จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1433 ใครไร้เดียงสา
หลินหยุนปาดคราบเลือดตรงมุมปากทิ้ง ฝืนยืนขึ้นมาช้าๆ
สายตามองไปที่เซี่ยหยู่เวย มองรอยยิ้มที่มีความสุขของเซี่ยหยู่เวย จู่ๆ เขารู้สึกเศร้าใจขึ้นมา
ผู้หญิงตรงหน้า เคยเป็นรักที่ซื่อสัตย์ของเขาเมื่อชาติที่แล้ว
แต่สุดท้ายคนที่ทำร้ายเขาอย่างสาหัส ก็คือเธอเช่นกัน
เรียกได้ว่า ถ้าไม่มีท่านอาจารย์ของตัวเอง ไม่รู้ว่าเขาจะตายไปนานแค่ไหนแล้ว
ชาตินี้ เขาเคยคิดว่าจะให้โอกาสอีกฝ่ายดีหรือเปล่า แต่ผู้หญิงคนนี้ กลับไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลย
จะดีก็ไม่ดี จะร้ายก็ไม่ร้าย มาโดยตลอด
อันดับแรกคือพยายามกดขี่เขาอย่างสุดความสามารถ
เหมือนตัวเองเป็นสิ่งไร้ค่าที่สุดบนโลกนี้ อีกทั้งยังไม่มีอะไรเทียบได้ด้วย
หลังจากตัวเองเผยสิ่งที่แปลกกว่าคนทั่วไป เธอก็เปลี่ยนไปอีกทาง คิดว่าการที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะเขาจงใจ อีกทั้งยังผลักความผิดทั้งหมดมาใส่เขา
จนกระทั่งตอนนี้เขายังจำสิ่งที่เซี่ยหยู่เวยเคยพูดได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ไม่ยอมใช้ความสามารถออกมา เธอจะเห็นเขาเป็นสิ่งไร้ค่าได้อย่างไร……
ทั้งสองมาถึงทุกวันนี้ เธอยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นปัญหา แต่ล้วนเป็นความรับผิดชอบของเขา
หลินหยุนถึงกับรู้สึกตลก
ทั้งตลกทั้งเศร้า
เดิมทีเขาคิดว่าคำพูดพวกนั้นของเซี่ยหยู่เวย เป็นเพราะเธอไม่อยากยอมรับผิด จึงฝืนใจพูดออกมาเท่านั้น
แต่ดูเหมือนตอนนี้ เขาคงจะคิดผิด
เธอไม่เคยรู้สึกเลยจริงๆ การที่เดินมาถึงจุดนี้ ตัวเธอเองไม่มีปัญหาอะไรบ้าง
ส่วนความรับผิดชอบ ความผิดพลาดทั้งหมด ล้วนเป็นเพราะหลินหยุน ดังนั้นเธอจึงเกลียดตัวเองขนาดนี้ และอยากฆ่าตัวเองขนาดนี้
หลินหยุนถอนหายใจออกมา สำหรับเซี่ยหยู่เวย เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ และปล่อยวางได้แล้ว
การปล่อยวางนี้ ไม่ได้มีภาพหลอนเหมือนก่อนหน้านี้ แต่เป็นการปล่อยวาง ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอีกฝ่ายอีกแล้ว
ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เซี่ยหยู่เวยไม่ได้มีความคิดจะฆ่าตัวเองขนาดนี้ เห็นแก่น้าเฟิน ถ้าเกิดเห็นเซี่ยหยู่เวย ตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตาย เขาก็ต้องช่วยแน่นอน
แต่ตอนนี้ ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว
เซี่ยหยู่เวย อีกทั้งสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับเซี่ยหยู่เวย ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาอีกแล้ว
การเปลี่ยนแปลงของสภาพจิตใจ ทำให้หลินหยุนผ่อนคลายลงไม่น้อย เขาไม่สนใจอีกแล้วว่าควรฆ่าเซี่ยหยู่เวยดีหรือเปล่า
หลินหยุนมองเซี่ยหยู่เวย แล้วพูดเบาๆ ว่า “เธอคิดว่าเธอชนะแล้วเหรอ เซี่ยหยู่เวย ถ้ามีแค่นี้ ฉันจะไม่บอกเธอก็ไม่ได้ ยังห่างชั้นกันอีกเยอะ”
“ฉันจะให้โอกาสเธออีกครั้ง พาคนในครอบครัวฉันออกมา”
“ตั้งแต่วันนี้ เธอกับฉันเป็นคนแปลกหน้าอย่างสมบูรณ์!”
“ถ้าไม่พาออกมา เธอต้องตาย!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน เซี่ยหยู่เวยหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง พูดอวดดีด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “หลินหยุน นายคิดเองเออเองขนาดนี้ ฉันจะบอกนายให้นะ ถ้าอยู่ที่อื่น นายอาจจะมีโอกาสอยู่บ้าง!”
“แต่อยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยของฉัน!”
“อย่าว่าแต่นายเลย”
“ยอดฝีมือที่อยู่บนโลกนี้ ก็ต้องตาย!”
“มาถึงตอนนี้แล้ว นายยังคิดว่าตัวเองมีโอกาสรอดเหรอ”
“น่าขำชะมัด!”
“ตอนนี้นายอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยของฉัน อีกทั้งนายยังบาดเจ็บสาหัส เรียกได้ว่าโอกาสทองอยู่ฝั่งฉัน!”
“นายคิดว่าทำไมฉันถึงบอกที่อยู่ของหลงอ้าวให้นายรู้ล่ะ”
“เพราะฉันต้องการให้นายต่อสู้กับหลงอ้าวอีกครั้งยังไงล่ะ!”
“ไม่ว่านายสองคน ใครจะแพ้หรือชนะ อาการบาดเจ็บของนายก็สาหัสขึ้นแน่นอน!”
“เมื่อถึงตอนนั้นนายรู้ และมาหาฉันที่นี่ ฉันก็ได้เปรียบ!”
“เหอะๆๆๆ แต่เหมือนสวะอย่างหลงอ้าวทำไม่ถึงเป้าหมายที่ฉันต้องการ!”
“แต่ไม่เป็นไร!”
“แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!”
“ตอนนี้ยังไงนายก็ต้องตายที่นี่!”
หลินหยุนส่ายหน้าเบาๆ ถอนหายใจแล้วพูดว่า “เซี่ยหยู่เวย เธอมองคนอย่างหลินชางฉองง่ายเกินไปเสียแล้ว! ฉันบอกแล้ว ฉันคือคนที่เธอต้องแหงนหน้ามองตลอดไป!”
หลินหยุนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองพลังที่มองไม่เห็น ที่ปกคลุมอยู่บนหัวตัวเอง แล้วพูดอีกว่า “เธอคิดว่าแค่นี้จะฆ่าคนอย่างหลินชางฉองได้เหรอ”
“ตอนนี้ฉันจะบอกเธอว่า เราสองคน ใครกันแน่ที่น่าขำ!”
เมื่อพูดจบ หลินหยุนขยับทันที จากนั้นเหาะขึ้นไปด้านบนอีกครั้ง ร่างกายหายแวบไป ร่างลางของเซียนปรากฏออกมา ใช้ดาบทะลุสวรรค์ออกมาทันที
ดาบทะลุสวรรค์เพียงดาบเดียว สามารถทำลายโลกได้!
ทันใดนั้น ดาบยาวในมือร่างลางของเซียน ที่มาพร้อมกับพลังทำลายล้าง ถูกแทงออกไป
พลังที่มองไม่เห็นที่อยู่บนศีรษะ พังทลายลงทันที
ไม่มีพลังที่มองไม่เห็น หลินหยุนรู้สึกว่าแรงกดดันนั้นหายไป อีกทั้งฝั่งเซี่ยหยู่เวย ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง
เธอไม่มีพลังปลุกเสกของเขตแดน ผลการฝึกตนจึงลดฮวบลง
แต่สุดท้ายยังอยู่ในขั้นยาทองระดับเก้าสูงสุด
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เซี่ยหยู่เวยตกใจเป็นอย่างมาก สะบัดเสาวิญญาณในมือ วิญญาณนับไม่ถ้วน กรูเข้าไปหาหลินหยุนอย่างบ้าคลั่ง
“หลินหยุน ดูสิว่าฉันจะฆ่านายยังไง!”
เธอก็คิดไม่ถึง ถึงตอนนี้แล้ว หลินหยุนยังสามารถระเบิดพลานุภาพอันน่ากลัวแบบนี้ออกมาได้อีก
นี่มันเหนือความคาดหมายของเธอ แต่ก็ยังพอรับได้
เธอรู้นานแล้วว่าหลินหยุนฆ่ายาก ไม่งั้นการเล่นงานหลินหยุนสามรอบก่อนหน้านี้ เรียกได้ว่าคำนวณมาอย่างดี แต่หลินหยุนก็ยังรอดมาได้
หลินหยุนได้ยินก็แสยะยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร เหาะไปบนอากาศอีกครั้ง
ขณะนั้น เหมือนมีบันไดเก้าขั้นที่มองไม่เห็น ปรากฏกลางอากาศ
หลินหยุนเคลื่อนไหวผลการฝึกตนทั้งหมดอย่างบ้าคลั่ง ก้าวออกไป
ย่ำฟ้าเก้าที
เมื่อย้ำก้าวแรก เหมือนมีเสียงอึกทึกดังไปทั่วทั้งโลก
ราวกับฟ้าจะถล่ม ดินจะทลายอย่างไรอย่างนั้น
แต่วิญญาณที่ปล่อยออกมาจากเสาวิญญาณของเซี่ยหยู่เวย มีแต่พวกที่อ่อนแอ ที่โดนกระแทกจนสลายไป
ยังมีที่ทัดเทียมกับยาทองระดับแปดและเก้า จำนวนไม่น้อย หลังจากที่ชะงักไป ก็กรูเข้าไปหาหลินหยุนอย่างโหดเหี้ยม
ขณะนั้น หลินหยุนรีบย่ำก้าวที่สองลงไป
ย่ำฟ้าเก้าที ย่ำที่หนึ่ง ย่ำฟ้าดิน ย่ำที่สอง ย่ำวั่งชวน ย่ำที่สาม ย่ำยมโลก!
ก้าวที่สองและก้าวที่สาม ปรโลกและนรก ล้วนเป็นฝึกอาฆาต
ดังนั้นเมื่อย่ำก้าวที่สองลงไป วิญญาณพวกนั้น พากันร้องโอดครวญอย่างบ้าคลั่ง เมื่อย่ำก้าวที่สาม วิญญาณแตกสลายไปจนหมด กลายเป็นความว่างเปล่า
พวกวิญญาณที่แตกสลาย ตอนก้าวแรก ยังสามารถกลายเป็นลำแสงสีดำ กลับเข้าไปในเสาวิญญาณของเซี่ยหยู่เวยได้
แต่หลังจากหลินหยุนย่ำก้าวที่สองและสามแล้ว วิญญาณที่แข็งแกร่งพวกนั้น กลับไม่มีโอกาสได้กลับเข้าไปในเสาวิญญาณได้อีก หายไปจากโลกนี้ตลอดกาล
ตอนนี้เซี่ยหยู่เวย สีหน้าไม่สู้ดีเป็นอย่างมาก ร้องโอดครวญออกมาไม่หยุด มีเลือดสดสีดำออกมาจากปากอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายเธอคุกเข่าลงบนพื้น