จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1516 บัวเลือดเจ็ดดาว
แต่ว่า ไอ้เจ้าตัวเล็กนี้ เห็นได้ชัดว่ามีสติปัญญาที่ไม่ต่ำต้อย
หลินหยุนอ้าปากสูด ไอ้เจ้าตัวเล็กก็กลับเข้าไปอยู่ในโลกกำลังภายในตัวในร่างของเขาอีกครั้ง
เวลานี้ เจียซินกลับสูดหายใจลึก และพูดว่า “ไอ้เจ้าตัวเล็กนี้……คือไหมจัญไรไร้เงา? นาย……ทำไมนายถึงได้มีสิ่งชั่วร้ายแบบนี้ด้วย? ”
“อีกทั้งดูเหมือนว่า น่าจะเป็นตัวอ่อนของไหมจัญไรไร้เงาใช่ไหมล่ะ? ”
หลินหยุนพยักหน้า และพูดว่า “ถูกต้อง เป็นตัวอ่อนจริง ๆ เพิ่งจะฟักตัวออกมาได้ไม่นานนี้เอง! ”
เจียซินได้ยินดังนั้น ก็พูดขึ้นอย่างเหลือเชื่อว่า “แต่ว่า ทำไมนายถึงได้นำไหมจัญไรไร้เงาเก็บไว้ในโลกกำลังภายในตัวล่ะ? แบบนี้มันอันตรายมากเลย! ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ไม่เป็นไร เดิมทีฉันก็ได้การหลอมยาทองพวกวัสดุที่ใช้สำหรับห่อหุ้มไข่หนอนอยู่แล้ว ดังนั้นที่จริงมันก็เป็นส่วนหนึ่งของยาทองของฉัน! ”
“ตอนนี้ยาทองของฉันได้กลายเป็นโลกกำลังภายในตัว สำเร็จขั้นแดนจิตปฐม มันก็เลยอยู่ในโลกกำลังภายในตัวของฉันไปโดยธรรมชาติ! ”
“สำหรับมันแล้ว โลกกำลังภายในตัวของฉัน ก็คือบ้านของมัน! ”
“แม้ว่ามันจะชั่วร้ายแค่ไหน มันก็คงไม่ทำลายบ้านของมันเองหรอก! ”
เจียซินถอนหายใจ “นายช่างกล้าหาญมากเลยทีเดียว! แต่ว่า ถ้าหากไหมจัญไรไร้เงานี้เติบโตขึ้น มันก็จะกลายเป็นไพ่เด็ดของนายได้เลย! ”
“สิ่งชั่วร้ายนี้ ในหมื่นจักรวาล เกรงว่าไม่มีผู้ใดที่จะไม่หวาดกลัว! ”
หลินหยุนไม่ได้พูดอะไรอีก เงาร่างกะพริบหายไป และมาถึงยังด้านหน้าของกำแพงหินนั้น
เจียซินพูดว่า “ไหมจัญไรไร้เงา กลืนกินสรรพสิ่งในโลกนี้ สำหรับการค้นหาสมบัติล้ำค่าแล้ว สัตว์ทิพย์ที่สามารถเทียบเท่าได้กับมันนั้นคงจะมีไม่เกินห้าชนิด ในเมื่อมันหยุดอยู่ที่นี่แล้ว ก็แสดงว่าหินวิญญาณ์เลือดก็ต้องอยู่ที่นี่? ”
หลินหยุนพยักหน้า “มีโอกาสเป็นไปได้! ”
ขณะที่พูด ดาบเฮ่าเทียนก็ปรากฏขึ้นในมือของหลินหยุน ขับเคลื่อนพลังบำเพ็ญ และฟาดฟันไปยังกำแพงหินนั้น
กำแพงหินที่แข็งแกร่งทนทาน เมื่ออยู่ต่อหน้าของดาบเฮ่าเทียนก็กลับกลายเป็นอ่อนแอลงไปเลย
เพียงพริบตาเดียวก็ขุดค้นไปได้สิบกว่าเมตรแล้ว
แต่ก็ยังคงไม่พบอะไร
หลินหยุนขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับมุ่งหน้าขุดค้นต่อไป
ในขณะที่เขาได้ทำการขุดค้นไปอีกกว่าสิบเมตรนั้น ความแข็งแกร่งของหิน ก็เริ่มที่จะเพิ่มมากขึ้นแล้ว
เริ่มแรกนั้นเขาสามารถฟาดฟันหินง่ายราวกับการหั่นเต้าหู้
แต่หลังจากที่ขุดค้นไปแล้วกว่ายี่สิบเมตรแล้ว ในแต่ละครั้งที่ดาบเฮ่าเทียนฟันลงไปนั้น กลับร่วงตกลงมาเพียงแค่เศษหินเล็กน้อยเท่านั้น
แม้แต่หลินหยุนเองก็ขมวดคิ้วขึ้นเช่นกัน
แต่เขาก็ยังคงไม่หยุด
ต่อให้การขุดค้นจะดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เขาก็ยังคงยืนหยัดที่จะขุดค้นต่อไป
โดยได้ขุดค้นไปหนึ่งวันเต็ม ๆ แต่คืบหน้าไปเพียงแค่สามเมตรเท่านั้น
ในขณะที่หลินหยุนหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างหนักนั้น
กำแพงหินเบื้องหน้าก็เปลี่ยนแปลงกลายเป็นอ่อนนุ่มขึ้นมาในทันที
ในขณะนั้นเอง พลังทิพย์ที่รุนแรงก็ได้พลุ่งพล่านออกมาจากกำแพงหินที่อ่อนนุ่มนั้น
เจียซินสูดหายใจ และพูดขึ้นว่า “คือควอรตซ์เลือด! นี่……หรือว่าที่นี่จะไม่ใช่หินวิญญาณ์เลือด? ”
ในขณะที่เธอกำลังพูด หลินหยุนเองก็สูดหายใจลึก โดยมือก็ยังไม่ได้หยุด มุ่งหน้าขุดค้นต่อไป
ควอรตซ์เลือดนี้ก็ถูกเขาเก็บรวมใส่ไว้ในแหวนเก็บของทั้งหมดแล้ว
ควอรตซ์เลือดก็เป็นสมบัติล้ำค่า
ซึ่งเป็นสิ่งของที่ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับบัวเลือดเจ็ดดาว
เจียซินพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นต่อว่า “มิน่าล่ะที่ที่แห่งนี้มีพลังสังหารเลือดที่หนาแน่นมากขนาดนี้ ถ้าหากเป็นบัวเลือดเจ็ดดาวจริง ๆ อย่างนั้นก็สามารถที่จะอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลแล้ว! ”
และในขณะนั้นเอง ควอรตซ์เลือดที่ถูกหลินหยุนเก็บรวมมานั้น ก็พลันเกิดพลังสังหารเลือดปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
หลินหยุนตกตะลึงขึ้นอย่างกะทันหัน
กวัดแกว่งมือไปมา ทันใดนั้นพลังที่มองไม่เห็นก็ได้ปิดกั้นเส้นทางทั้งหมดเอาไว้
แต่ก็ยังคงไม่สามารถสกัดกั้นพลังของชี่เลือดไม่ให้รั่วไหลออกไปด้านนอกได้
เจียซินรีบพูดขึ้นว่า “เร็วขึ้นอีกหน่อย! หากชักช้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว! ”
หลินหยุนรับรู้อยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องให้เธอมากล่าวเตือน
หากพลังของชี่เลือดที่แข็งแกร่งขนาดนี้รั่วไหลออกไป และที่นี่ก็เคยเป็นสถานที่ที่ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนได้จบชีวิตลง
ซึ่งคงจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
กวัดแกว่งดาบเฮ่าเทียนอย่างต่อเนื่อง ควอรตซ์เลือดก็ถูกฟาดฟันและเก็บรวบรวมขึ้น
ทันใดนั้น
ก็มีลำแสงสีเลือดพุ่งทะยานขึ้นอย่างกะทันหัน
ซึ่งหลินหยุนก็มองเห็นในทันที
งูยักษ์สีเลือดตัวสีแดงเข้มตัวหนึ่ง กำลังแลบลิ้นที่ยาวมากออกมา และจ้องมองไปที่หลินหยุนด้วยความโมโห
งูยักษ์สีเลือดขดตัวอยู่ท่ามกลางควอรตซ์เลือด
โดยในช่วงตรงกลางที่มันขดตัวอยู่นั้น
ก็คือบัวเลือดเจ็ดดาวต้นหนึ่ง
ในขณะที่หลินหยุนกำลังมองไปยังงูยักษ์สีเลือดนั้น งูยักษ์สีเลือดก็จ้องมองมาที่เขาเช่นกัน
ทันใดนั้น งูยักษ์ก็อ้าปากขึ้น และพ่นกระบี่เลือดพุ่งตรงใส่เขาทันที
ภายในถ้ำเหมืองแร่มีบริเวณที่คับแคบ หลินหยุนจึงหมดหนทางที่จะหลบหลีกโดยสิ้นเชิง
สูดหายใจลึก ขับเคลื่อนพลังบำเพ็ญอย่างเต็มกำลัง และปล่อยหมัดโจมตีเข้าใส่ในทันที
ซึ่งได้ทำลายกระบี่เลือดลงไปอย่างเด็ดขาด
หลินหยุนเหาะลอยถอยหลังออกมา
งูยักษ์นั้นสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงความแข็งแกร่งทรงพลังของหลินหยุน
ดวงตาสีเขียวทั้งสองข้าง จ้องมองไปที่หลินหยุนอย่างระมัดระวัง
อ้าปากสีเลือด และแสดงท่าทางแลบลิ้นใส่หลินหยุนอย่างไม่หยุด
แต่มันก็ยังไม่ออกไปจากบัวเลือดเจ็ดดาวนั่นเลย
หลินหยุนดวงตาเป็นประกาย
มองไปที่บัวเลือดเจ็ดดาว
เวลานี้บัวเลือดเจ็ดดาวนั้น ได้เติบโตขึ้นจนมีใบไม้เจ็ดใบแล้ว
ในจำนวนนั้น ด้านบนของใบไม้หกใบมีดาวเจ็ดดวง
มีเพียงแค่บนใบไม้ที่เล็กที่สุดนั้น มีดวงเพียงหกดวง
