จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1432 นายเสียใจไหม
ผ่านการวิเคราะห์อย่างจริงจัง สุดท้ายหลินหยุนมั่นใจว่า คนในครอบครัวของตัวเอง ต้องอยู่ในมือเซี่ยหยู่เวยแน่นอน
ส่วนที่บอกว่ามียอดฝีมือโผล่ออกมาอีกคน……ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเป็นไปได้ แต่โอกาสเป็นไปได้น้อยมากเท่านั้น
ตอนนี้เขาเอนเอียงไปทางที่ว่า ยอดฝีมือที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันคนนั้น ก็คือเซี่ยหยู่เวย
การที่ตอนนั้นไม่ได้ลงมือจริงจังกับหลงอ้าว และเลือกทำให้อีกฝ่ายตกใจจนหนีไป น่าจะเป็นเพราะต้องการปกปิดตัวตนของตัวเอง
ขณะเดียวกัน เพราะเซี่ยหยู่เวยในตอนนั้น เพิ่งได้รับการอภิเษก ผลการฝึกตนยังไม่ทันมั่นคง
ถ้าทำสงครามใหญ่ในตอนนั้น ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบใหญ่กับผลการฝึกตนของเธอ
ขณะเดียวกัน เธอก็จะไม่มีโอกาสได้ปิดบังตัวตนของตัวเอง
นี่เป็นการอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว
ส่วนโม่เฉินโกหกหลินหยุนเพราะอะไร เขายังหาคำอธิบายที่แน่ชัดและสมเหตุสมผลไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาคิดว่าการพิจารณาของตัวเองไม่มีปัญหา
หลังจากหลินหยุนใจเย็นลง ความคิดก็ชัดเจนขึ้น คิดย้อนไปหลังจากที่เขากลับมา
สุดท้ายจึงแน่ใจ ปัญหาต้องเกิดจากเซี่ยหยู่เวย ดังนั้นเขาจึงมาที่คฤหาสน์ตระกูลเซี่ย
เซี่ยหยู่เวยหัวเราะพรืด แล้วพูดว่า “หลินหยุน นายน่าขำชะมัด! ดีที่ก่อนหน้านี้ฉันบอกรังเก่าของหลงอ้าวให้นายรู้!”
“ดูเหมือนคนอย่างนาย ไม่เพียงแต่จะกำเริบเสิบสาน เอาแต่ใจ ไร้ยางอาย อีกทั้งยังเตรียมทำคุณบูชาโทษอย่างไร้ยางอายด้วย!”
“ตอนนั้นฉันตาบอดจริงๆ ตอนที่อยู่ในสถานการณ์ที่รังเกียจนาย แต่ก็ยังเป็นสามีภรรยากับนายอยู่ตั้งนาน!”
หลินหยุนไม่สนว่าเซี่ยหยู่เวยจะพูดอะไร เขาพูดอย่างเย็นชาว่า “เซี่ยหยู่เวย ฉันจะถามเธออีกครั้ง เธอจะพาคนในครอบครัวฉันออกมาไหม!”
“ถ้าพาออกมา ฉันจะขอบใจเธอ!”
“เพราะอย่างน้อยเธอก็ช่วยพวกเขา ออกมาจากเงื้อมมือของหลงอ้าว!”
“หลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเขาตายไป!”
“ดังนั้นฉันจะซาบซึ้งใจต่อเธอมาก!”
“ถึงขนาดที่เธอสามารถบอกความต้องการออกมาได้ แค่ฉันสามารถทำได้ ฉันจะทำเพื่อเธอ!”
“แต่ถ้าเธอไม่พาพวกเขาออกมา……”
“คงทำได้แค่ลงมือเท่านั้น!”
“เธอวางใจเถอะ ฉันไม่ฆ่าเธอง่ายๆ หรอก ฉันจะทำให้เธอทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส!”
