จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 150 ไล่เขาออกไป
บทที่ 150 ไล่เขาออกไป
หลินหยุนพาพวกเทพฟ้าผ่าเข้าไปในอิมพีเรียลคอร์ท
ท่าทางของพวกเทพฟ้าผ่าก็คล้ายคลึงกับเถียนชุ่ยชุ่ย ต่างก็แสดงอาการบ้านนอกเข้ากรุงไม่ต่างกัน
แต่ส่วนที่ดีกว่าของพวกเทพฟ้าผ่าคือ พวกเขาแค่ตกตะลึงพรึงเพริศเท่านั้น แต่ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำเป็นรู้เยอะเหมือนอย่างเถียนชุ่ยชุ่ย
“ ที่นี่มันระดับไฮเอนด์เกินไปแล้วมั้ยเนี่ย! ฉันว่าต่อให้พระราชวังต้องห้ามยังไม่ขนาดนี้เลยมั๊ง!” เทพฟ้าผ่าที่ประสาทแข็งมาก ก็ยังตกตะลึงไปแล้ว
ไอ้หินเดินอย่างประหม่าสุดขีด จนแทบสะดุดขาตัวเองล้ม
แม้แต่ไอ้หมอก็ยังกลืนน้ำลายไม่หยุด
เพิ่งจะเดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว ยังไม่ทันที่พนักงานจะมารับออเดอร์ จู่ๆไอ้สิบแปดมงกุฎก็สีหน้าเปลี่ยนกะทันหัน พูดขึ้นว่า “หลินหยุน ฉันปวดฉี่ว่ะ ขอไปห้องน้ำก่อนนะ!”
พูดจบก็วิ่งตรงไปด้านหน้าทันที
“คุณผู้ชายครับ ห้องน้ำอยู่ทางนี้นะครับ!” พนักงานที่อยู่ข้างหลังรีบเรียกเขาไว้
ไอ้สิบแปดมงกุฎหันหน้ากลับมา วิ่งไปอีกด้านขณะเผยสีหน้ากระอักกระอ่วนเต็มทน
“ฉันก็อยากไปห้องน้ำเหมือนกัน!” ไอ้หมอพูดจบก็รีบวิ่งตามไอ้สิบแปดมงกุฎไป
หลินหยุนมองเทพฟ้าผ่ากับไอ้หินแบบแปลกใจนิด ๆ ถามขึ้นว่า “พวกแกก็จะไปด้วยมั้ย?”
ไอ้หินตอบแบบตะกุกตะกักว่า “ฉันก็ขอไปด้วยคนดีกว่า!”
เทพฟ้าผ่าผายมือพลางพูดว่า “งั้นก็ไปด้วยกันหมดนี่แหละ!”
หลังจากพวกหลินหยุนไปห้องน้ำกันหมด ฝั่งเถียนชุ่ยชุ่ยก็พูดว่า “พี่หย่งนั่งรอสักเดี๋ยวนะ ฉันขอไปห้องน้ำหน่อย”
“ได้สิ” เสิ่นหย่งยิ้มแย้มอ่อนโยน แสดงท่าทางว่าเป็นสุภาพบุรุษเต็มที่
โดยปกติแล้วสาว ๆ มักจะเข้าห้องน้ำก่อนเริ่มมื้ออาหาร แต่ส่วนใหญ่ที่ไปก็เพราะอยากเช็คดูว่าหน้าที่แต่งมาหลุดหรือยัง หรือไม่ก็ไปจับกลุ่มเมาท์มอยกัน ถึงผู้ชายที่พามาว่าเขาเป็นยังไงบ้าง?
แต่เถียนชุ่ยชุ่ยรู้สึกตื่นเต้นและประหม่ามากจริงๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาอิมพีเรียลคอร์ท
เมื่อคนเรารู้สึกกระวนกระวายใจ มักจะเกิดอาการปวดฉี่ขึ้นมากะทันหัน ซึ่งอาการเช่นนี้ สามารถเป็นได้เหมือนกันหมดไม่ว่าชายหรือหญิง
รอจนพวกหลินหยุนออกมาจากห้องน้ำ พวกเขาก็บังเอิญพบเข้ากับเถียนชุ่ยชุ่ยพอดี
“พวกแกมาที่นี่ได้ยังไง!” เถียนชุ่ยชุ่ยร้องอุทาน
พวกไอ้หมอตกใจจนผงะไปเฮือกหนึ่ง ราวกับว่าพวกเขาแอบทำเรื่องชั่วร้าย แล้วถูกคนจับได้แบบคาหนังคาเขา
“แหะๆ พวกเราจะไปแล้วล่ะ จะไปเดี๋ยวนี้เลย!” ไอ้หมอพูดพร้อมยิ้มอย่างประดักประเดิด
เทพฟ้าผ่าเตะเข้าที่ขาของเขาไปหนึ่งป้าบ ตะโกนเสียงดังลั่นว่า “พูดจาบ้าบออะไรวะ แกลืมไปแล้วรึไงว่าพวกเรามากินข้าวกันน่ะ?”
ไอ้หมอได้สติขึ้นมาทันที “จริงด้วย พวกเรามากินข้าวกันนี่หว่า! ทำไมฉันต้องออกไปด้วยล่ะ!”
“พวกแกมากินข้าวที่นี่!” เถียนชุ่ยชุ่ยแค่นเสียงเย้ยหยันดูถูก “พวกแกมีปัญญาจ่ายค่าข้าวไหวด้วยเหรอ?”
จากนั้นเธอก็มองไปที่คนสองสามคน ซึ่งอยู่ในห้องน้ำชายที่อยู่ด้านหลัง เถียนชุ่ยชุ่ยพลันโพล่งเสียงดังขึ้นมาว่า “ฉันเข้าใจแล้ว พวกแกแอบมาใช้ห้องน้ำที่นี่ล่ะสิ!”
“เฮ้! ทุกคนมาดูอะไรนี่เร็ว! คนพวกนี้แอบมาใช้ห้องน้ำที่นี่ ! คิดไม่ถึงเลยว่าอิมพีเรียลคอร์ทที่ยิ่งใหญ่สง่างาม จะปล่อยให้พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนเข้ามาได้ง่าย ๆ แบบนี้ นี่คุณภาพในการบริการของที่นี่เป็นแบบนี้เองหรอกเหรอ?”
จู่ ๆ เถียนชุ่ยชุ่ยก็แผดเสียงร้องตะโกนขึ้นมาในห้องโถง
ชั่วขณะนั้น พวกไอ้หมอก็เริ่มวิตกกังวลหนักขึ้นแล้ว
แต่เมื่อเห็นสีหน้าไม่แยแสของหลินหยุน ทั้งหมดต่างก็ผ่อนคลายลงไปได้บ้าง
“หลินหยุน แกแน่ใจนะว่าแกจองที่นั่งไว้เรียบร้อยแล้ว?” แม้แต่เทพฟ้าผ่าก็ยังรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย จนต้องไปแอบถามหลินหยุนเบาๆ
“วางใจเถอะ” หลินหยุนพูดนิ่ง ๆ ขณะที่มองดูเถียนชุ่ยชุ่ยเล่นละครลิงให้คนสนใจ
เสิ่นหย่งได้ยินเสียงร้องเอะอะของเถียนชุ่ยชุ่ย จึงรีบเดินออกมาดู เมื่อเห็นพวกหลินหยุนอยู่ที่นี่ด้วย เขากับเถียนชุ่ยชุ่ยก็บังเกิดความคิดแบบเดียวกันขึ้นมาทันที ต่างคิดว่าพวกหลินหยุนแอบมาใช้ห้องน้ำที่นี่
แขกคนอื่นได้ยินเสียงร้องโวยวายของเถียนชุ่ยชุ่ย จึงมีหลายคนส่งสายตาไปมองพวกหลินหยุนเป็นตาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง
สายตาของคนพวกนี้ร้ายกาจมาก พวกเขาสามารถเดาฐานะทางครอบครัวได้ จากเสื้อผ้าที่สวมใส่ รวมถึงท่าทางของพวกหลินหยุนชนิดทะลุปรุโปร่งในทันที คนอย่างพวกหลินหยุนไม่มีปัญญาจ่ายค่าอาหารในอิมพีเรียลคอร์ทได้แน่นอน มันชัดเจนมาก ว่าสิ่งที่สาวสวยคนนั้นพูดมาเป็นความจริง
เถียนชุ่ยชุ่ยเผยสีหน้าเย้ยหยันดูถูกเต็มที่ “หลินหยุน พวกนายถึงกับแอบมาใช้ห้องน้ำในสถานที่หรูหราแบบอิมพีเรียลคอร์ทนี่ ทำตัวน่าขยะแขยงชะมัด!”
แววตาที่แขกหลายคนมองพวกหลินหยุน ต่างก็เต็มไปด้วยความรังเกียจเช่นกัน
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนร่ำรวย พวกเขามากินข้าวที่อิมพีเรียลคอร์ท ก็เพื่อจะได้รับความเงียบสงบและสะอาดปลอดภัย กลับไม่คาดคิดว่าจะถึงกับมีคนแอบเข้ามาใช้ห้องน้ำด้วย
เพียงอึดใจเดียว แขกกลุ่มนี้ก็เริ่มบ่นตามบ้างแล้ว
ทันใดนั้น การ์ดสองคนของอิมพีเรียลคอร์ทก็รีบตรงเข้ามา
เถียนชุ่ยชุ่ยชี้ไปที่กลุ่มของหลินหยุนทันที แล้วพูดว่า “พวกนายเฝ้าประตูกันยังไงไม่ทราบ? ถึงปล่อยให้คนพวกนี้เข้ามาได้ เกิดไปทำห้องน้ำสกปรกเข้าจะทำยังไง? ยังไม่รีบไล่พวกมันออกไปอีก!”
การ์ดทั้งสองรู้สึกรังเกียจกับท่าทีหยิ่งผยองของเถียนชุ่ยชุ่ยมาก แต่เพราะเธอเป็นแขกพวกเขาจึงทำได้เพียงต้องอดทน
อย่างไรก็ตามการ์ดทั้งสอง สามารถทนต่อความไร้มารยาทของเถียนชุ่ยชุ่ยได้ แต่กลับไม่ต้องทนเก็บความโกรธ ใดๆ ต่อกลุ่มผู้บุกรุกอย่างพวกหลินหยุน
แบ็คอัพของอิมพีเรียลคอร์ทนั้นแข็งแกร่งมาก ดังนั้น โดยพื้นฐานจึงไม่มีใครกล้าสร้างปัญหา การ์ดรักษาความปลอดภัยของที่นี่ จึงผ่อนคลายความระมัดระวังลงไปมาก
การ์ดทั้งสองต่างก็คิดว่า พวกหลินหยุนแอบฉวยโอกาส ในช่วงที่หน่วยรักษาความปลอดภัยผ่อนปรน แอบบุกเข้ามาใช้ห้องน้ำจริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาเห็นว่าพวกหลินหยุนสวมเสื้อคอกลมราคาแค่ไม่กี่สิบเหรียญ พวกเขาก็เชื่อคำพูดของเถียนชุ่ยชุ่ยไปโดยปริยาย
แต่ถึงอย่างไรที่นี่ก็คืออิมพีเรียลคอร์ท แม้ว่าการ์ดทั้งสองจะโกรธมากแค่ไหน พวกเขาก็ยังพูดจาด้วยถ้อยคำสุภาพมีมารยาท
“ขออภัยด้วยนะครับทุกท่าน ห้องน้ำที่นี่ไม่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาใช้บริการ กรุณาออกไปด้วยครับ!”
เถียนชุ่ยชุ่ยหัวเราะเย้ยหยันอย่างมีชัย “กะอีแค่พวกยาจกต๊อกต๋อย ก็คู่ควรพอจะมาที่อิมพีเรียลคอร์ทด้วยเหรอ? รีบไสหัวออกไปซะไป๊!”
เทพฟ้าผ่าโกรธจัด ตะโกนเสียงดังลั่นว่า “ใครบอกว่าพวกเรามาใช้ห้องน้ำไม่ทราบ? พวกเรามากินข้าวต่างหาก! แถมพวกเราก็จองโต๊ะไว้แล้วด้วย!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า … ” เถียนชุ่ยชุ่ยหัวเราะเสียงแหลมจนเสียดหู ราวกับว่าเธอได้ยินเรื่องตลกที่มันน่าขบขันที่สุดในโลกใบนี้เลยทีเดียว
“นี่พวกแกจะทำให้ฉันขำตายหรือยังไงกัน? มากินข้าวที่นี่? แถมจองโต๊ะไว้แล้วด้วย?”
“พวกแกมีปัญญาจ่ายค่าข้าวไหวเหรอ?
“รู้ไหมว่าการมากินข้าวที่นี่มื้อนึงมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?”
“ต่อให้พวกแกประหยัดเงินค่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กินกันเข้าไปหนึ่งปีเต็ม ๆ ก็ยังไม่พอจ่ายค่าอาหารมื้อนึงของที่นี่เลยด้วยซ้ำ!”
“รีบไสหัวออกไปให้พ้นซะ อย่ามาทำตัวน่าอับอายขายหน้าผู้คนอยู่ที่นี่ไปหน่อยเลย!”
เถียนชุ่ยชุ่ยยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาท้าวเอว พูดจาเชือดเฉือน พลางแสดงสีหน้าว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า
เสียงของการ์ดเองก็ฟังดูเย็นชาลงมาหลายส่วน “คุณผู้ชายทุกท่านครับ กรุณาออกไปโดยทันที อย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลยนะครับ!”
หลินหยุนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาค้นหาข้อมูล แล้วโชว์ให้การ์ดทั้งสองคนดูตรง ๆ
“ฉันจองโต๊ะไว้แล้ว พวกคุณดูเองได้เลย”
การ์ดทั้งสองมองดูข้อมูล พบว่ามีการจองตำแหน่งที่นั่งไว้จริงๆ
ในเวลานี้เอง ทั้งสองคนสีหน้าเปลี่ยนโดยพลัน รีบขอโทษขอโพยพวกหลินหยุนเป็นการใหญ่ “ต้องกราบขออภัยสุภาพบุรุษทุกท่านจริง ๆ นะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นแขกวีไอพีของเรา โปรดยกโทษในความหยาบคายของพวกเราเมื่อสักครู่นี้ด้วยนะครับ!”
“ไม่เป็นไร พาพวกเราไปที่โต๊ะก็พอ!” หลินหยุนพูดเสียงราบเรียบ
“ได้ครับ ผมจะพาทุกท่านไปเดี๋ยวนี้!”
ก่อนจะเดินจากไป การ์ดทั้งสองยังแอบปรายสายตามองเถียนชุ่ยชุ่ย ด้วยความรู้สึกรังเกียจแวบหนึ่งด้วย
เทียบระหว่างหลินหยุนกับเถียนชุ่ยชุ่ยแล้ว เมื่อเอาสองฝ่ายมาเทียบกัน ก็สามารถหาข้อสรุปได้ทันที ช่างตรงกับสำนวนที่ว่า สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุลจริงๆ!
เถียนชุ่ยชุ่ยถึงกับอึ้งค้างมึนงง ผ่านไปครู่ใหญ่ ถึงค่อยได้สติกลับคืนมา
“มันเป็นไปได้ยังไง! ไอ้ยาจกหลินหยุนนั่นจองโต๊ะที่นี่ได้?” เถียนชุ่ยชุ่ยหันไปมองเสิ่นหย่งด้วยความสับสน พลางถามว่า “พี่หย่ง พี่ไม่ใช่บอกว่ามีแค่สมาชิกที่มีอายุครบหนึ่งปี ถึงจะพาคนมาที่นี่ได้หรอกเหรอ?”
“ใช่สิ! นี่เป็นกฎเหล็กของอิมพีเรียลคอร์ทเลยนะ ไม่เคยมีใครทำลายกฎนี้ได้มาก่อน ที่ประตูยังมีข้อกำหนดนี้ติดไว้เลยด้วยซ้ำ” เสิ่นหย่งเองยังถึงกับสีหน้าอึมครึมสุดขีด นึกสงสัยว่าใครกันแน่ที่ช่วยจองโต๊ะให้พวกหลินหยุน?
ฉินโส่ว? ไม่! ฉินโส่วไม่ได้เป็นสมาชิกของที่นี่สักหน่อย!
เสิ่นหย่งมีความชัดเจนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ช่างเถอะ คิดยังไงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ! อาหารมาเสิร์ฟแล้วด้วย พวกเราไปกินข้าวกันก่อนเถอะ!” เสิ่นหยงไม่อยากเสียเวลาไปเปล่า ๆ กับการคิดเรื่องของพวกหลินหยุน
เขามีเป้าหมายของตัวเองอยู่ รอให้กินข้าวเสร็จ สนองความต้องการบ้าบอไร้สาระของเถียนชุ่ยชุ่ยจนครบถ้วนแล้ว เขาก็จะซื้อดอกกุหลาบอีกเก้าสิบเก้าดอก ซึ่งสร้างความมั่นใจได้ถึง 99% ว่าในคืนนี้ เขาจะสามารถรวบหัวรวบหางเถียนชุ่ยชุ่ยได้สำเร็จอย่างแน่นอน
เถียนชุ่ยชุ่ยมีท่าทีไม่พอใจ พูดด้วยน้ำเสียงโกรธขึงว่า “นับว่าเป็นโชคดีของไอ้สวะนั่นไปก็แล้วกัน!”
ทั้งสองเดินกลับไปยังที่นั่ง แต่กลับพบว่าพวกหลินหยุน นั่งอยู่ในที่นั่งของพวกเขาไปซะแล้ว
ในเวลานี้เอง ไม่จำเป็นต้องพูดถึงแค่เถียนชุ่ยชุ่ย แม้แต่เสิ่นหย่งเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน