จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 151 มาดูว่าใครกันที่ต้องไสหัวไป
บทที่ 151 มาดูว่าใครกันที่ต้องไสหัวไป
“หลินหยุน นี้เป็นที่ของพวกเรา พวกแกไสหัวออกไปอีกฝั่งนึงเลยนะ!” เสิ่นหย่งพูดอย่างโมโห
เถียนชุ่ยชุ่ยพุ่งโจมตีไปที่หลินหยุนทุกอย่างเลย เพื่อแสดงความเหนือกว่าของตัวเอง
และเสิ่นหย่งกลับว่าไม่สนใจหลินหยุนไปโดยปริยาย ดูถูกหลินหยุน ในความคิดของเขาสถานะของหลินหยุน ก็คล้ายๆกับขอทาน
ตอนนี้เห็นว่าจ่ายเงินในจำนวนมากเพื่อการจองที่แล้ว จู่ๆก็โดนขอทานมายืดไป ในใจของเสิ่นหย่งก็ทั้งโกรธและขยะแขยง แทบจะรอไม่ไหวก้าวขึ้นไปข้างหน้าต่อยหลินหยุนและพวกหนักๆสักยกนึง
หลินหยุนเพียงแค่มองไปยังเสิ่นหย่งแวบหนึ่ง เหมือนว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
เทพฟ้าผ่าคำรามด้วยความโกรธ “เสิ่นหย่ง นี่เป็นที่ของพวกเรา ผู้คุ้มกันเป็นคนพาพวกเรามา จะเป็นที่ของพวกนายได้ยังไง!”
ไอ้หมอก็พูดตะโกนด้วยความโกรธว่า “รังแกคนอื่นเกินไปแล้ว!”
แม้แต่ไอ้หินก็ยังจ้องมองไปที่เสิ่นหย่งด้วยความโกรธเช่นกัน แม้แต่ไอ้หินคนซื่อๆแบบนี้ก็โกรธแล้ว
ผู้คุ้มกันที่ไปได้ไม่ไกลทั้งสองคนเมื่อได้ยินข่าวก็รีบกลับมาทันที
เถียนชุ่ยชุ่ยชี้ไปยังหลินหยุนพร้อมตะโกนพูดด้วยความโกรธทันทีว่า “มันเกิดอะไรขึ้น?ทำไมต้องพาไอ้คนจนๆพวกนี้ขึ้นมาที่ของพวกเราด้วย!”
“วันนี้พวกนายจะต้องมีคำอธิบายให้กับฉัน ไม่งั้นฉันจะฟ้องร้องพวกนายตอนนี้เลย!”
ผู้คุ้มกันทั้งสองต่างก็อึ้งกันไปเลย หนึ่งในนั้นมองไปยังหลินหยุนอย่างรู้สึกผิด พูดว่า “คุณครับ ช่วยเอาข้อมูลการจองโต๊ะของคุณมาให้ผมดูหน่อยได้ไหม ผมอยากจะดูว่าทางเราเข้าใจอะไรผิดแล้วหรือเปล่า!”
หลินหยุนยื่นมือถือให้เขา
หลังจากที่ดูเสร็จแล้ว ผู้คุ้มกันคนนั้นก็อึ้งไปเลย “ไม่ผิด เป็นโซนที่3 โต๊ะ09!”
“ให้ผมดูหน่อย” ผู้คุ้มกันอีกคนเอามือถือไปดูอย่างไม่เชื่อ ตรวจดูกับที่นั่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างละเอียด
“ไม่ผิด ไม่น่าเป็นไปได้!”
เถียนชุ่ยชุ่ยยิ้มเยาะพร้อมพูดว่า “ตอนนี้พวกนายยังไม่เข้าใจเหรอ ข้อมูลการจองโต๊ะของพวกเขาเป็นของปลอม!”
“บอกพวกนายตรงๆเลยแล้วกัน พวกนี้เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกับพวกเรา เป็นพวกคนจนๆทั้งนั้น จะมีเงินมาใช้จ่ายที่อิมพีเรียลคอร์ทได้ที่ไหนกันละ!”
