จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1585 ต่อสู้กับแดนดั่งเทพ
บทที่ 1585 ต่อสู้กับแดนดั่งเทพ
กำเริบเสิบสาน!
หลงระเริง!
เมื่อเผชิญหน้ากับพวกอัจฉริยะ
หลินหยุนกำเริบเสิบสานอย่างถึงที่สุด
เวลานี้เมื่อเผชิญหน้ากับองค์หญิงก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน
ถึงขนาดที่มากกว่าอีกด้วย!
คิดไม่ถึงว่าเขายังต้องการที่จะต่อสู้กับองค์หญิงต่อหน้าของทุกคนด้วย
ช่างบ้าคลั่งมากเกินไปแล้ว!
คนส่วนใหญ่ต่างก็คิดว่าหลินหยุนนั้นเป็นบ้าไปแล้ว!
มองไปยังองค์หญิงเก้าที่มีสีหน้าท่าทางเย็นชา หลินหยุนก็ยิ้มขึ้นอีกครั้ง “ก็แค่ล้อเล่นกับองค์หญิงเก้าก็เท่านั้น หวังว่าองค์หญิงจะไม่ถือโทษโกรธเคือง เดิมทีองค์หญิงเองก็ป่วยหนักอยู่ ถ้าโกรธง่ายเกินไป ก็คงจะไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่! ”
ขณะที่พูด หลินหยุนก็หันหลังแล้วโยนป้ายหยกไปให้กับชายชรา “ในเมื่อกฎเกณฑ์ของไท่จื่อมากขนาดนี้ อย่างนั้นฉันก็คงไม่สามารถปรนนิบัติท่านได้แล้ว! ”
“ขอลาก่อน! ”
ขณะที่พูด ก็ได้จูงฉินหลันที่อยู่ข้างกายเดินออกไปยังด้านนอกตำหนัก
ชายชรารับป้ายหยกเอาไว้แล้วก็แวบหายตัวมาอยู่ที่ด้านหน้าของหลินหยุนกับฉินหลัน โดยมีสีหน้าที่หม่นหมองลง
“หลินหยุน นายคิดว่าที่นี่คือที่ไหน? ”
“คือสถานที่ที่นายอยากจะมา หรืออยากจะไปตามต้องการได้อย่างนั้นเหรอ? ”
“นายช่างสำคัญตัวเองมากเกินไปแล้วหรือเปล่า? ”
หลินหยุนยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าการแสดงอำนาจข่มขู่นี้ ตัวฉันจะต้องรับเคราะห์แล้วจริง ๆ ด้วย! ”
หยุดชะงักไปชั่วครู่ หลินหยุนก็พูดขึ้นว่า “แต่คุณเป็นถึงยอดฝีมือแดนดั่งเทพ พลังบำเพ็ญระดับนี้ คงจะไม่มารังแกยอดฝีมือแดนจิตปฐมตอนตั้นอย่างฉันใช่ไหมล่ะ? ”
ชายชราพูดอย่างเย็นชาว่า “หลินหยุน ไท่จื่อเห็นคุณค่าของนาย นี่คือเรื่องจริง แต่พระราชวังก็มีกฏระเบียบของพระราชวัง! ไม่ใช่ว่านายคิดอยากจะทำอย่างไรก็ได้! ”
“วันนี้นายไม่เคารพต่อไท่จื่อ! ”
“และทรยศไท่จื่อ ช่างกำเริบเสิบสานมากขนาดไหนกันเชียว? ”
“รีบตามฉันเข้าไปในตำหนักหลังเพื่อเข้าพบไท่จื่อ นายเองก็จะไม่เกิดเรื่องอะไรแล้ว! ”
“ถ้าหากไม่ทำตาม ฉันก็คงจะต้องรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าแล้ว! ”
หลินหยุนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเยาะ
“ตกลง ฉันเองก็ไม่อยากพูดอะไรมากแล้ว แม้ว่าฉันจะเป็นเพียงยอดฝีมือแดนจิตปฐมตอนต้น ส่วนคุณคือแดนดั่งเทพ ถ้าหากลงมือต่อสู้กัน ฉันเองก็คงไม่สามารถรับมือคุณได้
แต่ว่า……ถ้าหากคุณเต็มใจที่จะประลองจิตญาณกันดูสักครั้ง ฉันเองก็เต็มใจที่จะประลองด้วย ไม่ทราบว่าคุณมีความเห็นอย่างไร? ”
“ฉันคิดว่า คำขอร้องเพียงเท่านี้คุณคงจะไม่มีทางที่จะไม่ตกลงใช่ไหมล่ะ? ”
“ไม่ว่าอย่างไรคุณเองก็เป็นถึงผู้อารักขาติดตามของไท่จื่อเลยทีเดียว! ”
“ฉันคิดว่าไท่จื่อคงไม่มีทางที่จะไม่สนใจสถานะและชื่อเสียงของตนเองใช่ไหมล่ะ? ”
“ถ้าหากว่าลูกน้องแดนดั่งเทพของไท่จื่อ รังแกผู้บำเพ็ญเซียนแดนจิตปฐมตอนต้นในงานย่องเยาว์ แล้วเรื่องราวนี้ได้แพร่กระจายออกไปเหมือนว่าจะเป็นการบั่นทอนศักดิ์ศรีของไท่จื่อลงไปด้วย! ”
“แน่นอนว่า ถ้าหากไท่จื่อไม่สนใจเรื่องพวกนี้ อย่างนั้นตัวฉันเองก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดแล้ว! ”
พูดถึงตรงนี้ หลินหยุนก็ยกมือแสดงความเคารพกับทุกคนภายในตำหนักที่ลุกขึ้นยืน
“ทุกท่าน แม้ว่าในงานย่องเยาว์เมื่อครู่นี้ฉันจะเอาชนะทุกท่านได้ ทำให้สหายทุกท่านอับอายเสียหน้า แต่ถ้าหากผู้ติดตามแดนดั่งเทพของไท่จื่อที่อยู่เบื้องหน้าฉันนี้ ต้องการที่จะลงมือข่มเหงรังแกฉันแล้ว ก็หวังว่าทุกท่านจะป่าวประกาศเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ออกไปอย่างกว้างขวางจะเป็นการดีที่สุด!
”
หลินหยุนกังวลใจไหม?
ไม่อย่างแน่นอน!
คำพูดนี้ยังจะต้องให้เขาพูดย้ำอีกไหม?
ไม่ต้องเลย!
แต่ว่า คำพูดของหลินหยุนนี้สามารถทำให้ทุกคนในที่แห่งนี้ตกตะลึงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
คิดไม่ถึงว่าเขาต้องการที่จะท้าประลองกับยอดฝีมือแดนดั่งเทพ!
ผู้บำเพ็ญเซียนแดนจิตปฐมตอนต้น
ท้าประลองกับผู้บำเพ็ญเซียนแดนดั่งเทพ!
ก็ตกลงตามนี้
แม้ว่านี้คือผู้บำเพ็ญเซียนแดนดั่งเทพตอนต้น
แต่นั่นก็ยังคงเป็นแดนดั่งเทพ!
หลินหยุนคือยอดฝีมือมรรคาวิญญาณ!
ซึ่งเป็นที่รับรู้ของทุกคน และก็ประจักษ์กับตาของตนเองแล้วด้วย
แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะท้าประลองกับผู้บำเพ็ญเซียนแดนดั่งเทพ
นี่ไม่ใช่รนหายที่ตายหรอกเหรอ?
ไม่เพียงแต่พวกอัจริยะทั้งหลายในตำหนัก แม้แต่ชายชราที่อยู่เบื้องหน้ารวมถึงองค์หญิงเก้าต่างก็คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ดวงตาที่แก่ชราของชายชราเป็นประกายขึ้น
ความหลงระเริงของนายเมื่อครู่นี้ถึงขีดสุดแล้ว กลับไม่เคยคิดว่าเมื่อนายอยู่ต่อหน้ายอดฝีมือแดนดั่งเทพแล้ว ก็ยังคงเป็นเช่นนี้อีก! ”
และพลันหัวเราะอย่างเย็นชา “ไอ้หนุ่ม เดิมทีฉันคิดว่า
หลินหยุนยิ้มเล็กน้อย “ระหว่างแดนดั่งเทพกับแดนดั่งเทพนั้นก็มีความแตกต่างกันมาก! หากว่านายคือแดนดั่งเทพตอนกลางฉันก็คงจะไม่พูดแบบนี้ออกไปแน่ แต่นายมันไม่ใช่”
ชายชราได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าที่ย่ำแย่ลงทันที
เขาที่เป็นถึงยอดฝีมือแดนดั่งเทพ คิดไม่ถึงว่าจะถูกไอ้หนุ่มแดนจิตปฐมตอนต้นเหยียดหยามกันขนาดนี้
นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย!
ชายชราหัวเราะอย่างเย็นชา “ตกลง
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นฉันก็จะลองรับมือกับมรรคาวิญญาณของนายดูหน่อยว่าจะเก่งกาจสักแค่ไหน!
ซึ่งฉันเองก็จะไม่รังแกเอาเปรียบนาย ฉันจะใช้พลังจิตญาณแค่สามส่วนเท่านั้น! ”
“หากนายสามารถรับมือกับการโจมตีของจิตญาณของฉันได้ อย่างนั้นก็ถือว่านายเป็นผู้ชนะ! ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า
“ตกลง งั้นพวกเราก็ตกลงกันตามนี้! ฉันเองก็อยากที่จะลองรับมือดูหน่อยว่า ยอดฝีมือข้างกายของไท่จื่อนั้น
จะมีความแข็งแกร่งทรงพลังมากแค่ไหนกัน! ”
“เชิญคุณลงมือได้เลย! ”
ชายชราส่งเสียงฮึอย่างเย็นชา “งั้นนายต้องระวังตัวด้วย! ”
เมื่อชายชราพูดจบ พลังจิตญาณก็พุ่งออกไปโดยพลัน และกลายร่างเป็นเข็มวิญญาณที่มองไม่เห็นจำนวนมาก พุ่งตรงมาทางหลินหยุน
หลินหยุนเปลือกตากระตุกขึ้นในทันที
โดยคิดไม่ถึงว่า ฝ่ายตรงข้ามเองก็เป็นยอดฝีมือที่ฝึกฝนมรรคาวิญญาณเช่นกัน
ขณะนั้นก็ได้ตะโกนเสียงดัง จิตญาณกลายร่าง เป็นเงากระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งโหมกระหน่ำเข้าใส่ทันที
ในสายตาของทุกคนนั้น
ทั้งสองคนยังคงยืนอยู่กับที่ โดยที่ไม่ได้ขยับเคลื่อนไหวอะไรเลย
แต่เวลานี้กลับกำลังปะทะต่อสู้กันอย่างดุเดือด
มีเพียงผู้ที่มีพลังบำเพ็ญถึงระดับขั้นพวกสุ่ยซิงเหล่านี้ ถึงจะสามารถรับรู้และสัมผัสได้ ถึงความรุนแรงดุเดือดของการต่อสู้ในครั้งนี้
เงากระบี่จิตญาณของหลินหยุนได้ถูกทำลายลงในทันที
เข็มวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนได้ลอยพุ่งเข้าใส่
เวลานี้
ชายชราเองก็หัวเราะอย่างเย็นชาขึ้นอีกครั้ง
แต่ในเวลานี้ ด้านหน้าของหลินหยุนก็ได้ปรากฏฉากกั้นที่มองไม่เห็นขึ้น
หลังจากที่เข็มวิญญาณถูกเงากระบี่สกัดเอาไว้
ก็ลดพละกำลังลงไปอย่างมาก
แล้วก็ระเบิดใส่ด้านบนของฉากกั้น จนทำให้ฉากกั้นแหลกสลายลงไปทันที
แต่หลังจากที่ฉากกั้นแหลกสลายลงไปแล้ว
เข็มวิญญาณก็ระเบิดแหลกสลายลงไปทั้งหมดเช่นกัน
หลินหยุนสีหน้าขาวซีดลงไปเล็กน้อย
แต่สายตายังคงเต็มไปด้วยความโกรธ จ้องเขม็งไปที่ชายชราผู้นั้น
เวลานี้ บนใบหน้าของชายชราไม่มีรอยยิ้มที่เยาะเย้ยอีกแล้ว แต่ได้จ้องมองมาทางหลินหยุนด้วยสายตาที่ตกตะลึง
ที่จริงแล้วพลังที่เขาใช้เมื่อสักครู่นั้น ไม่ใช่พลังจิตญาณเพียงแค่สามส่วน
แต่ใช้พลังไปแล้วถึงห้าส่วน
แต่กลับไม่ได้ทำให้หลินหยุนบาดเจ็บอะไรเลย
ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
เดิมทีที่เขาลงมือนั้นก็เพื่อเป็นตัวแทนของไท่จื่อไประงับความกำเริบเสิบสานของหลินหยุนลงบ้าง
เพื่อให้หลินหยุนเชื่อฟังไม่ดื้อรั้น
เมื่อเป็นแบบนี้แล้วตอนที่ไท่จื่อจะรับสั่งหน้าให้กับเขาในอนาคตนั้น
จะได้สะดวกคล่องตัวมากขึ้น
และจะยิ่งเชื่อฟังปฏิบัติตามมากขึ้นด้วย
ที่จริงแล้วตรงจุดนี้ทุกคนก็คงรับทราบกันอย่างชัดเจน
ดังนั้นเขาจึงจะต้องรับประกันให้ได้
อย่างน้อยจะต้องให้หลินหยุนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีในครั้งเดียว
แต่คิดไม่ถึงอย่างมากว่าหลินหยุนจะสามารถรับมือการโจมตีพลังจิตญาณระดับห้าส่วนของเขาได้ โดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
เวลานี้องค์หญิงเก้าที่อยู่ด้านหลัง ที่เดิมทีได้ก้าวขาข้างหนึ่งออกไปนอกตำหนักแล้ว แต่ก็พลันหยุดชะงักลงทันที
ความแข็งแกร่งทรงพลังของหลินหยุนนั้น ได้สร้างปรากฏการณ์ความรู้ความเข้าใจใหม่ให้กับทุกคนอีกครั้ง!