จักรพรรดิมังกรทมิฬ - ตอนที่ 40 สังหาร
“พรวด!”
โลหิตพุ่งกระฉูด ดวงตาเหลียงเส้าฮุยเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ภายใต้ความไม่อยากเชื่อนั้น คือความสิ้นหวังและความหวาดกลัวลึกสุดใจ
“ไม่…ไม่…”
เหลียงเส้าฮุยกุมหน้าอกของตนไว้ เส้นไหมสีทองสายหนึ่งพาดยาวออกมาจากร่าง ปลายสุดของมันคือกริชสีดำสนิท และเวลานี้กริชนั้นได้แทงทะลุหัวใจของเขาเข้าไปลึกแล้ว
เขาอยากจะพูด แต่กลับรู้สึกว่าลมหายใจยิ่งมายิ่งติดขัด ราวกับมีสิ่งมากมายอุดค้างอยู่ในลำคอ ทำให้ไม่อาจเปล่งเสียงได้แม้แต่น้อย
ท้ายที่สุด เหลียงเส้าฮุยตาเหลือก ล้มลงกับพื้น ดวงตาเบิกค้างมิอาจปิด
จนวาระสุดท้ายก่อนสิ้นลม เขายังไม่เข้าใจว่าซูหานกล้าลงมือกับเขาได้อย่างไร เหตุใดคนในตระกูลเล็ก ๆ แห่งเมืองหยวนซานถึงกล้าฆ่าเขา?
ฟิ้ว!
ซูหานสะบัดฝ่ามือ เส้นไหมสีทองถูกดึงกลับในพริบตา โลหิตบนกริชสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะสลายหายไปจนสะอาดหมดจด
กริชเล่มนี้ซูหานหลอมขึ้นเองเป็นพิเศษ ด้วยข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ จึงอยู่ในระดับอาวุธเงินขั้นสูงสุด
อาวุธเงินขั้นสูงสุด สำหรับเมืองหยวนซานแล้วนับว่าล้ำค่าอย่างยิ่ง
ทว่าขณะนี้ ไม่มีผู้ใดสนใจกริชเล่มนั้น สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปที่ซูหาน เต็มไปด้วยความตะลึงงัน
แม้แต่เซียวอวี่ฮุ่ยก็เช่นกัน!
“เจ้า…เจ้าฆ่าเขาแล้ว?”
ไม่รู้ผู้ใดเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก ความเงียบงันจึงถูกทำลาย ห้องประชุมแตกตื่นในทันที
“นั่นคือบุตรชายคนเล็กของตระกูลเหลียงแห่งเมืองหยุนหยาง!”
“เหลียงเส้าฮุยตายในตระกูลเซียวเรา หากข่าวแพร่ออกไป ตระกูลเซียวต้องพินาศแน่!”
“แม้คุณหนูใหญ่จะเป็นผู้อาวุโสฝ่ายในของสำนักเมฆาเยือกแข็ง แต่ตระกูลเหลียงก็มีคนในสำนักเช่นกัน อีกทั้งอำนาจของพวกเขาแข็งแกร่งกว่าพวกเรามาก จะทำอย่างไรดี?”
เสียงร้อนรนดังระงม ไม่มีผู้ใดกล้าตำหนิซูหานโดยตรง เพียงแต่ทุกคนต่างสับสนไม่รู้จะรับมืออย่างไร
“ซูหาน!”
ในที่สุด เซียวอวี่ฮุ่ยก็เอ่ยขึ้น “เจ้าตัดสินใจเร็วเกินไปหรือไม่? ที่นี่คือตระกูลเซียว หากคิดจะฆ่าใคร เหตุใดไม่บอกพวกเราก่อน?”
“จะบอกได้อย่างไร?”