“พวกนายโดนพวกเขาเอาข้อมูลปลอมมาหลอกแล้วแหละ!”
ในเวลานี้ ไอ้หมอและพวกต่างก็ร้อนตัวกันแล้ว
อดไม่ได้ที่จะค่อยๆมองไปที่หลินหยุน แอบเดาเงียบๆ หลินหยุนคงจะไม่ทำข้อมูลปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกคนอื่นหรอกนะ?
เทพฟ้าผ่าค่อนข้างเชื่อมั่นหลินหยุน เขาคิดว่าด้วยนิสัยที่จริงจังของหลินหยุนนั้น ไม่มีทางทำเรื่องปลอมๆแบบนี้แน่นอน
“น่าขำ ใครบอกว่าข้อมูลในการจองที่ของพวกเราปลอมเหรอ ฉันว่าพวกแกนั่นแหละคนหลอกลวง?เอาข้อมูลการจองโต๊ะออกมาให้ดูสิ!” เทพฟ้าผ่าโกรธจนทนไม่ไหว พูดด้วยความโมโห
จริงๆแล้วเทพฟ้าผ่าก็พูดอย่างนั้น แต่ว่าในใจของผู้คุ้มกันทั้งสองกลับว่าเกิดความคล้อยตามแล้ว คนที่โมโหอย่างไร้เหตุผลแบบเถียนชุ่ยชุ่ยพวกเขาเจอมาเยอะแล้ว คนแบบนี้เหมือนว่ามาด้วยจุดมุ่งหมายมากกว่า
“ขอโทษครับ รบกวนพวกคุณนำข้อมูลการจองที่นั่งมาให้เราดูหน่อยนะครับ!” ผู้คุ้มกันคนหนึ่งพูดอย่างจริงจัง
เถียนชุ่ยชุ่ยรู้สึกว่าตัวเองได้รับการดูถูก โมโหผู้คุ้มกัน “พวกนายบ้าไปแล้วเหรอ?แม้แต่คำพูดของพวกจนๆเหล่านี้ก็เชื่อแล้ว ผู้จัดการของพวกนายอยู่ไหน?ฉันจะฟ้องร้องพวกนาย!”
“เกิดอะไรขึ้น?” ผู้ชายวัยกลางคนที่ดูมีความสามารถและประสบการณ์สวมชุดพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามา
การกระทำที่เกิดขึ้นที่นี่ ได้รบกวนไปถึงผู้จัดการของอิมพีเรียลคอร์ทแล้ว
“ผู้จัดการหลิว!” ผู้คุ้มกันทั้งสองยืนตรง แสดงความเคารพ
ผู้จัดการหลิวโบกมือให้กับพวกเขา
เมื่อเถียนชุ่ยชุ่ยได้ยินว่าผู้จัดการมาแล้ว ก็รีบเอาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตะกี้พูดพร้อมใส่ไฟเพิ่มอีกครั้งทันที
สรุปได้ว่าหลินหยุนพวกเขาเป็นคนหลอกลวง มาเพื่อเข้าห้องน้ำฟรี ผู้คุ้มกันสองคนนี้เป็นพวกเดียวกับพวกเขา ช่วยเหลือพวกเขาในการรังแกลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอยจริงๆของที่นี่
เมื่อผู้คุ้มกันทั้งสองได้ยินเข้าก็อยากพูดด่าแม่เลยจริงๆ แต่การถูกอบรมมาอย่างดีทำให้พวกเขาต้องอดทนต่อความไม่เป็นธรรมนี้อย่างเงียบๆ ยืนอยู่อีกฝั่งด้วยใบหน้าที่เยือกเย็น
เมื่อผู้จัดการหลิวฟังเหตุและผลจนเข้าใจแล้ว จากนั้นก็กวาดสายตาไปยัง หลินหยุนและเถียนชุ่ยชุ่ย พูดว่า “รบกวนทั้งสองท่านช่วยนำข้อมูลการจองโต๊ะออกมาหน่อย ใครพูดจริงใครโกหกเดี๋ยวก็จะได้รู้กัน”
หลังจากนั้น ผู้จัดการหลิวก็พูดกับผู้คุ้มกันหนึ่งในนั้นว่า “คุณไปตามบริกรที่ดูแลโซนนี้มาหน่อย”
“ครับ!”
