จักรพรรดิมังกรทมิฬ - ตอนที่ 56 คลื่นใต้น้ำ
“อืม”
ต่อการคำนับของเสี่ยวอวี้ฮุ่ยและคนอื่น ๆ บุรุษวัยกลางคนเพียงพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นสายตาคมลึกก็ทอดลงมาที่ซูหาน
“พอเถิด นี่ยังอยู่ระหว่างการคัดเลือก เรื่องทั้งหมดหยุดไว้เพียงเท่านี้” บุรุษวัยกลางคนกล่าวเสียงเรียบ
ซูหานเองก็พอเดาได้ถึงฐานะของอีกฝ่าย บุรุษผู้นี้ก็คือรองเจ้าสำนักแห่งสำนักเมฆาเยือกแข็ง หยุนอิงหนาน
ซูหานครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนสะบัดฝ่ามือ เห็นเพียงยักษ์ศิลาภูผาที่เหลืออีกสามตนหยุดชะงักในทันใด แล้วเสียง “ตูม” ก็ดังขึ้น พวกมันแตกสลายกลายเป็นเศษหินกระจายเกลื่อน
ผิงอวี่จื่อชะงักไปครู่ ใบหน้ามืดครึ้ม เดินเข้ามาโค้งคำนับหยุนอิงหนาน “คารวะรองเจ้าสำนัก”
หยุนอิงหนานหาได้สนใจเขาไม่ กลับยิ้มบางให้ซูหาน “เจ้าบอกว่านี่คือเวทมนตร์หรือ?”
“อืม” ซูหานพยักหน้า
“น่าสนใจดี สำนักนี้ไม่เคยได้ยินคำว่า ‘เวทมนตร์’ มาก่อน” หยุนอิงหนานหัวเราะเบา ๆ
แม้ซูหานจะก่อเรื่องใหญ่โตเพียงนี้ แต่จากสีหน้าและน้ำเสียงของหยุนอิงหนาน กลับไม่ปรากฏเจตนาร้ายแม้แต่น้อย
“เขาเป็นศิษย์ของท่านหรือ?” ซูหานชี้ไปที่หลี่ชิงแล้วถาม
คำพูดของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างตะลึงอีกครั้ง
นิสัยของซูหาน พวกเขาช่างไม่อาจหยั่งรู้ เขาไม่เห็นหัวแม้แต่หลี่ชิงผู้อาวุโสฝ่ายนอก และแม้กระทั่งผิงอวี่จื่อผู้อาวุโสฝ่ายในสูงสุดก็ยังไม่ไว้หน้า
บัดนี้ ต่อหน้ารองเจ้าสำนักแห่งสำนักเมฆาเยือกแข็ง ผู้ที่อยู่ใต้หนึ่งคนเหนือหมื่นคน เขากลับยังคงท่าทีเฉยเมย ไร้ซึ่งความเกรงใจแม้แต่น้อย!
“ถูกต้อง”
สิ่งที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงยิ่งกว่าคือ หยุนอิงหนานมิได้โกรธเคืองต่อน้ำเสียงของซูหานเลย
“ดี”
ซูหานกล่าว “ศิษย์ของท่านติดหนี้ข้าหนึ่งพันล้านเหรียญทอง รบกวนท่านช่วยชำระแทนเขาเสีย”
“ข้าติดหนี้เจ้าตั้งแต่เมื่อใด?” หลี่ชิงกล่าวด้วยความเดือดดาล
“หืม?”
ซูหานขมวดคิ้ว “เมื่อครู่เจ้าพูดเองว่าจะติดหนี้ข้าหนึ่งพันล้านเหรียญทอง บัดนี้คิดกลับคำหรือ? คิดว่ามีคนคุ้มครองแล้วข้าจะไม่กล้าฆ่าเจ้า?”
“เจ้า…”
“พอเถิด”
หลี่ชิงยังไม่ทันกล่าวต่อ ก็ถูกหยุนอิงหนานตัดบท “ข้าจะจ่ายแทนเขาเอง”
สิ้นเสียง หยุนอิงหนานสะบัดฝ่ามือ บัตรทองใบหนึ่งลอยไปตกในมือซูหาน
ซูหานเก็บบัตรทองเข้าแหวนเก็บของ จากนั้นเผยรอยยิ้ม
“สองฝ่ายหนี้สิ้นกัน”
“สารเลว!”
