จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 147 ถูกรางวัล
บทที่ 147 ถูกรางวัล
แน่นอนว่าเพื่อนร่วมชั้นที่เหลืออยู่ ต่างก็โกรธมากเช่นกัน แต่ทุกคนล้วนเป็นคนฉลาด จึงไม่คิดจะทำให้เหยียนเสวเหวินกับจางเหมิงขุ่นเคือง แค่เพราะความโกรธชั่ววูบแบบเทพฟ้าผ่า
ก่อนงานเลี้ยงขอบคุณนี้จะได้เริ่ม ตัวเอกของงานก็ดันหายหัวไปซะก่อนแล้ว
แต่อย่างไรก็ตามงานเลี้ยงขอบคุณนี้ ทุกคนกลับกินได้อย่างออกรสมาก
เพราะทุกคนต่างก็พูดถึงหัวข้อเดียวกัน นั่นก็คือการพูดจายกยอปอปั้นเหยียนเสวเหวินนั่นเอง
ฉินโส่วทนฟังไปๆ ก็แทบจะอ้วกแตกออกมาให้ได้แล้ว ในที่สุดเลยลากโหลวจิ้งโยวออกไปกินที่ร้านข้างนอก
เสิ่นหย่งกับหลี่หงถูก็กลับไปก่อนเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ เหยียนเสวเหวินเคยมีชื่อเสียงในลำดับพอ ๆ กับพวกเขา แต่มาตอนนี้ พวกเขากลับถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์
แต่ก่อน เวลาพวกเพื่อนนักเรียนพูดถึงเหยียนเสวเหวิน พวกเขาก็จะต้องถูกพูดถึงด้วยอย่างแน่นอน แต่มาตอนนี้ เมื่อทุกคนกำลังพูดถึงเหยียนเสวเหวิน ทั้งที่พวกเขาเองก็นั่งอยู่ตรงหน้าทุกคนแท้ๆ แต่ทุกคนกลับทำเหมือนว่าไม่เห็นพวกเขาอยู่ตรงนี้ด้วยสักนิด
เสิ่นหย่งกับหลี่หงถูที่เป็นพวกเย่อหยิ่งถือดี มีหรือจะทนได้?
หลังจากเทพฟ้าผ่ากับพวกหลินหยุนออกจากโรงแรมมา พวกเขาก็มาหยุดอยู่ข้างถนน
เทพฟ้าผ่ามองไปผองเพื่อน รู้สึกขอโทษเล็ก ๆในใจ “ขอโทษทีสหาย ทำจนพวกแกไม่ได้ข้าวกันสักคน เดี๋ยวฉันเลี้ยงพวกแกเอง แต่ฉันคงไม่มีปัญญาเลี้ยงข้าวในโรงแรมนะเว้ย คงพอกินได้แค่อาหารร้านแผงลอยข้างทางว่ะ”
“ฮะๆ แผงลอยมีอะไรไม่ดีล่ะเพื่อน ไม่ใช่เข้ากับพวกบ้าๆบอๆอย่างพวกเราดีหรอกเหรอ!” ไอ้หมอพูดด้วยรอยยิ้ม
ไอ้สิบแปดมงกุฎก็พูดเสริมว่า “ใช่เลย แผงลอยออกจะเหมาะกับพวกเรา”
“แล้วพวกแกสองคนล่ะ?” เทพฟ้าผ่ามองไปที่หลินหยุนกับไอ้หิน ซึ่งไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรสักคำ
“ ฉันอะไรก็ได้หมด”ไอ้หินพูดเสียงเบา
หลินหยุนพูดอย่างเรียบเฉย “ฉันยังไงก็ได้”
“ถ้าอย่างนั้นทุกคนก็ไปกันเถอะ ลุย!” เทพฟ้าผ่าตะเบ็งเสียงสั่งประโยคหนึ่ง คู่รักที่อยู่ข้างถนนก็ตกใจจนปล่อยมือผละออกจากกัน
ทุกคนมาถึงร้านข้างทางขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง จางซือจู่ไปสั่งอาหาร ส่วนไอ้สิบแปดมงกุฎไปยกเบียร์
หลินหยุนยืนอยู่ที่นั่นแบบไม่รู้จะทำอะไร จู่ๆสาวสวยอายุราวสิบเจ็ด สิบแปดคนหนึ่งก็เดินมาหาหลินหยุน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วๆว่า “พี่ชาย ซื้อสลากขูดรางวัลสักสองใบไหมคะ!”
หลินหยุนส่ายหน้า “ไม่สนใจ”
หญิงสาวคนนั้นไม่ไป แต่กลับมีท่าทีเหมือนจะร้องไห้ พูดด้วยท่าทางน่าสงสารว่า“ คุณผู้ชาย ฉันเป็นพนักงานที่ร้านขายสลากข้างๆนี้เอง ยอดขายในเดือนนี้ของฉันยังไม่ถึงเป้าที่กำหนดเลย เจ้านายบอกว่าถ้ายอดของเดือนนี้ไม่ถึงเป้า จะไม่จ่ายเงินเดือนให้ฉัน ”
พูดไปพูดไป เธอก็เริ่มร้องไห้ออกมาจริงๆ
“ฉันต้องหาเงินไปรักษาพ่ออีก พี่ชาย ฉันเห็นปุ๊บก็รู้ว่าคุณเป็นคนดี ได้โปรดช่วยฉันหน่อยเถอะนะ! ซื้อแค่ใบเดียวก็ได้ หรือต่อให้ไม่ซื้อ แค่เข้าไปดูสักหน่อยก็ยังดี ”
หลินหยุนมองดูหญิงสาวที่ร้องไห้ดั่งดอกสาลี่ต้องฝนตรงหน้า พูดตามตรง ทักษะการแสดงของเธอแย่มาก บางทีเธออาจจะหลอกได้แค่ไอ้หนุ่มใสซื่อ อย่างไอ้หินได้แค่คนเดียวเท่านั้นแหละ
“พี่ชาย ขอร้องล่ะนะ!”
หลินหยุนมองไปที่เธอเงียบ ๆ สักพัก ก็พูดกับไอ้หินที่อยู่ข้างหลังว่า “ฉันจะไปที่ร้านสลากตรงนั้นดูหน่อย มีอะไรก็เรียกฉันนะ”
ไอ้หินพยักหน้า “ได้ แต่อย่าเล่นพนันล่ะ ปู่ของฉันเพราะไปเล่นพนันนี่แหละ ทำเอาทั้งบ้านทั้งข้าวของทรัพย์สินทั้งหลาย มลายหายไปไม่เหลือเลย”
ทันใดนั้นหญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ หลินหยุนก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมา แอบด่าไอ้หินในใจว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง กว่าเธอจะดึงลูกค้าได้สักคนมันง่ายซะที่ไหนล่ะ? ไอ้คนบ้านนอกที่ดูจืดๆบ้านๆพรรค์นี้ คิดจะทำให้เธอโดนเด้งออกจากงานเรอะ
หลินหยุนยิ้มน้อยๆให้กับไอ้หิน พูดว่า “วางใจเถอะ แต่ไหนแต่ไรมาฉันไม่เคยแพ้พนันหรอก”
เมื่อหญิงสาวได้ยินดังนั้น เธอก็รู้สึกดีใจกับเรื่องไม่คาดคิดนี้มาก “เหมือนจะได้เจอพวกผีพนันเข้าแล้ว คราวนี้เฮงแล้วเรา คงได้โกยกำไรบานเบอะล่ะทีนี้”
ไอ้หินยังคงดื้อรั้นนิดๆ เขาเฝ้าดูหลินหยุนเดินตามหญิงสาวเข้าไปในร้านสลากที่อยู่ถัดจากร้านอาหาร จากนั้นถึงค่อยวางใจลง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การถูกคนหลอกเอาเงิน ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวที่สุด แต่การถูกหลอกเอาอวัยวะในร่างกายไปต่างหาก คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
หลินหยุนแค่เข้าไปในร้านขายสลาก อย่างมากสุดก็แค่ถูกหลอกเอาเงิน
หญิงสาวพาหลินหยุนเข้าไปในร้านลอตเตอรี่ ไม่มีใครอยู่ข้างในแม้แต่คนเดียว ไม่น่าแปลกใจที่เธอต้องใช้ลูกเล่นหน่อยเพื่อชักชวนลูกค้า
หญิงสาวรีบขยิบตาให้ชายวัยกลางคนที่อยู่หลังเคาน์เตอร์
จากนั้นเขาก็พูดเบา ๆ ว่า “พี่ชาย ที่นี่มีสือสือฉ่าย กัวกัวเล่อ สองอย่างนี้คนนิยมเล่นกันที่สุด เพราะได้เงินเร็วที่สุด พี่ชายชอบแบบไหนเหรอ?”
