จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1556 ความสัมพันธ์
บทที่ 1556 ความสัมพันธ์
หลินหยุนหยุดการเคลื่อนไหว ดวงตาเป็นประกาย มองไปยังฝ่ายตรงข้าม ก็ได้ยินเฮยหลิ่วยิ้มเยาะ และพูดขึ้นว่า “ไอ้หนุ่ม นายคิดว่าเรื่องก่อนหน้านี้มันจบลงไปแล้วอย่างนั้นเหรอ? ”
“ฮึ! ”
“ช่างไร้เดียงสาจริง ๆ! ”
“ฉันเคยบอกไว้กับนายก่อนแล้วว่า! ”
“ในเมืองนกนางนวลนี้! ”
“ทั่วทั้งเกาะนกนางนวลนี้! ”
“ตราบใดที่สมาคมออมชอมทะเลของพวกเราต้องการ! ”
“ไม่ว่านายจะมีพลังบำเพ็ญแข็งแกร่งมากแค่ไหน! ”
“ไม่ว่านายจะมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่มากแค่ไหน! ”
“ก็ไม่มีประโยชน์! ”
“สมาคมออมชอมทะเลของเราอยากจะให้นายตายเมื่อไร นายก็จะต้องตายลงไปเมื่อนั้น! ”
เฮยหลิ่วพูดถึงตรงนี้แล้ว เหมือนจะยังไม่สะใจอย่างเต็มที่
ซึ่งอยากที่จะพูดต่ออีก
แต่กลับถูกชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำที่มีร่างกายบึกบึนที่อยู่ด้านข้างนั้น ขัดขวางเอาไว้
“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว! ”
ได้ยินชายวัยกลางคนเอ่ยปากขึ้น เฮยหลิ่วก็รีบก้มหัวย่อตัวลง และถอยหลังไปเล็กน้อย
ชายวัยกลางคนได้มองมาทางหลินหยุน จากนั้นก็มองไปที่ฉินหลันและโม่หยู่
แล้วก็พูดขึ้นด้วยเสียงหนักแน่นว่า “นายใช่ไหมที่เป็นผู้สังหารผู้บำเพ็ญเซียนของสมาคมออมชอมทะเล? ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “เหมือนจะใช่! ”
ชายวัยกลางคนพลันหัวเราะขึ้น “ไอ้หนุ่ม กล้าที่จะลงมือสังหารคนของสมาคมออมชอมทะเลในเมืองนกนางนวล มันช่างรนหาที่ตายชัด ๆ !”
หลินหยุนส่ายศีรษะ “คำพูดไร้สาระของนายเหมือนว่าจะมากกว่าของเขาเสียอีก! ”
ชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้นก็โมโหขึ้น “ดีมาก! ในเมื่อนายอยากที่จะตายขนาดนี้ อย่างนั้นฉันก็จะเติมเต็มในสิ่งที่นายต้องการให้! ”
ขณะที่พูด ทวนยาวสีดำก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
เมื่อทวนยาวสีดำนี้ ปรากฏขึ้น ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก
นี่ไม่ใช่ทวนธรรมดา
น่าจะหล่อหลอมขึ้นมาจากกะโหลกศีรษะของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง!
อีกทั้งด้านบนยังไม่มีกลิ่นคาวเลือดด้วย
นั่นแสดงว่ายังไม่เคยใช้ฆ่าคนมาก่อน!
ชายวัยกลางคนตะโกนเสียงดังว่า ”วันนี้จะใช้เลือดของนาย มาสังเวยทวนวิญญาณ์น้ำทะเลของฉัน! ”
ทวนพุ่งทะยานราวกับมังกร
เงาทวนพุ่งโหมกระหน่ำเข้าใส่หลินหยุนอย่างรุนแรง
หลินหยุนดวงตาเป็นประกาย
ดาบเฮ่าเทียนปรากฏขึ้นในมือ
ทิ่มแทงออกไปด้วยเพลงกระบี่พลังผกผัน
ชี่กระบี่ทำลายล้าง ทะลุทะลวงออกไปอย่างบ้าคลั่ง
“ตูม—-”
หลังจากที่เสียงดังสั่นสะเทือนดังขึ้น
ก็เกิดระลอกคลื่นบนท้องฟ้า
ราวกับว่าจะแหลกสลายลงไปอย่างไรอย่างนั้น
หลินหยุนถอยหลังออกมานับร้อยเมตร
ส่วนชายวัยกลางคนนั้น ก็ยังคงยืนอยู่ในอากาศ
จ้องมองมาที่หลินหยุนอย่างเย็นชา
“ไอ้หนุ่ม มิน่าล่ะที่สามารถสังหารเฮยหลงได้! ”
“ที่จริงแล้วก็มีพลังความสามารถอยู่ไม่น้อยเลย! ”
“แต่ถ้าหากมีอยู่เพียงเท่านี้ อย่างนั้นวันนี้นายก็จะต้องจบชีวิตลงที่ตรงนี้อย่างแน่นอน! ”
“ส่วนหญิงสาวสองคนที่อยู่ด้านหลังของนายนั้น ก็ต้องตกเป็นของฉันแล้ว! ”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ”
ชายวัยกลางคนหัวเราะไม่หยุด
ทวนยาวสีดำในมือสั่นไหวอีกครั้ง และพุ่งออกไปสังหารหลินหยุนทันที
หลินหยุนดวงตาเบิกกว้าง ขับเคลื่อนพลังบำเพ็ญในร่างกายทั้งหมด
แล้วก็ก้าวย่ำขึ้นไปข้างหน้า
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะปะทะกัน
เสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้นมาจากเมืองนกนางนวล
เรือมังกรลำหนึ่งก็ลอยพุ่งมาจากระยะไกล
ในขณะเดียวกัน
พลังที่มองไม่เห็น ก็คั่นอยู่ตรงกลางระหว่างชายวัยกลางคนกับหลินหยุน
ทั้งสองคนต่างก็กระเด็นถอยหลังออกไป
จากนั้นสายตาก็มองไปยังเรือมังกรนั้น
วินาทีก่อนหน้านี้ เรือมังกรยังคงอยู่ในระยะไกล ถึงขนาดที่แม้แต่เงาก็ยังมองไม่เห็น
แต่วินาทีถัดมาก็มาอยู่ตรงเบื้องหน้าแล้ว
เมื่อเห็นเรือมังกรมาถึง
พวกชายวัยกลางคนนั้น ก็เปลือกตากระตุกเล็กน้อย
จากนั้นก็ยกมือแสดงความเคารพให้กับหญิงวัยกลางคนที่อยู่บนดาดฟ้าของเรือมังกรและพูดว่า “ที่จริงแล้วก็คือสหายสุ่ยหยุนนี่เอง! กำลังที่จะไปส่งนางฟ้าปรวนแปรออกจากเกาะนกนางนวลใช่ไหม? ”
สุ่ยหยุนพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “นางฟ้ายังไม่เดินทางจากไปเร็วขนาดนี้หรอก! ”
ชายวัยหลางคนได้ยินดังนั้น ก็พลันสงสัยขึ้น “อย่างนั้นไม่ทราบว่าสหายจะไปไหนเหรอ? ”
ผู้หญิงบนเรือมังกรไม่ใช่ใครอื่น ก็คือหญิงวัยกลางคนที่พบเจอกับหลินหยุนที่ด้านนอกคฤหาสน์สำนักเลือนรางก่อนหน้านี้นั่นเอง
สุ่ยหยุนพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “นี่เป็นคำถามที่นายควรจะถามอย่างนั้นเหรอ? ”
ชายวัยกลางคนถึงกับตกใจ สายตาแสดงออกถึงอาการที่ไม่ค่อยพอใจ
แต่ไม่ทันไรก็พูดขึ้นว่า “สหายพูดอะไรอย่างนี้! เรื่องของสหายก็คือเรื่องใหญ่ของสำนักเลือนราง
ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ฉันสมควรจะถามอย่างแน่นอน! ”
“แต่ว่า เรื่องราวของฉันกับไอ้หนุ่มนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่สหายสุ่ยหยุนจะมายุ่งเกี่ยวได้เช่นกัน! ”
“ก่อนหน้านี้ที่สหายขัดขวางการต่อสู้ ฉันเองก็ไม่ได้พูดมากอะไร! ”
“ถ้าหากสหายมีเรื่องด่วนก็รีบไปจัดการ! ”
“ฉันจะไม่รั้งตัวให้สหายต้องเสียเวลา และสหายเองก็อย่ามาขัดขวางเวลาฉันด้วยเหมือนกัน! ”
หญิงวัยกลางคนได้ยินดังนั้น
แม้แต่สำนักเลือนรางก็สามารถทำเป็นไม่เห็นอยู่ในสายตาได้? ”
ก็ยิ้มเยาะ “เฮยเฟิงนายคิดหรือว่า เมื่อมีสำนักพญาทะเลอยู่เบื้องหลังแล้ว
เฮยเฟิงชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้น ก็พลันขมวดคิ้วขึ้น จากนั้นก็หัวเราะเหอะเหอะ
“สหายสุ่ยหยุน พูดอะไรอย่างนั้น
สำนักเลือนรางมีอิทธิพลความยิ่งใหญ่ขนาดไหน มันจะเปรียบเทียบกับสำนักพญาทะเลได้อย่างไรล่ะ? ”
“นอกจากนี้! ”
“ฉันก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์อะไรกับสำนักพญาทะเลเลย! ”
“พวกเราคือสมาคมออมชอมทะเล! ”
“และก็เป็นเพียงแค่สมาคมออมชอมทะเล! ”
สุ่ยหยุนหัวเราะเยาะเย้ยอีกครั้ง “อย่างนั้นเหรอ? นายยังจะมีหน้ามาพูดอีก!
หากว่าไม่มีสำนักพญาทะเล หากว่าไม่มีพี่ชายของนายที่เป็นเจ้าสำนักพญาทะเลแล้ว เกรงว่านายไม่รู้จะต้องตายไปกี่ครั้งกี่หนแล้ว!
