จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1693 ได้รับความสนใจจากทุกคน
เมื่อเข้ามาในภูเขาเสี่ยวหยุนแล้ว น้ำเสียงของหลินหยุนก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง “มีอีกเรื่องหนึ่ง ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน สำนักบูรพาของพวกแกเป็นพวกไร้ประโยชน์ตั้งแต่ลูกศิษย์ถึงอาจารย์หรือเปล่า! ถ้าพวกแกกล้าทำเรื่องที่ไร้ยางอายมากๆ พวกแกก็ใช้พลังทั้งหมดของสำนักมาต่อสู้กับฉันที่เป็นแค่ผู้ฝึกอิสระได้เลย!”
“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน สำนักบูรพาที่เป็นสำนักใหญ่ จะกล้าทำเรื่องไร้ยางอายแบบนี้ไหม!”
“ตอนนี้ฉันไว้ชีวิตพวกแก รีบไสหัวไปซะ!”
น้ำเสียงของหลินหยุนสะเทือนฟ้าดิน รัศมีร้อยกิโลเมตรต่างได้ยินอย่างชัดเจน!
อันที่จริง ถึงแม้เขาไม่ทำแบบนี้ แต่บริเวณโดยรอบก็มีนักบำเพ็ญเซียนจำนวนมากค่อยสังเกตเรื่องที่เกิดขึ้นในภูเขาเสี่ยวหยุนอยู่แล้ว!
ตอนนี้น้ำเสียงของหลินหยุนแพร่กระจายไปทั่ว ทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป
เมืองที่อยู่ไม่ไกลจากภูเขาเสี่ยวหยุนมากนัก เมืองนี้มีชื่อว่าเมืองเอี๋ยนหยาง
ในเวลานี้ บนกำแพงของประตูเมือง มีชายชราและเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน สีหน้าของชายวัยรุ่นแย่มากๆและพูด “หลินหยุนคนนี้หาเรื่องตายชัดๆ! เขาทำแบบนี้ เขาต้องการอะไรกันแน่? เขาได้ส่งป้ายประจำตัวผู้อาวุโสที่ปรึกษาให้เจ้าสำนักของเราแล้ว เขาคิดว่าสำนักจินต์ของเราจะยอมออกหน้าเพื่อช่วยเขาอีกเหรอ?”
ภูเขาเสี่ยวหยุนเป็นอาณาเขตของเมืองเอี๋ยนหยาง
อันที่จริงก่อนหน้านี้ ตอนที่คุณชายเทียนหยุนปรากฏตัวและหาเรื่องภูเขาเสี่ยวหยุน พวกเขาสองคนก็เคยปรากฏตัวเช่นกัน แต่เมื่อมองเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคุณชายเทียนหยุน ทำให้พวกเขาจากไปทันที
เพราะในเวลานั้น พวกเขายังไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของหลินหยุน
แต่เมื่อจิ้งซือปรากฏตัวที่ภูเขาเสี่ยวหยุน เรื่องนี้ทำให้พวกเขาสองคนตกใจมากๆ
ทำให้พวกเขารู้ฐานะของหลินหยุน และตกตะลึงมากๆที่เจ้าสำนักต้องการให้หลินหยุนเข้ารวมสำนักของพวกเขา
ยังดีที่เจ้าสำนักไม่ได้ถือโทษโกรธพวกเขาสองคน!
และหลินหยุนก็ได้ส่งมอบป้ายประจำตัวผู้อาวุโสที่ปรึกษากลับมาด้วย!
ดังนั้นพวกเขาสองคนก็เลยไม่ได้ให้ความสนใจกับภูเขาเสี่ยวหยุนอีก
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ทำให้พวกเขาสองคนคาดคิดไม่ถึงก็คือ ลูกศิษย์ของสำนักบูรพาไปหาเรื่องที่ภูเขาเสี่ยวหยุน และสุดท้ายเรื่องก็บานปลายมาถึงจุดนี้
ยังไงซะ ที่นี่ก็คืออาณาเขตของสำนักจินต์
ถ้ามู่อี้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นที่นี่ สำนักจินต์ก็คงต้องมีส่วนรับผิดชอบ
ชายชราหายใจเข้าลึกๆและเปล่งเสียงเย็นชาออกมา “หาเรื่องตายชัดๆ! รีบรายงานเรื่องนี้กลับไปที่สำนัก ให้คนในสำนักเป็นคนตัดสินใจ พวกเราสองคนไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ เพราะเรื่องแบบนี้พวกเราสองคนไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว!”
