จักรพรรดิมังกรทมิฬ - ตอนที่ 31 ไสหัวไปให้พ้น
เซียวอวี่หรานชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็มิได้โต้แย้ง
สิ่งที่เซียวเหิงซานกังวลมากที่สุดก็เป็นเรื่องนี้จริง ๆ หากเป็นผู้ที่เส้นชีพจรมังกรแตกหัก ยังพอมีโอกาสซ่อมแซมได้ ทว่าอย่างเซียวอวี่หรานที่กำเนิดมาโดยไร้เส้นชีพจรมังกร เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าในทวีปหลงอู่จะมีผู้ใดสามารถรักษาได้
พรสวรรค์ของซูหานนั้นสูงล้ำจริง อีกทั้งยังเป็นนักหลอมโอสถด้วย แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ที่เซียวเหิงซานจะยอมจ่ายราคามหาศาลเช่นนั้นเพื่อเชื่อคำพูดของเขา
“ถ้าอย่างนั้น เจ้าอยากบ่มเพาะหรือไม่?” ซูหานถามพร้อมรอยยิ้ม
“แน่นอนว่าอยาก!”
ดวงตางดงามของเซียวอวี่หรานพลันฉายแววคาดหวัง “ข้าก็อยากเป็นผู้แข็งแกร่งในตำนานเช่นนั้น บินเหินบนท้องฟ้า ทำสิ่งใดก็ได้ อย่างนั้นข้าจะได้ตามเจ้าไปได้ตลอดเวลา คอยเฝ้าดูเจ้า ไม่ให้เจ้าไปขมวดคิ้วให้สตรีอื่น!”
ซูหาน: “…”
ช่วงแรกที่เซียวอวี่หรานกล่าว ซูหานยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล แต่ประโยคท้าย ๆ นั้นทำเอาเขาแทบกระอักเลือด
“ถ้าเจ้าเป็นเช่นนั้น ข้าคงช่วยเจ้าไม่ได้จริง ๆ” ซูหานกลอกตากล่าว
“ล้อเล่นหรอก เสี่ยวซูหาน พี่ซูหาน ช่วยข้าหน่อยเถิด!”
เซียวอวี่หรานดึงชายเสื้อของซูหาน ทำท่าทางออดอ้อน “ข้ารู้…ว่าเจ้าคงช่วยข้าไม่ได้…แต่ข้าก็ยังเลือกจะเชื่อเจ้า…ข้าขอร้องเจ้าล่ะ!”
“บัดซบ…” ซูหานอดสบถออกมาไม่ได้
เขามีชีวิตมาหลายปี เห็นใจคนทะลุปรุโปร่งแล้ว แต่เมื่อเผชิญหน้าเซียวอวี่หราน เขากลับไม่รู้จริง ๆ ว่านางคิดสิ่งใดอยู่กันแน่
หูเฟิงที่อยู่ด้านข้างมุมปากกระตุก แล้วถอยไปยืนอีกด้านโดยไม่กล่าวคำใด
“แต่ก่อนข้าคิดว่าคุณชายหานโชคดีที่ได้ภรรยานิสัยดีเช่นเซียวอวี่หราน บัดนี้ดูแล้ว…ดูเหมือนจะไม่ได้โชคดีนัก!” หูเฟิงคิดในใจ
“พอแล้ว ๆ”
ซูหานกล่าวว่า “หากเจ้าต้องการให้ข้าช่วยจริง ๆ ก็ไปหาเรื่องเล่นของเจ้าเถิด ข้าต้องไปคลังเก็บของเอาวัตถุดิบก่อน ต่อไปจะได้มีเงินไปประมูลดอกมารวิญญาณให้เจ้า”
“ดูเหมือนว่าสามียังดีกับข้าอยู่ ฮี่ฮี่ อย่างนั้นข้าไปก่อนนะ!” เซียวอวี่หรานกระโดดจากไป ดูมีความสุขยิ่งนัก
มองแผ่นหลังน่ารักของนาง ซูหานถึงกับมีความคิดอยากตบศีรษะนางสักทีให้สิ้นเรื่อง
……
ตระกูลเซียว คลังเก็บของ
สมบัติวิญญาณทั้งหมดของตระกูลเซียวถูกเก็บไว้ที่นี่ รวมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ของตระกูลด้วย แต่แบ่งเก็บตามหมวดหมู่แยกกัน
ซูหานมาถึงหน้าประตูส่วนที่เก็บสมบัติวิญญาณ กล่าวกับชายชราผู้เฝ้าประตูว่า “ข้าจะมาเอาสมบัติวิญญาณบางอย่าง”
“ไม่ทราบว่าคุณชายหานจะเอาสมบัติวิญญาณประเภทใด?” ชายชรายิ้มกล่าว
“เข้าไปก่อนแล้วค่อยบอกเจ้า” ซูหานกล่าว
ชายชราพยักหน้า เปิดประตูคลัง
ทันใดนั้น แสงหลากสีก็ท่วมท้นสายตาของซูหาน
สถานที่แห่งนี้ไม่ใหญ่นัก แต่สมบัติวิญญาณกองพะเนินราวภูเขา ผนังด้านข้างมีช่องเว้าเป็นหลุม ๆ และภายในหลุมเหล่านั้นก็วางสมบัติวิญญาณเช่นกัน ทว่าเห็นได้ชัดว่าสมบัติวิญญาณในหลุมเหล่านั้นมีระดับสูงกว่า จึงแยกเก็บไว้ต่างหาก
“นี่คือสมบัติวิญญาณทั้งหมดของตระกูลเซียว คุณชายหาน ว่าอย่างไรบ้าง?” ชายชรากล่าวอย่างภาคภูมิ
ในฐานะหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ ตระกูลเซียวย่อมมีสมบัติวิญญาณมากที่สุด ในสายตาของเขา ซูหานคงไม่เคยเห็นสมบัติวิญญาณมากมายเพียงนี้มาก่อน
อย่างน้อย ก็ไม่เคยเห็นในตระกูลซู
ทว่าคำพูดของซูหานกลับทำลายความภาคภูมิบนใบหน้าของเขาโดยตรง
“แค่นี้หรือ?”
“แค่นี้ยังไม่พออีกหรือ?” ชายชรามีสีหน้าไม่พอใจ
“ห่วยเกินไป” ซูหานส่ายหน้า
“คุณชายหาน คำพูดเช่นนี้เกรงว่าจะเกินไปหน่อยหรือไม่? บัดนี้ท่านอยู่เพียงขอบเขตเส้นชีพจรมังกร สมบัติวิญญาณใด ๆ ที่นี่ล้วนมีประโยชน์ต่อท่าน แม้ไม่ใช้เองก็มิถึงกับแย่กระนั้นกระมัง?” ชายชรารู้สึกโกรธเล็กน้อย
“โอ้ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
ซูหานจึงนึกได้ บัดนี้เขากลับชาติมาเกิดใหม่แล้ว ไม่อาจใช้สายตาของชีวิตก่อนมาตัดสินสิ่งเหล่านี้
“ฮึ่ม!” ชายชราส่งเสียงในลำคอ แต่ไม่กล่าวสิ่งใดอีก
“อันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้ หาคนขนไปที่ห้องข้า” ซูหานชี้ไปยังสมบัติวิญญาณจำนวนหนึ่ง
“มากถึงเพียงนั้น?”
ชายชราตาเบิกกว้าง สมบัติวิญญาณที่ซูหานชี้มีอย่างน้อยหลายร้อยชิ้น ใกล้พันชิ้นด้วยซ้ำ!
นี่แทบจะเป็นครึ่งหนึ่งของสมบัติวิญญาณในตระกูลเซียวแล้ว!
ที่สำคัญคือ ในจำนวนนั้นยังมีสมบัติวิญญาณระดับสูง และแม้กระทั่ง…สมบัติวิญญาณระดับเงินขั้นต่ำชิ้นหนึ่ง!
ทั้งตระกูลเซียวมีสมบัติวิญญาณระดับเงินเพียงสามชิ้นเท่านั้น และทั้งหมดล้วนได้มาด้วยชีวิตขององครักษ์ตระกูลเซียว!
บนทวีปหลงอู่ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ สมบัติวิญญาณ หรือโอสถ ล้วนมีการจัดระดับ
จากต่ำไปสูงคือ: ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง ระดับเงิน ระดับทอง ระดับทองม่วง ระดับจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ระดับผืนพิภพ และระดับสวรรค์ลี้ลับ
ตั้งแต่ระดับเงินขึ้นไป แต่ละระดับจะแบ่งเป็น ขั้นต่ำ ขั้นสูง และขั้นสุดยอด
ตัวอย่างเช่น โอสถกู่หลิงตานที่ซูหานหลอม เป็นโอสถระดับสูง ส่วนโอสถเซิ่งเสวี่ยตานที่ซูหานเรียกว่าโอสถขั้นสุดยอด เมื่อนำไปจัดอันดับในทวีปหลงอู่ จะอยู่ระหว่างโอสถระดับสูงกับโอสถระดับเงินขั้นต่ำ
โอสถระดับเงินขั้นต่ำหนึ่งเม็ด เพียงพอจะแลกกับสมบัติวิญญาณระดับเงินขั้นต่ำได้ถึงสิบชิ้น
“ไม่ได้ ๆ ไม่ได้เด็ดขาด!”
ชายชรมองสมบัติวิญญาณที่ซูหานเลือก พลันปฏิเสธทันที “ท่านเลือกมากเกินไป ทั้งตระกูลเซียวของข้ามีสมบัติวิญญาณระดับเงินเพียงสามชิ้น เป็นไปไม่ได้ที่จะมอบให้ท่าน”
“ผู้นำตระกูลของเจ้ากล่าวแล้วว่าการปฏิบัติต่อข้าเทียบเท่าเขา หรือเขาจะมอบโอสถระดับเงินขั้นต่ำให้ข้าไม่ได้?” ซูหานถาม
“การปฏิบัติต่อท่านเทียบเท่าผู้นำตระกูลก็จริง แต่แซ่ของท่านคือซู” ชายชราส่ายหน้า
ซูหานขมวดคิ้ว ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ดี แซ่ของข้าคือซู เช่นนั้นข้าก็ไม่เอาสิ่งใดจากตระกูลเซียวของพวกเจ้า”
กล่าวจบ ซูหานหมุนกายเดินออกจากคลัง
เดิมทีเขาคิดจะใช้วัตถุดิบเหล่านี้หลอมโอสถ และโอสถที่หลอมได้ก็จะมอบให้ตระกูลเซียว เพราะวัตถุดิบก็มาจากของตระกูลเซียว
แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าคนของตระกูลเซียวนั้นจะยโสโอหังเช่นนี้ เชิดหน้าจนแทบทะลุฟ้า มิได้เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย
“โอ้ มาที่คลังตระกูลเซียวของข้าอีกแล้วหรือ?”
ขณะนั้นเอง เสียงเยาะเย้ยคุ้นหูดังขึ้นอีกครั้ง
เห็นเพียงเหลียนอวี่เจ๋อนำผู้คนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา หลังขวางหน้าซูหานแล้ว เขามองไปยังชายชราเฝ้าคลังกล่าวว่า “ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าเปิดประตูให้เจ้าหมอนี่? ผู้ใดอนุญาตให้เขาเอาสมบัติวิญญาณของตระกูลเซียวข้า?”
ชายชราส่ายหน้า “เขาไม่ได้เอาไป”
“ไม่ได้เอาไป? ไม่ได้เอาแล้วมาทำไม? หรือว่าจะมาสำรวจคลัง รอคืนเดือนมืดลมแรงค่อยแอบขโมย?” เหลียนอวี่เจ๋อหัวเราะเยาะ
“ฮ่า ๆ ๆ คุณชายเหลียนกล่าวถูกต้อง ข้าว่าก็ต้องเป็นเช่นนั้นแน่!”
“ใช่แล้ว ในตระกูลซูเคยมีสมบัติวิญญาณมากมายเพียงนี้หรือ? หากไม่ใช่หัวขโมย ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด!”
“หนูสกปรกก็เป็นหนูสกปรก ไปที่ใดผู้คนก็ร้องตี ถูกขับไล่ออกจากตระกูลซู พอมาตระกูลเซียวก็คิดจะขโมยสมบัติวิญญาณอีกหรือ?”
กลุ่มคนด้านหลังเหลียนอวี่เจ๋อต่างพากันซ้ำเติม ทั้งเหยียดหยามทั้งด่าทอ
“พูดตามตรง บัดนี้อารมณ์ของข้าไม่ดีนัก เพราะฉะนั้น…”
ซูหานเงยหน้าขึ้น จ้องเหลียนอวี่เจ๋อและพวก ดวงตาฉายแววเย็นยะเยือก
“พวกเจ้าไสหัวไปให้พ้น!”