จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1497 ไม่พูดอ้อมค้อม พูดสิ่งที่ต้องการออกมา
ไป๋ล่างคนนี้รูปหล่องดงาม กิริยาท่าทางสง่างามและสุขุมมากๆ
เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นลูกศิษย์หรือชนรุ่นหลัง และไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนที่อยู่ด้านหน้าเลย
แน่นอนว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ไม่กล้าดูถูกเขาอยู่แล้ว
โม่เทียนเจินยกมือขึ้นมาทำความเคารพและพูด “คิดไม่ถึงจริงๆว่าท่านฉีจะเดินทางมาด้วยตัวเอง และยังพาไป๋ล่างมาด้วย!”
“วันนี้ตระกูลโม่ของเราเป็นเกียรติมากๆที่ได้ต้อนรับพวกคุณ!”
“ท่านฉี ไป๋ล่าง เรียนเชิญพวกคุณสองคนเข้าไปด้านในเลย!”
ฉีเฟิงไม่ได้ลืมคนอื่นๆเลย เขายกมือขึ้นมาทำความเคารพและทักทายทุกคนที่อยู่ด้านหน้าด้วย
เขาเดินเข้าไปในตระกูลโม่โดยมีคนจำนวนมากรายล้อมเขาอยู่
สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว การที่ฉีเฟิงพาไป๋ล่างมาที่นี่ มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากๆ
นิกายวิญญาณบริสุทธิ์เป็นสำนักที่แข็งแกร่งมากๆ
ยังส่งผู้อาวุโสคนหนึ่งกับลูกศิษย์อัจฉริยะของสำนักมาร่วมงานเลี้ยงฉลองครั้งนี้ นี่คือการให้เกียรติตระกูลโม่ของพวกเรามากๆ
แต่ก็มีคนที่ฉลาดมากๆจำนวนหนึ่ง มองเห็นการมาถึงของฉีเฟิงกับไป๋ล่าง และรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ปกติอย่างแน่นอน
คิดว่านิกายวิญญาณบริสุทธิ์คงจะลงมือกับตระกูลโม่แล้ว
คนที่เข้าใจทุกอย่างและอยู่ตรงนี้ คงมีแค่โม่เทียนเจินเพียงคนเดียว
ดูเหมือนคำพูดของหลินหยุนจะไม่ผิดเลย นิกายวิญญาณบริสุทธิ์คิดจะลงมือแล้ว
และการเคลื่อนไหวของสำนักนี้ก็เร็วมากๆ นี่คือเรื่องที่เขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ
แต่การมาถึงของฉีเฟิงและกิริยาท่าทางที่เขาแสดงออกมา ทำให้เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่
ตอนนี้ทำได้แค่ระมัดระวังตัวและคอยดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีละก้าวแล้ว
แต่มีเรื่องหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ นั้นก็คือถ้านิกายวิญญาณบริสุทธิ์ไม่มีหลักฐานก็คงไม่กล้าลงมือส่งเดช
พวกเขาต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา
หลายปีที่ผ่านมา เขาเข้าใจดีว่านิกายวิญญาณบริสุทธิ์ระแวงและคาดเดาฐานะของตระกูลโม่มาโดยตลอด
แต่การคาดเดาก็เป็นได้แค่การคาดเดาเท่านั้น มันเป็นหลักฐานอะไรไม่ได้
ถ้าตระกูลโม่ไม่เปิดเผยเบาะแสอะไรออกมา เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรเลย
นี่คือความมั่นใจของเขา ทุกคนในตระกูลโม่ นอกจากลูกสาวที่ชื่อโม่หยู่แล้ว
แม้แต่ลูกสาวคนอื่นๆก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตระกูลโม่มาจากที่ไหน
ดังนั้นเขาก็เลยไม่กลัวว่าจะเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น
เพื่อเป็นการต้อนรับการมาถึงของฉีเฟิงกับไป๋ล่าง โม่เทียนเจินได้จัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับทันที
ถึงแม้จะห่างจากงานเลี้ยงฉลองวันเกิดจริงๆ ยังเหลืออีกแค่สองวัน
แต่การเลี้ยงฉลองต้อนรับครั้งนี้ มันจำเป็นต้องจัดขึ้นจริงๆ
