในร้านถูก สังหาร และยังมีภาพเจ้าของร้านที่ตอบโต้ ไล่ตามออกมา ทว่ากลับถูก บั่นศีรษะหลุดไปในพริบตา…
คนมากมายนอนตายตาไม่หลับ
มีหญิงสาววัยสะพรั่งในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่นพุ่งออกมาจากในบ้าน ทว่าท้ายสุดถูกลากกลับเข้าไป เสียงที่น่าเวทนาและสิ้นหวังลอดผ่าน ม่านหมอกจนได้ยินอย่างชัดเจน
มีทารกทูกทิ้งลงมาจากด้านบน ถูกสังหารด้วยมีดและกระบี่
ภาพวิชากระจกวารีท่อนนี้ สั้นๆ เพียงไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ภาพ เหตุการณ์ค่อนข้างเลือนราง การจับภาพอยู่ในระดับไม่ชํานาญ แต่พลัง
ของคนที่ใช้วิชากระจกวารีนี้ควรจะแกร่งพอควร ดังนั้นจึงสามารถ บันทึกขั้นตอนได้ชัดเจนครบถ้วน
ผู้ฝึกตนทั้งหมดรู้สึกตกตะลึง
ตกตะลึงอย่างรุนแรง
ที่พวกเขาตกตะลึง ไม่ใช่เพราะมองเห็นขั้นตอนการสังหาร แต่ เพราะพวกเขาพบว่า ผู้ที่ทําการสังหารไม่ใช่มารคลั่งสังหารหลี่มุ่ที่เล่า ลือกัน แต่เป็น…
ร่างเงาในชุดศิษย์สํานักวังประสานฟ้า
คนของวังประสานฟ้า?
คนที่เห็นภาพกระจกวารีท่อนนี้ ล้วนสูญสิ้นพลังในการพิจารณาลง อย่างหมดจด
เกิดอะไรขึ้น?
และแทบจะในเวลาเดียวกัน ‘ถูกบีบให้เลี้ยงหมู’ ก็ได้เผยแพร่ ข่าวสารแบบเดียวกันบนกระดานสนทนา ทว่า ครั้งนี้ไม่เหมือนกับก่อน หน้าอย่างสิ้นเชิง ไม่มีหัวข้อดึงดูดสายตา และไม่มีการตั้งค่าเก็บ ค่าใช้จ่ายสิทธิ์เข้าชม แต่เปิดให้เข้าชมสาธารณะไม่คิดค่าใช้จ่าย
เนื้อหาไม่มีอักษรใดๆ ไม่มีคําอธิบายพิเศษ มีเพียงภาพวิชากระจกวารีที่เหมือนกับของทางการเครือข่ายเซียน คนมากมายเมื่อดูแล้ว ได้ปิดออกมา หลังจากนั้นได้เข้าไปดูข่าวสารของทางการเครือข่ายเซียน ดูอีกครู่ จากนั้นจึงปิดออกมา
แล้วกลับไปดูยังข่าวสารของหลี่มู่ เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน
เหล่าผู้ฝึกตนที่เดิมทียังคอยประชดประชันหลี่มู่ ส่งข้อความใน กระทู้ ‘ขอบคุณหลี่มู่’ อย่างต่อเนื่อง ในตอนนี้เงียบกันเป็นเป่าสาก
คนมากมายล้วนตกอยู่ในสภาพมึนงงอย่างสูญเสียความสามารถ ในการคิดไป
หรือว่าสํานักวังประสานฟ้าจะเป็นผู้ก่อเหตุสังหารที่ถนนทางใต้ จากนั้นโยนความผิดให้หลี่มู่?
นี่มันเล่นหนักเกินไปแล้ว ถ้าเช่นนั้นก่อนหน้านี้คืออะไรกันล่ะ
“คงไม่ใช่ของทําปลอมหรอกนะ?”
มีผู้ฝึกตนแสดงความสงสัย
วิชากระจกวารีบันทึกภาพเป็นวิชาเต๋าที่ค่อนข้างธรรมดา ไม่ถือว่า เป็นสิ่งที่มีแก่นแท้พิเศษอะไร ผู้บําเพ็ญขั้นสามัญจนไปถึงขั้นแปลงก็ ล้วนใช้กันได้
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีวิชาลับบางส่วน สามารถลอกเลียนแบบภาพ บันทึกของวิชาวารีได้ มีผู้ฝึกตนบางส่วนถึงกระทั่งศึกษาค้นคว้าวิชา กระจกวารี ใช้ความรอบรู้วิชากระจกวารีในการใช้ชีวิต
ฟังแล้วก็เหมือนกับการถ่ายทําภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์บน ดาวโลก
ก็เลยมีผู้ฝึกตนที่เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งโผล่ออกมา ทําการแกะและ ตรวจสอบความเป็นจริงของภาพกระจกวารีทั้งสองตอนนี้ คิดจะหา ร่องรอยการทําปลอมบางส่วนออกมา
ทว่าท้ายสุดก็ประกาศออกมาอย่างห่อเหี่ยว ภาพกระจกวารีทั้ง สองท่อนไม่ได้มีการดัดแปลงแก้ไขแต่อย่างใด อย่างน้อยด้วยระดับและ พลังบําเพ็ญของพวกเขา ก็มองไม่ออกถึงรอยรั่วด้านใน
และในตอนนี้ คนบางส่วนก็ได้พูดขึ้นมาบ้าง
“ภาพบันทึกกระจกวารีที่ทางการเครือข่ายเซียนแสดงออกมา จะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดแล้ว ไม่มีทางมีจุดที่ปลอมแปลง ได้ นี่เห็นได้ชัดว่าเป็นการหยิบยืมอํานาจและบารมีของเครือข่ายเซียน มาเป็นจุดยืนให้กับ ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่ ดังนั้น….”
ดังนั้นอะไร?
ดังนั้นความจริงของเรื่องนี้ ได้พลิกกลับตาลปัตรในพริบตาเสียแล้ว
คนมากมายเงียบงันลงโดยสมบูรณ์
การวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นาๆ ถึงความจริงเท็จของภาพบันทึก กระจกวารี ค่อยๆ เงียบสงบลง เป็นเหมือนทองคําที่ไม่กลัวไฟหลอม สัจ ธรรมยิ่งโต้เถียงยิ่งชัดเจน ข้อซักถามเดิมทีที่คนมากมายสงสัย จุดพิรุธ แม้จะเล็กน้อยที่คนมากมายแทบจะใช้ท่าทีอันโหดร้ายเข้าเสาะหา ทว่า ก็หาไม่พบ
ดังนั้น ภาพบันทึกจึงเป็นของจริง
และจากการพองฟูของเรื่องราว คนบางส่วนก็พบสิ่งต่างๆ มากขึ้น
“ข้ารู้สึกคนที่สังหารเจ้าของร้านคนนั้น เป็นศิษย์ของวังประสาน ฟ้า ชื่อว่าเหอเสียง ไม่ใช่ตัวปลอมแน่นอน…”
“ไม่ใช่แค่เหอเสียงเท่านั้น ยังมีอีกหลายคนที่ล้วนเป็นศิษย์วัง ประสานฟ้า มีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ นี่ไม่ใช่ตัวปลอมแน่นอน”
“แล้วก็มู่ซุ่น พวกเจ้าเห็นไหม? ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดของเรือเหาะ คอยสั่งการให้สังหารคน เป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบเมืองพายุดาราของวัง ประสานฟ้า ผุ้ดูแลโรงเตี๊ยมศาลาเซียน”
“ยังมีผุ้อาวุโสนอกสํานักวังประสานฟ้าอีกหลายคน….”
“นั่นคือหน่วยคุ้มกฎของวังประสานฟ้า”
ข้อมูลและหลักฐานที่มากขึ้นเรื่อยๆ ถูกคนขุดคุ้ยออกมาจากภาพ บันทึกกระจกวารีนี้ และยิ่งตกตะลึงต่อสิ่งที่เห็น ราวกับสิ่งที่อยู่ใต้มุม ภูเขาน�าแข็งถูกขุดขึ้นมา
เมื่อเป็นเช่นนี้ หลักฐานถูกตีแผ่ความจริงออกมาแล้ว
ไม่มีใครสามารถปลอมแปลงได้ระดับนี้
แล้วในคืนนั้นฝนก็ตกจริงๆ ยิ่งไปกว่นั้นยังเป็นฝนกระหน�าที่ไม่ ค่อยได้พบเห็น หลังจากคืนนั้น ถนนทางใต้ของเมืองพายุดาราก็ไม่มีฝน ตกมาอีก ยิ่งไม่มีผู้ฝึกตนคนไหนใช้วิชาเต๋าเรียกฝนได้…ไม่ว่าจะมอง จากด้านไหน ก็ไม่มีจุดพิรุธเลย
“ข้าคิดว่า พวกเราควรจะขอโทษต่อหลี่มู่”
ในที่สุดก็มีคนพูดเช่นนี้ขึ้นมาคนแรก
การขอโทษมันแสนยากลําบาก
โดยเฉพาะในสถานการณ์และฉากหลังใหญ่โตเช่นนี้ การขอโทษยิ่ง ยากขึ้นไปอีก
“ขออภัยท่านหลี่มู่”
ผุ้ฝึกตนที่ประชดถากถางหลี่มู่ก่อนหน้า ก้มหน้าลงด้วยความอับ อายขายหน้า
ไม่เหมือนกับคนที่ถมดําให้ยิ่งดําก่อนหน้านี้เลย ผู้ฝึกตนที่ประชด ถากถางหลี่มู่บนกระดานสนทนาในวันสองวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นพวกที่เอ่ย ปากพูดเพราะเคืองแค้นต่อความไม่เป็นธรรมและเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง ตอน ที่พวกเขาพบว่าตนเองมองหลี่มู่ผิดไป ความละอายและรู้สึกผิดในใจมัน ช่างยากที่จะเอื้อนเอ่ย
พวกเขายอมรับผิดแล้วจริงๆ
และท่ามกลางคลื่นคําขอโทษนี้ ‘กระบี่ดับความมืด’ ที่นิ่งเงียบมา ตลอดในที่สุดก็ปรากฏออกมา
ใครก็มองออก ว่าอารมณ์ของเคร่งขรึมอย่างมาก เขียนตอบกระทู้ เพื่อขอโทษออกมาเพียงสั้นๆ สามคําประโยคเดียว….
“ขออภัย” สามารถตรวจสอบจากประวัติได้ ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ ‘กระบี่ดับ ความมืด’ เอ่ยคําขอโทษออกมาจากการวิจารณ์และการโจมตีของ ตนเองก่อนหน้า ผู้บําเพ็ญมากมายที่เข้าใจ ‘กระบี่ดับความมืด’ ล้วนมองออก ว่า สามคํานี้สําหรับเขาแล้วเป็นความยากเย็นขนาดไหน และเฟิงหลิวเซิงเผ่าวายุที่ยืนอยู่ฝั่ งเดียวกับ ‘กระบี่ดับความมืด’ มาโดยตลอด ก็ลุกขึ้นเปล่งเสียงหลังจากที่นิ่งเงียบไปนานแสนนาน… “ข้าผิดไปแล้ว” ครั้งแรกที่พูดประณามหลี่มู่ดุเดือดมากเท่าไร ความละอายในใจ ตอนนี้ก็ดุเดือดเฉกเช่นกัน ความคิดของผุ้ฝึกตนทั้งหมดหมุนกลับมาในทันที รู้สึกขึ้นมา ในทันทีว่าความไม่เป็นธรรมที่หลี่มู่แบกไว้ อยู่ในระดับที่สวรรค์ยังต้อง ตะลึงจริงๆ มากล้นจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่คนปกติคนหนึ่งจะรับได้เลย ทําไมเขาจึงไม่อธิบายมาตั้งแต่ตอนแรก? หรือว่าตอนแรกสุด หลี่มู่ยังหาภาพบันทึกวิชากระจกวารีนี้ไม่เจอ?
จะว่าไป ถ้าหากไม่มีภาพบันทึกนี้ ไม่ว่าหลี่มุ่จะพูดอะไร น่ากลัวว่า คงจะไม่มีใครเชื่อว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์และถูกใส่ร้ายแน่นอน
เพราะตั้งแต่ตอนแรก ท่าทีของทั้งเขตดาราเทพวีรชนที่มีต่อหลี่มุ่ เท่ากับไม่ใช่มิตร ขณะที่หลี่มุ่ยังไม่ออกจากดาวเสินโจว หลายสํานัก ใหญ่วาดภาพหลี่มู่ว่าเป็นคนบ้าโรคจิตไล่สังหารคนที่มาจากโลกอันต�า ต้อย และต่อมาพอหลี่มู่เหยียบย่างสู่ทางช้างเผือก ทุกสิ่งที่ทําก็ล้วนเต็ม ไปด้วยการสังหารและคําวิพากษ์วิจารณ์
ตั้งแต่แรก เหล่าผุ้บําเพ็ญในเขตดาราเทพวีรชน ได้ใส่แว่นตามีสี ปฏิบัติต่อหลี่มุ่ อคติเช่นนี้ ได้ซึมเขาสู่ไขกระดูกพวกเขาอย่างไม่รู้เนื้อรุ้ ตัว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ คําพูดของหลี่มู่ หรือคําพูดของเพื่อนหลี่มู่ ใครเล่าจะไปเชื่อ?
“ข้าเป็นคนที่ผ่านเหตุการณ์สังหารในเมืองทองคํามา จริงๆ แล้ว เรื่องราวในวันนั้น ไม่เหมือนกับการประกาศของสํานักอาทิตย์ทอง ที่ เจอมาเป็นเช่นนี้…” ผู้ฝึกตนไม่ประสงค์ออกนามคนหนึ่งเอ่ยเรื่องที่ผ่าน มาแล้วขึ้น จากนั้นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเสียรอบหนึ่ง
“หลี่มู่ช่วยเหลือผู้ฝึกตนที่ต้องการความช่วยเหลือ สังหารพวก ละโมบไร้ยางอาย เขาเป็นคนดีคนหนึ่ง” ผู้ฝึกตนไม่ประสงค์ออกนาม คนนี้เอ่ยขึ้นท้ายสุด
ผู้ฝึกตนมากมายตอนนี้ก็พบว่า ที่แท้ในช่วงเวลาหนึ่งที่ผ่านมาก็ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครที่ช่วยพูดให้หลี่มู่ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งเมืองทองคํา บางส่วนก็เคยมาเขียนตอบกระทู้ ทว่ากลับถูกคลื่นวิจารณ์หลี่มู่กลบ หายไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนั้น ใครที่พูดช่วยหลี่มู่ถือว่า ‘เป็นผีรับใช้ให้กับพยัคฆ์’ และ ถูกดาวน�าลายกลืนกินตายไปในทันที กระทู้ยิบๆ ย่อยๆ เหล่านี้มักจะถูก ถมกลืนหายไปเสมอ
ละอาย
รู้สึกผิด
นี่คือการพรรณนาในใจของเหล่าผู้ฝึกตนมากมายที่มีความ ยุติธรรมอยุ่ในใจ
พวกเขารู้สึกละอายใจเหลือคณา เกลียดตนเองที่มีตาไม่มีแวว ใส่ ร้ายคนดีดีลงไปได้
ตอนนี้พอหันกลับไปสะสางให้เรียบร้อยดูจึงพบว่า การที่หลี่มู่หยิบ เอาผลึกเซียนทองคําออกมาจัดตั้งกองทุนเพื่อผู้เคราะห์ร้ายเหตุการณ์ ล้างสังหารที่ถนนด้านใต้มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน
ผลึกเซียนเหล่านี้ เป็นสิ่งที่หลี่มู่ใช้พลังใช้ดาบใช้หอกของตนเองหา มา พูดได้ว่าเป็นการได้มาด้วยความมุมานะ เงินที่ได้จากหยดเลือด หยาดเหงื่อ ได้รับความไม่เป็นธรรมขนาดนั้น ถูกญาติของผู้เคราะห์ร้าย ใช้คําพูดสาปแช่งด่าทอขนาดนั้น แต่เขาก็ยังคงหยิบเงินก้อนโตออกมา เช่นนี้ ต่อให้เป็นเทวะก็คงไม่ขนาดนี้กระมัง?
และพวกเขากลับใส่ร้ายประณามเทวะที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ไปได้?
ความรู้สึกละอายในใจของคนมากมาย ราวกับเป็นน�าป่าไหลหลาก ดูดกลืนตนเองจนจมหาย
ต่อให้เป็นคนที่ในใจยังรุ้สึกขัดต่อตัวตนนักโทษผู้ผิดบาปของหลี่มู่ ก็ยังถูกทําให้สั่นสะเทือน อดยอมรับไม่ได้ ว่าชายหนุ่มที่มาจากโลกเบื้อง ล่าง บ้าบิ่นบ้าคลั่ง อาจจะมีข้อเสียอยู่บ้างในด้านอื่น แต่สําหรับเรื่องนี้ เป็นการแสดงออกถึงอุปนิสัยที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
ถึงที่สุดแล้ว
“ขออภัยท่านหลี่มู่” มีคนเขียนตอบกระทู้เช่นนี้อย่างต่อเนื่องไม่หยุด “ขอบคุณท่านหลี่มู่”
และมีคนนําเอาคําประชด คําเย้ยหยัน คําขยะแขยงที่พูดกับหลี่มู่ ก่อนหน้า แก้ไขแล้วเขียนเสียใหม่ ทว่าต่อให้เป็นคนโง่ก็ยังมองออก ครั้ง นี้ ห้าอักษรที่เหมือนกันนี้ แสดงถึงความหมายที่แตกต่างกันออกมา
ครั้งนี้คือความจริงใจ ความนับมือ ความซาบซึ้ง และเป็นการ สารภาพผิด
จําไม่ได้ว่านานเท่าไรแล้ว ที่ไม่มีใครที่จะเป็นได้เหมือนหลี่มู่ ผู้ที่ เต็มไปด้วยอารมณ์ขัดแย้งในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เวลาเดียวกันได้รับการ ใส่ร้ายป้ายสี จากนั้นจึงได้รับการยกย่องและการยอมรับขนานใหญ่ กลับมา
ผู้ที่สร้างความแตกต่างที่ทําให้คนที่พบเห็นตกตะลึงได้เช่นนี้ คือ จอมยุทธดาบที่บ้าคลั่งแต่เต็มไปด้วยคุณธรรม เหมือนเป็นกายทองแห่ง ศีลธรรมที่ตระหง่านขึ้นท่ามกลางเขตดาราเทพวีรชนอย่างไรอย่างนั้น
ต่อจากนี้ ใครที่กล้าใส่ร้ายหลี่มู่ ก็คงจะถูกคนแทงเข้าที่กระดูกสัน หลังแน่
แน่นอนว่าเรื่องราวยังไม่จบ
‘กระบี่ดับความมืด’ ที่นิ่งเงียบไปนานได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง ทางการ เครือข่ายเซียนก็ได้เอ่ยขึ้นอีกเช่นกัน ส่งผลให้เรื่องราวขึ้นจุดสูงสุดอีก จุดหนึ่ง เหล่าผู้ฝึกตนที่กําลังทอดถอนถึงความยิ่งใหญ่ของหลี่มุ่ได้เริ่ม
คิดพิจารณา ว่าจะชดเชยให้กับหลี่มู่อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น…จะให้ ฆาตกรที่แท้จริง…เจ้าพวกจอมเชือดวังประสานฟ้าชดใช้ออกมาอย่างไร ……………………………………….