“เซี่ยหยู่เวย ฉันขอเตือนว่าอย่าทำเป็นหูทวนลมกับคำเตือนของฉัน!”
“เธอน่าจะรู้ดี คำพูดที่คนอย่างหลินหยุนเคยพูด ไม่เคยกลืนคำพูดตัวเอง!”
“ตอนนี้คิดให้ดี แล้วให้คำตอบฉันมา!”
เซี่ยหยู่เวยกลับทำเหมือนไม่ได้ฟัง
มองหลินหยุนอย่างเย็นชา แสยะยิ้ม เหาะลงมาในคฤหาสน์ พูดอย่างเย็นชาว่า “หลินหยุน นายบ้าไปแล้วจริงๆ! นายคิดว่ามาอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย จะรอดออกไปได้เหรอ”
“ฮ่าๆๆๆๆ!”
“นายคิดง่ายไปหน่อยมั้ง!”
“ฉันรู้ว่านายจะต้องมา!”
“ได้! ในเมื่อนายมั่นใจแล้ว งั้นฉันก็จะบอกนาย!”
“ใช่ ตอนนี้คนในครอบครัวนาย อยู่ในมือฉันจริงๆ!”
“แต่นายไม่มีโอกาสได้เจอพวกเขาอีกแล้ว!”
“เพราะวันนี้ นายจะได้ตายอยู่ที่นี่!”
“แต่วางใจเถอะ ฉันไม่มีทางแตะต้องคนในครอบครัวนาย!”
“คนอย่างเซี่ยหยู่เวย ไม่เคยไร้ยางอายแบบนาย!”
“ฉันไม่เพียงแต่จะไม่แตะต้องพวกเขา หนำซ้ำฉันจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี!”
“ตอนนี้นายไปได้อย่างสบายใจแล้วล่ะ!”
“ฮ่าๆๆๆ หลินหยุน นายคิดว่าระดับของฉันก่อนหน้านี้ คือพละกำลังทั้งหมดของฉันแล้วงั้นเหรอ”
“นายไร้เดียงสาเกินไปแล้ว!”
“วันนี้ฉันจะให้นายได้เห็นพละกำลังที่แท้จริงของฉัน!”
เซี่ยหยู่เวยขยับปืนกระดูกในมือทันที ธงรูปสามเหลี่ยมปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ทันใดนั้น หมอกดำปกคลุม เสียงร้องโหยหวนของผีนับไม่ถ้วน ดังขึ้นอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน หลังจากพลังที่มองไม่เห็นอันเย็นยะเยือก ปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์
พลังนี้ปกคลุมทั้งคฤหาสน์เอาไว้อย่างรวดเร็ว ราวกับคฤหาสน์กลายเป็นเขตแดนพิเศษชนิดหนึ่ง
ในเขตแดนนี้ ลมปราณของเซี่ยหยู่เวย ยกระดับเพิ่มขึ้นเป็น 20-30 เปอร์เซ็นต์
ตอนนี้เซี่ยหยู่เวย ไม่เพียงแต่ลมปราณจะถึงขั้นยาทองระดับเก้าสูงสุด อีกทั้งยังยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
หลินหยุนแววตาวูบไหวทันที มองเซี่ยหยู่เวย แล้วแสยะยิ้ม “คำนวณไว้ดีจริงๆ เซี่ยหยู่เวย ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนี้ คงอยู่ในแผนการของเธอสินะ”
เซี่ยหยู่เวยไม่ได้ปฏิเสธ เค้นยิ้มออกมา “นายพูดถูก! ทั้งหมดอยู่ในแผนการของฉัน ฉันรู้ว่านายต้องหาที่นี่เจอ!”
“และคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยหลังนี้ เป็นหลุมศพที่ฉันตั้งใจเตรียมให้นาย!”