ซูหานเหลือบมองนางเรียบเฉย “คนอย่างเหลียงเส้าฮุย หากไม่ฆ่า เขาจะคิดว่าข้ากลัว มีแต่จะก่อเรื่องหนักกว่าเดิม”
“แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็เป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลเหลียง เจ้าฆ่าเขา เท่ากับก่อมหันตภัยให้ตระกูลเซียว!” เซียวอวี่ฮุ่ยกล่าวด้วยความกังวล
“แล้วเจ้าต้องการอย่างไร? เหมือนตระกูลซู ขับไล่สองพ่อลูกเราออกไปอีกครั้งหรือ?” ซูหานกล่าวเสียงราบเรียบ
“ไม่!”
เซียวอวี่หรานรีบวิ่งเข้ามากอดแขนซูหาน “ซูหานคือสามีของข้า ข้าไม่ยอมให้ใครขับไล่เขา!”
“ข้าไม่ได้หมายความว่าจะขับไล่เขา”
เซียวอวี่ฮุ่ยเม้มริมฝีปาก สูดลมหายใจลึก “เรื่องนี้ซูหานไม่ได้ทำผิด เหลียงเส้าฮุยรังแกจนสุดขีด สมควรถูกฆ่า เพียงแต่เจ้าลงมือรวดเร็วเกินไป มิได้ไตร่ตรองให้รอบด้าน”
“ข้าไม่เห็นว่าเขาทำโดยไม่ไตร่ตรอง”
เซียวอวี่หรานเชิดหน้าเล็กน้อย “เหลียงเส้าฮุยเป็นคนเจ้าชู้เลวทราม ซูหานฆ่าเขาได้ แสดงว่าซูหานมีความสามารถ!”
นางมีความศรัทธาในตัวซูหานอย่างไร้เงื่อนไข
“ปิดข่าวไว้ก่อน” เซียวเหิงซานกล่าวเสียงหนักแน่น
ทุกคนพยักหน้า สำนักเมฆาเยือกแข็งใกล้จะเปิดรับศิษย์ หากถ่วงเวลาได้แม้เพียงน้อยก็นับว่ายังดี
อีกทั้งด้วยพรสวรรค์ของซูหาน ย่อมต้องเข้าตาผู้ใหญ่ในสำนัก หากเขาเข้าสำนักเมฆาเยือกแข็งได้ ต่อให้ตระกูลเหลียงรู้ความจริง แล้วจะทำอะไรได้?
ซูหมิงเซวียนกับซูหมิงฮุ่ยยืนอ้าปากค้างอยู่นาน เมื่อได้ยินคำของเซียวเหิงซาน ก็รีบย่องออกจากห้องประชุมอย่างเงียบเชียบ
ทว่าในขณะนั้นเอง ร่างหนึ่งกลับมาปรากฏตรงหน้าพวกเขา
“ซูหาน เจ้า…เจ้าจะทำอะไร?” ทั้งสองหน้าซีดเผือด
พวกเขาเชื่อสนิทใจแล้ว ซูหานแม้แต่เหลียงเส้าฮุยยังกล้าฆ่า จะไว้ชีวิตพวกเขาหรือ?
“พวกเจ้าคิดว่าเล่า?”
ซูหานมองทั้งสองอย่างเรียบเฉย “จำได้หรือไม่ ว่าข้าเคยพูดอะไรไว้ในตระกูลซู?”
หัวใจทั้งสองกระตุกวูบ รีบถอยหลัง
ซูหมิงเซวียนหันไปทางเซียวเหิงซาน “ผู้นำตระกูลเซียว พวกเราก็ถูกเหลียงเส้าฮุยบีบบังคับ ไม่มีทางเลือก! ท่านก็รู้ว่าอำนาจตระกูลเหลียงแข็งแกร่งเพียงใด เขาสั่งให้ทำอะไร พวกเราจะกล้าขัดได้อย่างไร?”
เซียวเหิงซานหลุบตา ราวกับไม่ได้ยิน
ซูหมิงเซวียนหันไปหาเซียวอวี่ฮุ่ย “คุณหนูใหญ่ ข้าขอสาบาน เรื่องวันนี้จะไม่มีวันหลุดออกไป หากข้าเผยแม้เพียงคำเดียว ขอให้ฟ้าผ่าตาย!”