ชายหนุ่มวัยรุ่นพยักหน้าทันที และรีบส่งข่าวกลับไปที่สำนักจินต์
ผ่านไปไม่นาน จิ้งซือได้รับข้อความทันที
เมื่อรู้ว่าลูกศิษย์ของสำนักบูรพามาหาเรื่องที่ภูเขาเสี่ยวหยุน มียอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลายโดนหลินหยุนโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกจับตัวเอาไว้ และให้อีกฝ่ายนำสิ่งรองรับสองอันมาแลกชีวิตของมู่อี้คืน ทำให้จิ้งซือตกตะลึงมากๆ
เรื่องที่ตกตะลึงก็คือ……หลินหยุนสามารถทำให้ยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลายบาดเจ็บสาหัสได้!
ต้องรู้ไว้เรื่องหนึ่ง ลูกศิษย์ทุกคนของสำนักบูรพา พวกเขาต่างเป็นสุดยอดอัจฉริยะ และต่างจากผู้ฝึกอิสระมากๆ
ถ้าไม่ใช่สุดยอดอัจฉริยะหนึ่งในหมื่นคน พวกเขาไม่มีสิทธิ์เป็นลูกศิษย์ของสำนักบูรพาอยู่แล้ว
บางทีอาจจะไม่ใช่คัดเลือกจากหนึ่งในหมื่นคน แต่เป็นคัดเลือกจากหนึ่งในแสน หรือหนึ่งในล้านคนมากกว่า!
ดังนั้น ยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลายของสำนักบูรพา ไม่ใช่ยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลายทั่วไปสามารถเทียบได้อยู่แล้ว
ส่วนคนที่ชื่อมู่อี้!
จิ้งซือเคยได้ยินชื่อเสียงของเขามาก่อน เขาเป็นสุดยอดอัจฉริยะอันดับสองของเขาจื่อหยุน
ฝึกฝนถึงแดนดั่งเทพตอนปลาย และเป็นสุดยอดอัจฉริยะด้วย !
แต่หลินหยุนฝึกฝนถึงระดับไหนเหรอ?
เวลาผ่านไปไม่นานเลย หลังจากเจอกันครั้งที่แล้วในภูเขาเสี่ยวหยุน
หลินหยุนต้องอัจฉริยะแค่ไหนกันแน่ ถึงทำให้เขาสามารถเอาชนะมู่อี้ได้?
ไม่เพียงทำลายกฎเกณฑ์หลอมรวมของอีกฝ่าย ยังสามารถจับตัวอีกฝ่ายเอาไว้ เรื่องนี้เหลือเชื่อมากๆ!
หรือว่าหลินหยุนใช้เวลาเพียงสั้นๆ ก็ฝึกฝนถึงแดนดั่งเทพตอนปลายแล้วเหรอ?
เรื่องนี้น่ากลัวมากๆ!
จิ้งซือหายใจเข้าลึกๆ จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าก่อนหน้านี้เขาได้ตัดสินใจผิด……
แต่ความคิดนี้แวบเข้าสมองเพียงชั่วครู่เท่านั้น เธอก็ล้มเลิกความคิดนี้ทันที
การที่อีกฝ่ายส่งมอบป้ายประจำตัวผู้อาวุโสที่ปรึกษากลับมา บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้
สุดยอดอัจฉริยะอย่างหลินหยุน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เขาก็จะสร้างปัญหาตลอดเวลาอยู่แล้ว
ตอนนี้เขากำลังสร้างปัญหาอยู่ไม่ใช่เหรอ?
เขากล้าดียังไงถึงจับตัวมู่อี้เอาไว้!
และให้อีกฝ่ายนำสิ่งรองรับสองอันมาแลกชีวิตของมู่อี้
เขาใจกล้ามากๆที่ทำแบบนี้ !
เขาคิดว่าสำนักบูรพาไม่กล้าส่งยอดฝีมือที่ร้ายกาจมากๆมาสังหารเขาเหรอ?
ผ่านไปสักพัก จิ้งซืออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ และพูดพึมพำ “ถึงแม้จะไม่กล้าทำอย่างโจ่งแจ้ง เพราะมันเป็นการต่อสู้ของวัยรุ่น และหลินหยุนก็เป็นผู้ฝึกอิสระด้วย แต่ถ้าหลินหยุนคิดว่าสำนักบูรพารักษาภาพพจน์ของสำนักใหญ่ และไม่ส่งยอดฝีมือมาสังหารเขา มันเป็นความคิดที่ไร้เดียงสาเกินไป!”
“สุดยอดอัจฉริยะอย่างหลินหยุน ถ้าสามารถฝึกฝนต่อไปอย่างราบรื่น ทั่วทั้งหมื่นจักรวาล อนาคตข้างหน้าเขาต้องเป็นยอดฝีมืออันดับต้นๆของหมื่นจักรวาลอย่างแน่นอน!”
