จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 624 เซียนทั้งสอง
ภูเขาเทพกระดูกเป็นทิวเขาสีขาวขนาดมหึมา ยอดเขาน้อยใหญ่ หลายพันยอด ในนั้นมียอดเขาหลักหลายสิบยอดที่ล้วนสูงถึงยี่สิบลี้ ยอด เขาประหลาดตั้งตระหง่าน ถ�าเขามากมาย ในภูเขาส่วนมากกลวง ลักษณะทางภูมิศาสตร์เส้นทางของภูเขาแปลกประหลาด ไม่มีกฎเกณฑ์ อะไร
ทิวเขาสีขาวผืนนี้อยู่บนผืนดินสีดํามืดในอาณาบริเวณหลายหมื่นลี้ ก็ช่างสะดุดตานัก ว่ากันว่าทิวเขาแห่งนี้เป็นกระดูกทับถมขึ้นมา นานวัน ไปกระดูกก็แข็งดั่งหินผา เกิดเป็นทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์
เล่ากันว่าภูเขาแห่งนี้เป็นกระดูกของผู้สูงส่งโครงกระดูกที่พลังฝึก ตนสูงส่งเป็นอย่างยิ่งผู้หนึ่ง ทว่าทะลวงเทพมารไม่สําเร็จ แปรเปลี่ยนมา หลังจากที่เผชิญกับเคราะห์สวรรค์ร่างกายแตกดับ ภูเขาสีขาวหลายพัน ลี้แห่งนี้เป็นกระดูกของผู้สูงส่งโครงกระดูก
แต่ว่าข้อเท็จจริงของเรื่องเล่านี้ส่วนมากแล้วเชื่อไม่ได้
ก่อนที่ราชาภูตคนใหม่จะผงาดขึ้น ในเขาเทพกระดูกมีขั้วอํานาจ ใหญ่ครอบครองอยู่ ในขณะเดียวกันก็มีสํานักวิญญาณเล็กใหญ่หลาย สิบสํานักตั้งอยู่ วิชาแตกต่างกันไป ถึงแม้จะไม่ใช่ขั้วอํานาจอันดับหนึ่ง
แต่ก็นับว่าเป็นสํานัก พรรคที่สลับซับซ้อน ทั้งยังมีผู้ฝึกฝนไร้สังกัดที่เป็น ประเภทผีคนจริงไม่แสดงตนบางตน ก็เป็นผีที่ยากจะล่วงเกินได้ ดังนั้น หลายพันปีที่ผ่านมา ไม่มีสํานักวิญญาณใดที่สามารถรวบรวมภูเขาเทพ กระดูกได้สําเร็จโดยสมบูรณ์เลย
แต่จากการที่ยอดอัจฉริยะทั้งสองแห่งผู้ฝึกฝนวิญญาณปรากฏขึ้น ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป
ในระยะเวลาสั้นๆ สี่ห้าปีก็ผงาดขึ้นอย่างรวดเร็ว กําราบสํานัก พรรคต่างๆ ในภูเขาเทพกระดูก สังหารผู้ฝึกฝนวิญญาณไร้สังกัดไปไม่รู้ ต่อเท่าไหร่ บังคับรวบรวมเทือกเขาแห่งนี้ให้เป็นหนึ่ง สังหารจนได้ ชื่อเสียงบารมี ใช้ชื่อ ‘ภูเขาเทพกระดูก’ สามคํานี้ก่อตั้งสํานักวิญญาณ ‘ภูเขาเทพกระดูก’
ที่มาที่ไปของผู้ฝึกฝนทั้งสองลึกลับนัก ไม่มีอาจารย์ มรดกอะไรเป็น พิเศษ ว่ากันว่าวิญญาณเร่ร่อนทั้งสองแข็งแกร่งเพียงชั่วข้ามคืนเป็น หนึ่งชาย หนึ่งหญิง เมื่อยามมีชีวิตเป็นคู่สามีภรรยา ตายเป็นผีพร้อมกัน ล่องลอยมาจนถึงที่นี่ บังเอิญได้โอกาสและก้าวเข้าสู่ยุทธจักรผู้ แข็งแกร่งฝึกฝนวิญญาณนับแต่นั้น กลายเป็นผู้แข็งแกร่งในดินแดน หนึ่ง
ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่หลี่มู่สืบถามมาตลอดทาง
หลี่มู่ตระหนักได้ว่า หากเรื่องเล่าไม่ผิดแล้วล่ะก็ ก็เป็นการบอกว่า ราชาภูตแห่งภูเขาเทพกระดูกคู่นี้กุมวิชาฝึกวิญญาณเลิศล�าสูงส่งเอาไว้ ถึงได้เป็นผู้แข็งแกร่งเพียงในช่วงเวลาสั้นๆ