เซียวอวี่ฮุ่ยส่ายหน้า เฉยเมยราวไม่ได้ยินเช่นกัน
หัวใจทั้งสองจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง กระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นซูหยุนหมิง
“ปึก!”
ซูหมิงเซวียนคุกเข่าลงทันที โขกศีรษะอย่างแรงหลายครั้ง “ท่านอาสี่ ได้โปรดอย่าให้ซูหานฆ่าพวกเรา! อย่างไรเสียพวกเราก็เป็นคนตระกูลซู เลือดตระกูลซูไหลเวียนอยู่ในกาย ขอเห็นแก่หน้าตระกูลซู ไว้ชีวิตพวกเราครั้งนี้เถิด!”
“ดินโคลนปั้นกำแพงไม่ขึ้น” ซูหยุนหมิงส่ายหน้า กล่าวเพียงประโยคเดียว
ขณะนั้นเอง ซูหานก้าวมาถึงตรงหน้าพวกเขาแล้ว
ทุกก้าวที่เขาเดิน เหมือนเหยียบลงบนหัวใจของทั้งสอง ทำให้ตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
“ซูหาน พวกเราเป็นพี่น้องกัน!” ซูหมิงฮุ่ยร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำมูกน้ำตาไหล
“พี่น้อง? ฮ่า ๆ ๆ …”
ซูหานหัวเราะลั่น “ตอนอยู่เทือกเขาอสูร ทำไมไม่พูดว่าพวกเราเป็นพี่น้อง? ตอนอยู่ตระกูลซู ทำไมไม่พูดว่าพวกเราเป็นพี่น้อง? ก่อนเหลียงเส้าฮุ่ยตาย ทำไมไม่พูดว่าพวกเราเป็นพี่น้อง?!”
“ข้ายอมรับว่าสิ่งที่เคยทำมันเกินไป แต่ข้าสำนึกแล้ว! ขอเพียงเจ้าปล่อยพวกเราครั้งนี้ เมื่อกลับตระกูล ข้าจะขอร้องบิดาให้รับเจ้ากลับไป เจ้าก็ยังเป็นคนตระกูลซู!” ซูหมิงฮุ่ยกล่าวอย่างร้อนรน
“เจ้าคิดว่าข้าอยากกลับตระกูลซูหรือ?”
ซูหานยิ้มเหยียด “ข้าเคยเตือนไว้แล้ว หากพวกเจ้ากล้าทำเรื่องที่ทำให้ข้ารังเกียจอีก ข้าจะฆ่า แต่ดูเหมือนพวกเจ้าหูหนวกกันหมด”
“ข้า…”
ฟิ้ว!
ทั้งสองยังคิดจะแก้ตัว แต่ซูหานหมดความอดทนแล้ว
สะบัดมือหนึ่งครั้ง เส้นไหมสีทองและกริชสีดำปรากฏขึ้นอีกครั้ง ราวลำแสงสองสาย พุ่งเข้าโอบรัดลำคอซูหมิงฮุ่ยทันที
ขณะเดียวกัน กริชสีดำราวมีชีวิต พุ่งตรงเข้าไปยังหว่างคิ้วของซูหมิงเซวียน เสียง “ฉึก” ดังขึ้น กริชปักลึกเข้าไปอย่างแม่นยำ
“ไม่—ไม่!!!”
ซูหมิงฮุ่ยเบิกตาโต เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เมื่อเห็นซูหมิงเซวียนถูกสังหารในชั่วพริบตา
แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียงร้อง ซูหานก็ดึงฝ่ามือกลับ เส้นไหมสีทองที่รัดลำคอซูหมิงฮุ่ยถูกกระชากอย่างรุนแรง
บนลำคอของเขา รอยแดงลึกปรากฏขึ้น โลหิตค่อย ๆ ไหลซึมออกมา
ซูหมิงฮุ่ยเพียงลืมตาค้างเช่นนั้น ไม่นาน ศีรษะของเขาก็หลุดร่วงลงสู่พื้น
ภาพนั้นทำให้ผู้คนรอบข้างที่เห็น ต่างหดรูม่านตาอย่างรุนแรง