จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1517 ได้รับถึงมือแล้ว
แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่งูยักษ์สีเลือดก็ยังคงระเบิดความโมโหอย่างสุดขีด
เริ่มที่จะต่อสู้อย่างสุดชีวิตแล้ว
หลินหยุนเห็นดังนั้น ก็เหาะถอยหลังลงไปเล็กน้อย
ในขณะเดียวกันก็ปล่อยหมัดโจมตีออกไปอีกครั้ง
พลังอานุภาพที่สะเทือนเลือนลั่น ซัดโหมกระหน่ำ รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ซึ่งพลังเพียงหมัดเดียว ก็ยังมีความรุนแรงถึงขั้นที่ดวงดาวร่วงตกตกมาเลย
ในขณะนั้นเอง งูยักษ์สีเลือดก็ได้พ่นหมอกเลือดออกมาจากปาก
พลังหมัดทำลายหมอกเลือดลง แล้วพุ่งตรงเข้าสู่ปากของงูยักษ์ทันที
งูยักษ์ร้องโอดครวญเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
ส่วนหมอกเลือกที่แหลกสลายไปนั้น ได้ร่วงตกมาบนร่างกายของหลินหยุน หลินหยุนจึงรู้สึกว่าพลังกัดกร่อนอย่างหนึ่ง
ได้ตกลงมาบนร่างกายของเขาแล้ว
ชี่ทิพย์ป้องกันกายของหลินหยุนใช้การอะไรไม่ได้ เนื้อหนังถูกกัดกร่อนจนเปื่อยยุ่ย เผยให้เห็นกระดูกสีขาวที่อยู่ภายใน
แต่หลินหยุนก็ยังคงไม่หยุดมือลง ขับเคลื่อนพลังบำเพ็ญอย่างบ้าคลั่ง ก้าวกระโดดพุ่งไปข้างหน้า
และยังคงกวัดแกว่งดาบเฮ่าเทียนอย่างไม่หยุด
อาศัยช่วงจังหวะที่งูยักษ์สีเลือดตัวนั้นกำลังจะกลืนกินบัวเลือดเจ็ดดาวเข้าไป
จึงได้ใช้กระบี่ฟันไปที่ลำตัวของงูยักษ์จนขาดสะบั้น
ลำตัวขนาดใหญ่ของงูยักษ์ถูกฟันจนขาดเป็นสองท่อน เลือดพุ่งกระจาย ชี่เลือดที่รุนแรงก็ได้แผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง
ในขณะเดียวกัน บัวเลือดเจ็ดดาวนั้นเวลานี้เหมือนจะกลับมามีชีวิตใหม่ขึ้นอีกครั้ง
ดูดซับชี่เลือดจากร่างของงูยักษ์ตัวนั้นอย่างไม่หยุด
ระดับของบัวเลือดก็เพิ่มสูงขึ้นทันตาเห็น
หลินหยุนเห็นเหตุการณ์ดังนั้น ก็ถอนหายใจยาวได้อย่างโล่งอก
จากนั้นก็นำโอสถออกมาแล้วกินเข้าไป
ขับเคลื่อนพลังบำเพ็ญ กลั่นฤทธิ์ของยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำการขับพลังกัดกร่อนนั้นทิ้งไป
แต่ในขณะนั้นเอง บริเวณหุบเขาก็เกิดระเบิดเสียงดังตูมตามขึ้นอย่างกะทันหัน
สั่นสะเทือนเลือนลั่นไปทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน
กลิ่นอายลมหายใจที่แข็งแกร่งทีละกลิ่นอาย ได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
หลินหยุนดวงตาเป็นประกาย พร้อมกับขมวดคิ้วทั้งสองข้างขึ้นในทันที
พลังชี่เลือดของงูยักษ์กำลังถูกบัวเลือดเจ็ดดาวดูดซับอยู่
แต่กลิ่นอายของบัวเลือดเจ็ดดาวก็ได้กระจายสลายไปหมดแล้ว
เพราะสิ่งนี้จึงทำให้หุบขวัญเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เจียซินรีบพูดขึ้นว่า “การเติบโตเต็มที่ของบัวเลือดเจ็ดดาวนั้น จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสักช่วงระยะหนึ่ง อาจจะมีมารเลือดปรากฏขึ้นอีกก็เป็นได้ โดยพวกมารเลือดนั้น ต่างต้องดูดซับชี่เลือดของบัวเลือดเจ็ดดาวทั้งหมด จึงจะถือกำเนิดขึ้นได้! ”
“ดังนั้นแม้ว่าพวกมันจะไม่มีสติปัญญา! ”
“แต่เพียบพร้อมด้วยสัญชาตญาณความสามารถที่เก่งกาจ! ”
“เมื่อได้กลืนกินบัวเลือดเจ็ดดาวที่เติบโตเต็มที่อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็สามารถที่จะทำให้พวกมันมีสติปัญญา และเริ่มต้นเส้นทางการบำเพ็ญเซียนได้นับจากนี้! ”
“ดังนั้นเพียงแค่เป็นมารเลือดในหุบเขาแห่งนี้ ก็จะต้องปรากฏตัวออกมาทั้งหมดอยู่แล้ว! ”
“หากเมื่อมีจำนวนที่มากเกินไป……”
“อีกทั้ง ตอนนี้ภายในหุบขวัญเลือดได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น ก็จะต้องชักนำพวกผู้เพ็ญเซียนในบริเวณโดยรอบนั้นมาอย่างแน่นอน! ”
“หากชักนำยอดฝีมือมาล่ะ! ”
“นายก็จะยิ่งตกอยู่ในสภาพที่อันตรายมากขึ้น! ”
หลินหยุนพยักหน้า “ไม่ว่าจะเป็นใคร ผู้บำเพ็ญเซียนก็ดี หรือมารเลือดก็ดี หากคิดที่จะแย่งชิงบัวเลือด ก็จะต้องตายทั้งหมด! ”
บัวเลือดเจ็ดดาว!
บัวเลือดเจ็ดดาวที่เติบโตโดยสมบูรณ์!
ถือเป็นสมบัติล้ำค่าสูงสุดที่หาได้ยากมาก!
ถ้าหากกลั่นยามารเลือดได้สำเร็จ ก็จะกลายเป็นโอสถที่ทรงพลังสามารถยกระดับขึ้นพลังบำเพ็ญได้ในทันทีเลย
ส่วนการเพิ่มขึ้นของพลังบำเพ็ญนั้น อย่างน้อยก็หนึ่งขั้นแดนเล็กเลยทีเดียว!
แม้ว่ายามารเลือดจะมีผลข้างเคียงไม่น้อยในภายหลัง
แต่ในช่วงจังหวะเวลาสำคัญ
สามารถปกป้องรักษาชีวิตได้!
นอกจากจะสามารถกลั่นยามารเลือดได้แล้ว สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนนั้น ยังมีสรรพคุณผลดีอีกอย่างหนึ่ง
นั่นก็คือยกระดับขั้นของสายเลือด!
ตรงจุดนี้ สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแดนดั่งเทพแล้ว ต่างก็เป็นผลดีทั้งสิ้น!
และยังมีผลที่สำคัญมากด้วย!
การยกระดับขึ้นของสายเลือด สำหรับผู้บำเพ็ญแดนสู่ธรรมในอนาคต ย่อมจะส่งผลดีที่สำคัญอย่างมากแน่นอน
สรุปได้ว่า สมบัติล้ำค่าสูงสุดอย่างบัวเลือดเจ็ดดาวนี้
ไม่ว่าใครต่างก็ต้องการจะแย่งชิงเอามาครอบครองให้ได้ทั้งนั้น!