“ที่นี่เป็นคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยของฉัน ฆ่าคนเนรคุณอย่างนาย ต่อหน้าบรรพบุรุษตระกูลเซี่ยของฉัน หลินหยุน นายไม่คิดว่าแบบนี้จะยิ่งมีคุณค่าไม่ใช่เหรอ”
“โอเค ไม่พูดไร้สาระแล้ว ฉันจะดูแลคนในครอบครัวของนายเอง ตอนนี้นายตายอย่างสงบได้แล้ว!”
พูดพลาง เสาวิญญาณในมือของเธอขยับ วิญญาณนับไม่ถ้วน แยกเขี้ยวกรูเข้ามาหาหลินหยุน
ครั้งนี้ วิญญาณที่ปรากฏตัวออกมา แข็งแกร่งมาก! โดยเฉพาะตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในนั้น มีพลังประมาณระดับยาทอง!
ภายใต้พลังการปลุกเสกทั้งคฤหาสน์ ทำให้เซี่ยหยู่เวยกระตุ้นพลังออกมาได้มากขึ้น!
แววตาหลินหยุนวูบไหว กระแทกหมัดออกไป
แต่ทว่าขณะนั้น พลานุภาพหมัดของเขา โดนวิญญาณตัวที่แข็งแกร่งที่สุด อ้าปากกลืนกินเข้าไป และพ่นหมอกดำอันน่ากลัวออกมา
ในหมอกดำ มีพลังการกัดกินที่แข็งแกร่งมาก ขนาดหลินหยุนยังรู้สึกถึงอันตรายเป็นอย่างมาก
หลินหยุนหายตัวแวบขึ้นไปกลางอากาศ แต่ขณะนั้น การควบคุมอันแข็งแกร่ง สกัดกั้นเขาเอาไว้
และตอนนี้ หมอกดำที่มีพลังกัดกินอันแข็งแกร่ง ก็กระแทกมายังหลินหยุน
“พลั่กกก”
หลินหยุนกระอักเลือดออกมา และกระเด็นออกไปทันที
ตัวชนอย่างแรงกับพลังที่มองไม่เห็น ซึ่งปกคลุมคฤหาสน์อยู่ และเด้งลงมากระแทกกับพื้นอย่างแรง
สีหน้าของหลินหยุนยิ่งซีดเข้าไปอีก เดิมทีเขาก็บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว
อีกทั้งระหว่างที่บาดเจ็บ ก็ต่อสู้ครั้งใหญ่ถึงสามรอบ นี่ทำให้อาการบาดเจ็บของเขาหนักเข้าไปอีก
ตอนนี้เผชิญหน้ากับเซี่ยหยู่เวยที่แข็งแกร่งขนาดนี้ โดนทำให้บาดเจ็บสาหัสอีกครั้ง ก็เป็นเรื่องปกติ
เซี่ยหยู่เวยมองหลินหยุนที่กระแทกลงบนพื้น กระอักเลือดออกมาไม่หยุด และสีหน้าซีดเผือด อีกทั้งผมยังขาวขึ้น เธอหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
หัวเราะอย่างมีความสุข เซี่ยหยู่เวยมองหลินหยุน แล้วพูดว่า “ฮ่าๆๆๆ หลินหยุน คิดไม่ถึงสินะว่านายจะมีวันนี้เหมือนกัน!”
“ความเอาแต่ใจของนายก่อนหน้านี้ล่ะ”
“ความอวดดีของนายก่อนหน้านี้ล่ะ”
“ความเย่อหยิ่งของนายก่อนหน้านี้ล่ะ”
“ตอนที่นายทำเรื่องไร้ยางอายกับฉันในตอนนั้น ต่อมาวันหนึ่ง คนอย่างฉันได้ยืนต่อหน้านายแบบนี้จริงๆ”
“ส่วนนาย! กลับทำได้เพียงคลานเหมือนสุนัขต่อหน้าฉัน!”
“หลินหยุน ตอนนี้รู้สึกเสียใจไหม”