จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1702 อธิบายไม่ได้
หลินหยุนขมวดคิ้วและมองหน้าผู้หญิงตลอดแล้วถาม “คุณ……ชื่ออะไรเหรอ?”
ผู้หญิงหายใจเข้าลึกๆและพูด “ฉันชื่อฝานซิง! จี้ฝานซิง!”
หลินหยุนพยายามนึก และพูดชื่อของผู้หญิงไม่หยุด “ซิง……ฝานซิง……จี้ฝานซิง……ชื่อนี้ ฉันรู้สึกคุ้นมากๆ แต่กลับนึกอะไรไม่ออกมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
หลินหยุนเหลือเชื่อมากๆ!
ชาติที่แล้วเขาเป็นกษัตริย์เซียน ถึงแม้เขาจะเสียชีวิตเพราะทัณฑ์ฟ้าผ่า อย่างไรก็ตาม ความทรงจำของเขายังคงสมบูรณ์อยู่ ก่อนที่จะเจอผู้หญิงคนนี้ หลินหยุนไม่ได้รู้สึกว่าความทรงจำของตัวเองหายไปเลย
และไม่น่าลืมอะไรด้วย!
เพราะพลังจิตวิญญาณของเขาไม่ได้สูญสลาย!
ดังนั้นเขาต้องจำเรื่องของชาติที่แล้วได้เป็นอย่างดี!
แต่เมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนี้แล้ว และชื่อของผู้หญิงคนนี้ก็ทำให้หลินหยุนรู้สึกคุ้นมากๆ
ราวกับมันอยู่ด้านหน้า แต่ตัวเองกลับไม่สามารถสัมผัสมันได้
เขาไม่อยากจะเชื่อเลย เขาจะเจอเรื่องแบบนี้ด้วยตัวเอง
ผู้หญิงหายใจเข้าลึกๆและพูด “คุณรู้สึก……ว่าฉันคุ้นมากๆใช่ไหม?”
หลินหยุนพยักหน้า เขาจับสมองของตัวเอง “คุ้น คุ้นมากๆ แต่ฉันกลับนึกไม่ออก รู้สึกคุ้นมากๆ แต่กลับจำไม่ได้แม้แต่นิดเดียว!”
น้ำเสียงของผู้หญิงสั่นเครือและพูด “คุณจำได้ไหม มีสถานที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าเขาจิ่วซาน?”
หลินหยุนพยายามนึก แต่ก็นึกอะไรไม่ออก เขาพูด “เขาจิ่วซาน ชื่อนี้ก็คุ้นมากๆ แต่ชื่อสถานที่แห่งนี้กับชื่อของคุณ ฉันกลับนึกไม่ออก!”
ผู้หญิงพูดอีกครั้ง “แล้วคุณจำชื่อฉองได้ไหม?”
หลินหยุนหายใจเข้าลึกๆ และพยายามดึงตัวเองกลับมาจากความทรงจำ เขาส่ายหัวและพูด “ฉันจำไม่ได้แล้ว แต่รู้สึกว่าชื่อนี้ก็คุ้นมากๆเช่นกัน!”
ผู้หญิงตกตะลึงเหมือนกัน “ถ้า……งั้นคุณช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม คุณมาจากไป และอดีตของคุณด้วย?”