เถียนชุ่ยชุ่ยพูดบ่นพึมพำด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจว่า “อิมพีเรียลคอร์ทอะไรกัน ร้านใหญ่ก็เลยรังแกลูกค้าเหรอ?ทั้งๆที่เราจองโต๊ะแล้ว ยังจะต้องตรวจสอบอีก หรือว่าสงสัยว่าพวกเราเป็นคนหลอกลวงงั้นเหรอ ?”
เสิ่นหย่งพูดอย่างปลอบใจว่า “ช่างเถอะชุ่ยชุ่ย ของจริงก็คือของจริง ของปลอมก็คือของปลอม ให้ผู้จัดการได้ดูก็จะได้รู้ความจริงกันสักที!”
ทั้งสองคนนำข้อมูลการจองโต๊ะให้ผู้จัดการหลิวดู หลังจากที่ดูแล้วครู่หนึ่ง ในใจของผู้จัดการหลิวก็เข้าใจแล้ว
“ผู้จัดการหลิว เขาคือบริกรโซนที่3!” ผู้คุ้มกันนำตัวบริกรผิวขาวคนเมื่อกี้นั้นมาแล้ว
บริกรผิวขาวพูดทักทายผู้จัดการหลิว “สวัสดีครับผู้จัดการ คุณเรียกผมเหรอครับ?”
ผู้จัดการหลิวชี้ไปที่ข้อมูลการจองโต๊ะของเขาทั้งสอง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “นายมาดูเอง!”
บริกรผิวขาวคนนั้นเดินเข้าไปอย่างสงสัย และสีหน้าก็แดงก่ำขึ้นทันที
หันหลังกลับ บริกรผิวขาวคนนั้นพูดขอโทษเสิ่นหย่งและเถียนชุ่ยชุ่ยว่า “ขอโทษทั้งสองท่านด้วยนะครับ ผมทำเข้าใจผิดแล้ว ที่นั่งที่พวกคุณจองเป็นแบบธรรมดา โซน3 โต๊ะ9 แต่ตรงนี้เป็นโซน3 โต๊ะ9ของVIP”
“ด้านนอกต่างหากถึงจะเป็นโต๊ะที่พวกคุณจองมา!”
ผู้จัดการหลิวพูดว่า “ขอโทษทุกท่านด้วยครับ นี่เป็นความผิดของบริกรของทางเราเอง ทำให้ทุกท่านไม่สบาย ผมขอโทษด้วยครับ ขอให้ทุกท่านได้โปรดให้อภัย!”
“เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจของผม ผมจะมอบอาหารพิเศษของเราร้านให้ทุกท่านฟรี ถือเป็นการไถ่โทษแก่ทุกท่าน!”
“งั้นต้องขอบคุณผู้จัดการมากจริงๆ!” จางซือจู่รีบพูดทันที
พวกเขาสามสี่คนในที่สุดก็เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกแล้ว
แต่ว่า เถียนชุ่ยชุ่ยกลับอึ้งไปเลย ยืนอึ้งอยู่กับที่ไปสิบกว่าวินาทีถึงจะเรียกสติกลับมา
“มีสิทธิ์อะไร!พวกเราจะนั่งที่ตรงนี้ มันเป็นความผิดพลาดของพวกคุณ ไม่ใช่ความผิดของพวกเราสักหน่อย!มีสิทธิ์อะไรมาให้พวกเราย้ายไป!” เถียนชุ่ยชุ่ยเริ่มหาเรื่องอย่างไร้ยางอายแล้ว
เสิ่นหย่งกลับว่ารู้เบื้องลึกของอิมพีเรียลคอร์ทดี เขาไม่กล้าก่อเรื่องนี้
“ช่างเถอะชุ่ยชุ่ย ผู้จัดการหลิวก็มอบอาหารหนึ่งจานเป็นการไถ่โทษแล้ว เราเปลี่ยนที่มันก็เหมือนกัน!” เสิ่นหย่งพูดชักชวน
เถียนชุ่ยชุ่ยจะยอมได้อย่างไร?