ในขณะนั้นเอง มารเลือดสองตนก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในเหมืองแร่
สองคนนี้ มีกลิ่นอายลมหายใจที่แข็งแกร่งอย่างมาก
เมื่อพิจารณาจากลมหายใจแล้ว
ตนหนึ่งน่าจะเป็นจิตปฐมตอนกลาง
อีกตนหนึ่งน่าจะเป็นจิตปฐมตอนต้น
หลินหยุนขมวดคิ้วขึ้น จากนั้นเงาร่างก็แวบหายไป มาถึงยังเบื้องหน้ามารเลือดสองตนนั้น
พร้อมกับแสดงเพลงกระบี่พลังผกผันขึ้นทันที
ทันใดนั้นก็สังหารมารเลือดแดนจิตปฐมตอนต้นนั้นจนเสียชีวิต เหลืออยู่เพียงแค่มารเลือดแดนจิตปฐมตอนกลาง
วินาทีต่อมา ก็ใช้กระบี่ฟาดฟันไปอีกครั้ง
มารเลือดก็ปล่อยพลังหมัดออกมา
ทำลายชี่กระบี่ของหลินหยุนทิ้งไป
หลินหยุนเหาะลอยถอยหลังกลับเล็กน้อย
ในขณะนั้นเอง
ด้านนอกของเหมืองแร่ ยังมีมารเลือดอยู่อีกห้าถึงหกตน
แต่ลมหายใจถือว่าไม่แข็งแกร่งมากนัก
ถึงขั้นที่ยังมีขั้นแดนยาทองรวมอยู่ด้วย
หลินหยุนดวงตาเป็นประกาย
ลอยตัวขึ้นเพื่อเตรียมการต่อสู้
ส่งเสียงฮึอย่างเย็นชา “ลำพังแค่พวกสัตว์ร้ายที่ไม่มีสติปัญญา ยังจะกล้ามาต่อสู้แย่งชิงกับฉันอีก! ช่างรนหาที่ตายชัด ๆ”
หลินหยุนจึงได้แสดงท่ากักขังท่าที่ห้าของสิบแปดท่าต้าเต๋าออกมาอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน
กระบี่ผกผันก็โหมกระหน่ำ แทงตรงเข้าใส่ทันที
ชี่กระบี่ที่ทรงพลังไร้ขอบเขตทะลุผ่านหน้าอกของมารเลือดเข้าไป
แต่มารเลือดกลับเหมือนว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรทั้งนั้น พร้อมกับปล่อยหมัดที่ทรงพลังพุ่งเข้าใส่หลินหยุนอีก
หลินหยุนขมวดคิ้วแน่น
เกิดความโมโหขึ้น
ก็แค่จิตปฐมตอนกลางเท่านั้น ทำไมความแข็งแรงของร่างกายถึงได้แข็งแกร่งทนทานมากขนาดนี้?
หลินหยุนส่งเสียงฮึอย่างเย็นชา แวบหายตัวไปอีกครั้ง
แทบจะชั่วพริบตาเดียว เขาก็มาอยู่ตรงหน้าของมารเลือดแล้ว
ลำแสงของดาบเฮ่าเทียนสั่นไหวไปมา ฟาดฟันไปยังร่างของมารเลือดนั้นอย่างไม่หยุด
ถึงแม้ร่างกายของมารเลือดจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน
แต่เป็นเพราะไม่มีสติปัญญา มีเพียงแค่สัญชาตญาณความสามารถ ย่อมไม่เข้าใจถึงการยืดหยุ่นปรับตัวตามสถานะ
อย่างน้อยเมื่อเทียบกับผู้บำเพ็ญเซียนที่แท้จริงแล้ว ความยืดหยุ่นปรับตัวของพวกมันนั้นแตกต่างกันอย่างมาก!
แทบจะชั่วพริบตาเดียว ร่างกายของมารเลือดก็ถูกดาบเฮ่าเทียนฟาดฟันจนขาดสะบั้นแล้ว
ยาเลือดเม็ดหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
หลินหยุนก็ได้ยื่นมือออกไป รองรับยาเลือดนั้นเอาไว้ในมือ
ร่างกายกะพริบหายวับไป หลินหยุนก็มาอยู่ที่ด้านนอกของเหมืองแร่แล้ว
ส่วนมารเลือดที่หลงเหลืออยู่อีกไม่กี่ตนนั้น ก็ถูกเขากำจัดทิ้งไปหมดสิ้น
แล้วก็กลับเข้ามายังหุบเขาส่วนลึกอีกครั้ง
ในเวลานี้บัวเลือดเจ็ดดาวได้เติบโตอย่างเต็มที่แล้ว
เจียซินพูดขึ้นว่า “รีบไปเด็ดมันเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นจะเหี่ยวเฉาลงไปอย่างรวดเร็ว! ”
หลินหยุนไม่พูดไม่จาอะไร เปล่งประกายแสงขึ้นในมือ กล่องหยกก็ได้ปรากฏขึ้นมา
จากนั้นก็ยื่นมือออกไป
พลังที่มองไม่เห็นได้พุ่งตรงไปเด็ดเอาบัวเลือดเจ็ดดาวทั้งต้นนั้นออกมาทันที
แล้วก็นำมาใส่เข้าไปในกล่องหยก
หลินหยุนกะพริบหายตัวไป ออกไปจากเหมืองแร่ และเหาะเหินออกไปจากหุบเขาอย่างรวดเร็ว
โดยในขณะที่เขากำลังออกไปจากหุบขวัญเลือดนั้น
กลิ่นอายลมหายใจที่แข็งแกร่งจำนวนหนึ่ง ก็กำลังมุ่งหน้ามายังที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
หลินหยุนขมวดคิ้วขึ้นโดยพลัน และรีบไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
กลิ่นอายลมหายใจหนึ่งที่อยู่ใกล้กับตัวเขามากที่สุดนั้น รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าหลินหยุนอยู่ที่นี่
ทันใดนั้นก็ละทิ้งการเดินทางไปยังหุบเขาเลือด
และหันมาไล่ตามหลินหยุนไปในทันที
หลินหยุนไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง โดยเร่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ด้านหลังพลันมีเสียงของยอดฝีมือคนนั้นดังขึ้น “สหายอย่าเพิ่งไปก่อน! ฉันมีเรื่องที่จะสอบถามสหายเล็กน้อย! ”
ฝ่ายตรงข้ามนั้นคือยอดฝีมือแดนจิตปฐมตอนกลาง
ในด้านความเร็วนั้น จะรวดเร็วกว่าหลินหยุนอยู่เล็กน้อย
แต่ภายในระยะเวลาอันสั้น ทำได้เพียงได้ย่นระยะห่างเข้ามาใกล้มากขึ้น
แต่ยังไม่สามารถไล่ตามด้านหน้าได้ทัน
เหาะเหินไปกว่าครึ่งวันแล้ว
คิดไม่ถึงว่ายอดฝีมือที่อยู่ด้านหลังจะยังคงไล่ตามอย่างไม่ลดละ
หลินหยุนได้ใช้พลังของจิตญาณออกสำรวจ
ทำให้รับรู้ว่าไม่มียอดฝีมือคนอื่นอีกแล้ว
ทันใดนั้นก็ได้หยุดการเคลื่อนไหวของตน
แล้วหันหลังกลับมามองไปยังผู้ที่ไล่ตามมานั้น
เวลาผ่านไปครึ่งวัน
ระยะห่างของทั้งสองคนก็ไม่ได้ห่างไกลกันมากเท่าไรแล้ว
เห็นหลินหยุนหยุดการเคลื่อนไหว
เพียงพริบตาเดียวคนผู้นั้นก็มาอยู่ตรงเบื้องหน้า
โดยเขาเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งที่มีรูปร่างอ้วนเตี้ย กำยำราวกับภูเขาขนาดเล็กอย่างไรอย่างนั้น
น่าจะมีอายุประมาณหกถึงเจ็ดสิบปี
ผู้อาวุโสมองไปยังหลินหยุน ยิ้มเยาะและพูดขึ้นว่า “ทำไมล่ะ ไม่หนีแล้วเหรอ? ”