จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1569 เดินทางมาถึงศูนย์สวรรค์
บทที่ 1569 เดินทางมาถึงศูนย์สวรรค์
ไม่เพียงเท่านั้น
ยังทำให้กฎเกณฑ์แห่งสายฟ้าเคลื่อนไหวด้วย
ถึงแม้จะเป็นกฎเกณฑ์แห่งสายฟ้าที่ยุ่งเหยิงและมีจำนวนน้อยมากก็ตาม
แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ ก็ยังมีผลที่เกิดขึ้นจริง!
พลังสายฟ้าเพิ่มขึ้นไม่หยุด
หลินหยุนก็มีสีหน้าหนักใจขึ้นมา
แต่ว่า
เวลาที่รวบรวมพลังนั้นมันนานเกินไป!
สถานการณ์แบบนี้
ถ้าเป็นการต่อสู้เป็นตายกัน จะมีเวลาให้มารวมพลังแบบนี้เสียที่ไหนกัน?
ในตอนนี้เอง
หลินหยุนก็ใช้กำปั้นต่อยออกไป
พริบตานั้น
พลังสายฟ้าที่กำลังรวบรวมอยู่ ก็สลายออกไปจากการที่มีกำปั้นต่อยเข้ามา
แล้วผู้หญิงคนนั้นก็สีหน้าเปลี่ยนทันที
มองไปยังหลินหยุน ตัวเธอแทบจะบ้าคลั่งไปแล้ว!
“นายยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า?”
“ยังมีคุณธรรมหลงเหลืออยู่บ้างไหม?”
“ฉันกำลังร่ายรวบรวมพลัง นายกล้ามาลงมือกับคนที่เขากำลังรวบรวมพลังอยู่เนี่ยนะ!”
“นายนี่มัน…..ไม่ใช่ผู้ชาย!”
หลินหยุนก็หมดคำพูด
ผู้หญิงคนนี้
สมองใช้การไม่ค่อยจะดีหรือไง!
ถึงได้พูดแบบนี้ออกมา ทำให้เขา……คิดไม่ถึงจริงๆ
ส่งเสียงไม่พอใจ แล้วหลินหยุนก็พูดว่า “อย่ามาตามตอแยอีกเลย!”
พูดจบ
ก็พาฉินหลินเหาะขึ้นไปบนอากาศ
ผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนจะไม่จบไม่สิ้นกับหลินหยุน
นิ่งไปครู่หนึ่ง ก็ตามมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
หลินหยุนนั้นเดาว่า ฝั่งตรงข้ามน่าจะมียอดฝีมือคอยปกป้องอยู่
ดังนั้นต่อให้หลินหยุนลงมือไป
ก็จะไม่ได้เอาถึงตาย
และไม่ได้ลงมือเต็มแรง
ไม่นาน
หลินหยุนกพบว่าผู้หญิงคนนั้นตามมาอีกแล้ว
ก็เลยหมดคำจะพูด
แต่ว่าเขาก็ไม่อยากจะไปสนใจ
ด้วยพลังของฝั่งตรงข้าม
ต่อให้ตนเองมีฉินหลันอยู่ด้วย
ก็ยังหนีไม่พ้นฝั่งตรงข้าม
แต่ถ้าตอนปกติล่ะก็ ฝั่งตรงข้ามไม่อาจจะตามมาได้ง่ายๆ แน่
อีกคนอยู่ด้านหน้า อีกคนตามมาทางด้านหลัง
ผู้หญิงคนนั้นก็จริงจังมาก
พอตามมา
ก็ตามมาเป็นเวลาเกือบจะครึ่งปีแล้ว
พริบตา
ถ้านับเวลาแล้ว
ก็น่าจะพ้นเขตเทือกปรลัยแล้ว
แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังไม่ยอมแพ้
ในใจของหลินหยุน นอกจากจะหมดคำพูดกับเธอแล้ว ก็ยังมีความยอมแพ้ให้กับความพยายามของเธอ
ระหว่างทางมานี้
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เก็บปกปิดพลังไว้เลย
และดึงดูดสัตว์อสูรแข็งแกร่งให้เคลื่อนไหวมากมาย
แต่พอทั้งสองคนเหาะผ่านไปอย่างรวดเร็วนั้น
สัตว์อสูรพวกนั้นก็ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอะไรอีก
นี่ก็ยิ่งทำให้หลินหยุนยิ่งมั่นใจในการคาดคะเนของตนเอง
ว่าผู้หญิงคนนี้
จะต้องมียอดฝีมือคอยปกป้องอยู่แน่นอน
ไล่ตามกันมาอีกเดือนหนึ่งแล้ว
วันนี้
ในที่สุดผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้ไล่ตามมาแล้ว
แต่ยืนอยู่กลางอากาศ
และพอด่าทอสาปแช่งหลินหยุนเสร็จ
ก็ลอยกลับไปยังส่วนลึกของหุบเขาดังเดิม
หลินหยุนเห็นดังนั้น
ก็มุ่งหน้าลงใต้ต่อไปอย่างไม่หัวหน้ากลับไปมอง
แต่ในใจก็ถือว่าโล่งขึ้นเยอะเลย
ผู้หญิงคนนี้
เป็นอัจฉริยะจริงๆ !