เขาสนใจในวิชาฝึกวิญญาณที่อาจจะมีอยู่วิชานี้มาก
“เป็นวิชานี้แหละ”
รูปลักษณ์แปลงโฉมเป็นผีของเขาไม่มีผีตนไหนจับได้ ซ�าเมื่อทํา ความเข้าใจโลกใบนี้แล้วยังเริ่มกลมกลืนไปในเหล่าผู้ฝึกฝนวิญญาณอีก ด้วย
ตอนนี้หลี่มู่ยืนอยู่บริเวณรอบนอกภูเขาเทพกระดูก
เขาเงยหน้ามองเทือกเขาแห่งนี้ ความรู้สึกถึงเวลาอันยาวนานผัน แปรปะทะหน้ามา
นอกจากผู้ฝึกฝนในโลกใบนี้ที่ล้วนอยู่ในสภาวะวิญญาณแล้ว อื่นๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับโลกผู้มีชีวิตเท่าไหร่ เหล่าผู้ฝึกฝนวิญญาณต่างมีความ ปรารถนาทั่วไปอย่างปุถุชน อีกทั้งยังต้องกินอาหาร——โลกใบนี้มีน�าอัน น่าอัศจรรย์ชนิดหนึ่ง กล่าวกันว่าไหลมามาจากน�าพุเหลืองในปรโลก ทุกครั้งที่ผู้ฝึกฝนดื่มก็สามารถผลักดันพลังได้เป็นระยะเวลาแตกต่างกัน ไป
หลี่มู่รับน�าชนิดนี้เอาไว้ แต่ไม่ได้ดื่ม
เพราะในน�าชนิดนี้แฝงด้วยพลังที่แปลกประหลาดยิ่ง สําหรับผู้ ฝึกฝนวิญญาณครึ่งเป็นครึ่งตายแล้วสามารถผลักดันสภาวะพลังงาน แต่สําหรับผู้มีชีวิตแล้วผลของมันยากจะคาดเดา เขาไม่อยากเสี่ยง แต่ก็ เก็บเอาไว้เล็กน้อย เพื่อเอามาศึกษาค้นคว้า
พลังในน�าชนิดนี้ทําให้หลี่มู่คิดเชื่อมไปถึงกลิ่นอายผลึกหินต้น กําเนิดที่สัมผัสได้ที่แผงลอยหินต้นกําเนิดในตอนที่สกัดหินตอนนั้น แทบจะเหมือนกันเป๊ะๆ
ผลึกหินต้นกําเนิดระดับเทวะก้อนนั้นสกัดศิษย์พี่รองออกมาได้ ภายหลังพลังครึ่งเป็นครึ่งตายแปลกประหลาดกลุ่มนั้นก็หายไป คิดไป ถึงท่าทีแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่งจนเกือบแสดงตัวตนที่แท้จริง ออกมาตอนที่อยู่ที่ ‘ฝั่ งแห่งคนเป็น’ นอกดาวร้อยภูตของศิษย์พี่รอง หลี่มู่รู้สึกว่าศิษย์พี่รองอาจจะรู้ต้นกําเนิดหรือไม่ก็วิธีใช้ของพลังชนิดนี้
ดังนั้นหลี่มู่จึงเก็บน�าแปลกประหลาดชนิดนี้เอาไว้ เก็บไว้วันหลัง ค่อยศึกษาค้นคว้า
สิ่งที่เขาขบคิดในตอนนี้คือจะเข้าไปยังภูเขาเทพกระดูก ลองหา วิชาฝึกวิญญาณระดับค่อนข้างสูงอย่างไร
ด้วยพลังฝึกตนของหลี่มู่ในตอนนี้ใช้พลังแย่งวิชาฝึกฝนมาเป็น หนทางหนึ่งที่สามารถทําได้ ผู้แข็งแกร่งราชาภูตก็ไม่แน่ว่าจะเอาชนะห ลี่มู่ได้ แต่สุดท้ายหลี่มู่ก็ทิ้งความคิดนี้ไป
เพราะที่นี่คือดาวร้อยภูต เป็นดินแดนแห่งคนตาย
หากระหว่างชิงวิชาฝึกฝน เปิดเผยตัวตนคนเป็นออกมา เกรงว่าถึง ตอนนั้นจะต้องเผชิญกับการเป็นปฏิปักษ์จากผู้ฝึกวิญญาณทั้งหมด ดาว ดวงนี้แปลกประหลาดนัก หลี่มู่ไม่กล้าประมาท
“ต้องคิดหาวิธีอื่นแล้ว”
หลี่มู่ครุ่นคิดในใจ
หนึ่งวันหลังจากนั้น หลี่มู่ก็สืบข่าวได้ข่าวหนึ่ง