เสียงของหญิงสาวมีความคาดหวัง
เมื่อเห็นหลินหยุนไม่มีท่าทีตอบสนอง จู่ ๆ ชายที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ก็ลุกขึ้นยืน แล้วตะโกนเสียงดังลั่นว่า “นังตัวดี จนเดือนครึ่งแล้วยังไม่มีผลงานอะไรสักอย่าง ฉันจะเก็บแกไว้ทำไมเนี่ย! ถ้าแกยังไม่มีผลงานอีก ฉันจะไล่แกออกให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ! ”
หญิงสาวรีบจับแขนของหลินหยุน พลางวิงวอนอย่างน่าสงสาร“ พี่ชาย คุณช่วยฉันหน่อยเถอะนะ?”
หลินหยุนมองดูเธอ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มแปลก ๆ แล้วพูดขึ้นว่า “ได้!”
“ขอบคุณนะพี่ชาย แค่เห็นแวบแรกฉันก็รู้แล้วว่าคุณเป็นคนดี!” หญิงสาวยกยอใหญ่โต พลางดึงหลินหยุนไปที่กล่องกัวกัวเล่อ
“พี่ชาย อันนี้ได้เงินเร็วสุด พี่เล่นอันนี้แล้วกัน!”
“ได้” หลินหยุนตอบรับอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวแอบดีใจ คนคนนี้หลอกง่ายชะมัด พูดอะไรก็เชื่อไปหมด
“พี่ชาย ฉันจะบอกเทคนิคให้นะ เจ้านี่น่ะ ให้ดีที่สุดคือเล่นหนึ่งครั้งก็ซื้อหนึ่งกล่อง อัตราที่จะถูกรางวัลก็จะสูงขึ้น!” หญิงสาวกระซิบที่ข้างหูหลินหยุน เผยสีหน้าลึกลับเกลื่อนเต็มใบหน้า
“ความลับนี้ฉันบอกกับคุณคนเดียวเท่านั้นนะ คุณห้ามไปบอกใครล่ะ”
ครั้งนี้หลินหยุนไม่ได้ตอบรับเธอ แค่พูดว่า “หนึ่งกล่องมีกี่ใบ?”
“หนึ่งร้อยใบ แต่โอกาสที่จะถูกรางวัลมีสูงมาก แล้วถ้าโชคดีคุณจะได้ถึงหนึ่งแสนเลยนะ” หญิงสาวพูดคะยั้นคะยอ
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “งั้นฉันจะซื้อหนึ่งร้อยใบ”
หญิงสาวยินดีสุดขีด “ได้เลย!”
หลินหยุนพูดต่อทันที “แต่ฉันไม่เอาแบบกล่อง ฉันจะเลือกเอง”
หญิงสาวตะลึงไปชั่วขณะ นี่มันเลือกอะไรได้ด้วยเหรอ?
“โอเค พี่ชาย พี่ดูน่าจะเป็นคนโชคดี ไม่แน่ว่าอาจจะเลือกได้รางวัลใหญ่ก็ได้นะ!” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจกลับพูดว่า ” เลือกเลยๆ ถึงยังไงนายก็ไม่เห็นอยู่แล้ว นายจะเลือกจนเงินเกลี้ยงกระเป๋าก็แล้วแต่เลย!”
หลินหยุนเลือกสลากหนึ่งร้อยใบออกมาอย่างรวดเร็ว แล้ววางบนโต๊ะ จากนั้นจึงจ่ายเงินค่าสลาก
“พี่ชาย ให้ฉันช่วยตรวจมั้ย?!” หญิงสาวกล่าวอาสาอย่างกระตือรือร้น
“ได้” รอยยิ้มแปลก ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลินหยุน
หญิงสาวเริ่มช่วยหลินหยุนขูดสลาก
“ว้าว! พี่ชาย พี่โชคดีจังเลย ใบแรกก็ถูกรางวัลห้าสิบเหรียญแล้ว!”
แต่ความเป็นจริง หญิงสาวแอบจิกกัดในใจ “ผู้ชายคนนี้โชคดีเหมือนกันแฮะ!”