นี้ไม่เพียงแค่เรื่องของการเปลี่ยนโต๊ะนั่งนะ มันเกี่ยวกับหน้าตาของเธอด้วย!
เมื่อกี้เขาต้องการจะไล่หลินหยุนออกไปอย่างหยิ่งผยอง แต่ตอนนี้คนที่โดนไล่ออกไปกลับว่าเธอ
จะให้เถียนชุ่ยชุ่ยรับได้อย่างไร!
โดยเฉพาะแพ้ให้กับหลินหยุนไอ้เศษสวะ ก็เหมือนกับ ขอทานที่มาขอข้าวหนึ่งถ้วยที่บ้านพวกเขาทุกวัน แต่จู่ๆวันหนึ่งเขากลับพบว่า ขอทานผู้นี้ขับรถหรู อยู่คฤหาสน์ รวยกว่าเขามาก
ความรู้สึกที่ต่างระดับกันมากแบบนี้ เถียนชุ่ยชุ่ยไม่มีทางรับได้เลย
“ไม่ ฉันไม่ไป!ถ้าต้องย้ายก็ต้องเป็นพวกเขาที่ต้องย้ายไป นี่เป็นความผิดของทางอิมพีเรียลคอร์ทเอง มีสิทธิ์อะไรมาให้พวกเรารับผิดชอบ!” เหมือนว่าเถียนชุ่ยชุ่ยตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วที่จะเล่นลูกไม้อย่างหน้าด้านๆ
สีหน้าของผู้จัดการหลิวบูดบึ้งลงทันที สำหรับลูกค้าที่กล้าสร้างเรื่อง อิมพีเรียลคอร์ทไม่มีทางอ่อนข้อให้แน่นอน
“คุณจะไม่ย้ายจริงๆใช่ไหม?”
เถียนชุ่ยชุ่ยเงยหน้าขึ้น พูดด้วยหน้าตาท่าทางที่อารมณ์ร้ายปากจัดอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้าน “ไม่ย้าย!ถ้าจะย้ายก็ต้องเป็นพวกเขาที่ย้าย! ”
เมื่อเสิ่นหย่งเห็นสีหน้าของผู้จัดการหลิว แอบเรียกด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดี ในเวลานี้เขาจะไปสนใจเรื่องว่าเถียนชุ่ยชุ่ยจะพอใจหรือไม่ได้ที่ไหนละ ก้าวเท้าออกไป
“คุณไม่ย้าย ผมย้ายเอง!คุณนั่งกินตรงนี้ไปคนเดียวเถอะ!”
เสิ่นหย่งหันหลังเดินออกไป บทจะไปก็ไปเลย
เถียนชุ่ยชุ่ยตกตะลึงทันที เธอมีเงินที่ไหนกันล่ะ!
“พี่หย่ง คุณรอฉันด้วย!”
เถียนชุ่ยชุ่ยก็ไม่มีเวลาที่จะทะเลาะกับหลินหยุนและพวกอีก สีหน้าแดงก่ำด้วยความอาย ก้มหน้าแล้ววิ่งหนีไป
ผู้จัดการหลิวมองไปยังหลินหยุน โค้งคำนับพร้อมพูดว่า “ขอโทษจริงๆนะครับ ที่ทำให้ลูกค้าที่เคารพทุกท่านไม่สะดวกแล้ว ได้โปรดให้อภัย!”
“ไม่เป็นไร เริ่มเสริ์ฟอาหารเถอะ!” หลินหยุนพูดอย่างนิ่งๆ
“ครับ!” ผู้จัดการหลิวหันหน้าไปมองบริกรผิวขาวคนนั้นแวบหนึ่ง พูดว่า “ระวังหน่อยนะ อย่าให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นอีก!”
“ครับ ครับ!” บริกรผิวขาวก้มหน้าลง ด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก