จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1560 ศูนย์สวรรค์
บทที่ 1560 ศูนย์สวรรค์
“โลกใบนี้มันก็เป็นเช่นนี้! ”
“ภูมิหลังของฉันมีความแข็งแกร่งมากกว่าของสหาย ดังนั้นตอนนี้สหายมีความสามารถที่จะสังหารฉันได้ แต่กลับไม่สามารถลงมือสังหารได้! ”
“ฉันไม่มีความสามารถที่จะสังหารสหายได้ แต่ต่อให้ฉันลงมือกระทำบางอย่างไปแล้ว และก็ไม่เกิดผลลัพธ์อะไร แต่ก็ยังสามารถที่ชีวิตรอดอยู่ได้! ”
“สหายยังเด็กเกินไปนัก! ”
“ดังนั้นจึงไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้! ”
“แต่นี่ก็คือความจริง! ”
“ใครก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงความจริงได้! ”
“ตรงจุดนี้ เมื่อสหายมีอายุมากขึ้น มีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ต่อไปก็คงจะค่อย ๆ มีความเข้าใจมากขึ้นเอง! ”
พูดถึงตรงนี้
เขาก็ยกมือทำความเคารพไปทางหลินหยุน
และพูดขึ้นว่า “โอเค เรื่องในวันนี้ จบกันเท่านี้แล้วกัน! สหาย พวกเราค่อยพบกันใหม่ครั้งหน้า! ”
เมื่อพูดจบ ก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศเพื่อจากไป
“ช้าก่อน! ”
หลินหยุนพูดขึ้น “ฉันให้นายไปแล้วอย่างนั้นเหรอ? ”
ชายชรามองไปที่หลินหยุนอีกครั้ง “หรือว่าสหายยังมีเรื่องอื่นอีกเหรอ? ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ฉันบอกให้นายไปได้แล้วอย่างนั้นเหรอ? ”
เดิมทีชายชราก็มีสีหน้าที่ขมขื่นแล้วทั้นใดนั้นก็ได้เกิดความสงสัยขึ้นอีก
จากนั้นก็ขมวดคิ้วและถามขึ้นว่า “หรือว่า สหายคิดที่จะลงมือกับฉันเหรอ? ฉันคิดว่า คำพูดของฉันเมื่อครู่นี้ น่าจะอธิบายได้อย่างชัดเจนแล้วนะ? ”
หลินหยุนพยักหน้า “ชัดเจนอย่างดีแล้ว! ”
ชายชราพูดว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ สหายยังจะรั้งตัวฉันไว้เพราะมีเรื่องอะไรอีกอย่างนั้นเหรอ? ”
หลินหยุนพยักหน้าอีกครั้ง “แน่นอน เพราะ ฉันรู้สึกว่าแม้ว่าคำพูดของนายนั้นจะชัดเจนอย่างดีแล้ว แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลอะไรเลย อย่างน้อย สำหรับฉันแล้ว มันไม่สมเหตุสมผลเลย! ”
“ดังนั้น……”
“นายก็ยังคงที่จะต้องตาย! ”
เมื่อหลินหยุนพูดจบ
ก็ชี้นิ้วดรรชนีออกไป
แส้วิญญาณที่พลุ่งพล่านก็ฟาดตีออกไปทันที
ชายชราพลันมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมาก
แต่เขาในตอนนี้ ไม่แม้แต่ที่จะหลบหลีกได้
เพราะต่อให้ร่างกายของเขาจะรวดเร็วอย่างไรก็คงไม่สามารถรวดเร็วไปกว่าจิตวิญญาณได้
แส้วิญญาณได้ฟาดตีไปที่ร่างของชายชราอีกครั้ง
ชายชราถึงกับร้องโอดครวญขึ้น
วินาทีถัดมา
ก็ได้อ้าปากกว้างขึ้น คนร่างเล็กก็ได้เหาะออกมาจากปากของเขาอย่างรวดเร็ว
คนร่างเล็กได้หลบหนีไปอย่างบ้าคลั่ง
เพียงพริบตาเดียว ก็ได้หายสูญไปทันที
ช่างรวดเร็วจนถึงขั้นที่ไม่สามารถจะอธิบายได้
หลินหยุนเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เขาเองก็คิดไม่ถึงว่า
ฝ่ายตรงข้ามจะเด็ดเดี่ยวได้ถึงขนาดนี้
แม้แต่ร่างกายของตนก็ไม่เอาแล้ว เลือกที่จะให้จิตปฐมหลบหนีไป
พูดกันตามหลักเหตุผลโดยทั่วไปแล้ว
อย่างน้อยน่าจะหลังจากที่ร่างกายระเบิดขึ้น แล้วจึงให้จิตปฐมทำการหลบหนีไป
แบบนี้ยังจะมีโอกาสมากกว่า
และยังสามารถที่จะทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสได้อีกด้วย
แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับไม่ได้ทำ
จิตใจเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด!
ดวงตากะพริบเป็นประกาย
หลินหยุนก็กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
สีหน้าก็ขาวซีดลงไปอย่างมาก
แล้วจึงนำโอสถออกมากลืนกินเข้าไป
มือของหลินหยุนเกิดเปลวไฟลุกไหม้ขึ้น
จากนั้นก็เผาไหม้ร่างของชายชราผู้นั้น และเก็บถุงเก็บของของเขาขึ้น
แล้วก็กระโดดขึ้นไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียว ก็หาบวับไปกับที่แล้ว
ผ่านไปสักพักหนึ่ง
ก็ไล่ตามพวกโม่หยู่ทั้งสามคนได้ทันแล้ว
เมื่อเห็นหลินหยุนตามมาทันแล้ว
หญิงสาวทั้งสามคนก็โล่งอกเป็นอย่างมาก
แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
หลินหยุนนั้นน่าจะได้รับบาดเจ็บ
หลินหยุนพูดเสียงหนักแน่นว่า “ที่นี่ไม่ปลอดภัย รีบไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด! ”
เมื่อพูดจบ
เขาก็คว้าร่างของหญิงสาวทั้งสามคน และก็มุ่งหน้าไปทางทิศใต้อย่างรวดเร็ว
และได้ปรับเปลี่ยนทิศทางตลอดระยะการเดินทางอย่างต่อเนื่อง
ในทุกครึ่งวัน ก็จะปรับเปลี่ยนทิศทางหนึ่งครั้ง
สองวันผ่านไป
ด้านหลังไม่มียอดฝีมือไล่ล่าตามมาแล้ว
จึงทำให้หลินหยุนวางใจลงไปได้บ้าง
อิทธิพลอำนาจของสำนักพญาทะเลนั้นมีไม่น้อย
หลังจากที่ยอดฝีมือแดนจิตปฐมคนนั้นหลบหนีไป
คงจะต้องรีบไปรายงาน
หากโดยปกติแล้ว จะต้องมียอดฝีมือตามไล่ล่าสังหารเป็นแน่!
แต่ หลังจากที่รีบเดินทางอย่างรวดเร็วติดต่อกันสองวัน
พบว่าด้านหลังไม่มียอดฝีมือตามไล่ล่า
จึงทำให้หลินหยุนวางใจลงได้บ้างแล้ว
แต่ก็เกินกว่าสิ่งที่เขาได้คาดคิดเอาไว้อยู่บ้างเหมือนกัน
ในขณะนั้นเอง โม่หยู่ก็ได้ชี้ไปยังเบื้องหน้าและพูดว่า
“พี่หลิน ด้านหน้ามีเมืองแห่งหนึ่ง! พวกเราจะไปที่นั่นกันไหม?
”
หลินหยุนครุ่นคิดชั่วครู่
จากนั้นก็ส่ายศีรษะ และพูดว่า “ไม่รีบร้อน
รอดูสถานการณ์กันไปก่อน! ”
ตอนนี้สถานที่แห่งนี้นั้นได้ห่างไกลออกมาจากริมฝั่งทะเลไม่สิ้น เกือบจะสองหมื่นลี้แล้ว
ระยะห่างขนาดนี้ ก็ไม่ถือว่าใกล้แล้ว!
ก็ถือว่ารับรองระดับความปลอดภัยได้พอสมควรแล้ว
เมืองที่อยู่ด้านหน้านี้ ไม่ใหญ่นัก
แต่สิ่งที่หลินหยุนเป็นกังวลก็คือ เกรงว่าสถานที่แห่งนี้จะยังเป็นขอบเขตอิทธิพลอำนาจของสำนักพญาทะเล!
หากเข้าไปในเมืองแล้ว อาจจะเป็นอันตราย!
ครุ่นคิดชั่วครู่
เพื่อพักผ่อนสักครู่ จากนั้นพวกเราค่อยมุ่งหน้าไปทิศใต้กันต่อ! ”
หลินหยุนก็พูดขึ้นว่า “หาสถานที่เปลี่ยวสักแห่งหนึ่ง
ขณะอยู่กลางอากาศ
ก็ได้กวาดสายตามองหาเล็กน้อย
ในท่ามกลางขุนเขาแห่งหนึ่ง
หลินหยุนใช้จิตวิญญาณออกสำรวจ
ก็ไม่พบอะไร
จากนั้นจึงได้บุกเบิกก่อตั้งวิมานชั่วคราวขึ้นหลังหนึ่ง
และได้จัดวางค่ายกลคุ้มกันขึ้นด้วย
ภายในวิมาน
หลินหยุนไม่ได้สนใจหญิงสาวทั้งสามคน
โดยเขานั่งขัดสมาธิลง และเริ่มนั่งบำเพ็ญฝึกฝนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
อาการบาดเจ็บในครั้งนี้ ค่อนข้างหนักมากทีเดียว
โดยเฉพาะการเผาผลาญเลือดสารจิง
ที่แม้จะไม่มาก
แต่ส่งผลกระทบที่ไม่น้อยเลย
แต่
ในที่สุดครั้งนี้เขาก็ได้รับรู้ถึงพลังความสามารถที่แท้จริงของตนเองในตอนนี้แล้ว!
หากจะต่อสู้กับแดนจิตปฐมตอนกลางนั้น ไม่มีปัญหาอะไรอย่างแน่นอน
ต่อให้เผชิญหน้ากับพวกแดนจิตปฐมตอนปลายทั่วไป
ภายใต้สภาวะที่ระเบิดพลัง
ก็สามารถที่จะเอาชนะได้
แต่ หากต้องการที่จะสังหารนั้น ก็ยังคงเป็นอุปสรรคอยู่มาก!
อย่างเช่นยอดฝีมือของสำนักพญาทะเลคนนี้
หากตอนที่ต้องการจะหลบหนี
ก็สามารถที่จะตัดสินใจละทิ้งร่างกายของตน
เพื่อให้จิตปฐมหลบหนีไป
เขาก็หมดหนทาง
ที่จะไล่ตามไปได้ทัน
ยิ่งไม่ต้องพูดเลยว่าจะสามารถสังหารลงได้อย่างสิ้นเชิง
หนึ่งวันต่อมา
หลินหยุนเดินออกมาจากวิมาน
และก็มุ่งหน้าไปยังเมืองขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกลออกไป
เมืองนั้นมีชื่อว่าเมืองใหม่
โดยไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ยังจะมีอีกเมืองหนึ่งที่ชื่อว่าเมืองเก่าหรือไม่
หลินหยุนปรับเปลี่ยนการแต่งกายและกลิ่นอายลมหายใจแล้วก็เข้าไปในเมือง
เมือแห่งนี้มีขนาดที่ไม่ใหญ่
อาจจะเป็นเพราะอยู่ใกล้กับทะเลไม่สิ้น
ดังนั้นจึงค่อนข้างมีความคึกคัก
และมีผู้คนประกอบธุรกิจการค้าจำนวนมาก
ชัดเจนว่า เมืองแห่งนี้จะต้องอยู่ภายในขอบเขตอิทธิพลอำนาจของสำนักพญาทะเลอย่างแน่นอน
แต่หลินหยุนเองก็ยังได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง
เขาได้ซื้อแผนที่ที่ไม่ค่อยจะละเอียดสักเท่าไร
ซึ่งไม่ใช่แผนที่ที่ครอบคลุมไปทั้งเขตกลางฟ้า
มีแต่เพียงเขตกลางฟ้าตอนเหนือเท่านั้น
แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้
แต่ก็ถือว่าสามารถเข้าใจสถานที่แห่งนี้ได้ระดับหนึ่งแล้ว
ในอาณาเขตเขตโดยรอบหนึ่งล้านลี้ของบริเวณทะเลไม่สิ้นนั้น
บนแผนที่แสดงว่า
ทั้งหมดถือว่าเป็นอาณาเขตของสำนักพญาทะเล
สำหรับอาณาเขตโดยรอบขนาดใหญ่ที่สำนักพญาทะเลปกครองดูแลนั้น มีมากมายหลายเมือง
ในจำนวนนั้น
มีเมืองยักษ์อยู่สามเมือง
แบ่งออกเป็นเมืองไห่เฉิง เมืองผิงเฉิง และเมืองหนิงเฉิง!
นอกเหนือจากสามเมืองยักษ์นี้แล้ว
ยังมีเมืองใหญ่อีกสามสิบเมือง
ทั้งสามสิบเมืองใหญ่นี้ ล้วนมีค่ายกลทะลุมิติอยู่ทั้งหมด
เพียงแค่เข้าไปในเมืองใดเมืองหนึ่ง ก็สามารถที่จะทะลุมิติไปถึงทั้งสามเมืองยักษ์ตอนใต้สุดได้
และจะต้องอยูภายในเมืองยักษ์เท่านั้น จึงจะสามารถทะลุมิติไปยังศูนย์กลางของเขตกลางฟ้าได้
นี่ก็คือวิธีการที่จะไปถึงศูนย์สวรรค์ได้โดยเร็วที่สุด!
ศูนย์สวรรค์!
ก็คือคำเรียกขานที่คนของเขตกลางฟ้า
ใช้เรียกอาณาเขตปกครองของเมืองกษัตริย์
อาณาเขตปกครองของเมืองกษัตริย์นั้นมีขนาดกว้างใหญ่มาก
มีบริเวณโดยรอบถึงหนึ่งล้านลี้
โดยที่เก้าสำนักใหญ่ รวมถึงสำนักระดับสูงของทั้งสี่เขต ต่างก็ตั้งอยู่ภายในอาณาเขตของศูนย์สวรรค์
ทั้งหมดล้วนได้รับการปกครองดูแลโดยตรงจากราชวงศ์
ส่วนราชวงศ์ก็จะอาศัยสำนักเหล่านี้ ไปจัดการดูแลทั่วทั้งดาวบำเพ็ญ