จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1691 มู่อี้
หลินหยุนนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็พูด “ดูเหมือนพวกเราอยู่ตรงนี้ต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์อีกแล้ว! ตรงนี้ห่างไกลมากๆและกันดารมากๆ! พวกเราต้องไปยังจุดศูนย์กลางของสนามรบหมื่นจักรวาล!”
เมื่อเจียซินได้ยิน เธอก็พูดด้วยความสงสัย “หลินหยุน ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายเข้าใจสนามรบหมื่นจักรวาลมากๆ? แต่นายพึ่งมาที่สนามรบหมื่นจักรวาลเป็นครั้งแรกไม่ใช่เหรอ?”
อันที่จริง เรื่องนี้เจียซินสงสัยมานานแล้ว แต่เธอไม่มีโอกาสได้ถามหลินหยุนเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
นี่คือสิ่งที่เธอรู้สึกได้จากหลินหยุน
เหมือนกับว่าหลินหยุนคุ้นเคยกับสนามรบหมื่นจักรวาลมากๆ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้แสดงรู้สึกไม่คุ้นชินออกมาเลย
เรื่องนี้ทำให้เธอไม่เข้าใจจริงๆ
ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าหลินหยุนมีความเกี่ยวข้องกับกษัตริย์เซียน หลินหยุนรู้เรื่องพวกนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เวลาส่วนใหญ่ สำหรับเรื่องธรรมดาทั่วไปนั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าหลินหยุนไม่รู้เรื่องอะไรเลย
หลินหยุนพูดเบาๆ “นี่ไม่ใช่คำถามที่ฉันอยากจะตอบ!”
ขณะพูด หลินหยุนก็เดินตรงไปยังกลางหุบเขาที่ฉินหลันยืนอยู่
ตอนนี้ฉินหลันกำลังพาสาวใช้หลายๆคนทำความสะอาดสวนดอกไม้อยู่!
ช่วงเวลาที่ผ่านมา หลังจากพักอาศัยที่นี่มาได้สักพัก และข้างๆยังมีสาวใช้หลายๆคนอยู่เป็นเพื่อน ทำให้จิตใจของฉินหลันดีขึ้นมากๆ
มองเห็นใบหน้าอันสวยงามของฉินหลันมีแต่รอยยิ้ม ทำให้จิตใจของหลินหยุนรู้สึกอบอุ่น เจียซินเอ่ยปากพูด “นายมองดูฉินหลันในตอนนี้สิ เธอมีความสุขมากๆ ถ้าตอนนี้นายจากไปอีกครั้ง จิตใจของเธอต้องรู้สึกแย่มากๆอย่างแน่นอน!”
หลินหยุนหยุดเดิน เขาพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็หายใจลึกๆและพูด “ใช่! ถ้าฉันพูดออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ถึงแม้ตอนแลกด้วยชีวิตของตัวเอง พี่ฉินหลันก็คงไม่พูดปฏิเสธอยู่แล้ว ถ้าฉันพูดว่าจะจากไป เธอก็คงพยักหน้าทันที แต่จิตใจของเธอคงรู้สึกแย่มากๆมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน!”
เจียซินพูด “ดังนั้นมีบางเรื่อง ต้องใช้วิธีอื่นๆบ้าง นายก็บอกเธอไปก่อน แต่ไม่จำเป็นต้องจากไปตอนนี้ นายทำให้เธอมีเวลาได้เตรียมใจบ้าง! ผ่านไปสักสองสามเดือนหรือครึ่งปีค่อยจากไป เธออาจจะรู้สึกดีกว่านี้ก็ได้!”
หลินหยุนนิ่งเงียบไปสักพัก จากนั้นก็พยักหน้าและพูด “มันควรเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถึงแม้ฉันจะรีบร้อนแค่ไหน เวลาหลายเดือนก็ยังพอมีอยู่!”
ผ่านไปหลายๆวัน หลินหยุนไม่ได้ฝึกฝนเลย เขาอยู่เป็นเพื่อนฉินหลันตลอดเวลา
มันยากมากๆที่ทั้งสองคนจะมีเวลาใกล้ชิดและเงียบสงบแบบนี้
เรื่องนี้ทำให้ฉินหลันดีใจมากๆ
มิฉะนั้น ถึงแม้หลินหยุนไม่ได้จากไป แต่เขาเก็บตัวฝึกฝนอยู่บนเขาตลอดเวลา เธอก็คงไม่ได้เห็นหน้าหลินหยุนอยู่แล้ว
ถึงแม้มันจะดีกว่าหลินหยุนจากไป อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้รู้สึกแย่ขนาดนั้น แต่ถ้าพูดกันตามตรง หลินหยุนจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย
หลายวันมานี้ หลินหยุนก็ได้พูดเรื่องที่เขาจะจากไปออกมาบ้างแล้ว
ฉินหลันเป็นคนที่ฉลาดมากๆ เธอมองหน้าหลินหยุนและพูด “เสี่ยวหยุน ไม่ต้องคิดมากและไม่ต้องคิดเผื่อฉันด้วย ถ้านายอยากจะจากไปเมื่อไหร่ พวกเราก็จากไปเลย แค่ได้อยู่ใกล้ๆนาย ฉันจะอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน!”
เมื่อได้ยินฉินหลันพูดแบบนี้ หลินหยุนก็ค่อยๆกอดเธอไว้ในอ้อมอก
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ มีเสียงดังสนั่นเกิดขึ้น ทำให้ภูเขาเสี่ยวหยุนสั่นสะเทือนทันที
สายตาของหลินหยุนเย็นชาทันที เขาหันไปมองด้านนอกภูเขาและมองเห็นยอดฝีมือหลายๆคนปรากฏตัวบนท้องฟ้า
คนพวกนี้ใส่ชุดคลุมสีดำ และมองไม่เห็นใบหน้า
สีหน้าของหลินหยุนเย็นชามากๆ เขาตบไหล่ของฉินหลันเบาๆและพูด “พี่กลับไปบนภูเขาก่อน ฉันจะไปจัดการคนที่อยู่ด้านนอกก่อน ฉันจะรีบไปรีบกลับ วางใจได้ฉันไปแค่แป๊บเดียวเท่านั้น!”
สีหน้าของฉินหลันขาวซีดนิดหน่อย แต่เธอก็พยักหน้าทันที และพาสาวใช้หลายๆคนที่ตกใจมากๆรีบเดินขึ้นไปยังภูเขา
หลินหยุนก้าวเท้าหนึ่งครั้งและออกมาจากค่ายกลป้องกัน!
คนที่เป็นหัวหน้าของคนเหล่านี้มีพลังที่แข็งแกร่งมากๆ
เป็นยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลาย!
คนที่อยู่ด้านหลังก็ไม่ได้อ่อนแอมากนัก มีคนหนึ่งเป็นยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนต้น ส่วนที่เหลือเป็นยอดฝีมือแดนจิตปฐม
สำหรับหัวหน้าที่ยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลายนั้น หลินหยันไม่รู้จักฐานะของอีกฝ่าย แต่ยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนต้นและยอดฝีมือแดนจิตปฐมสี่คนที่อยู่ด้านหลัง หลินหยุนมองปุ๊บก็จำได้ทันที!
หลินหยุนพูดอย่างเย็นชาทันที “ลูกศิษย์ของสำนักบูรพา ทำตัวหลบๆซ่อนๆ ไม่กล้าเปิดเผยฐานะของตัวเองแบบนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เมื่อหลินหยุนพูดจบ เสื้อคลุมของพวกเขาก็ขาดออกจากกัน และเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมา
เป็นลูกศิษย์ของสำนักบูรพาที่เจอก่อนหน้านี้จริงๆ นอกจากหัวหน้าที่เป็นยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลายแล้ว คนอื่นๆที่เป็นลูกศิษย์ของเขาจื่อหยุนที่เคยต่อสู้กับหลินหยุนมาแล้ว!
หลินหยุนมองหัวหน้าที่เป็นผู้ชายอายุสามสิบกว่าๆและพูดอย่างเย็นชา “แกเป็นนักบำเพ็ญเซียนของเขาจื่อหยุนเหรอ?”
อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตอบ เย่สวินที่อยู่ด้านหลังก็พูดอย่างเย็นชา “ใช่แล้ว! หลินหยุน คนๆนี้ชื่อมู่อี้และศิษย์พี่รองของเขาจื่อหยุน! เขาเป็นยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลาย วันนี้ศิษย์พี่มู่อี้มาที่นี่พร้อมกับพวกเราก็เพื่อสังหารแก”
“แกสังหารน้องชายของฉันที่ชื่อเย่หยู่ก่อน จากนั้นก็ทำร้ายพวกเราและศิษย์พี่วู่ซินจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ความแค้นครั้งนี้ วันนี้พวกเราต้องสะสางให้ได้!”
หลินหยุนพยักหน้า และพูดอย่างดูถูก “ฉันนึกว่าสำนักบูรพาที่ควบคุมดาวบูรพา ลูกศิษย์ของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนแต่ฉันคิดผิด พวกแกก็เป็นได้แค่ตัวตลกเท่านั้น! ฉันกำลังคิดปัญหาเรื่องหนึ่งอยู่ ไม่รู้ว่าพวกแกจะให้คำตอบกับฉันได้ไหม?”
สีหน้าของเย่สวินแย่มากๆและพูด “หึ มีปัญหาอะไรก็ถามมาได้เลย วันนี้ฉันจะทำให้แกตายโดยไม่มีเรื่องข้องใจ!”
หลินหยุนพูด “ฉันกำลังคิดอยู่ ถ้าวันนี้ฉันสังหารพวกแกทั้งหมด สำนักบูรพาจะใช้พลังทั้งหมดที่มีมาตามล่าฉันหรือเปล่า?”
เมื่อเย่สวินได้ยินก็โกรธมากๆ “พูดจาไร้สาระ! สำนักบูรพาของพวกเรา จะใช้พลังทั้งหมดของสำนักมาตามล่ามดตัวเล็กๆอย่างแกได้ยังไง? หลินหยุน แกประเมินตัวเองสูงเกินไปหรือเปล่า! พวกกูเป็นแค่หนึ่งในเก้ายอดเขาของสำนักบูรพาเท่านั้น! พลังของพวกเราก็เพียงพอที่จะสังหารแกแล้ว!”
หลินหยุนหัวเราะเยาะเย้ยอีกครั้งและพูด “ใช่เหรอ ครั้งที่แล้วตอนที่อยู่ตีนเขาของสำนักบูรพา พวกแกทั้งหมดร่วมมือกัน แต่ก็สู้ฉันไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?”
ในเวลานี้ วู่ซินก็พูดอย่างเย็นชา “นั้นเป็นเพราะพวกเรายังไม่แข็งแกร่งพอ ตอนนี้ศิษย์พี่รองของเรามาด้วย จะทำให้ไอ้สารเลวอย่างแก ได้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของศิษย์พี่มู่อี้!”
หลินหยุนพูดอย่างเย็นชา “ไอ้เศษสวะ! นอกจากหาคนอื่นมาช่วยแล้ว พวกแกคิดวิธีอื่นๆไม่ได้แล้วเหรอ! ตีเด็กเสร็จแล้วให้ผู้ใหญ่มาหาเรื่อง ตีผู้ใหญ่เสร็จแล้วก็ให้ผู้อาวุโสมาหาเรื่อง! ฉันคิดว่าสำนักบูรพาของพวกแกก็น่าจะเป็นอย่างนี้!”
เมื่อหลินหยุนพูดจบ มู่อี้ที่เป็นหัวหน้าก็พูดทันที “เป็นเด็กที่ปากดีจริงๆ แกสังหารศิษย์น้องเย่หยู่ของพวกเราก่อน จากนั้นก็ทำร้ายศิษย์น้องคนอื่นๆจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แกคิดว่าพวกกูไม่ควรมาแก้แค้นเหรอ?”
หลินหยุนหัวเราะเบาๆและพูด “ครั้งหน้าคนที่มาแก้แค้นให้พวกแก คงเป็นอาจารย์ของพวกแกอย่างแน่นอน!”
สีหน้าของมู่อี้เปลี่ยนไปทันที สายตาของเขาเย็นชามากๆ “ใช่เหรอ? กูก็อยากรู้เหมือนกัน แกที่พึ่งฝึกฝนถึงแดนดั่งเทพตอนต้น กล้าดียังไงมาพูดจาอวดเก่งต่อหน้ากู!”