สำนักต่างๆที่มีสัมพันธ์ที่ดีกับนิกายวิญญาณบริสุทธิ์ และยอดฝีมือที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับฉีเฟิง พวกเขาทั้งหมดมาเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองต้อนรับครั้งนี้ทันที
ในงานเลี้ยงฉลองต้อนรับ ยังมีลูกศิษย์วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยเลย
งานเลี้ยงฉลองเริ่มขึ้น สายตาของทุกคนต่างมองไปที่โม่เทียนเจินกับฉีเฟิงและไป๋ล่างทันที
หลังจากพวกเขานั่งลงได้ชั่วครู่ โม่เทียนเจินในฐานะที่เขาเป็นเจ้าบ้านก็เอ่ยปากพูดทันที
ผู้อาวุโสฉีเฟิงในฐานะแขกผู้มีเกียรติ เขาไม่ได้เอ่ยปากพูด
แต่ไป๋ล่างที่อยู่ข้างๆกลับเอ่ยปากพูดทันที คำพูดของเขาทำให้ทุกคนตกใจ แต่ทุกคนก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้
ไป๋ล่างมองโม่เทียนเจินที่นั่งอยู่บนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลัก จากนั้นเขาก็เอ่ยปากพูด “ผู้อาวุโสโม่ ข้าน้อยได้ยินมาว่างานเลี้ยงฉลองวันเกิดครั้งนี้ แม่นางโม่หยู่ที่เป็นลูกสาวสุดที่รักของคุณเป็นคนจัดเตรียมงานครั้งนี้ ทำไมพวกเราถึงมองไม่เห็นแม่นางโม่หยู่ละ?”
โม่เทียนเจินอึ้งไปชั่วครู่ ทุกคนก็อึ้งเหมือนกัน จากนั้นทุกคนก็หัวเราะเสียงดังออกมา มีผู้ฝึกอิสระคนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ดีกับฉีเฟิงมองไปที่ไป๋ล่างแล้วพูด “ดูเหมือนว่าคุณชายไป๋ล่างจะชอบลูกสาวสุดที่รักของเจ้าบ้านโม่มากๆ!”
“มันก็เป็นเรื่องปกติ ตั้งแต่สมัยโบราณ ฮีโร่มักชอบสาวงาม!”
“ลูกสาวของเจ้าบ้านโม่ที่ชื่อโม่หยู่ เธอมีชื่อเสียงมากๆ!”
“ชื่อเสียงของเธอ น่าจะโด่งดังกว่าชายชราอย่างพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ซะอีก!”
“คุณชายไป๋ล่างเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาจริงๆ!”
“ดังนั้น เขาชอบแม่นางโม่หยู่ มันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย!”
ขณะที่ชายชรากำลังพูด เขาก็จับหนวดเคราไปด้วย จากนั้นก็หันหน้าไปมองโม่เทียนเจินแล้วพูด “พี่โม่ ฉันมองออกว่าคุณชายไป๋ล่างชอบลูกสาวของคุณมากๆ พี่โม่ไม่พูดอะไรบ้างเหรอ?”
โม่เทียนเจินสะบัดมือ และไม่ได้ตอบคำถามของชายชรา เขามองไปที่ไป๋ล่างแล้วพูด “ลูกสาวของฉันมีธุระด่วน ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ที่นี่!”
“อย่างไรก็ตาม ถ้าเธอรู้ว่าคุณชายไป๋ล่างเดินทางมาที่ตระกูลโม่ เธอต้องรู้สึกเป็นเกียรติมากๆอย่างแน่นอน!”
เดิมทีโม่เทียนเจินคิดว่าคำพูดนี้ของเขาจะทำให้เรื่องนี้จบลง
แต่เขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ ไป๋ล่างทำเหมือนกับไม่ได้ยินคำพูดนี้ เขาถามออกมาทันที “แล้วแม่นางโม่หยู่ไปที่ไหนเหรอ?”
สายตาของโม่เทียนเจินเปล่งประกายทันที จากนั้นก็เอ่ยปากพูด “ลูกสาวของฉันไปทำธุระส่วนตัว เธอไปทำอะไรนั้น ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!”
“คุณชายไป๋ล่างพักที่ตระกูลโม่ของเราสักระยะหนึ่ง”
“ไม่กี่วันลูกสาวของฉันก็คงกลับมา!”
“ตั้งแต่เล็กจนโต ถึงแม้ฉันจะรักและตามใจเธอมากๆ แต่ถ้าเธอไม่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของฉัน ฉันก็คงไม่เกรงใจเหมือนกัน!”
“ฮ่าๆๆ สหายทุกท่าน วันนี้ผู้อาวุโสฉีเฟิงได้พาไป๋ล่างมาที่ตระกูลโม่ของเราด้วยตัวเอง!”