”
ชายวัยกลางคนสีหน้าย่ำแย่ลงไปทันที “สหายสุ่นหยุน ไม่เหมาะสมเลยที่จะพูดเรื่องพวกนี้!
ตัวฉัน และสมาคมออมชอมทะเลของเราที่มีอยู่ในวันนี้ได้
ล้วนแต่อาศัยความสามารถของฉันเองทั้งนั้น! ”
สุ่ยหยุนหัวเราะเยาะอีกครั้ง “เรื่องของนาย ฉันเองไม่ได้ที่จะสนใจหรอก แต่ฉันจะบอกกับนายว่า คนที่อยู่เบื้องหน้าของนาย นายห้ามที่จะลงมือทำอะไรเขาโดยเด็ดขาด! ”
ชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้น ดวงตาสองข้างก็พลันแข็งทื่อ และเกิดลำแสงที่เหลือเชื่อขึ้นในดวงตา
จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “สหายสุ่นหยุนจากที่ฉันทราบ สำนักเลือนรางน่าจะไม่เคยมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอะไรกับผู้บำเพ็ญเซียนชายคนใดไม่ใช่เหรอ? หรือว่า……กฏเกณฑ์ของสำนักเลือนรางมีการปรับแก้ไขแล้วอย่างนั้นเหรอ? ”
เมื่อเขาพูดจบลง สุ่ยหยุนก็กระโดดลงมาจากเรือมังกรทันที
จากนั้นผ้าแพรขาวก็สะบัดพัดโหม
ฟาดเข้าไปที่ชายวัยกลางคนนั้นอย่างรุนแรง
ชายวัยกลางคนเห็นดังนั้น ก็พลันสูดหายใจลึก จากนั้นก็หลบหลีกทันที
แต่ผ้าแพรขาวมีความรวดเร็วเหลือเกิน
พุ่งฟาดไปที่ร่างกายของเขาทันที
ราวกับแส้อย่างไรอย่างนั้น
เกิดระเบิดเสียงดังสั่นสะเทือน
ชายวัยกลางคนพลันส่งเสียงโอดครวญขึ้น ถูกฟาดตีจนกระเด็นไปไกลกว่าพันเมตร และกระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง แล้วจึงสามารถควบคุมร่างกายให้มั่นคงได้
สายตาที่มองไปยังสุ่ยหยุนนั้น เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
ทั้งคู่ต่างเป็นยอดฝีมือแดนจิตปฐมตอนปลายเหมือนกัน
แต่เขาที่เป็นถึงยอดฝีมือแดนจิตปฐมตอนปลายเมื่ออยู่ต่อหน้าของสุ่ยหยุนแล้ว
ช่างเหมือนกับเรื่องตลกน่าขันอย่างสิ้นเชิง
ความแตกต่างระหว่างสองคน ช่างห่างไกลกันลิบลับเหลือเกิน!
ชายวัยกลางคนเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก และค่อย ๆ ลุกยืนขึ้น มองไปที่สุ่ยหยุนและพูดว่า “ได้เลย! สำนักเลือนรางของเธอนั้นแข็งแกร่งมีอิทธิพลมาก! ฉันเทียบไม่ได้ แต่ว่า พวกเรารอดูกันต่อไป! ”
ขณะที่พูดเขาก็มองไปที่หลินหยุน “ไอ้หนุ่ม สำนักเลือนรางสามารถปกป้องนายได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น ไม่สามารถปกป้องนายไปตลอดชีวิตได้! คนที่สมาคมออมชอมทะเลของเราอยากที่จะสังหารนั้นยังไม่มีผู้ใดที่สามารถหนีรอดพ้นไปได้! ”
“จำคำพูดของฉันเอาไว้! ”
“ชีวิตของนาย! ”
“เป็นของฉัน! ”
“หญิงสาวสวยทั้งสองคนที่อยู่ด้านหลังของนาย! ”
“ก็เป็นของฉันเช่นกัน! ”
เมื่อพูดจบ ก็กวาดสายตามองไปยังผู้คนที่อยู่รอบข้าง และตะโกนขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น “พวกเราไปกันได้! ”
เมื่อพูดจบ
ก็พาพวกผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านั้น
จากไปทันที!
สุ่ยหยุนขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ได้คลายออก พร้อมกับมองไปที่หลินหยุนและพูดว่า “คุณชายหลินหยุนจะต้องระวังตัวกับไอ้เฮยเฟิงนี้ด้วย คนผู้นี้เป็นน้องชายแท้ ๆ ของเจ้าสำนักพญาทะเล”
“อย่างน้อยในเมืองนกนางนวลนี้! ”
“ในบริเวณทะเลไม่สิ้นนี้! ”
“คนผู้นี้ถือว่ามีอิทธิพลและความสามารถอยู่บ้าง! ”
“ต่อให้อยู่บนเรือแล้ว ก็อย่าได้ลดความระมัดระวังลงโดยเด็ดขาด! ”
หลินหยุนพยักหน้า และมองไปที่สุ่ยหยุน “ขอบคุณสหายอย่างมากเลย! ”