“ว้าว พี่ชาย โชคดีจริงๆนะเนี่ย ใบที่สองก็ถูกอีกสองร้อยเหรียญแล้ว!”
หญิงสาวกรีดร้องก้องตะโกนในใจ “ไม่จริงน่า ผู้ชายคนนี้จะโชคดีเกินไปแล้ว”
หลังจากนั้น ปากของหญิงสาวก็หุบไม่ลงอีกเลย
สลากขูดรางวัลทั้งหมดหนึ่งร้อยใบที่หลินหยุนเลือกมา ล้วนถูกรางวัลหมดทุกใบ
แม้ว่าหลายรางวัล จะมีรางวัลเล็ก ๆ แค่หลักสิบเหรียญ แต่ก็ยังมีรางวัลใหญ่ที่มีมูลค่าถึงสามพันเหรียญรวมอยู่ในนั้นด้วย พูดง่ายๆคือ เขาสามารถทำเงินโดยรวมไปได้เยอะมาก
“นี่มันเป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย!” หญิงสาวตกตะลึง นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!
เขาถูกรางวัลสลากรวดเดียวหมดหนึ่งร้อยใบ นี่เขาทำได้ยังไงกันเนี่ย !
แม้แต่เจ้านายที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์คนนั้น ก็ยังตกตะลึงสุดขีด จ้องมองไปที่หลินหยุนอย่างไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง
“แลกเงินรางวัลมาเถอะ!” หลินหยุนพูดนิ่ง ๆ ไม่มีความรู้สึกโศกเศร้าหรือยินดีให้เห็น
ทั้งเจ้านายและหญิงสาวมองหน้ากัน หญิงสาวรีบกระซิบทันที “พี่ชาย คุณโชคดีขนาดนี้ ทำไมไม่ลองเล่นรางวัลใหญ่ดูล่ะ!”
“อันนี้เงินรางวัลสูงสุดคือหนึ่งล้านเหรียญ พี่ต้องลองดูสักหน่อยนะ ฉันยังไม่เคยเห็นใครที่โชคดีเท่าพี่ชายมาก่อนเลย!”
หลินหยุนตรวจสอบดูแวบหนึ่ง พบว่าสลากทั้งหมดในกล่องใบนี้ ล้วนเป็นรางวัลพิเศษ
ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเลยว่า สิ่งนี้ถูกใช้เพื่อเอาไว้หลอกคน
หลินหยุนเลือกออกมาใบหนึ่งอย่างใจเย็น ยังไม่เปิดมันออก แต่พูดขึ้นว่า “ขอแลกรางวัลพวกนี้ให้ฉันก่อน”
เมื่อเห็นว่าหลินหยุนเลือกสลากออกมาแล้ว เจ้านายและหญิงสาวก็มองหน้ากัน หญิงสาวพยักหน้า
เจ้านายแลกสลากที่ถูกรางวัลของหลินหยุนให้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่าสามหมื่นเหรียญ
หลินหยุนรับเงิน จากนั้นส่งสลากที่ถูกรางวัลให้กับหญิงสาว “เปิดออกดูเถอะ!”
หญิงสาวแอบดีใจ “ได้เลย”
“ว้าว ขอแสดงความยินดีด้วย พี่ชายถูกรางวัลพิเศษแล้ว!”
ช่างเป็นการแสดงที่ไม่ได้เรื่องสุดๆ เธอถึงกับถือสลากกลับด้านเลยด้วยซ้ำ
“พี่ชาย คุณจะแลกรางวัลเลยไหม? หรือยังไงฉันจะช่วยคุณแลกรางวัลให้ตอนนี้เลยก็ได้นะ!” หญิงสาวพูดขึ้น
“ได้” หลินหยุนตอบรับอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวยื่นสลากให้เจ้านาย อาศัยจังหวะที่หลินหยุนไม่ได้สนใจ แลกเปลี่ยนสายตากันครู่หนึ่ง
ผ่านไปไม่นาน หญิงสาวก็พูดขึ้นว่า “พี่ชาย ฉันติดต่อกองสลากไปเรียบร้อยแล้ว เขาแจ้งว่าต้องจ่ายค่าภาษีสองแสนเหรียญล่วงหน้า”
“คุณจะจ่ายตอนนี้เลยมั้ย?”