โดยดาวดวงที่เจ็ดเพิ่งจะปรากฏร่องรอยขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ชัดเจนว่ายังไม่เติบโตอย่างเต็มที่
เจียซินเองก็มองเห็นภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน
จึงรีบพูดกับหลินหยุนว่า “บัวเลือดเจ็ดดาวยังไม่เติบโตเต็มที่! ”
หลินหยุนพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ฆ่างูตัวนี้ซะ เมื่อดูดซับงูตัวนี้แล้ว ก็ดูดซับพลังชี่เลือดของงูตัวนี้ ก็คงจะเติบโตเต็มที่โดยสมบูรณ์แน่นอน! ”
เจียซินร้อนใจและพูดว่า “เกรงว่าคงจะยาก มันคงจะไม่ออกไปจากบัวเลือดเจ็ดดาวนี้อย่างแน่นอน หากนายจะดึงดันที่จะโจมตี บัวเลือดก็คงจะถูกทำลายลงไปด้วย! ”
หลินหยุนไม่พูดอะไร แค่ส่งเสียงฮึอย่างชา
คำพูดของเจียซินนั้นเขาก็เข้าใจอย่างชัดเจน แต่วินาทีถัดมา หลินหยุนก็ได้ลงมือ
แสดงท่ากักขังท่าที่ห้าของสิบแปดท่าต้าเต๋าก็ออกมาทันที
เวลาเหมือนกับว่าได้หยุดลงไปอย่างกะทันหัน
แต่ก็เพียงแค่พริบตาเดียว
พลังกักขังก็สูญหายไป
และในขณะนั้นเอง หลินหยุนก็อ้าปากกว้าง ไหมจัญไรไร้เงาก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
ไหมจัญไรไร้เงา
คือสิ่งที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารในหมื่นจักรวาลอย่างแน่นอน
สำหรับสัตว์อสูรเองก็เช่นเดียวกัน
ต่อให้เวลานี้ไหมจัญไรไร้เงาจะเป็นเพียงแค่ตัวอ่อน
หากเกิดมีการปะทะต่อสู้แล้ว
คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของงูยักษ์สีเลือดแน่นอน
งูยักษ์สีเลือด เวลานี้เทียบเท่ากับขั้นแดนที่ใกล้จะเข้าสู่จิตปฐมตอนปลาย
ส่วนไหมจัญไรไร้เงาเพิ่งจะเกิดออกมาไม่นาน
คงไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน
แต่ความหวาดกลัวที่มาจากจิตวิญญาณส่วนลึกก็ยังคงมีอยู่
ความหวาดกลัวนี้ อาจจะมีอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ แต่สำหรับหลินหยุนแล้ว บวกกับท่ากักขังของเขานั้น ถือว่ามากเพียงพอแล้ว
ดังนั้น เมื่อหลินหยุนปล่อยไหมจัญไรไร้เงาออกมา
งูยักษ์สีเลือดที่ถูกกักขังอยู่นั้น ก็ตัวสั่นเทาบ้างเล็กน้อย
ถึงขั้นที่เก็บลมหายใจที่แข็งแกร่งในร่างของตนเองขึ้นในทันที
ในขณะนั้นเอง หลินหยุนก็ทิ่มแทงกระบี่ออกไปอย่างกะทันหัน
เพลงกระบี่พลังผกผัน
อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์นี้ แข็งแกร่ง ดุดัน รวดเร็ว เหนือความคาดหมายโดยสิ้นเชิง
นี่ก็เป็นอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แบบหนึ่งที่หลินหยุนใช้งานได้อย่างชำนาญแล้ว
ชี่กระบี่แข็งแกร่งทรงพลังอย่างไร้ขอบเขต ทิ่มแทงเข้าไปยังจุดตายของงูยักษ์สีเลือดทันที
มันส่งเสียงร้องโอดครวญอย่างทุกข์ทรมาน
ถึงขั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสเลย!
เวลานี้งูยักษ์สีเลือดนั้น ได้ตั้งสติกลับคืนมาแล้ว
หลังจากได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก จึงโมโหขึ้นในทันที
ร่างกายที่ยาวใหญ่ของมัน ได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับอ้าปากกว้าง และพุ่งตรงเข้าเขมือบหลินหยุนอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาดในทันที