จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1584 องค์หญิงอยากจะลองดูไหม
บทที่ 1584 องค์หญิงอยากจะลองดูไหม
พูดถึงตรงนี้ หลินหยุนก็หยุดชะงักลงชั่วครู่ จากนั้นก็มองไปที่องค์หญิงเก้าและพูดขึ้นว่า “ดังนั้น ฉันจึงทำได้เพียงขอบคุณและต้องปฏิเสธความหวังดีขององค์หญิงเก้าแล้ว ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับองค์ชายสามแล้วนั้น ฉันก็ยังเห็นดีเห็นงามกับไท่จื่อมากกว่า! ”
ได้ยินหลินหยุนพูดขึ้นแบบนี้ สายตาของทุกคนก็เริ่มแปลกไป
นี่คือการปฏิเสธต่อหน้าขององค์หญิงเก้าเลยทีเดียว!
องค์หญิงเก้ามีสถานะระดับไหน?
เกรงว่าไอ้หนุ่มที่ชื่อหลินหยุนที่อยู่เบื้องหน้านี้อาจจะยังไม่ชัดเจนล่ะสิ?
คงคิดว่าไท่จื่อคือองค์ชายจึงค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถขึ้นครองบัลลังก์ ได้ในอนาคต?
คิดง่ายเกินไปแล้ว
หลินหยุนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!
แม้ว่าทุกคนในสถานที่แห่งนี้ ตอนนี้ต่างก็อยากที่จะสังหารหลินหยุน
แต่ก็ต้องยอมรับว่า
สามารถที่จะเอาชนะกดดันพวกอัจฉริยะในงานย่องเยาว์นี้ได้นั้น
จะต้องมีความสามารถที่แท้จริงอย่างแน่นอน!
โดยงานย่องเยาว์ในอดีตที่ผ่านมานั้น เหตุการณ์ลักษณะนี้ยากที่จะปรากฏขึ้น
แต่ว่า
การที่กล้าปฏิเสธต่อองค์หญิงเก้าในสถานการณ์เช่นนี้
นั่นจะต้องส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อไอ้หนุ่มนี้เป็นแน่!
องค์หญิงเก้าสังกัดอยู่ในฝ่ายขององค์ชายสาม
เป็นกุนซือที่คอยวางแผนและเสนอแนะ
เป็นผู้ที่ควบคุมสถานการณ์
เธอจะยอมมองตาปริบ ๆ ให้ทางฝ่ายของไท่จื่อ เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นอย่างนั้นเหรอ?
การที่ผู้บำเพ็ญเซียนแดนจิตปฐมตอนต้น
สามารถเอาชนะผู้บำเพ็ญเซียนแดนจิตปฐมตอนกลางได้ติดต่อกัน
ถึงขนาดนางฟ้าสุ่ยซิงที่เป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริงของเก้าสำนักใหญ่ ก็ยังคงพ่ายแพ้ไปสองครั้ง
โดยเป็นถึงผู้ที่บำเพ็ญฝึกฝนมรรคาร่างกายและมรรคาจิตญาณ
แม้ว่าจะเป็นคนที่กำเริบเสิบสานและหยิ่งผยอง
แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ต้องยอมรับว่า
คนผู้นี้สามารถวิเคราะห์และตัดสินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ
อีกทั้งยังมีนิสัยที่เด็ดเดี่ยว
ซึ่งถือว่าเป็นอัจริยะอย่างแท้จริง!
และต้องเป็นผู้ที่กล้าเผชิญหน้าและยืนหยัดเพียงลำพังคนเดียวได้ด้วย
หากไท่จื่อได้คนผู้นี้ไปเข้าร่วมในสังกัดแล้ว
อย่างนั้นก็คงจะกลายเป็นเสือติดปีกอย่างไม่ต้องสงสัยเลย!
ในฐานะที่องค์หญิงเก้าเป็นผู้ที่สนับสนุนองค์ชายสาม จะต้องขัดขวางไม่ให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แต่ หลังจากที่ได้ยินหลินหยุนพูดแล้ว
ไท่จื่อก็คงจะต้องดีใจขึ้นเป็นแน่
แต่กลับคิดไม่ถึงว่าการที่หลินหยุนตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแบบนี้นั้น
ไม่ใช่เป็นเพราะเรื่องอื่น แต่เป็นเพราะเขาแสดงออกอย่างมุ่งมั่นที่จะบุกเบิกสนามรบหมื่นจักรวาลมาโดยตลอดในช่วงก่อนหน้านี้
ซึ่งตรงจุดนี้เขาคาดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ!
ด้วยความที่วันเวลาอันสงบสุขได้มีอยู่มาเป็นเวลานานแล้ว
ผู้บำเพ็ญเซียนน้อยคนนักที่จะเป็นแบบนี้ โดยยังคงให้ความสนใจกับสนามรบหมื่นจักรวาลอยู่
มันต้องมีแน่!
แต่ไม่ใช่กระแสหลักอย่างเด็ดขาด!
ถึงขนาดตอนนี้เป็นเพราะความมุ่งมั่นที่แสดงออกมาต่อการบุกเบิกสนามรบหมื่นจักรวาลนั้น ได้กลายเป็นอุปสรรคขัดขวางในการขึ้นครองความยิ่งใหญ่ของเขาแล้ว
นั่นแสดงให้เห็นถึง
มุมมองความคิดของแต่ละคน!
โดยในช่วงก่อนหน้านี้ อ๋องบุ๋นได้เอนเอียงมาทางองค์ชายสาม ซึ่งก็มีเหตุผลนี้รวมอยู่ในนั้นด้วย
นี่คือแนวโน้มส่วนใหญ่
แต่สำหรับเรื่องนี้แล้ว
ไท่จื่อเองก็ยังไม่ชัดเจนว่าหลินหยุนคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่
และก็ไม่ชัดเจนว่าหลินหยุนเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้อย่างชัดเจนแล้วหรือไม่
แต่ว่า……
เป็นไปได้น้อยที่เขาจะไม่รู้
เพราะว่าตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงตอนนี้
หลินหยุนได้แสดงถึงจุดมุ่งหมายออกมาอย่างชัดเจนมาก
เขามาที่นี่ก็เพราะไท่จื่อนั่นเอง
หลังจากที่คิดไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่แล้ว ไท่จื่อก็ยิ้ม
ฉันเองก็จะไม่ทำให้นายผิดหวัง นับตั้งแต่วันนี้ไป นายก็คืออาจารย์ของซื่อจื่อทั้งสองคนในวังไท่จื่อของฉัน! ”
และมองไปที่หลินหยุน “ตกลง ในเมื่อนายพูดถึงขั้นนี้แล้ว
พูดถึงตรงนี้ ในมือของไท่จื่อก็เกิดประกายแสงขึ้น ป้ายหยกสีทองก็ปรากฏขึ้นบนมือ
แล้วป้ายหยกก็ลอยไปหาหลินหยุน “นี่คือป้ายหยกแสดงตัวตนของนาย
ก็สามารถเข้าออกวังไท่จื่อได้อย่างอิสระ! ”
โดยอาศัยป้ายหยกนี้
ได้ยินที่ไท่จื่อพูด
ทุกคนต่างก็เกิดความอิจฉากันอย่างที่สุดจนถึงกับต้องสูดหายใจแรงกันเลยทีเดียว
สามารถเข้าออกวังไท่จื่อได้อย่างอิสระเลย!
ถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงมาก!
นี่แสดงให้เห็นถึง ระดับความสำคัญของหลินหยุนที่มีต่อไท่จื่อ!
หลินหยุนไม่พูดไม่จาอะไรมาก รับป้ายหยกนั้นแล้วก็กล่าวขอบคุณ
ไท่จื่อโบกมือบอกให้หลินหยุนนั่งลงได้
จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ครั้งนี้ที่ฉันมาเป็นประธานในงานสรรเสริญเก้าสำนักนั้น
งานย่องเยาว์ถือว่าเป็นการเรียกน้ำย่อย แต่ฉันก็ยังอยากที่จะรับชมความความสามารถของอัจฉริยะทุกท่านด้วยเช่นกัน! ”
“แม้จะบอกว่าเพียงหลินหยุนคนเดียว! ”
“ก็แทบจะทำให้งานย่องเยาว์ในครั้งนี้ไม่คึกคักเหมือนอย่างครั้งที่ผ่านมา! ”
“แต่ฉันก็ยังยืนยันคำเดิม! ”
“นี่คือความยอดเยี่ยมที่แตกต่างในอีกรูปแบบหนึ่ง! ”
“ต่อไปก็จะเริ่มต้นงานสรรเสริญเก้าสำนักแล้ว! ”
“ภายในงานสรรเสริญเก้าสำนักนั้น ทุกคนห้ามที่จะแอบซ่อนปกปิดพลังความสามารถของตนเองแล้ว จะต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลังเพื่อสร้างเกียรติและชื่อเสียงให้กับสำนักของตนเอง! ”
“โอเค ทุกคนรับประทานอาหารกันได้! ”
“หลินหยุน นายตามฉันมาสักครู่! ”
ขณะที่ไท่จื่อพูดก็ได้ลุกขึ้นและเดินออกไปทางด้านหลังตำหนัก
ทุกคนต่างก็ทยอยยืนขึ้นเพื่อน้อมส่ง
หลินหยุนก็ได้พาฉินหลันเดินตามไปยังด้านหลังของตำหนัก
หลินหยุนขมวดคิ้วขึ้น และมองไปที่ฝ่ายตรงข้าม “แบบนี้คงไม่ได้ ฉันไม่สามารถที่จะปล่อยให้ภรรยาของฉันรออยู่ที่ตรงนี้ได้! ”
หลินหยุนถึงกับพูดคำว่าภรรยาออกมาเลย
มองไปยังด้านหน้าโดยไม่หันกลับมา และเดินตรงไปตามเงาหลังของไท่จื่อ หลินหยุนก็พูดขึ้นว่า “คุณลองไปสอบถามความเห็นของไท่จื่อดูหน่อยสิว่า หากไท่จื่อมีความคิดเห็นแบบเดียวกันนี้ อย่างนั้นฉันก็จะไม่ไปเข้าพบไท่จื่อแล้ว!”
ขณะที่พูด หลินหยุนก็หันหน้ากลับมามองไปยังองค์หญิงเก้าที่กำลังเดินตรงเข้ามา “องค์หญิง ตอนนี้ฉันไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับแนวทางการปฏิบัติของไท่จื่อ และยิ่งไม่ชอบวิธีการแสดงอำนาจข่มขู่แบบนี้! ”
“องค์หญิงเก้ายังเต็มใจที่จะให้โอกาสกับฉันอีกไหม? ”
หลินหยุนพูดเสียงค่อนข้างดัง ทำให้ทุกคนในตำหนักต่างก็ได้ยินกันหมดแล้ว
มีบางคนถึงกับตะลึงจนลูกตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้าแล้ว
ไอ้หนุ่มหลินหยุนนี้……เป็นบ้าไปแล้วเหรอ?
เพราะเรื่องเล็กน้อยเท่านี้ก็คิดที่จะปรับเปลี่ยนหัวเรือแล้ว?
หลินหยุนกลับไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ในมือเกิดประกายแสง ป้ายหยกสีทองก็ปรากฏขึ้น และส่งมอบกลับไปให้กับชายชราคนนั้น
ชายชราเองก็คาดคิดไม่ถึงอย่างมากว่าหลินหยุนจะดื้อรั้นกระทำสิ่งที่ผิดคาด เขาสูดหายใจลึก พร้อมกับรีบส่ายมือและพูดว่า “คุณชายหลินหยุนทำแบบนี้ไม่ได้ ป้ายหยกนี้ทางไท่จื่อเป็นผู้ทรงมอบให้ จะคืนกลับมาได้ง่าย ๆ อย่างไรกันล่ะ? ”
หลินหยุนไม่สนใจเรื่องพวกนี้ แล้วมองไปยังองค์หญิงเก้าที่ใกล้จะเดินมาถึงเบื้องหน้าแล้ว “ไม่ทราบว่าองค์หญิงเก้ามีความเห็นอย่างไรบ้าง? ”
องค์หญิงเก้าตกใจอย่างมาก และจ้องเขม็งไปที่หลินหยุน “หลินหยุน นายรู้ไหมว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่? หรือนายคิดว่านี่มันเป็นเรื่องล้อเล่นอย่างนั้นเหรอ? ”
“หรือว่านายเพิ่งจะรับฟังคำสั่งมาจากไท่จื่อ แล้วต้องการที่จะมาลงมือทำเรื่องอะไรบางอย่างทางฝั่งของฉัน? ”
หลินหยุนทำเป็นไม่สนใจ และพูดขึ้นว่า “คนทั่วไปต่างก็พูดว่าองค์หญิงมีทั้งสติปัญญาและการวางแผนที่ไม่มีผู้ใดจะเทียบเคียงได้ ซึ่งก็ไม่เคยวางแผนใดผิดพลาดมาก่อน ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อย่างนั้น มันกลับทำให้ฉันรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก! หากว่าองค์ชายสามเชื่อฟังและทำตามคำขององค์หญิงจริง ๆ แล้วล่ะก็ คงจะเป็นอันตรายแล้ว! ”
เมื่อหลินหยุนพูดจบ ร่างขององค์หญิงเก้าก็ปะทุเจตนาสังหารอันรุนแรงขึ้นมาโดยทันที
“หลินหยุน ตอนนี้นายยังไม่ได้อยู่ในสังกัดของไท่จื่ออย่างเป็นทางการ นายคิดว่าฉันไม่กล้าที่จะฆ่านายอย่างนั้นเหรอ? ”
หลินหยุนดวงตาเบิกกว้าง
พลังบำเพ็ญขององค์หญิงเก้านี้
ถึงขั้นแดนจิตปฐมตอนปลายแล้ว
แข็งแกร่งทรงพลังอย่างมาก!
แต่ เขาก็ยังพูดขึ้นว่า “อย่างนั้นก็มาดูกันว่าองค์หญิงจะฆ่าฉันลงได้อย่างไร หากใช้ลูกน้องที่มีพลังบำเพ็ญขั้นแดนดั่งเทพมาฆ่าฉัน ก็คงจะสามารถฆ่าฉันได้! ”
“แต่ถ้าองค์หญิงลงมือด้วยตนเองแล้วล่ะก็……”
“น่าจะไม่สามารถฆ่าฉันลงได้! ”
“ไม่อย่างนั้น องค์หญิงก็ลองลงมือดูสิ? ”