หลินหยุนถอนหายใจยาวๆออกมา ถ้าโดยนิสัยปกติของเขาแล้ว เมื่อเจอผู้หญิงแปลกหน้าครั้งแรก ถึงแม้อีกฝ่ายจะช่วยเหลือเขา เขาก็คงไม่ยอมเล่าเรื่องราวของตัวเองให้อีกฝ่ายฟังอยู่แล้ว
แต่เมื่อมองเห็นผู้หญิงคนนี้ ทำให้หลินหยุนรู้สึกคุ้นเคยมากๆ
หลินหยุนนิ่งเงียบไปสักพัก จากนั้นก็พยักหน้าเบาๆ และนั่งลงบนทะเลสาบที่เงียบสงบ จากนั้นก็เล่าเรื่องราวต่างๆของตัวเองออกมาทีละนิดๆ
แต่เรื่องที่เขาเล่าออกมา มีแต่เรื่องของชาตินี้ เขาไม่ได้เล่าเรื่องของชาติที่แล้ว
เมื่อได้ยินเรื่องต่างๆของหลินหยุน สายตาของผู้หญิงคนนั้น เริ่มแสดงความผิดหวังออกมา
หลินหยุนพูด “นี่เป็นอดีตของฉัน ฉันไม่เคยเห็นหน้าคุณมาก่อน และไม่เคยได้ยินชื่อของคุณด้วย ในความทรงจำของฉัน ไม่เคยมีคุณปรากฏเลย แต่เมื่อฉันมองเห็นใบหน้าของคุณครั้งแรกและได้ยินชื่อของคุณ และเขาจิ่วซานกับฉองที่คุณพูดถึง ฉันรู้สึกว่าชื่อเหล่านี้คุ้นมากๆ!”
หลินหยุนหายใจเข้าลึกๆ เขานิ่งสงบลงและมองหน้าผู้หญิงแล้วพูด “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงมีความรู้สึกแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ฉันต้องขอบคุณสหายมากๆที่ลงมือช่วยฉัน!”
ผู้หญิงยิ้มอย่างขมขื่น เธอพยักหน้าและพูด “คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงลงมือช่วยเหลือคุณ?”
หลินหยุนส่ายหัว ผู้หญิงก็พูดออกมา “อันที่จริง เหตุผลง่ายมากๆ เพราะคุณเหมือนเพื่อนของฉันคนหนึ่ง เขาเป็นเพื่อนที่สำคัญมากๆสำหรับฉัน!”
“ตอนที่อยู่บนถนนในวันนั้น ตอนที่ฉันมองเห็นคุณครั้งแรก ฉันนึกว่าคุณเป็นเพื่อนคนนั้นของฉัน!”
หลินหยุนเข้าใจทันที “เป็นอย่างนี้นี่เอง!”
ผู้หญิงพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเอง เธอมองหน้าหลินหยุนและพูดด้วยรอยยิ้ม “ถึงแม้คุณจะไม่ใช่เพื่อนคนนั้นของฉัน แต่เมื่อพวกเราได้พบเจอกันแล้ว มันก็คือวาสนาอย่างหนึ่ง!”
หลินหยุนพยักหน้า แต่เขาไม่ได้พูดอะไรอีก
ผู้หญิงเก็บเบ็ดตกปลาและพูด “อันที่จริงฉันเชิญคุณมาในวันนี้ ไม่ได้มีเรื่องอะไรเลย ฉันแค่อยากเจอหน้าคุณเท่านั้น!”
หลินหยุนพูด “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้างั้นฉันขอตัวกลับก่อน! ถ้าสหายมีเรื่องอะไรที่ฉันช่วยได้ ก็แจ้งฉันได้เลย!”
เมื่อพูดจบ หลินหยุนหันหลังและออกจากคฤหาสน์
ระหว่างทางกลับโรงเตี๊ยม จิตใจของหลินหยุนยังคงนิ่งสงบได้ยาก
เนื่องจากเขารู้สึกว่าต้องมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างแน่นอน
จิตวิญญาณกษัตริย์เซียนของเขา ถึงแม้ตอนนั้นจิตวิญญาณเหลือพลังแค่นิดเดียว แต่ความทรงจำของเขาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
แต่ตอนนี้ ความทรงจำของเขามีปัญหาแล้วจริงๆ!
หลินหยุนพูดกับเจียซิน “นายก็มองเห็นแล้วใช่ไหม เผ่าสาปฟ้าอย่างนาย สามารถอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันได้หรือเปล่า?”