เกิดเป็นคนมาสองชาติ หลินหยุนพบเจอผู้หญิงมาเยอะแล้ว
บางก็เย็นชาดั่งน้ำแข็ง
ทำให้คนอื่นเข้าหาได้ยาก
บางคนก็อบอุ่นดั่งไฟ
บางคนก็ปล่อยตัวตามสบาย
บางคนก็ชอบใช้แผนการ
สรุปแล้ว
คนทุกรูปแบบ
ไม่มีแบบไหนที่หลินหยุนไม่เคยเจอ
แต่ผู้หญิงทางด้านหลังคนนี้
มันช่างเป็นการเปลี่ยนระบบความจำของหลินหยุนไปเลย
ดุดัน!
บุ่มบ่าม!
ตรงไปตรงมา!
ร้ายกาจ!
หัวดื้อ!
หลินหยุนก็ไม่อยากจะเชื่อ คำพวกนี้จะถูกเอามาอธิบายผู้หญิงคนนี้ได้หมดเลย
ไม่มีผู้หญิงคนนั้นไล่ตามมา
หลินหยุนก็ลดความเร็วลงเยอะมาก
ตลอดทางมานี้
จริงๆ ก็มีพลังกฎเกณฑ์ที่กระจัดกระจายมากอยู่
แต่เป็นเพราะว่ายัยผู้หญิงบ้าทางด้านหลัง ก็เลยทำอะไรไม่ได้
หลินหยุนได้แต่ต้องละทิ้งมันไป
ในที่สุดตอนนี้ก็ลดความเร็วลงได้ แล้วก็ไปรวบรวมพลังกฎเกณฑ์พวกนั้น!
อีกสองเดือนต่อจากนี้
จนกระทั่งเดินทางออกจากเทือกปรลัย
หลินหยุนก็รวบรวมพลังกฎเกณฑ์ไว้ได้หลายรูปแบบเลย!