“ถือเป็นเกียรติสำหรับตระกูลโม่ของเรามากๆ!”
“ทุกคนต่างรู้จักกัน ฉันจะไม่พูดอะไรมากอีก ทุกคนทานเชิญทานอาหารได้เลย!”
โม่เทียนเจินเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที เขาไม่อยากจะพูดเรื่องของโม่หยู่กับไป๋ล่างอีก
ในเวลานี้ ถึงแม้สีหน้าของเขาจะนิ่งสงบมากๆ แต่จิตใจของเขารู้สึกแย่มากๆ
เขาสัมผัสได้ทันที การมาครั้งนี้ของฉีเฟิงกับไป๋ล่าง มันคงเป็นเรื่องที่วุ่นวายอย่างแน่นอน
ส่วนอีกด้านหนึ่ง หลินหยุนพาโม่หยู่กับฉินหลัน เดินเข้ามาในส่วนลึกของหนองน้ำใหญ่แล้ว
เนื่องจากโม่หยู่ฝึกฝนถึงแดนยาทอง ทำให้เธอเคลื่อนไหวช้ามากๆ
หลังจากเดินทางได้ระยะหนึ่งแล้ว หลินหยุนก็พาโม่หยู่และฉินหลันบินด้วยความเร็วทันที เพียงแต่ให้โม่หยู่ชี้ทางเท่านั้น
หลินหยุนปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา และพุ่งเข้าไปในส่วนลึกของหนองน้ำใหญ่อย่างบ้าคลั่ง
ตอนที่เริ่มพุ่งออกไปนั้น มีสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของหลินหยุน พวกมันรีบหลบซ่อนและหลบหนีทันที
แต่หลังจากที่เข้าไปส่วนลึกมากขึ้น สัตว์อสูรพวกนี้ก็มีพลังที่แข็งแกร่งมากขึ้น และจำนวนก็เยอะมากๆด้วย
หลินหยุนรู้สึกกดดันขึ้นมาทันที ในหนองน้ำใหญ่ส่วนลึก มีสัตว์อสูรที่ร้ายกาจมากๆจำนวนมากอาศัยอยู่
เวลาก่อนหน้านี้หนึ่งก้านธูป เขารู้สึกถึงสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าแดนจิตปฐมตอนกลาง และรับรู้ได้ถึงสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าแดนจิตปฐมตอนหลังด้วย
ถ้าไม่มีโม่หยู่คอยชี้นำทาง ถ้าเขาพุ่งเข้ามาคนเดียว คงมีโอกาสเสียชีวิตสูงมากๆ
หลินหยุนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ถึงแม้เขาระมัดระวังตัวมากๆ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไรเลย
หลังจากผ่านไปสิบวัน อุณหภูมิที่อยู่บริเวณโดยรอบก็ต่ำลงมากๆและด้านหน้าก็มีพลังที่แข็งแกร่งมากๆปรากฏขึ้นมา
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายทันที เพราะพลังที่น่ากลัวอันนั้น หลังจากมันสัมผัสหลินหยุนได้แล้ว มันก็เคลื่อนไหวทันที
หลินหยุนตั้งสติทันที จากนั้นก็ตะโกนเรียกเจียซิน ภายในชั่วพริบตา พลังจิตวิญญาณของเจียซินก็ปะทุออกมา
โจมตีไปด้านหน้าทันที พลังอันน่ากลัวนั้น มันหยุดการเคลื่อนไหวทันที
หลินหยุนพุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง!
ผ่านบริเวณรอบๆของพลังอันน่ากลัวนี้ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนผ่านไปได้
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ในที่สุดหลินหยุนก็ออกมาจากหนองน้ำใหญ่ได้
พุ่งออกมาจากการโอบล้อมของควันพิษ หลังจากนั้นก็มีลมปีศาจที่เย็นยะเยือกเข้ากระดูกพัดมาที่เขาทันที
ลมปีศาจนี้ ไม่เพียงเย็นถึงกระดูก และมันยังมีพลังกัดกร่อนอีกด้วย
ผ่านไปชั่วพริบตา หลินหยุนก็สัมผัสได้ทันที พลังจิตวิญญาณของเขาเริ่มอ่อนแอลงและเกือบจะโดนลมปีศาจพัดจนสลายหายไป
หลินหยุนปลดปล่อยพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง ถึงสามารถระงับการสลายหายไปของพลังจิตวิญญาณไว้ได้