“ภูเขาเทพกระดูกกําลังเปิดรับลูกศิษย์ ขอแค่เป็นพลังฝึกตนดวง จิตก็สามารถฝากตัวเป็นศิษย์ ได้รับทรัพยากรฝึกฝนและวิชา”
ข่าวหนึ่งแพร่ไปในวงผู้ฝึกฝนวิญญาณที่อยู่รอบๆ ภูเขาเทพกระดูก
เพราะเกี่ยวกับขั้วอํานาจที่เพิ่งผงาดใหม่ ดังนั้นภูเขาเทพกระดูก กําลังรับสมัครผู้ฝึกวิญญาณจํานวนมาก พูดอย่างบ้านๆ ก็คือรับลูกศิษย์ นั่นเอง
ว่ากันว่าช่วงระยะนี้ภูเขาเทพกระดูกมีความสัมพันธ์กับสํานักฝึก วิญญาณเก่าแก่ทั้งหลายที่อยู่รอบๆ นี่ไม่ดี การแบ่งถิ่น ช่วงชิงระหว่าง ขั้วอํานาจเก่าและใหม่ปะทุการต่อสู้หลายครั้ง ดังนั้นภูเขาเทพกระดูก จึงได้รวบรวมกําลังพลจํานวนมากเช่นนี้
หลี่มู่คิดๆ ดูแล้วก็ปลอมตัวหันไปพึ่งพาผู้ฝึกฝนไร้สังกัดเขาเทพ กระดูก
หลังจากผ่านการทดสอบง่ายๆ บางอย่าง หลี่มู่ที่ดูภายนอกแล้วมี พลังฝึกตนระดับภูตก็เข้าร่วมภูเขาเทพกระดูกได้สําเร็จโดยไม่ผิดการ คาดหมาย เขาได้เป็นลูกศิษย์ระดับหัวหน้ากอง ได้รับการถ่ายทอดวิชา ฝึกวิญญาณชื่อว่า ‘หลอมธาราวิญญาณ’
แต่ว่า ‘หลอมธาราวิญญาณ’ ถึงแม้จะเลิศล�าสูงส่งกว่าวิชาผู้ฝึกไร้ สังกัดทั่วไป แต่ก็แตกต่างกับวิชาฝึกวิญญาณชั้นยอดของจริงที่หลี่มู่วาด หวังไว้มากนัก ดังนั้นหลี่มู่จึงรอจังหวะก่อน
เป้าหมายของเขาคือวิชาฝึกวิญญาณชั้นยอด
“ภูเขาเทพกระดูกของพวกเรามีวิชาและทรัพยากรที่ดีที่สุดในโลก ใบนี้ แต่ว่า พวกเจ้าเพิ่งจะมายังสํานักกี่วัน? คิดอยากได้วิชาที่สูงส่งขึ้น ไปอีก ได้ทรัพยากรที่ดีขึ้นไปอีก คิดอยากจะเข้าไปใน ‘น�าพุยะเยือก’
ฝึกฝนวรยุทธ์ภูต ก็ต้องสร้างคุณูปการ อาศัยผลงานมาแลก ทุกอย่างอยู่ ที่ตัวพวกเจ้าเองแล้ว”
ผู้อาวุโสระดับขุนพลภูตชื่อว่าเจินเยี่ยตําหนิหลี่มู่
หลี่มู่ฟังแล้วตาลุกวาว
กลัวแต่พวกเจ้าจะไม่มีวิชาที่เลิศล�าที่สุดน่ะสิ แต่ในเมื่อมี เช่นนั้น ทุกอย่างก็ง่ายแล้ว
เขานิ่งสงบ สังเกตการณ์ต่อไป
หลังจากนั้น เขาก็ถูกส่งเข้าไปยังถ�าที่ตําแหน่งดีเป็นอย่างยิ่งแห่ง หนึ่งเหมือนกับหัวหน้ากองฝู้ฝึกวิญญาณระดับนักรบภูตอีกสามคน นับว่าเป็นฐานที่มั่น ข้างในมีบ่อน�าพุเหลืองบ่อหนึ่ง สามารถดื่มได้สี่คน เทียบกับน�าพุเหลืองที่อื่นๆ ในโลกด้านนอกแล้ว น�าพุของที่นี่บริสุทธิ์ เข้มข้นกว่า มีประสิทธิภาพในการฝึกฝนวิชาฝึกวิญญาณที่ดียิ่งกว่า หลี่มู่มีผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับดวงจิตอีกห้าสิบคน
ไฟต่อสู้ทั่วทั้งภูเขาเทพกระดูกไม่มอดดับ สร้างคุณูปการไม่ใช่เรื่อง ยาก
หลังจากนั้นเพียงสามวัน พวกหลี่มู่ก็มาถึงยังสนามรบ
