จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 148 การแก้แค้นของเถียนชุ่ยชุ่ย
บทที่ 148 การแก้แค้นของเถียนชุ่ยชุ่ย
อุบายพรรค์นี้ ช่างอ่อนด้อยสิ้นดี
“ไม่จ่าย”
หลินหยุนหันหลังแล้วเดินจากไป
“เอ๋ ๆ ๆ! พี่ชาย พี่ชาย! อย่าเพิ่งไปสิ! นี่มันเงินรางวัลตั้งหนึ่งล้านเหรียญเชียวนะ! ถ้าคุณไม่เอา ก็เท่ากับเอาเปรียบเจ้านายเราแย่น่ะสิ!”
หญิงสาวไล่ตามไป พลางพูดไม่หยุด
หลินหยุนปรายตามองเธอแวบหนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “อุบายของพวกเธอมันอ่อนด้อยไปหน่อยนะ คราวหน้าหาคนที่แสดงเก่งกว่านี้มาเถอะ!”
พูดจบก็เปิดประตูแล้วเดินออกไปทันที
หญิงสาวตกตะลึงไปชั่วขณะ บ่นพึมพำกับตัวเองว่า “เขารู้ตัวตั้งนานแล้วเหรอเนี่ย?”
จากนั้นจึงพูดอย่างแค้นเคืองว่า “ที่แท้ฉันก็ถูกหลอกซะแล้ว!”
หลินหยุนเปิดประตูออกไป ก็ได้ประจันหน้ากับชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งเข้า
ทันใดนั้นหญิงสาวก็ร้องออกมาอย่างประหลาดใจ “หลินหยุน!”
หลินหยุนมองไปที่ทั้งสอง ช่างบังเอิญเสียจริง!
สองคนนี้คือเสิ่นหย่งกับเถียนชุ่ยชุ่ย ที่เพิ่งออกจากโรงแรมมาพอดี
เถียนชุ่ยชุ่ยปรายตามองไปที่ร้านขายสลากที่อยู่ข้างหลังหลันหยุน หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “หลินหยุน นี่นายถึงกับคิดจะซื้อสลากเพื่อจะได้รวยยังงั้นเหรอ! นายนี่มัน … ทำฉันขำแทบตายเลยจริงๆนะเนี่ย!”
เธอปิดปากตัวเอง แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้น ในเสียงหัวเราะของเธอเต็มไปด้วยความรังเกียจ
เสิ่นหย่งก็หัวเราะเยาะอยู่อีกด้าน ยืนจังก้าตรงหน้าหลินหยุน พลางมองด้วยสายตาที่แสดงว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า
หลินหยุนปรายตามองทั้งสองนิ่ง ๆ อย่างคร้านจะสนใจพวกเขา เดินตรงไปยังแผงขายอาหารขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างๆ
เถียนชุ่ยชุ่ยอ้อมไปดักหน้าหลินหยุนก่อน มองเขาอย่างหยิ่งผยองพลางหัวเราะเยาะอย่างลำพองใจ “อย่าเพิ่งไปรีบขนาดนี้สิ!”
ครั้งก่อนที่บาร์โล่เฉิน คำพูดนั้นของหลินหยุนโจมตีเธอ จนพาลทำให้เธอเจ็บปวดในใจไปหลายวัน เธอเอาแต่คิดว่า จะหาโอกาสกลับมาแก้แค้นยังไงดี คิดไม่ถึงว่าแม้แต่สวรรค์ก็ยังสร้างโอกาสให้เธอ
หลินหยุนปรายตามองเธอ พลางพูดออกมานิ่งๆว่า “ไสหัวไปซะ!”
สีหน้าของเถียนชุ่ยชุ่ยเปลี่ยนไปทันที เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งไอ้คนไร้ประโยชน์อย่างหลินหยุนจะกล้าพูดกับเธอว่าไสหัวไป!
“หลินหยุน! กะอีแค่ยาจกคนหนึ่งอย่างนาย มีสิทธิ์อะไรมาพูดคำนี้กับชั้น! นายลืมไปแล้วรึไงว่าเมื่อสองปีก่อน นายตามชั้นต้อย ๆ ทั้งคอยกระดิกหาง ประจบประแจงเอาใจชั้นยังไงบ้าง?”
คล้ายว่าเถียนชุ่ยชุ่ยจะย้อนนึกถึงภาพสมัยก่อน ตอนที่เธอปั่นหัวหลินหยุนเล่นราวกับเป็นลูกไก่ในกำมือ มองหลินหยุนด้วยสีหน้าดูถูก
“คำคำนี้มีแต่ฉันเท่านั้นที่มีสิทธิ์พูดกับนาย อย่างนายมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้กับฉันไม่ทราบ!”
แววตาที่หลินหยุนมองเธอ เจือด้วยความสมเพชเวทนา ผู้หญิงคนนี้สงสัยอาการหลงใหลเรื่องหน้าตาจะกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว
“’งี่เง่า!” หลินหยุนพูดอีกสองคำอย่างไม่แยแส
เถียนชุ่ยชุ่ยสีหน้าน่าเกลียดดูไม่ได้ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางแผดเสียงดังลั่น “ไหนแกพูดอีกทีซิ!”
ในตอนนั้นเอง จู่ๆเทพฟ้าผ่าก็ออกจากร้านอาหารมาตะโกนว่า “หลินหยุน เตรียมกินได้แล้วนะเว้ย รีบมาเร็ว!”
แน่นอนว่าเทพฟ้าผ่าเห็นเถียนชุ่ยชุ่ยแล้ว เขากังวลว่าหลินหยุนจะถูกเอาเปรียบ จึงตั้งใจเตือนหลินหยุนให้ปลีกตัวมาแต่เนิ่นๆ
ชั่วขณะนั้น เถียนชุ่ยชุ่ยมองไปที่เทพฟ้าผ่า ความโกรธบนใบหน้าเธอพลันหายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มดูถูกเหยียดหยาม
เถียนชุ่ยชุ่ยพูดด้วยท่าทีกลับตาลปัตร “ฉันยังนึกอยู่ว่าพวกโสดอย่างพวกนาย ออกจากโรงแรมไปแล้วจะไปกินมื้อหรูที่ไหนซะอีก ที่แท้ก็หลบมากินที่ร้านแผงลอยข้างทางนี่เอง”
“พวกนายนี่ก็ลำบากน่าดูเลยไม่ใช่เหรอ? เพื่อความสะใจประเดี๋ยวประด๋าว ถึงกับยอมไม่กินอาหารที่จัดเลี้ยงในโรงแรม แต่วิ่งออกมากินอาหารขยะในร้านที่ทั้งสกปรก ทั้งรกรุงรังแบบนี้แทน”
“จุ๊ๆๆ ช่างน่าหัวเราะซะจริงๆเลย!”
เดิมทีเถียนชุ่ยชุ่ยคิดจะใช้โอกาสนี้ ทำให้หลินหยุนต้องอับอาย แต่คำพูดนี้ของเธอกลับไปสร้างความขุ่นเคืองใจ ให้กับบรรดาคนที่กินอาหารอยู่ในแผงลอยทั้งหมด
ชายร่างใหญ่ที่ไม่ใส่เสื้อคนหนึ่ง โกรธจนหน้าแดง อ้าปากด่าลั่น “นังผู้หญิงสมองกลวงที่ไหน มาพ่นคำพูดบ้าบอเพ้อเจ้อที่นี่อีกล่ะ? ร้านแผงลอยแล้วมันจะทำไมวะ? ที่อั๊วมีคือเงินโว้ย! แต่อั๊วชอบกินร้านแผงลอย มันไปหนักส่วนไหนของหล่อนหา!”
คุณลุงอีกคนใส่แว่นก็ด่าสำทับว่า “ไสหัวไปทางโน้นเลยไป๊! อายุยังแค่นี้ ก็ระริกระรี้มาอยู่กับผู้ชาย พูดจาปากคอเราะรายขนาดนี้ คงไม่ใช่ผู้หญิงดีเด่อะไรมากมายหรอก!”
“ใช้เงินที่หล่อนได้มาจากการขายตัว ไปหาพวกของขึ้นเหลาพรรค์นั้นกินซะไป้! ร้านแผงลอยไม่เหมาะกับคนอย่างหล่อน อย่ามาทำให้แผงลอยที่สะอาดบริสุทธิ์ของเรา ต้องสกปรกมัวหมองหน่อยเลย”
เทพฟ้าผ่าที่กำลังเตรียมจะด่าสวนกลับ พลันหัวเราะเสียงดังลั่น นี่เขาไม่จำเป็นต้องออกหน้าด้วยซ้ำ คนอื่นก็พากันด่าเถียนชุ่ยชุ่ยซะเละแล้วเรียบร้อย
จางซือจู่ส่ายหน้า มองไปที่เถียนชุ่ยชุ่ยอย่างนึกสงสาร“ ผู้หญิงคนนี้ท่าจะสมองเท่าหมูมั๊งเนี่ย? คำพูดที่กระตุ้นความเกลียดชังต่อสาธารณชนแบบนี้ ยังกล้าพูดออกมาได้ นี่ยังดีนะที่เจ้าหล่อนยอมปล่อยมือจากหลินหยุนซะก่อน!”
