จักรพรรดิมังกรทมิฬ - ตอนที่ 63 โอสถหนึ่งขวด สะท้านทั้งลานประลอง
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
หัวใจเฉินเฟิงกระตุกวูบ ลางสังหรณ์ร้ายพุ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ผู้คนรอบด้านต่างขมวดคิ้ว สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย หรือว่าซูหานก็เป็นนักปรุงโอสถเช่นกัน?
ชั่วขณะถัดมา ซูหานก็ไขข้อข้องใจของพวกเขา
“ฟู่!”
เตาหลอมโอสถเช่นเดียวกัน เปลวเพลิงเช่นเดียวกัน สมุนไพรวิญญาณก็เช่นเดียวกัน!
“เฉินเฟิง เบิกตาสุนัขของเจ้าให้กว้าง แล้วดูให้ชัดว่าอะไรเรียกว่าการปรุงโอสถที่แท้จริง!”
เสียงเย็นเยียบของซูหานก้องไปทั่วลานประลอง ทุกผู้คนที่ได้ยินต่างยืนแข็งราวถูกตรึง
“พรึ่บ!”
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตั้งตัว เปลวเพลิงใต้พิภพก็ลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง สมุนไพรวิญญาณแต่ละชนิดถูกซูหานสะบัดมือโยนลงในเตาหลอม
ในเวลาเดียวกัน พลังมังกรบนร่างเขาปะทุออกมา หลั่งไหลสู่เปลวเพลิงใต้พิภพโดยตรง เปลวเพลิงคำรามดังตูม ห่อหุ้มเตาหลอมโอสถทั้งใบไว้แน่นหนา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”
เฉินเฟิงแทบไม่อยากเชื่อว่าซูหานจะเป็นนักปรุงโอสถ แต่เมื่อเห็นวิธีการปรุงโอสถของอีกฝ่าย ก็หัวเราะลั่นทันที
“ข้านึกว่าเจ้ารู้จริงเสียอีก ที่แท้โง่เขลาถึงเพียงนี้ กล้าใช้พลังมังกรไปกระตุ้นความร้อนของเปลวเพลิงใต้พิภพ ข้าบอกเจ้าให้ ด้วยความร้อนระดับนี้ สมุนไพรของเจ้าจะถูกระเหยเป็นไอในไม่ช้า เจ้าคิดหรือว่ามีเตาหลอมกับเปลวเพลิง ก็จะกลายเป็นนักปรุงโอสถได้?”
มิใช่เพียงเฉินเฟิง แม้แต่หลิงชิงไห่บนแท่นสูงก็ส่ายหน้าเบา ๆ
ภายในสำนักเมฆาเยือกแข็งย่อมมีนักปรุงโอสถของตน แม้ระดับจะไม่สูงนัก แต่ก็เพียงพอต่อการดำเนินงานของสำนักระดับเก้า
หลิงชิงไห่มิได้ปรุงโอสถเป็น แต่เคยเห็นนักปรุงโอสถลงมือ ย่อมรู้ว่าการกระทำของซูหานในยามนี้ ผิดหลักการปรุงโอสถแทบทั้งสิ้น
หรือจะกล่าวว่าไม่ใช่ผิดเสียทั้งหมด บางทีนักปรุงโอสถระดับสูงที่มีพลังจิตมหาศาล อาจกล้าทำเช่นนี้
แต่ซูหานที่อยู่เพียงขอบเขตเส้นชีพจรมังกร จะมีพลังจิตถึงเพียงนั้นได้อย่างไร?
หากไร้การควบคุมพลังจิตอย่างแม่นยำ อุณหภูมิเปลวเพลิงย่อมควบคุมไม่ได้ สุดท้ายมิใช่เพียงปรุงโอสถไม่สำเร็จ ยังอาจทำให้เตาหลอมระเบิด บาดเจ็บตนเองอีกด้วย
“เลิกทำตัวน่าอับอายเสียเถิด หากเจ้าหยุดตอนนี้ แล้วมุดลอดหว่างขาของข้า บางทีข้าอาจไว้ชีวิตเจ้า!” เฉินเฟิงตะโกนเสียงดัง
คำพูดนั้นแท้จริงมีไว้รบกวนจิตใจซูหาน เขารู้ดีว่าเวลานักปรุงโอสถลงมือ สิ่งต้องห้ามที่สุดคือการถูกรบกวน
ต่อให้ซูหานหยุดจริงและยอมมุดลอด เขาก็ไม่มีวันปล่อยอีกฝ่าย เพราะภัยคุกคามที่ซูหานมีต่อเขานั้นใหญ่หลวงเกินไป
ทว่าซูหานหาได้ใส่ใจไม่
ฝ่ามือพลิกกลับ พลังมังกรทะลักไหล เปลวเพลิงร้อนแรงยิ่งขึ้น สมุนไพรภายในหลอมละลายแทบในพริบตา
ดับเพลิง เก็บเตา!
ซูหานก้าวลงจากแท่นอย่างสงบนิ่ง
“เสร็จแล้ว?”
“จะเป็นไปได้อย่างไร? ยังไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ ไม่สิ ครึ่งนาทีก็ยังไม่ถึง!”
“หรือว่าเขาเชื่อคำเฉินเฟิงจริง ๆ เตรียมจะมุดลอดหว่างขาเพื่อขอชีวิต?”
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องซูหาน ต้องรู้ว่าเฉินเฟิงใช้เวลาครึ่งชั่วยามเต็มกว่าจะปรุงเม็ดยามังกรสำเร็จ
และการปรุงโอสถเป็นเรื่องกินเวลามาก
“ฟิ่ว!”
ทันใดนั้น ซูหานสะบัดมือ ลำแสงสายหนึ่งพุ่งไปยังหลิงชิงไห่
“ท่านมิใช่จะตรวจโอสถหรือ? เช่นนั้นก็ตรวจดูเถิด” ซูหานกล่าวเรียบเฉย
หลิงชิงไห่ขมวดคิ้ว ยื่นมือคว้าลำแสงนั้น
ยามนี้ผู้คนจึงเห็นชัด ลำแสงนั้นมิใช่โอสถ แต่เป็นขวดหยกใบหนึ่ง!
หลิงชิงไห่เปิดขวดหยก กลิ่นโอสถหอมกรุ่นพลันแผ่ออกมา เหล่าผู้อาวุโสข้างกาย รวมถึงหยุนอิงหนานที่ยืนอยู่ไม่ไกล ต่างได้กลิ่นชัดเจน
“โอสถระดับสูง?!”
ดวงตาหลิงชิงไห่และคนอื่น ๆ หดวูบโดยพร้อมเพรียง ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบเทโอสถออกจากขวด
หนึ่ง สอง สาม สี่…
สิบ!
โอสถสิบเม็ดเต็ม ๆ เม็ดกลมสมบูรณ์ สีสันสดใส ปรากฏอยู่ในมือหลิงชิงไห่
ชั่วขณะนั้น ผู้คนทั้งลานกลั้นลมหายใจ สายตาที่มองซูหานเปลี่ยนเป็นตะลึงงันและยำเกรงลึกซึ้ง
“เป็นไปได้อย่างไร?!”
“โอสถระดับสูง? แถมยังสิบเม็ด?”
“ไม่มีทางเป็นฝีมือซูหานแน่ ไม่ต้องพูดถึงจำนวนหรือคุณภาพ แค่เวลาอย่างเดียวก็เป็นไปไม่ได้แล้ว!”
เสียงฮือฮาระเบิดขึ้น ไม่มีผู้ใดเชื่อว่าโอสถเหล่านี้ซูหานเป็นผู้ปรุง
“ซูหาน เกรงว่าเจ้าคงซื้อโอสถเหล่านี้เตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อนำมาใช้ตอนนี้กระมัง?”
เฉินเฟิงยิ่งไม่เชื่อ โอสถนี้จะเป็นฝีมือซูหานได้อย่างไร มันเหลือเชื่อเกินไป
“ข้าใช้เวลาครึ่งชั่วยามปรุงโอสถระดับต่ำเม็ดหนึ่ง แต่เจ้ากลับปรุงโอสถระดับสูงสิบเม็ดในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที? ความเร็วเช่นนี้ แม้แต่นักปรุงโอสถระดับเงินยังทำไม่ได้!” เฉินเฟิงเยาะเย้ยอีกครั้ง
“สิ่งที่เจ้าทำไม่ได้ มิได้หมายความว่าผู้อื่นทำไม่ได้ ก็เป็นเพียงคนไร้ค่าเท่านั้น” ซูหานเอ่ยเรียบ ๆ
“เจ้ากล้ายังเสแสร้งอีกหรือ?” ดวงตาเฉินเฟิงแข็งกร้าว
“จะเถียงกับข้าไปทำไม? เจ้าก็มิใช่มีอาจารย์หรือ? ให้เขาตรวจดูเสียสิ” ซูหานมองไปยังหลิงชิงไห่
ยามนี้ดวงตาหลิงชิงไห่เบิกกว้างแล้ว
แม้เขาจะเป็นผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพมังกร เป็นเจ้าสำนักเมฆาเยือกแข็ง เห็นโลกมามากมาย แต่ความตกตะลึงในยามนี้ก็ยากจะปกปิด
โอสถเหล่านี้อยู่ในมือเขา เขาย่อมสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่
มีเพียงโอสถที่เพิ่งปรุงเสร็จเท่านั้น จึงมีไออุ่นเช่นนี้!
“อาจารย์?”
เฉินเฟิงเห็นสีหน้าหลิงชิงไห่ ลางร้ายในใจยิ่งทวีความรุนแรง
“ท่านปรมาจารย์หรง ช่วยตรวจดูหน่อยว่าโอสถนี้เพิ่งปรุงขึ้นจริงหรือไม่”
หลิงชิงไห่มิได้ตอบเฉินเฟิง หากส่งโอสถให้ชายชราข้างกาย
ชายชราสวมชุดคลุมสีเทา บริเวณอกซ้ายปักตราเตาหลอมโอสถ เห็นชัดว่าเป็นสมาชิกสมาคมนักปรุงโอสถ
และเขาก็คือนักปรุงโอสถระดับเงินขั้นสูง
ปรมาจารย์หรงรับโอสถไปเพ่งพินิจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วกล่าวว่า
“บนโอสถนี้มีลวดลายเส้นยา และยังมีไออุ่นหลงเหลือ ลวดลายเส้นยานี้คือส่วนประกอบหลักของโอสถ จะค่อย ๆ แทรกซึมภายในเม็ดยา เสริมฤทธิ์ให้ทรงพลังยิ่งขึ้น หากมิได้เพิ่งปรุงเมื่อครู่ ลวดลายและไออุ่นย่อมสลายไปนานแล้ว”
“อะไรนะ?!”
ดวงตาเฉินเฟิงแดงก่ำทันที จ้องซูหานเขม็ง เสียงแหบพร่า
“ข้าไม่เชื่อ…ข้าไม่เชื่อ!!!”