ถึงแม้จะไม่มาก
แต่หลินหยุนก็ยังพอใจ
พลังกฎเกณฑ์พวกนี้ ล้วนเป็นพลังต้าเต๋าที่เขาบรรลุในชาติที่แล้ว
ดังนั้นก็เลยไม่จำเป็นต้องไปทำความเข้าใจอะไรอีก
สามารถดูดซับแล้วหลอมรวมเข้ากันได้เลยอย่างง่ายๆ
วันนี้
ในที่สุดหลินหยุนก็เดินทางออกเทือกปรลัยได้เสียที
ใช้เวลา9เดือน
มันเร็วกว่าที่หลินหยุนคาดคะเนไว้มาก
ตอนนี้กลับไปคิดดู
การปรากฏตัวขึ้นของผู้หญิงคนนั้น
ก็ได้ช่วยเขาไว้ไม่น้อย
ถึงแม้ด้านการรวบรวมพลังกฎเกณฑ์นั้น จะน้อยลงไปมาก
แต่ตลอดทางมานี้
กลับไม่มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งจนไม่อยากจะคาดคิดโผล่ออกมาเลย
หลินหยุนเดาว่า
น่าจะเกี่ยวข้องกับยอดฝีมือที่หลบซ่อนอยู่ในที่ลับ
ในที่สุดก็ออกมาจากเทือกเขาได้
หลินหยุนมุ่งหน้าลงใต้ต่อไป
แผนที่ของพื้นที่สำนักพญาทะเลใช้การไม่ได้แล้ว
พื้นที่ที่เอยู่ในตอนนี้ น่าจะถูกสำนักเที่ยวหล้าควบคุมไว้แล้ว
เป็นสำนักระดับสอง
เป็นสำนักระดับสองเหมือนกัน
แต่พอสำนักเที่ยวหล้าเทียบกับสำนักพญาทะเลแล้วนั้น มีพลังที่สร้างผลกระทบได้ต่างกันมากเลยทีเดียว
แต่ว่า
ในเมื่อสำนักพญาทะเลมีค่ายกลทะลุมิติขนาดใหญ่ที่สามารถส่งตัวมาถึงศูนย์สวรรค์ได้
ในพื้นที่ของสำนักเที่ยวหล้า
ก็ต้องมีเหมือนกัน!
เพราะเป็นสำนักระดับสอง!
เป็นสำนักระดับสองของแท้!
ในศูนย์สวรรค์ก็มีสำนักที่พำนักเหมือนกัน!
เหาะมาทางใต้อีกเกือบเดือน
ในที่สุดก็ปรากฏเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง
เมืองนี้มีชื่อว่า เมืองจี๋!
เป็นเมืองที่มีชื่อแปลกมาก
พอเข้าเมืองไปแล้ว
หลินหยุนก็ซื้อแผนที่ที่มีความละเอียดกว่ามาหนึ่งแผ่น
แต่ที่น่าเสียดายก็คือ
ในเมืองไม่มีค่ายกลทะลุมิติ
อีกอย่าง
ผู้บำเพ็ญไม่น้อยที่คิดว่าตนเองมีพรสวรรค์ที่ไม่เลว
ก็มีอยู่เหมือนกัน
เพราะว่าถ้าคว้าโอกาสนี้ไว้ได้
แล้วกลายเป็นศิษย์ของเก้าสำนัก
ก็เหมือนกับปลาได้เลื่อนขั้นเป็นมังกร!
ต่อจากนี้ อนาคตก็จะรุ่งเรืองไม่มีประมาณ
เดิมทีนั้น
หลินหยุนยังอยากสืบเรื่องในศูนย์สวรรค์ให้มากกว่านี้
เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับสำนักพญาทะเล
เกี่ยวกับนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์
เกี่ยวกับราชวงศ์
เกี่ยวกับเก้าสำนักใหญ่
เกี่ยวกับสนามรบหมื่นจักรวาล
แต่ว่า
เมืองเที่ยวหล้าแห่งนี้ เห็นได้ชัดว่ามีคนรู้ข่าวนี้น้อยมาก
แทบจะไม่มีใครรู้เรื่องเลย
ต่อให้ในหอซิวซินอยากจะซื้อข่าวนี้
ก็ได้แค่เนื้อหาทั่วไปและด้านเดียว
มันแตกต่างกับเนื้อหาที่หลินหยุนอยากรู้มากนัก
รอไปอีกครึ่งเดือน
ในที่สุดหลินหยุนก็เปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายสำเร็จ แล้วไปยังศูนย์สวรรค์ ที่ตั้งของสำนักเที่ยวหล้า
หรือเรียกได้ว่าเป็นสำนักหลักจริงของสำนักเที่ยวหล้า!
ออกมาจากสำนักเที่ยวหล้า
หลินหยุนเดินเข้าไปในเมือง
จูงมือของฉินหลัน
ศูนย์สวรรค์แห่งนี้ ไม่เหมือนกับที่อื่นจริงๆ
แค่พื้นที่ของสำนักเที่ยวหล้า
ก็ทำให้คนรู้สึกเกินคาดคิดแล้ว
ถ้าเป็นพื้นที่ของเก้าสำนักล่ะก็
ก็ยิ่งไม่ต้องคาดคิดกันเลยทีเดียว