หลี่ชิงกัดฟันแทบแตก เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดหยุนอิงหนานจึงยอมจ่ายหนึ่งพันล้านเหรียญทองให้ซูหานอย่างง่ายดายเช่นนี้?
นั่นคือหนึ่งพันล้านเหรียญทอง!
มิใช่ว่าควรฉวยโอกาสสังหารซูหานเสียด้วยความโกรธหรือ?
“เจ้าก็มาร่วมการคัดเลือก และต้องการเข้าสำนักเมฆาเยือกแข็งใช่หรือไม่?” หยุนอิงหนานถามอีกครั้ง
ทว่า ซูหานกลับไม่สนใจเขาเลย แต่หันไปมองผิงอวี่จื่อ
“เดิมพันของเจ้าคือสองพันล้านเหรียญทอง รวมของพวกเขาด้วย คิดเป็นสามพันล้านเหรียญทอง เจ้าบอกว่าจะจ่ายแทนพวกเขา ข้าจะช่วยเจ้าคิดส่วนลด เอาแค่ห้าพันล้านก็พอ อย่างไร?”
ผิงอวี่จื่อแทบกระอักเลือด ใบหน้าแก่ชรากลายเป็นสีตับหมูในพริบตา
เขาจะไปเอาเงินมากมายเช่นนั้นมาจากที่ใด?
แต่ก่อนหน้านี้เขาเอ่ยวาจาใหญ่โตเอง ชักชวนผู้เข้าคัดเลือกให้เดิมพันกับซูหาน บัดนี้จะกลับคำก็สายเกินไปแล้ว
“เอาเงินมา” ซูหานยื่นมือออกไป
“ซูหาน!”
เสี่ยวอวี้ฮุ่ยเดินเข้ามาข้างกายซูหาน ดึงชายเสื้อเขาเบา ๆ ราวกับต้องการห้าม
เพราะนางรู้ดีว่า ผิงอวี่จื่อไม่มีเงินมากถึงเพียงนั้นเลย
“อ้อ ใช่แล้ว”
ซูหานเหมือนไม่เข้าใจความหมายของเสี่ยวอวี้ฮุ่ย ยิ้มกล่าว “เจ้าก็เป็นพี่สะใภ้ข้า เมื่อได้เงินแล้ว ข้าย่อมต้องตอบแทนเจ้าบ้าง อย่ากังวล”
“ไปตายเสีย!”
เสี่ยวอวี้ฮุ่ยกัดฟันแน่น อยากจะกัดเนื้อซูหานออกมาสักคำ
เจ้าสารเลวผู้นี้คิดจะลากนางลงน้ำด้วยชัด ๆ!
“เป็นอะไรไป?”
เห็นผิงอวี่จื่อก้มหน้าไม่เอ่ยวาจา ซูหานกล่าวอย่างไม่พอใจ “ผู้อาวุโสฝ่ายในสูงสุดแห่งสำนักเมฆาเยือกแข็งผู้ยิ่งใหญ่ คงมิใช่ว่าเงินเท่านี้ยังเอาออกมาไม่ได้กระมัง?”
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าผิงอวี่จื่อกระตุกอย่างรุนแรง
เงินเท่านี้?
นี่มันเงินบ้าอะไรกัน!
อย่าว่าแต่ห้าพันล้านเหรียญทอง ต่อให้เป็นผักกาดห้าพันล้านต้น ยังต้องใช้เวลารวบรวมอีกนาน นับประสาอะไรกับเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้!
“ยังเอาออกมาไม่ได้จริงหรือ?”
เห็นผิงอวี่จื่อยังเงียบงัน สีหน้าซูหานพลันเย็นชา
“ตอนนี้ข้ายังไม่มีเงินมากเพียงนั้น ข้าจะติดค้างไว้ก่อน แล้วค่อยคืนให้เจ้าในภายหลัง” ผิงอวี่จื่อกล่าวเสียงต่ำ อยากหาหลุมดินมุดหนี
“เดิมพันของข้า ข้ารับผิดชอบเอง ไม่จำเป็นต้องให้ผู้อาวุโสลำบาก”
เฉินเฟิงก้าวออกมาจากบ่อโลหิตสัตว์ระดับหก โยนบัตรเงินใบหนึ่งให้ซูหาน
“ของข้า ข้าจ่ายเอง”
“ก็แค่หนึ่งหมื่นเหรียญทอง เอาไป”
ถัดมา เหลิ่งอี้ฮุย หูเจิ้งเหยา และคนอื่น ๆ ต่างก็โยนบัตรเงินให้ซูหาน
ซูหานไม่เกรงกลัวผิงอวี่จื่อ แต่พวกเขาไม่อาจไม่เกรงกลัว หากเพียงเพราะเหรียญทองเล็กน้อยทำให้ผิงอวี่จื่อมีความประทับใจไม่ดี แล้วในอนาคตถูกกลั่นแกล้งในสำนักเมฆาเยือกแข็ง จะคุ้มค่าที่ใด?
ไม่นาน ซูหานก็ได้รับบัตรเงินกว่าร้อยใบ แต่ละใบมีหนึ่งหมื่นเหรียญทอง
ทว่า เมื่อเทียบกับผู้คนหลายพันคน เงินเพียงร้อยกว่าล้านเหรียญทองยังห่างไกลนัก
“ยังขาดอีกสองพันแปดร้อยเจ็ดสิบสามล้าน” ซูหานคำนวณอย่างชัดเจน
“เจ้าพูดให้น้อยลงหน่อยไม่ได้หรือ?”
ใบหน้างดงามของเสี่ยวอวี้ฮุ่ยแดงก่ำ หากซูหานยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ย่อมกลายเป็นเป้าของสาธารณชน!
“เหตุใดต้องพูดให้น้อยลง? เขาติดหนี้ข้า” ซูหานตอบเรียบ
“เขาเป็นผู้อาวุโสฝ่ายในสูงสุด อีกทั้งสำนักก็ให้วิธีหลอมรวมโลหิตมังกรแก่เจ้าแล้ว เจ้าจะถอยสักก้าวไม่ได้หรือ?” เสี่ยวอวี้ฮุ่ยกล่าว
“ข้ามีวิธีหลอมรวมโลหิตมังกรของข้าเอง เมื่อเขาเดิมพันกับข้า ก็ต้องเตรียมใจยอมรับความพ่ายแพ้”
ซูหานสูดลมหายใจลึก กล่าวอย่างจริงจัง “เจ้าจะให้ข้าสละเงินนี้หรือ? เพราะเหตุใดข้าต้องสละ? พวกเขาเดิมพันกับข้า เพราะดูถูกข้า”
ได้ยินดังนั้น ริมฝีปากแดงสดของเสี่ยวอวี้ฮุ่ยเม้มแน่น ท้ายที่สุดก็ไม่กล่าวอะไรอีก
เพราะซูหานพูดถูก ไม่ว่าใครก็ตามที่เดิมพันกับเขา ล้วนเพราะดูถูกเขา!
ก่อนหน้านี้ เสี่ยวอวี้ฮุ่ยเองก็ได้ยินคำเยาะเย้ยทั้งหลาย หากซูหานไม่มีความสามารถเช่นนี้ บัดนี้คงมีคนหลายพันไล่ทวงหนี้เขาแล้ว
ตั้งแต่ต้นจนจบ ซูหานมิได้ทำสิ่งใดผิด
“ข้ายอมรับว่าครั้งนี้ข้าผิด สองพันล้านเหรียญทองข้าจะให้เจ้าก่อน ที่เหลือจะทยอยคืนภายหลัง!”
ผิงอวี่จื่อโยนบัตรทองให้ซูหาน จากนั้นหันหลังเดินจากไป
แม้ยังมีด่านที่สามต้องเป็นเจ้าภาพ แต่เขาไม่มีหน้าจะอยู่ต่อจริง ๆ
“ยังขาดอีกสองพันแปดร้อยเจ็ดสิบสามล้าน จำไว้ให้ดี อย่าลืมเสียล่ะ” ซูหานตะโกนตามหลัง
ผิงอวี่จื่อสะดุดเกือบล้มลงกับพื้น
“พอใจแล้วหรือยัง?”
หยุนอิงหนานซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลส่ายหน้าอย่างจนใจ “ในเมื่อเจ้ามาร่วมการคัดเลือก ก็เริ่มด่านที่สามเถิด”
“ดี!”
ซูหานหัวเราะเสียงดัง กวาดสายตามองผู้คนรอบข้างแล้วกล่าวเสียงก้อง “ด่านที่สาม หนึ่งต่อสิบ ข้าชนะ พวกเจ้าจ่ายข้าหนึ่งหมื่นเหรียญทอง ข้าแพ้ ข้าจ่ายพวกเจ้าหนึ่งหมื่นเหรียญทอง ใครจะลงมือ?”