จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1511 หินวิญญาณ์เลือด
“ตัวอย่างเช่นทั่วทั้งเขตเหนือ บริเวณแปดเทือกเขาทิพย์ มีจำนวนเกินกว่าครึ่ง ที่ถูกควบคุมอยู่ภายใต้การปกครองของนิกายวิญญาณ์ปวงชน! ”
“นิกายวิญญาณ์ปวงชนปกครองสี่เทือกเขา”
“นิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์ปกครองหนึ่งเทือกเขา”
“พวกเขาทั้งสองนิกายเป็นพี่เป็นน้องกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นหนึ่งนิกายเดียว ดังนั้นเท่ากับว่าปกครองห้าเทือกเขา”
“ส่วนอีกสามเทือกเขาที่เหลือนั้น ก็ถูกแบ่งแยกปกครองโดยสามนิกายที่เหลือ”
“ดังนั้น หากพี่หลินยังต้องการแสวงหาทรัพยากรในการบำเพ็ญฝึกฝน ก็คงจะยากมากทีเดียว”
“เป็นเพราะว่าทั้งเขตเหนือได้ถูกเรียกขานว่าเป็นดินแดนที่แห้งแล้ง”
“ซึ่งคงจะไม่มีทรัพยากรที่ดีอะไรเลย”
“พูดถึงเพียงแค่แปดเทือกเขาทิพย์ก็แล้วกัน”
“อันที่จริงก็มีระดับขั้นที่ต่ำมากแล้ว”
“ในจำนวนนั้นแม้แต่เทือกเขาทิพย์ชั้นกลางก็ยังไม่มีเลย! ”
“แต่ว่า……”
หลินหยุนดวงตาเป็นประกาย และพูดขึ้นว่า “แต่ว่าอะไร? ”
โม่หยู่แสดงอาการลังเลใจบ้าง แต่สุดท้ายก็พูดขึ้นว่า “พี่หลิน มีสถานที่แห่งหนึ่ง อาจจะมีทรัพยากรจำนวนมากก็เป็นได้ แต่……”
“สถานที่แห่งนั้น ก่อนอื่นเลยเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างมาก! ”
“รองลงมาก็คือ บางทีอาจจะไม่มีทรัพยากร หรือว่า เป็นไปได้สูงมากที่จะไม่มีอยู่จริง! ”
หลินหยุนได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว และพูดว่า “ที่พูดนี้หมายความว่าอย่างไร? ”
โม่หยู่พูดขึ้นว่า “สถานที่แห่งนั้น มีชื่อว่าหุบขวัญเลือด! ”
“โดยสถานที่ดังกล่าวอยู่ในบริเวณพื้นที่บรรจบกันของนิกายวิญญาณ์ปวงชน สำนักศพใจ และสำนักฟ้าร้อง”
“โดยแค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่า ที่นั่นคือหุบเขา”
“เพราะว่าช่วงกลางหุบเขาจะมีหมอกเลือดแผ่กระจายอยู่อย่างหนาแน่น ดังนั้นจึงมีชื่อว่าหุบขวัญเลือด”
“สถานที่แห่งนั้นอยู่ห่างไกลจากที่นี่ ออกไปประมาณแสนลี้เห็นจะได้”
“หากพวกเราต้องการจะเดินทางไป ต่อให้ไม่มีการหยุดพัก ก็ต้องใช้เวลาประมาณครึ่งปีจึงจะถึง”
“หนึ่งร้อยปีก่อนหน้านี้”
“ได้ยินมาว่ามีผู้บำเพ็ญเซียนคนหนึ่ง ได้หลงเข้าไปยังหุบขวัญเลือดนี้”
“เดิมทีนั้นก็มีคนรู้จักและรับทราบถึงการมีอยู่ของหุบขวัญเลือดนี้แล้ว”
“โดยได้ยินมาว่าเคยมียอดฝีมือแดนจิตปฐมบริบูรณ์เข้าไปด้านใน และก็ไม่สามารถที่จะกลับออกมาได้”
“แต่ว่ายอดฝีมือจิตปฐมตอนต้นผู้นั้นกลับออกมาได้อย่างเหนือความคาดหมาย”
“ไม่เพียงเท่านี้! ”
“เขายังได้รับสิ่งของสุดพิเศษชิ้นหนึ่งจากภายในหุบขวัญเลือดนี้ด้วย! ”
“นั่นก็คือหินวิญญาณ์เลือด! ”
ได้ยินคำว่าหินวิญญาณ์เลือด หลินหยุนก็แปลกประหลาดใจขึ้นทันที และรีบพูดว่า “หินวิญญาณ์เลือดงั้นเหรอ? ”
โม่หยู่พยักหน้าและพูดว่า “ใช่คือหินวิญญาณ์เลือด! ได้ยินว่าหินวิญญาณ์เลือดนี้ เป็นสิ่งของที่ล้ำค่ามากกว่าหินทิพย์”
“โดยในสิ่งนั้นไม่เพียงแต่จะประกอบด้วยชี่ทิพย์ที่บริสุทธิ์! ”
“ขณะเดียวกันยังสามารถซ่อมแซมและเสริมสร้างจิตญาณได้ด้วย”