สีหน้าของเถียนชุ่ยชุ่ยน่าเกลียดถึงขีดสุด เธอแค่อยากโจมตีหลินหยุนให้ได้อาย แต่ไม่ทันได้นึกถึงความรู้สึกของคนอื่น
ตอนนี้ความโกรธที่ถาโถมมาจากผู้คนรอบด้าน ทำให้เธอตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว แล้วไปยืนอยู่ข้าง ๆ เสิ่นหย่ง
เสิ่นหย่งแอบด่าหล่อนในใจ “ผู้หญิงคนนี้สมองกลวงเป็นบ้า! แต่แบบนี้ก็ดีที่สุดแล้ว ผู้หญิงที่ฉลาดเกินไปพาขึ้นเตียงยาก!”
เสิ่นหย่งรีบปลอบใจ “อย่าไปแลกกับพวกคนจนพวกนี้เลยน่า ถ้าพวกเขารวยจริงใครจะมากินร้านแผงลอยแบบนี้ล่ะ!”
“อื้ม พี่หย่งพูดถูกที่สุดเลย!” เถียนชุ่ยชุ่ยเข้าไปซบในอ้อมอกของเสิ่นหย่ง แสดงความรักใคร่เสน่หาจนออกนอกหน้า หันไปมองหลินหยุนอย่างยั่วยุ
เสิ่นหย่งฉวยโอกาสเอื้อมมือออกไปโอบรอบเอวเล็ก ๆ ของเถียนชุ่ยชุ่ย ส่งสายตาท้าทายไปที่หลินหยุน แถมมืออีกข้างยังบีบที่บั้นท้ายกลมกลึงของเธออีกด้วย
เหมือนจะบอกว่า ดูซะให้เต็มตาสิ! เทพธิดาที่แกเคยมองว่าเป็นดั่งสมบัติล้ำค่า ตอนนี้เป็นเหมือนหมาตัวเมียตัวนึง ที่ฉันจะเล่นสนุกยังไงก็ได้
เถียนชุ่ยชุ่ยเคยปฏิเสธพฤติกรรมเกินเลยแบบนี้ของเสิ่นหย่ง แต่ตอนนี้เพื่อที่จะโจมตี หลินหยุน เธอจึงยอมให้ง่ายๆ
“ไปเถอะ ฉันจะพาเธอไปกินที่อิมพีเรียลคอร์ท!” เสิ่นหย่งพูดอย่างมีชัย เขารู้สึกว่าวันนี้เขาควรใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ รวบหัวรวบหางเถียนชุ่ยชุ่ยซะ
“อิมพีเรียลคอร์ท!” เถียนชุ่ยชุ่ยอุทานเสียงดัง มองเสิ่นหย่งอย่างไม่กล้าเชื่อสายตา
“นั่นคือโรงแรมระดับสูงสุดในหลินโจวเลยนะ! ได้ยินมาว่ามีเฉพาะสมาชิกที่มีอายุมากกว่าหนึ่งปีเท่านั้น ถึงจะสามารถพาคนเข้าไปได้!” แม้ว่าภูมิหลังครอบครัวของเถียนชุ่ยชุ่ยจะไม่เท่าไหร่ แต่กลับรู้ลึกรู้ดีในเรื่องสินค้าฟุ่มเฟือย รวมถึงสถานที่ที่มีค่าใช้จ่ายสูงแบบละเอียดชัดเจนมาก
ในเมื่อวางแผนว่าจะแต่งกับทายาทรุ่นสองที่ร่ำรวยให้ได้ ก็ต้องมีความรู้อะไรแบบนี้ไว้บ้าง ไม่อย่างนั้นจะยืนยันได้ยังไงล่ะ ว่าคนๆนี้เป็นรุ่นสองที่ร่ำรวยของจริง?
บรรดาลูกค้าที่พูดเหน็บแนมเถียนชุ่ยชุ่ย ไม่พูดอะไรอีก พวกเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับสถานที่เช่นอิมพีเรียลคอร์ท แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันเป็นเพียงชื่อเรียกสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพียงคนระดับจักรพรรดิเท่านั้นที่สามารถไปกินได้!
แม้แต่สีหน้าของพวกเทพฟ้าผ่า ก็ยังน่าเกลียดแทบดูไม่ได้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รู้สึกว่าโรงแรมขนาดใหญ่ จะดีกว่าแผงลอยริมทางมากมายอะไรนัก แต่ถ้าเทียบกับสถานที่หรูหราไฮโซแบบอิมพีเรียลคอร์ทแล้ว ร้านแผงลอยก็คือขอทาน ส่วนอิมพีเรียลคอร์ทนั้นคือจักรพรรดิตัวจริงเลยทีเดียว
“ฉันจะโทรไปจองโต๊ะเดี๋ยวนี้เลย อย่าเสียเวลากับยาจกพวกนี้เลยนะ” เสิ่นหย่งหยิบมือถือออกมาด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง แล้วเริ่มโทรไปจองโต๊ะอาหาร
เถียนชุ่ยชุ่ยมองไปที่หลินหยุนด้วยความรู้สึกเหนือกว่า พูดอย่างดูถูกว่า “หลินหยุน พี่หย่งเชิญฉันไปกินข้าวที่อิมพีเรียลคอร์ท ถ้าฉันคบกับนายล่ะก็ นายคิดว่าชาตินี้นายจะมีปัญญาพาฉันไปที่นั่นได้รึเปล่า?”
“ตัวไร้ประโยชน์ ยังไงๆ ก็คือตัวไร้ประโยชน์อยู่วันยังค่ำ ไม่ว่าจะพูดให้เสียงดังแค่ไหน ก็ไม่มีวันเฉิดฉายได้หรอก”
พูดจบ เถียนชุ่ยชุ่ยก็มองหลินหยุนที่เงียบกริบไม่เอ่ยคำ รั้งแขนของเสิ่นหย่งเข้ามาควง จากนั้นก็เดินจากไป
วันนี้เถียนชุ่ยชุ่ยอารมณ์ดีอย่างยิ่ง ในที่สุดก็กู้หน้าเรื่องในบาร์ครั้งที่แล้วกลับมาได้ซะที
หลินหยุนคนไร้ประโยชน์ ที่เป็นได้แค่เครื่องมือให้เธอใช้สอยพรรค์นั้น บังอาจกล้ามาท้าทายอำนาจของเธอ สมน้ำหน้าแล้วที่ถูกทำให้อับอายต่อหน้าธารกำนัล
อิมพีเรียลคอร์ทนั่นน่ะ ก่อนหน้านี้หวางหยู่หันเคยได้ไปที่นั่นมาครั้งหนึ่ง พอกลับมาได้ ก็เที่ยวไปคุยฟุ้งโอ้อวดใครต่อใครไปทั่วตั้งหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ
เถียนชุ่ยชุ่ยไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจแสนจะรู้สึกอิจฉาตาร้อนแทบบ้าตายให้ได้แล้ว
ครั้งนี้ในที่สุดเธอก็ได้ไปอิมพีเรียลคอร์ทซะที รอให้กลับไปก่อนเถอะ เธอจะไปคุยอวดสักเดือนหนึ่งเต็มๆเลยคอยดู
หลินหยุนเดินไปตรงหน้าพวกเพื่อนๆ เห็นว่ามีคนรินเบียร์เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
เทพฟ้าผ่ายกแก้วใบหนึ่งส่งไปให้หลินหยุน แล้วพูดว่า “ดื่ม! อย่าไปสนใจยัยผู้หญิงเจ้าแผนการอย่างเถียนชุ่ยชุ่ยนั่นเลยน่า”
หลินหยุนรับแก้วเบียร์มา แล้วดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
“ดีมาก สะใจสุดๆ สหายทั้งหลาย พวกเราก็หมดแก้ว!” เทพฟ้าผ่าพูดกับเพื่อนคนอื่น ๆ
“หมดแก้ว!”
ทุกคนดื่มรวดเดียวหมดอย่างพร้อมเพรียง
“หลินหยุน นั่งสิ! จะยืนทำไมล่ะ?!” จางซือจู่พูดชักชวน
หลินหยุนหันไปมองผองเพื่อนทั้งหลาย จู่ๆก็พูดขึ้นว่า “ทุกคนอยากไปกินข้าวที่อิมพีเรียลคอร์ทกันมั้ย?”
เอิ้ก!
เทพฟ้าผ่าเรอดังเอิ้ก ไม่รู้ว่าเพราะดื่มเครื่องดื่มแล้วลมสวนจนสะอึก หรือเพราะตกใจจนสำลักกันแน่
“หลินหยุน มันไม่คุ้มหรอกนะ ที่จะถือเอาผู้หญิงพรรค์นั้นมาเป็นอารมณ์! อิมพีเรียลคอร์ทมันไม่ใช่สถานที่ที่พวกเราจะไปได้นะเพื่อน” เทพฟ้าผ่าพูดเกลี้ยกล่อม
จางซือจู่ก็ช่วยพูดกล่อมด้วยอีกคน “เทพฟ้าผ่าพูดถูกแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าราคาขั้นต่ำสุดของที่นั่น ก็ปาเข้าไปครั้งละหลายพันเหรียญแล้วนะ แถมถ้าอยากเข้าไป ก็ต้องมีสมาชิกที่มีอายุมากกว่าหนึ่งปีพาไป ถึงจะเข้าไปได้ ”
ความหมายของไอ้หมอชัดเจนมาก คนอย่างกลุ่มพวกเขา จะไปมีสมาชิกที่มีอายุมากกว่าหนึ่งปีได้ยังไงกันล่ะ!
แค่ขาดเงื่อนไขข้อนี้ ก็เท่ากับถึงทางตันแล้ว !