จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1675 หลิ่วซวี่เอ๋อ
บทที่ 1675 หลิ่วซวี่เอ๋อ
หลังจากที่นิ่งไป เจียซินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและพูดขึ้นมาว่า “อีกอย่างหนึ่ง แม้ว่าความคิดนี้จะเป็นจริง แต่ก็ยังมีปัญหาใหญ่อยู่ นั่นก็คือยากที่จะพิสูจน์ความจริงได้!”
หลินหยุนคิดอยู่ครู่หนึ่งพูดขึ้นมาว่า “ต้องการพิสูจน์เรื่องนี้ แม้ว่าจะยากลำบากมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีใดๆเลย!”
เมื่อเจียซินได้ยินเช่นนี้ ก็ประหลาดใจอีกครั้ง และถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “หรือว่านายอยากจะพยายามลองดูทีละอย่างงั้นเหรอ? นี่……นี่มันบ้าเกินไปแล้ว! งั้นนายต้องไปเข้าใจกฎเกณฑ์เท่าไหร่? นายต้องลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่ากี่ครั้ง?”
“นายยังตั้งใจจะอยู่ที่ขั้นแดนดั่งเทพตลอดกาลงั้นเหรอ?”
หลินหยุนพูดอย่างราบเรียบว่า “อันที่จริงก็ไม่ได้เกินจริงอย่างเธอจินตนาการตัวอย่างเช่นกฎเกณฑ์แห่งกระบี่ เธอจินตนาการได้ กฎเกณฑ์ที่เข้าใกล้กับมันยังมีอะไร?”
เจียซินไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นมา “กฎเกณฑ์แห่งกระบี่ ก็แบ่งออกเป็นกฎเกณฑ์แห่งกระบี่ยาว กฎเกณฑ์แห่งกระบี่สั้น ค้นหาที่คล้ายคลึงต่อไปอีก ถ้าอย่างนั้นน่าจะเป็นกฎเกณฑ์แห่งกริช! กฎเกณฑ์แห่งกริชสามารถเข้าไปใกล้กฎเกณฑ์แห่งมีดสั้นได้ ด้วยกฎเกณฑ์แห่งมีดสั้น ก็เข้าไปใกล้กฎเกณฑ์แห่งดาบยาว…….”
หลินหยุนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม และพูดขึ้นมาว่า “ก็เป็นแบบนี้!”
เจียซินตกอยู่ในการครุ่นคิดอีกครั้ง หลังจากผ่านไปนาน พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ยังไม่ถูก ถ้าหากทำตามทฤษฎีนี้ ความยากก็เทียบได้กับท้องฟ้าจริงๆ”
“ลองคิดดู แม้ว่าเข้าใจสลักออกมาได้จากกฎเกณฑ์แห่งอาวุธทั้งหมด ผ่านวิธีการแบบนี้ ถ้าอย่างนั้น ตอนที่กฎเกณฑ์แห่งอาวุธเปลี่ยนเป็นกฎเกณฑ์อื่นล่ะ?”
“แม้ว่ากฎเกณฑ์แห่งอาวุธไม่มีปัญหา แต่ตอนที่เปลี่ยนแปลงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดปัญหา หากทำผิดพลาดแห่งหนึ่ง ความพยายามที่ทุ่มเทลงไปล้วนสูญเสียไปเปล่าๆทั้งหมด ถึงเวลานั้น นายสามารถลบล้างกฎเกณฑ์ทั้งหมด รับและผสมผสานอีกครั้งไหม?”
“ดังนั้น แม้ว่าทฤษฎีของนายจะถูกต้อง แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำได้เลย”
หลินหยุนสูดหายใจเข้าลึกๆ ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ และพูดขึ้นมาว่า “ก็ใช่! ถ้าหากต้องการเดินทางนี้จริงๆ ก็เต็มไปด้วยหนามจริงๆ มองไม่เห็นทิศทางของถนนข้างหน้าเลยสักนิด! แต่ว่า คนเรา เช้าได้สัมผัสสัจธรรม คืนนั้นแม้ตายก็ยินดี! แสวงหาหนทาง ฝักใฝ่พลังต้าเต๋า พยายามที่จะค้นหาสืบเสาะ ก็เป็นเหตุผลนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“มีทุกวิถีทาง เส้นทางที่ผู้บำเพ็ญใช้เดินกัน ก็ไม่เหมือนกัน!”
“ฉันคือหลินหยุน ฉันก็ย่อมต้องเดินไปตามเส้นทางของตัวฉันเองโดยธรรมชาติ”
“ไม่เช่นนั้น บำเพ็ญสิ่งนี้จะมีความหมายอะไร?”
ชาติก่อน หลังจากที่หลินหยุนเข้าสู่แดนกษัตริย์ รับรู้เรื่องเหล่านี้
แต่เขาในเวลานั้นก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำซ้ำทั้งหมดอีกครั้ง
ดังนั้น จำเป็นต้องบอกว่า นั่นก็เป็นความเสียใจอย่างมากเช่นกัน
ตอนนี้นึกย้อนขึ้นมาใหม่ ตอนที่เผชิญหน้ากับฟ้าผ่าทัณฑ์ เขาตัวเล็กมากขนาดนั้น
อย่าพูดว่าเขาเป็นเพียงมหากษัตริย์ไม่ถึงยี่สิบกฎเกณฑ์
ในขณะนั้น เขามีความรู้สึกอย่างหนึ่ง ถึงแม้เขาจะมีพลังสี่สิบเกณฑ์ เขาก็ไม่มีทางรอดจากฟ้าผ่าทัณฑ์นั้นได้
ภายใต้ฟ้าผ่าทัณฑ์ที่ทำลายล้างโลกนั้น เขาไม่มีการต่อต้านเลยสักนิด
ก็เสียชีวิตในทันที
ชาตินี้ ไม่ว่าจะง่ายดายแค่ไหน เขาก็จะเดินบนเส้นทางนี้
เพราะว่า เส้นทางนี้เท่านั้น ถึงสามารถทำให้เขามีโอกาสอย่างแท้จริง ไปต่อกรกับฟ้าผ่าทัณฑ์ที่นั่น
หลังจากไตร่ตรองเป็นเวลานาน หลินหยุนพูดขึ้นมาอีกครั้ง “เดิมทีความคิดของฉันคือ ผสมผสานกฎเกณฑ์ห้าธาตุก่อน ต่อจากนั้นจึงให้กฎเกณฑ์ห้าธาตุเป็นรากฐาน ค่อยไปผสมผสานธรรมชาติที่คล้ายคลึงกันของกฎเกณฑ์”
“แต่ว่าฉันคิดอยู่นานมาก ในที่สุดทำไม่ได้มากขนาดนั้น!”
“ท้ายที่สุด รากฐานของห้าธาตุนั้นกว้างเกินไป!”
“ก็อย่างที่เธอพูดนั่นแหละ ตราบใดที่ผิดพลาดหนึ่งแห่ง ความพยายามที่ทุ่มเทลงไปล้วนสูญเสียไปเปล่าๆ ดังนั้นฉันยังเลือกผสมผสานกฎเกณฑ์แห่งกระบี่ก่อน! แต่ว่า ที่หนึ่งนี้ ไม่นับว่าอะไรเลย สิ่งที่ฉันต้องทำ ก็จัดเรียงกับกฎเกณฑ์ที่รู้จักทั้งหมด!”
“ตรงนี้ ฉันหวังว่าเธอสามารถช่วยฉันดำเนินการร้อยเรียงวิวัฒนาการพลิกผันก่อนได้!”
“ฉันจะเข้าใจกฎเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง ต่อจากนั้นเธอมาช่วยเหลือฉันไปวิวัฒนาการพลิกผันและพยายามผสมผสาน!”
เจียซินพยักหน้าพูดขึ้นมาว่า “นี่เป็นวิธีอย่างหนึ่งจริงๆ ถ้าหากนายสามารถที่จะทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่องจริงๆ!”
หลินหยุนพูดขึ้นมาว่า “นี่มันก็แน่นอนอยู่แล้ว!”
ออกไปหาฉินหลัน พูดคุยกับฉินหลันอยู่สักพัก หลินหยุนย้อนกลับไปที่ห้องลับ และเก็บตัวผสมผสานกฎเกณฑ์แห่งกระบี่อย่างต่อเนื่อง!
ในขณะนี้กฎเกณฑ์แห่งกระบี่ยังมีประมาณหนึ่งในสาม อย่างน้อยน่าจะยังต้องใช้เวลาสองเดือนกว่า
และในเวลานี้
เมืองบูรพา สำนักบูรพา
ข่าวที่เย่หยู่ตายแล้ว ได้รับการยืนยันมานานแล้ว
ทั่วทั้งสำหรับบูรพา สำหรับเรื่องนี้ ก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก
เพราะลูกศิษย์อัจฉริยะของสำนักบูรพา ยังไม่เคยมีเสียชีวิตในงานล่าสัตว์มาก่อน
หลังจากการวิเคราะห์โดยสังเขปของสถานการณ์ทั่วทั้งเมืองล่าบูรพา หลินหยุนก็ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา เมื่อพวกเขาต้องการสอบสวนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เรื่องนี้ถูกฉวี่เหอฝืนบังคับกำราบลงมา
ในวันนี้ ฉวี่เหอออกมาจากถ้ำของตัวเอง ลูกศิษย์หญิงสาวข้างๆ รีบก้าวเข้ามาโค้งคำนับพูดขึ้นมาว่า “ท่านอาจารย์!”
ฉวี่เหอพยักหน้า และพูดขึ้นมาว่า “ซวี่เอ๋อ อาจารย์จะจากไปช่วงหนึ่ง ช่วงนี้เธอจะต้องดูแลถ้ำให้ดี อีกอย่าง หลินหยุนคนนั้นน่าจะใกล้มาถึงแล้ว ถึงเวลานั้นหากว่าเขาถูกผู้คนเหล่านั้นของเขาจื่อหยุนตั้งแง่ เธออย่าลืมออกหน้าช่วยเขาไกล่เกลี่ยด้วย”
“คนนี้ค่อนข้างดี ถึงเวลานั้นเธอก็พาเขาตรงมาที่พวกเรา!”
“อีกอย่าง อาจารย์ไม่อยู่ ห้ามใช้อารมณ์เด็ดขาด รู้ไหม?”
เมื่อหลิ่วซวี่เอ๋อได้ยินเช่นนี้ ก็กลอกตาขาวในทันที และพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ท่านอาจารย์ หนูไม่ใช่คนที่ชอบใช่อารมณ์สักหน่อย! ใช่แล้ว ผู้ชายที่ชื่อหลินหยุนคนนั้น นี่มันนานเท่าไหร่แล้วก็ยังไม่มา หนูว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์หนีไปนานแล้ว ทั้งที่รู้ว่าตัวเองฆ่าคนแล้วยังจะติดกับดักเองได้เหรอ?”
ฉวี่เหอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อาจารย์แน่ใจว่าคนนี้ไม่มีทางหนี อาจารย์ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับเขามากนัก เจอเพียงครั้งเดียว เวลาก็ไม่นาน แต่อาจารย์แน่ใจว่าลูกศิษย์คนนี้ไม่ใช่คนแบบนั้น! เธออย่ามัวแต่เล่นสนุก ใส่ใจมากกว่านี้!”
เมื่อหลิ่วซวี่เอ๋อได้ยินเช่นนี้ อดไม่ได้ที่เบะปาก เห็นได้ชัดว่าท่าทางไม่เชื่อ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความจู้จี้ต่อไปของฉวี่เหอยังพูดขึ้นมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจ “ค่ะๆๆ หนูรู้แล้ว ท่านอาจารย์ อาจารย์ยิ่งอยู่ยิ่งจู้จี้มากขึ้นจริงๆ!”
ฉวี่เหอหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ และพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เธอน่ะ ดูเหมือนว่าอาจารย์จะตามใจเธอจนนิสัยเสียแล้ว! ไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่!”
หลิ่วซวี่เอ๋อยิ้มอย่างรวดเร็ว และพูดขึ้นมาว่า “เอาล่ะท่านอาจารย์ ท่านรีบไปเถอะค่ะ รอตอนที่ท่านกลับมา ซวี่เอ๋อจะทำอาหารอร่อยให้กับท่าน! แหะๆ!”
ฉวี่เหอพูดขึ้นมาทันทีว่า “งั้นก็ได้ ก็เอาตามนี้นะ!”
ลูกศิษย์คนนี้ของตัวเอง เกเรซุกซนจนทำให้คนปวดมากจริงๆ บางครั้งก็น่ารำคาญจริงๆ แต่ก็ต้องบอกว่า ฝีมือทำอาหารนั้นสุดยอดมาก
ด้วยผลการฝึกตนของเขา อันที่จริงได้กินอาหารไปมากตั้งนานแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าหากไม่ได้ชิมฝีมือของหญิงสาวคนนี้นานเกินไป ยังคงคิดถึงมาก
ฉวี่เหอพูดขึ้นมาว่า “งั้นเธอดูแลบ้าดีๆ อย่าลืมเรื่องที่อาจารย์สั่งเธอไว้”
เสียงยังไม่ทันลดลง ฉวี่เหอก็หายไปจากที่เดิมแล้ว
มองเห็นอาจารย์จากไป หลิ่วซวี่เอ๋อก็ตะโกนด้วยความโกรธในทันที “เย้! ตาแก่ขี้บ่นไปสักที!”