จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1555 ปฏิเสธ
บทที่ 1555 ปฏิเสธ
เมื่อหญิงวัยกลางคนเดินออกมา ก็ส่งสายตามองไปที่หลินหยุน
ถูกต้อง
คือหลินหยุนอย่างแน่นอน
ต่อให้บนถนนจะมีผู้คนเดินไปมาอยู่เป็นจำนวนมาก
ต่อให้รอบข้างของหลินหยุนจะมีพ่อค้าอยู่จำนวนไม่น้อย
แต่หลินหยุนก็แน่ใจได้ว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นกำลังจ้องมองมาที่ตัวเขา
จึงทำให้หลินหยุนรับรู้ได้ทันทีว่า ฝ่ายตรงข้ามนั้นรับรู้ถึงการมีชีวิตอยู่ของเขามาก่อนหน้านี้แล้ว
แม้ว่าเขาจะได้ทำการปลอมตัวอย่างลึกลับ แต่ก็ยังคงถูกฝ่ายตรงข้ามพบเจอตัวจนได้
ซึ่งเกินกว่าสิ่งที่เขาคาดคิดเอาไว้บ้าง
เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ไม่นานนักหญิงวัยกลางคนก็เดินตรงเข้ามาหาหลินหยุน
โดยหลินหยุนยังคงยืนอยู่กับที่
จ้องมองผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาที่เบื้องหน้า
ผู้หญิงนั้นได้ย่อตัวลงเล็กน้อย และพูดขึ้นว่า “คุณชายหลินหยุนล่ะสิ คุณหนูของฉันขอเชิญคุณชายเข้าไปพุดคุยกันในคฤหาสน์”
ได้ยินที่ผู้หญิงนั้นพูด
หลินหยุนก็ไม่รู้สึกแปลกอะไร
ส่วนพวกพ่อค้าแผงลอยรวมถึงคนที่อยู่หน้าแผงลอย กลับจ้องมองมากันที่ตัวของหลินหยุนในทันที
เดิมทีพวกคนเหล่านี้ไม่ได้สนใจหลินหยุนเลย
เพราะว่าหลินหยุนไม่โดดเด่นสะดุดตา
การแต่งกายก็ไม่หรูหรา
กลิ่นอายลมหายใจก็ไม่ค่อยจะแข็งแกร่งมากนัก
ราวกับว่าหากทิ้งอยู่ในกองผู้คนก็คงไม่มีผู้ใดไปสนใจอย่างไรอย่างนั้น
แต่เวลานี้คนพวกนี้กลับพบว่า
เดิมทีคนที่ธรรมดาทั่วไปกลับมีสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคฤหาสน์เลือนรางแห่งนี้!
ในเมืองนกนางนวล
แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้จักคฤหาสน์เลือนราง
โดยเฉพาะพวกคนที่จัดแผงลอยสินค้าอยู่ทั้งวันในบริเวณใกล้เคียงนั้น ยิ่งรู้จักคุ้นเคยกับคนด้านในคฤหาสน์เลือนรางกันเป็นอย่างดี
อาทิเช่นผู้หญิงวัยกลางคนเบื้องหน้านี้
พวกเขาต่างก็รู้จักถึงตัวตนและสถานะ
นี่คือหนึ่งในสองคนของผู้มีอำนาจตัดสินใจของสำนักเลือนรางในเมืองนกนางนวล
หลินหยุนเคลื่อนไหวสายตา จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ฝากขอบคุณคุณหนูของพวกคุณเป็นอย่างมาก ที่ฉันมาครั้งนี้ก็เพื่อรับตัวเพื่อนทั้งสามคนของฉัน! ”
“ฉันเคยได้ยินมาว่า สำนักเลือนรางไม่มีผู้บำเพ็ญเซียนชาย! ”
“คิดว่าที่เมืองนกนางนวลก็น่าจะเป็นเช่นนี้เหมือนกัน! ”
“ฉันไม่สะดวกที่จะเข้าไปด้านใน! ”
“เพียงแค่สหายช่วยพาเพื่อนทั้งสามคนของฉันออกมาก็พอแล้ว! ”
คำพูดนี้ของหลินหยุนไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
สมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก
ไม่สามารถให้ฝ่ายตรงข้ามย้อนแย้งถึงปัญหาได้เลย
สำหรับที่ว่าให้เข้าไปในคฤหาสน์นั้น……
นั่นคงจะเข้าไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
แม้ว่าเขาจะคาดเดาได้ว่านางฟ้าปรวนแปรนั้น คงจะไม่ทำการอะไรที่เป็นผลเสียต่อเขาแน่
แต่ความคิดของเขาก็ยังคงเดิมที่ว่าไม่ต้องการมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอะไรกับฝ่ายตรงข้าม
บางครั้งผู้หญิงก็ยุ่งยากวุ่นวายเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีความสามารถ ก็ยิ่งจะยุ่งยากวุ่นวายไปกันใหญ่
ส่วนผู้หญิงที่มีผู้ชายหลายคนชื่นชอบนั้น ก็ยิ่งจะยุ่งยากวุ่นวายมากขึ้นไปอีก
การอยู่ห่าง ๆ อย่างเคารพถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
โดยไม่ต้องไปมีสัมพันธ์เกี่ยวข้องอะไรกับฝ่ายตรงข้าม
ข่าวคราวที่นางฟ้าปรวนแปรมาถึงเกาะนกนางนวลนั้น ได้แพร่กระจายออกไปตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเมืองนกนางนวลแล้ว
ถ้าเวลานี้เขาเข้าไปด้านในของคฤหาสน์เลือนรางแล้วจริง ๆ
เมื่อตอนที่เขาออกมา ก็คงเป็นที่รับรู้รับทราบของทุกคนแล้ว
หลินหยุนมองว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ดีอะไรนัก!
ได้ยินหลินหยุนพูดขึ้นแบบนี้
หญิงวัยกลางคนถึงกับแปลกใจ
แต่ก็พยักหน้า
ฉันจะไปรายงานให้กับคุณหนูทราบ! ”
มองไปที่หลินหยุนและพูดว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ขอให้คุณชายหลินหยุนรออยู่ที่นี่สักครู่ก่อน
เพราะที่นี่ไม่ใช่เขตกลางฟ้า
ยิ่งไม่ใช่ลำนักเลือนรางที่แท้จริง
ดังนั้นการเรียกขานนางฟ้าปรวนแปรนั้น
พวกเธอจะไม่เรียกขานว่าเทพธิดา อย่างน้อยจะไม่พูดกับผู้คนภายนอก
ส่วนใหญ่จะเรียกขานว่าคุณหนู หรือว่านางฟ้าของเรา
เมื่อผู้หญิงนั้นพูดจบ ก็ครุ่นคิดและมองไปที่หลินหยุนอย่างลึกซึ้ง จากนั้นก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์
ผ่านไปชั่วครู่
ผู้หญิงนั้นก็เดินกลับออกมา พร้อมกับมองไปที่หลินหยุนและพูดว่า “คุณชายหลินหยุน คุณหนูบอกว่า เรื่องราวก่อนหน้านี้ยังไม่ได้แสดงความขอบคุณต่อคุณชายเลย ครั้งนี้ในเมื่อมาถึงเกาะนกนางนวลแล้ว มาถึงบ้านแล้ว ก็ขอเชิญให้คุณชายเข้าไปด้านในจะเป็นการดีที่สุด
เพื่อให้พวกเราได้ต้อนรับอย่างเต็มที่ในฐานะเจ้าของบ้าน! ”
“แน่นอนว่า ถ้าหากคุณชายหลินหยุนยังคงยืนกรานหนักแน่น! ”
“งั้นก็ไม่เป็นไร! ”
“คุณหนูของเราพูดแล้วว่า แม้ว่าจะรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง! ”
“แต่สามารถที่จะรอในโอกาสหน้าได้! ”
“คุณชายหลินหยุน ไม่ทราบว่ามีความเห็นอย่างไรบ้างล่ะ? ”
“ถ้าหากคุณชายยังคงยืนยัน อย่างนั้นตอนนี้พวกเราก็จะพาเพื่อนทั้งสามคนของคุณชายหลินหยุนออกมา! ”
หลินหยุนพยักหน้า และพูดว่า “งั้นก็ต้องรบกวนสหายด้วยแล้ว! ”
ฝ่ายผู้หญิงนั้นคาดคิดไม่ถึงว่า
หลินหยุนจะยังคงยืนยันหนักแน่นถึงขนาดนี้!
อย่างที่ทราบว่า
หากคนทั่วไปได้รับการปฏิบัติแบบนี้จากคุณหนูแล้ว
เกรงว่าไม่รู้จะตื่นเต้นดีใจไปถึงขนาดไหน
แต่หลินหยุนกลับยังคงอยู่ในสภาพที่เคารพอยู่ห่าง ๆ เหมือนเคย
ซึ่งทำให้เธอถึงกับแปลกใจเป็นอย่างมาก
และก็ทำให้เธอรู้สึกเหยียดหยาม
คิดไม่ถึงว่าจะทำตัวเสแสร้งได้ถึงขนาดนี้……
ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้พูดอะไรต่ออีก หันหลังแล้วก็เดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์อีกครั้ง
ไม่นานนัก
เธอก็ได้พาฉินหลันกับโม่หยู่ทั้งสามคนออกมา
เมื่อเห็นหลินหยุนยืนอยู่หน้าประตู หญิงสาวทั้งสองคนก็ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะฉินหลัน
ที่น้ำตาไหลออกมาทันที โดยไม่ได้สนใจว่าจะอยู่ในท่ามกลางสาธารณชน
และกระโดดโผเข้าอ้อมอกของหลินหยุนในทันที
เงียบไม่พูดไม่จาอยู่เป็นเวลานาน
หลินหยุนตีเบา ๆ ไปบนแผ่นหลังที่ขาวนวลของฉินหลัน เพื่อปลอบใจบรรเทาอารมณ์ของเธอ
ผ่านไปสักพัก ฉินหลันจึงได้ออกมาจากอ้อมอกของหลินหยุน
โดยร้องไห้จนดวงตาบวมแดงแล้ว
เช็ดน้ำตาให้กับฉินหลัน
แล้วหลินหยุนก็พูดอย่างอ่อนโยนขึ้นว่า
“พอได้แล้ว ไม่เป็นอะไรแล้ว พวกเราไปกันเถอะ!
”
ขณะที่พูด หลินหยุนก็หันมองไปที่หญิงวัยกลางคนนั้น และพูดว่า
“ขอบคุณสหายมาก และฝากสหายขอบคุณคุณหนูของคุณด้วย ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เพื่อนทั้งสามคนของฉัน ได้รบกวนสร้างความยุ่งยากให้กับหล่อนมากแล้ว!
”
ขณะที่พูด ก็ได้พาฉินหลันกับโม่หยู่ทั้งสามคนเดินจากไป
หาโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
ให้หญิงสาวทั้งสามคนได้พักอาศัย
ไม่ว่าฉินหลันหรือโม่หยู่ เวลานี้ก็ยังคงเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก กับการที่หลินหยุนปรากฏตัวขึ้น
และเริ่มทยอยสอบถามหลินหยุนว่าในช่วงก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่
หลินหยุนถูกจี้ถามจนหมดหนทาง
จึงได้เล่าเรื่องราวให้ฟัง
แน่นอนว่า
ไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรมากมาย
เพราะไม่มีความจำเป็น!
โดยเฉพาะเล่าต่อหน้าของฉินหลันแล้วด้วย
หลังจากที่ได้เล่าเรื่องราวไปสักครู่แล้ว
โม่หยู่ก็ได้พาซินเอ๋อออกไปจากห้องอย่างเข้าใจสถานการณ์
ภายในห้องก็เหลือเพียงแค่หลินหยุนกับฉินหลันสองคน
มองไปยังหลินหยุนที่อยู่ใกล้กันแค่เอื้อม
ฉินหลันก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง
จากนั้นก็โผเข้าไปในอ้อมอกของหลินหยุน
……
ยี่สิบกว่าวันนั้นหลังจากนั้น
หลินหยุนได้พาหญิงสาวทั้งสามคนเดินเล่นในเมืองนกนางนวลทุกวัน
ก็เพื่อผ่อนคลายอารมณ์และจิตใจเป็นหลัก
โดยเฉพาะกับฉินหลัน
ที่สามารถหลุดพ้นจากความทุกข์เสียใจที่ทรมานในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
เหลือเวลาอีกสามวันก็จะออกเดินทางจากเกาะนกนางนวลแล้ว
ในช่วงเวลานี้แม้ว่าหลินหยุนจะไปเดินเล่นพร้อมกับหญิงสาวทั้งสามคน แต่เขาก็ยังคงต้องการที่จะค้นหาทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญฝึกฝนให้มากขึ้นเหมือนเคย
แต่ ต้องบอกเลยว่า
ภายในเมืองนกนางนวลนี้
แม้ว่าจะมีทรัพยากรอยู่เป็นจำนวนมาก
แต่ที่จะสามารถเข้าตาของหลินหยุนได้นั้นยังคงมีจำนวนน้อยอยู่
ต่อให้มีอยู่บ้าง
แต่ก็แพงมากเกินไป
สามวันหลังจากนั้น
หลินหยุนก็พาหญิงสาวทั้งสามคนออกจากเมืองนกนางนวล
มุ่งหน้าไปยังสถานที่จอดเรือใหญ่ริมฝั่งทะเล
แต่หลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะออกมาจากเมืองไม่นาน ประมาณหนึ่งชั่วโมง
กลิ่นอายลมหายใจที่ทรงพลังจำนวนหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของพวกเขาในทันที
คนที่เป็นผู้นำนั้นเป็นชายวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีดำ
ส่วนด้านข้างของชายวัยกลางคน
ก็คือใบหน้าของผู้ที่ค่อนข้างคุ้นเคย
นั่นก็คือไอ้คนที่ชื่อว่าเฮยหลิ่ว!
เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้าม
หลินหยุนก็เข้าใจขึ้นในทันที
เดิมทีฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่ว่าไม่อยากจะลงมือ
แต่กำลังรอคอยโอกาสอยู่ก็เท่านั้น!