“แต่ว่าตอนนี้……”
จิ้งซือส่ายหัวเบาๆ เธอรู้สึกว่านิสัยของหลินหยุน มองดูแล้วเป็นคนที่เงียบสงบ แต่เขาเป็นคนที่เย่อหยิ่งอวดดีมากจนเกินไป!
ไม่มีอัจฉริยะคนไหนไม่อวดดี
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลินหยุนที่เป็นสุดยอดอัจฉริยะเลย
แต่อัจฉริยะส่วนใหญ่ อันที่จริงแล้วพวกเขามีจุดจบที่ไม่ดีเลย อัจฉริยะส่วนใหญ่ตายเพราะความอวดดีของตัวเอง
ด้านนอกภูเขาเสี่ยวหยุน
สีหน้าของวู่ซินกับเย่สวินแย่มากๆ พวกเขาสองคนสบตากัน ศิษย์น้องคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังรีบพูดทันที “ศิษย์พี่ ตอนนี้พวกเราควรทำยังไงดี?”
วู่ซินหายใจเข้าลึกๆและพูด “ไม่มีวิธีอื่นแล้ว รีบส่งข่าวไปบอกอาจารย์เลย! ตอนนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราสามารถจัดการแล้ว!”
“เอาอย่างนี้ละกัน ฉันจะรีบรายงานให้อาจารย์ทราบ ซ่งซือและคนอื่นๆรีบกลับไปที่เขาจื่อหยุน ตรงนี้มีฉันกับศิษย์น้องเย่สวินก็เพียงพอแล้ว!”
สามคนพยักหน้าและรีบบินจากไป
วู่ซินก็รีบหยิบยันต์สื่อสารออกมา และส่งข่าวไปบอกอาจารย์ “หลินหยุน ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว ครั้งนี้แกต้องตายอย่างแน่นอน!”
……
ด้านในภูเขาเสี่ยวหยุน หลินหยุนโยนมู่อี้ที่บาดเจ็บสาหัสลงพื้นทันที ตอนนี้มู่อี้ได้สติคืนมาแล้ว
เขามองหน้าหลินหยุนและพูด “หลินหยุน ฉันขอเตือนแก อย่าทำอะไรผิดพลาดจนทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนเลย! ตอนนี้แกจับตัวฉันเอาไว้ วู่ซินและคนอื่นๆต้องนำเรื่องนี้ไปบอกอาจารย์ของฉันอย่างแน่นอน อาจารย์ของฉันหวงลูกศิษย์มากๆ ถ้าอาจารย์ของฉันมาที่นี่ด้วยตัวเอง ถึงเวลานั้นแกเสียใจภายหลังก็ไม่มีประโยชน์! ถ้าให้ดี แกรีบปล่อยฉันตอนนี้จะดีกว่า!”
หลินหยุนหัวเราะอย่างเย็นชาและพูด “แกเห็นไหม ก่อนหน้านี้ฉันพูดไว้ไม่ผิดเลย? พวกแกเป็นพวกเศษสวะ ถ้าตีเด็กเสร็จแล้วให้ผู้ใหญ่มาหาเรื่อง ตีผู้ใหญ่เสร็จแล้วก็ให้ผู้อาวุโสมาหาเรื่อง!”
มู่อี้พูดอย่างเคร่งขรึม “ใช่แล้วจะทำไม นี่ก็คือข้อดีของสำนัก นี่คือข้อดีของการมีอาจารย์ ผู้ฝึกอิสระอย่างแก ถึงแม้จะแข็งแกร่งมากๆก็คงไม่มีประโยชน์! แกแข็งแกร่งกว่าฉัน แต่แกไม่กล้าสังหารฉัน นี่มันยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ?”
“อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม!”
“เพราะนี่คือความยุติธรรมที่สุดแล้ว!”
สีหน้าของหลินหยุนมีแต่ความดูถูก “ถ้าไม่มีสำนักอยู่ คนอย่างพวกแกคงตายไปตั้งนานแล้ว! แต่แกคิดว่าฉันกลัวมากๆเหรอ?”
“ฉวี่เหอของภูเขาต้าเหอ ก็เป็นแค่ยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลายเท่านั้น!”
“ประมุขเขาจื่อหยุนของพวกแก คนที่เป็นอาจารย์ของแก คงไม่ได้แข็งแกร่งกว่าฉวี่เหอมั้ง?”
หลินหยุนเคยรับการโจมตีสุดกำลังของฉวี่เหอมาแล้วครั้งหนึ่ง!
อันที่จริง แดนดั่งเทพตอนปลายของมู่อี้นั้น ถ้าพูดกันตามตรง เขาอยู่ในระดับเดียวกับฉวี่เหอ