“แน่นอนว่า ฉันก็แค่ได้ยินมา แต่ยังไม่เคยพบเห็นของจริงมาก่อน”
“ในอดีตเรื่องนี้ได้สร้างความครึกโครมเป็นที่ฮือฮากันอย่างมาก! ”
“สำนักต่าง ๆ ทั่วทั้งเขตเหนือ รวมถึงยอดฝีมือผู้ฝึกอิสระที่ยิ่งใหญ่! ”
“ในระยะเวลาอันสั้น ต่างก็ได้มารวมตัวกันที่หุบขวัญเลือดทั้งหมด! ”
“หลังจากนั้นภายใต้การนำของสามสำนักใหญ่ ก็ได้กำหนดกฎเกณฑ์ขึ้น และเข้าไปด้านในหุบขวัญเลือด”
“ในระยะแรกมียอดฝีมือจำนวนมากที่ได้เสียชีวิตลงที่นี่! ”
“แต่ว่า นั่นเป็นถึงหินวิญญาณ์เลือดเลยทีเดียว! ”
“สมบัติสิ่งล้ำค่าสามารถทำให้จิตใจคนหวั่นไหวได้! ”
“ไม่มีใครที่จะยอมละทิ้งโอกาสไปอย่างแน่นอน! ”
“สามสำนักใหญ่และพวกยอดฝีมือผู้ฝึกอิสระนั้นก็ยิ่งจะเป็นไปไม่ได้! ”
“หลังจากที่ยอดฝีมือจำนวนมากได้เสียชีวิตลงไป”
“ในที่สุดก็สามารถค้นพบรายละเอียดและช่องทางเข้าสู่หุบขวัญเลือดได้บ้างแล้ว! ”
“จากนั้นต่อมา”
“แม้ว่าจะมีผู้บำเพ็ญเซียนเสียชีวิตลงไปบ้างเป็นครั้งคราว! ”
“แต่เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ก็ถือว่ามีจำนวนน้อยกว่าเดิมมาก! ”
“จากนั้น ก็เริ่มที่จะมียอดฝีมือจำนวนมากเข้าสู่ด้านในหุบขวัญเลือด”
“เริ่มต้นที่จะแสวงหาอย่างเป็นจริงเป็นจัง! ”
“ในที่สุดก็ค้นพบหินวิญญาณ์เลือดจำนวนหนึ่ง! ”
“แต่คุณภาพของหินวิญญาณ์เลือดนั้น พูดได้เพียงว่าธรรมดามาก! ”
“หลังจากที่เริ่มค้นหาและเก็บรวบรวมยังไม่ถึงครึ่งเดือน ก็ไม่พบเจอกับร่องรอยอะไรของหินวิญญาณ์เลือดอีกแล้ว! ”
“กล่าวได้ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นที่ครึกโครมฮือฮากันไปทั่วเขตเหนือเลย! ”
“สุดท้ายก็ได้นำหินวิญญาณ์เลือดจำนวนกว่าหมื่นก้อนที่ค้นพบเจอนั้น แบ่งสันปันส่วนให้กับสำนักใหญ่และยอดฝีมือผู้ฝึกอิสระต่าง ๆ พร้อมกับสิ้นสุดลงด้วยการจบชีวิตลงไปของยอดฝีมือจำนวนมาก! ”
ได้ฟังถึงตรงนี้ หลินหยุนก็ขมวดคิ้วขึ้นและพูดว่า “ในเมื่อเก็บรวบรวมมาทั้งหมดแล้ว ทำไมเธอจะต้องเล่าให้ฟังด้วยล่ะ? ”
โม่หยู่พูดขึ้นว่า “พี่หลินอย่าได้ร้อนใจไป ที่จริงนั้นเป็นแบบนี้ สถานที่ที่พวกเขาเก็บรวบรวมนั้น ก็เพียงแค่บริเวณรอบนอกของหุบขวัญเลือดเท่านั้น! ”
“โดยหลังจากที่เก็บรวบรวมหินวิญญาณ์เลือดได้ประมาณหนึ่งหมื่นก้อนแล้ว! ”
“ทุกคนต่างก็ยังไม่พึงพอใจ! ”
“ดังนั้นจึงได้เข้าไปสู่ส่วนลึกของหุบขวัญเลือด! ”
“ซึ่งระดับความเสี่ยงและอันตรายของหุบขวัญเลือดนั้น ช่างน่าสะพรึงกลัวมากอย่างเลยทีเดียว! ”
“ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นยาทองไม่ต้องไปพูดถึงหรอก”
“ต่อให้เป็นยอดฝีมือจิตปฐมตอนต้น หรือแม้กระทั่งจิตปฐมตอนกลาง”
“ก็มีอันตรายความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตลงได้ทุกเมื่อ! ”
“หลังจากนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วจริง ๆ”
“ก็เลยให้ยอดฝีมือจิตปฐมตอนปลายทั้งหลายของสามสำนักใหญ่ เข้าไปยังส่วนลึกของหุบขวัญเลือดด้วยตนเอง! ”
“โดยมียอดฝีมือจิตปฐมตอนปลายทั้งหมดห้าคนด้วยกัน! ”
“ที่เข้าไปยังส่วนลึกด้านในของหุบขวัญเลือด! ”
“โดยได้ทำการค้นหาอยู่เป็นเวลาสามวัน! ”
“สุดท้าย มีสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส และอีกสามคนบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย”
“เมื่อออกมา ก็ตัดสินใจที่จะไปจากหุบขวัญเลือดแล้ว! ”
“โดยที่ไม่ได้เข้าไปกระทำการขุดค้นแสวงหาหินวิญญาณ์เลือดอะไรอีกเลย! ”
“หลังจากที่ยอดฝีมือทั้งห้าคนจากไปแล้ว! ”
“ยอดฝีมือคนอื่น ที่มีความกล้าหาญก็ได้ตัดสินใจเข้าไปยังด้านใน! ”
“แต่ที่เอาตัวรอดออกมาได้สำเร็จนั้นกลับมีเพียงแค่ไม่กี่คน! ”
“เหตุการณ์ดังกล่าวก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้แล้ว! ”
“แต่ว่า ก็ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่พูดถึงกันอยู่! ”
“ในบริเวณส่วนลึกของหุบขวัญเลือดนั้นจะต้องมีหินวิญญาณ์เลือดอยู่อีกอย่างแน่นอน! ”
“สามสำนักใหญ่ รวมถึงผู้ฝึกอิสระที่แข็งแกร่งเหล่านั้น เหตุที่ตัดสินใจสละโอกาสทิ้งไป ก็เพราะว่าด้านในนั้นมีอันตรายแฝงอยู่อย่างมากมาย! ”
“แน่นอนว่า คำพูดดังกล่าวนี้ ยอดฝีมือจิตปฐมตอนปลายทั้งห้าคนนั้นกลับไม่ได้มีความคิดเห็นที่ตรงกัน! ”
“สองสามคนในจำนวนนั้น ต่างก็เคยพูดอย่างเปิดเผยว่า! ”
“แม้ว่าด้านในจะอันตราย! ”
“แต่ก็ไม่มีหินวิญญาณ์เลือดอะไรหลงเหลืออยู่อีกแล้วจริง ๆ! ”
“แต่ ผู้ที่เชื่อในคำพูดดังกล่าวนี้ก็มี ส่วนผู้ที่ไม่เชื่อนั้นกลับยิ่งมีจำนวนมากกว่า! ”
“หลายปีมานี้ ก็มียอดฝีมือหลายคนที่ได้เข้าไปด้านในเพื่อลองเสี่ยงโชคมาโดยตลอด! ”
“โดยที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะจบชีวิตลงภายในนั้น! ”
“แต่ว่า กลับไม่ได้สิ่งของอะไรออกมาเลย! ”
“ฉันคิดว่าถ้าหากพี่หลินยังต้องการทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น หุบขวัญเลือดนั้น ถึงแม้จะอันตราย แต่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย! ”
“เพียงแต่ว่าพี่หลินเองจะต้องพิจารณาให้รอบคอบที่สุด! ”
หลินหยุนพยักหน้า และนำรายละเอียดที่โม่หยู่พูดมาทั้งหมดนั้น คิดพิจารณาในสมองอีกรอบหนึ่ง
ผ่านไปสักพัก ก็มองไปยังโม่หยู่และพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเธอเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับหุบขวัญเลือดอย่างชัดเจนขนาดนี้ เป็นไปได้ไหมที่เธอเองก็หวั่นไหวคิดที่จะลองดูเช่นกัน? ”
โม่หยู่ไม่ได้ปฏิเสธ พยักหน้าและพูดขึ้นว่า “พี่หลินมีสายตาที่เฉียบแหลมอย่างมาก ตระกูลโม่ของเรานั้นมาจากแดนเหมันต์”
“ดังนั้นในช่วงพันกว่าปีมานี้ สิ่งที่คิดจะทำ และจะต้องทำมาโดยตลอดนั้น ก็คือคิดหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะไปตอบแทนบุญคุณคนที่อยู่ในแดนเหมันต์นั้นให้มากที่สุด”
“แต่หลายปีมานี้ก็ยังไม่สามารถทำได้เลย! ”
“แม้ว่าในตอนนี้พวกเราจะก่อตั้งเมืองโม่ขึ้นมาแล้ว! ”
“แต่ก็อยู่ภายใต้การจับจ้องของนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์มาโดยตลอด”
“ดังนั้นจึงไม่กล้าที่จะกระทำการอะไรที่บุ่มบ่าม! ”
“ดังนั้นพวกเราจึงหันมาสนใจเรื่องของหุบขวัญเลือด! ”
“แต่คุณพ่อนั้นไม่เห็นด้วยมาโดยตลอด! ”
“ไม่อย่างนั้น ฉันเองก็คงจะเดินทางไปเพื่อค้นหาสักรอบแล้ว! ”
“หากว่าโชคดีประสบความสำเร็จ”
“สถานการณ์ของตระกูลโม่นั้น ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ขึ้นแน่นอน! ”