รอบๆ ภูเขาเทพกระดูกมีสํานักฝึกวิญญาณสามสํานักใหญ่ ได้แก่ ลัทธิวิญญาณสวรรค์ สํานักวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และทุ่งแห่งความตาย ล้วนแต่เป็นสํานักฝึนฝนวิญญาณเก่าแก่ที่ยาวนานเป็นพันเป็นหมื่นปี เพราะการผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วของภูเขาเทพกระดูก ดังนั้นพื้นที่ถูก คุกคาม แย่งชิงทรัพยากรต่างๆ และลูกศิษย์ สามสํานักร่วมมือกันล้อม โจมตีภูเขาเทพกระดูก จากเมื่อสามเดือนที่แล้ว สงครามก็ปะทุขึ้น สงครามน้อยใหญ่หลายร้อยแห่งแทบจะไม่ได้หยุดพัก
หลี่มู่และผีตนอื่นๆ ถูกส่งไปยังสนามรบลูกศิษย์ของทุ่งแห่งความ ตาย
หลังจากโรมรันสังหารสนามหนึ่ง ผู้ฝึกฝนวิญญาณใต้บัญชาการห ลี่มู่ตายไปเกินครึ่ง แต่ตัวเขาเนื่องจากแสดงให้เห็นอย่างโดดเด่น สังหาร ลูกศิษย์ชั้นยอดของทุ่งแห่งความตายได้ติดๆ กันสี่คน ได้รับความโปรด ปรานจากผู้อาวุโสขุนพลภูตเจินเยี่ย ได้รับรางวัล ทั้งยังเลื่อนขั้นเป็น หัวหน้ากองดวงจิตหนึ่งร้อยตน เป็นหัวหน้าใหญ่ของนักรบภูตทั้งสี่ และ ได้รับทรัพยากรฝึกฝน
“นี่คือมุกภูตชั้นยอดสิบเม็ด พลังที่อยู่ข้างในมากพอให้เจ้าดูดซับ หนึ่งเดือนแล้ว ขยันพยายามเข้า รับใช้ภักดีต่อเซียนทั้งสอง ข้าคาดหวัง กับเจ้ามาก” ผู้อาวุโสขุนพลภูตเยี่ยเจินมอบรางวัลให้ พูดพลางตบบ่าห ลี่มู่
เขาพัฒนาฝึกฝนค่อยๆ มองหลี่มู่เป็นคนสนิทของตัวเอง
ราตรีมาเยือน
เนื่องจากหลี่มู่สร้างคุณูปการ อาศัยความลําเอียงของผู้อาวุโส ขุนพลภูตเจินเยี่ย ดังนั้นในชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก็ได้ย้ายที่อยู่อีกครั้ง ได้ถ�า ส่วนตัว
เขากลับมายังถ�าของตัวเอง นั่งอยู่บนเบาะรองนั่ง ในมือถือมุก ขนาดตามังกรสีดําเป็นประกายเอาไว้สิบเม็ด มองมันอย่างละเอียด
“มุกภูตคือของวิเศษที่หลอมรวมจากพลังภูต พลังที่แฝงในนั้น สามารถนํามาให้ผู้ฝึกฝนวิญญาณดูดซับได้ คล้ายๆ กับผลึกเซียนของ เขตดาราเทพวีรชน บนดาวร้อยภูตก็นับว่าเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนอย่าง หนึ่ง”
หลี่มู่สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าในมุกภูตนี่แฝงด้วยพลังครึ่งเป็นครึ่ง ตายที่บริสุทธิ์มาก
ในใจของเขาอยากจะลองเต็มแก่แล้ว หากตนฝึกฝนวิชาฝึกวิญญาณจะเป็นอย่างไร? ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวหลี่มู่ไม่หยุด
หลี่มู่จําได้ ตอนนั้นที่สกัดหินพบว่าพลังครึ่งเป็นครึ่งตายตอบรับกับ ‘พลังก่อนกําเนิด’ เหมือนว่าจะเข้ากับ ‘พลังก่อนกําเนิด’ ตอนนี้พลังใน มุกภูตก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน หากดูดซับพลังงานของคนตายชนิดนี้ไป ในร่างของตน จะช่วยในการฝึกฝน ‘วิชาก่อนกําเนิด’ หรือไม่?
แต่ก็ไม่อาจรับรองได้ว่าพลังชนิดนี้หากดูดซับไปในกายของคนเป็น แล้วจะเกิดผลเช่นไร หากทําให้วิชาของคนเป็นที่ฝึกฝนเกิดปัญหา เช่นนั้นก็ได้ไม่คุ้มเสียแล้ว
หลี่มู่ลังเล ไม่ได้ลงมือลองจริงๆ
หลายวันต่อมา ไฟสงครามก็ยังคงลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง
หลี่มู่และทหารผีใต้บัญชาการของเขาถูกส่งไปยังสนามรบไม่หยุด หย่อน และก็ยังคงมีผู้ฝึกฝนวิญญาณแตกดับไม่หยุด ความเหี้ยมโหด ของสงครามไม่ด้อยไปกว่าโลกของคนเป็นเลย หากถูกสังหารสามจิต เจ็ดวิญญาณก็จะแตกสลาย เท่ากับว่าไม่อาจกลับมาเกิดใหม่ได้ชั่วนิ รันดร์ ยิ่งน่ากลัวกว่าความตายของคนเป็น
ในสงครามเช่นนี้หลี่มู่ก็ทําได้โดดเด่นนัก
“ไม่เลวๆ เจ้าทําให้ข้าพอใจมาก”
ผู้อาวุโสนักรบภูตเยี่ยเจินมองหลี่มู่เจ้าผีปลอมนี่เป็นคนสนิทของ ตัวเอง ชมเชยและฝึกฝนอย่างเต็มที่ ทรัพยากรต่างๆ และตําแหน่งก็เท มาให้หลี่มู่มากมาย ท่าทางเหมือนจะฝึกฝนเขาให้กลายมาเป็น ‘ผีรับ ช่วง’ ของตน
หลี่มู่ก็ฉวยโอกาสขอคําชี้แนะถามคําถามมากมาย
เขาถึงได้รู้ว่า ราชาภูตที่รวบรวมภูเขาเทพกระดูกเป็นหนึ่งชายหนึ่ง หญิง เหล่าผู้ฝึกฝนวิญญาณทั้งหลายขนานนามรวมกันว่าเซียนทั้งสอง ฝึกฝนวิชาที่สูงส่งลึกลับเป็นอย่างยิ่ง กําลังรบแข็งแกร่งจนไม่อาจคาด เดาได้ ว่ากันว่าแม้แต่ราชาภูตก็ไม่เป็นภัยคุกคามอะไรต่อเซียนทั้งสอง
“วิชาฝึกฝนของเซียนทั้งสองคือ…” หลี่มู่ถามหยั่งเชิง
ผู้อาวุโสนักรบภูตฟังแล้วก็ส่ายหน้า “นี่ข้าก็ไม่รู้แล้ว แต่ว่า เจ้าหนู เรื่องที่ไม่ควรสืบถามก็อย่าได้เที่ยวสืบถามเด็ดขาด เป็นผีที่ฉลาด คําถามเช่นนี้วันหลังอย่าได้ไปถามคนอื่นเล่า แต่ข้าเคยได้ยินเซียนทั้ง สองพูด รู้หรือฝึกฝนวิชาของเซียนทั้งสอง สามารถอนุมานได้ว่าไม่ใช่ วิชาธรรมดา”
“สองวิธีไหน?”
“หนึ่ง สะสมความดีความชอบจนมากพอ สองสร้างคุณูปการครั้ง ใหญ่ให้กับสํานัก ล้วนจะได้วิชาฝึกฝนจากเซียนทั้งสอง”
……………………………………………………