เมื่อเจียซินได้ยิน เธอก็หมดคำพูดทันที “เรื่องนี้……ฉันก็อธิบายไม่ได้เช่นกัน! ไม่แน่ว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นคนรักของนายเมื่อชาติที่แล้วก็ได้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียซิน หลินหยุนที่กำลังบินอยู่ ร่างกายของเขาสั่นไหว ทำให้เขาหยุดบินทันที
ผ่านไปสักพัก เขาพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและพูด “ไม่ใช่ เรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้นอย่างแน่นอน!”
เจียซินอึ้งไปสักพัก จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้ม “นายพูดตลกละเรื่องกลับชาติมากเกิด ไม่ใช่ใครหน้าไหนก็สามารถทำได้ นายคิดว่าตัวเองมีชาติที่แล้วเหรอ?”
หลินหยุนพูดอย่างเคร่งขรึม “คุณคิดแบบนี้มาโดยตลอดไม่ใช่เหรอ?”
เจียซินรีบเก็บรอยยิ้มของตัวเองทันที และพูดอย่างเคร่งขรึม “นายเป็น……นักบำเพ็ญเซียนที่กลับชาติมาเกิดจริงๆเหรอ? อันที่จริงฉันสงสัยมาโดยตลอด เพราะบนตัวนายมีรอยประทับของกษัตริย์เซียน ถ้าพูดว่านายเป็นนักบำเพ็ญเซียนที่กลับชาติมาเกิดโอกาสเป็นไปได้มีสูงมากๆ!”
“แต่เรื่องนี้ มันเป็นการคาดเดาของฉันเท่านั้น ในเมื่อนายไม่อยากจะพูด ฉันก็ไม่อยากจะถามเหมือนกัน แต่ในเมื่อนายเอ่ยปากพูดออกมาแล้ว ฉันก็จะถามเลย นายเป็น……นักบำเพ็ญเซียนที่กลับชาติมาเกิดจริงๆเหรอ?”
หลินหยุนเข้าใจ การกลับชาติมาเกิดที่เจียซินพูดนั้นคือ หลังจากนักบำเพ็ญเสียชีวิตแล้ว มีสุดยอดฝีมือใช้พลังรักษาจิตวิญญาณของคนที่เสียชีวิตเอาไว้ และส่งเขาไปกลับชาติ
เมื่อทำแบบนี้ มีโอกาสที่คนๆนั้นจะได้กลับชาติมาเกิด
แน่นอนว่าเรื่องนี้ โอกาสสำเร็จมีน้อยมากๆ
และยากมากๆที่จะทำสำเร็จ
นอกจากว่าสุดยอดฝีมือที่ทำเรื่องนี้ จะยอมสูญเสียพลังมากมาย ถึงจะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น
แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ ว่ามันจะสำเร็จได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ถ้าหลินหยุนมีกษัตริย์เซียนค่อยช่วยเหลือ และกษัตริย์เซียนคนนั้นก็ยอมสูญเสียพลังมากมาย มันก็มีโอกาสทำสำเร็จได้อยู่แล้ว
แต่หลินหยุนเข้าใจดี การกลับชาติมาเกิดของตัวเองกับการกลับชาติมาเกิดที่เจียซินพูดถึง มันต่างกันมากๆ
เพราะเขาเสียชีวิตจากทัณฑ์ฟ้าผ่าเลย
จิตวิญญาณแตกสลายและเหลือจิตวิญญาณแค่นิดเดียวเท่านั้น
เขาผ่านการย้อมเวลากลับ และเขาไม่ได้กลับชาติมาเกิดจริงๆ
แต่มันก็ไม่ใช่การย้อมเวลากลับทั้งหมด เพราะตั้งแต่เขาเข้ามาในหมื่นจักรวาล เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันไม่ใช่หมื่นจักรวาลที่เขาเคยเห็น
เวลาในหมื่นจักรวาล มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันไม่ได้ย้อนกลับ มันยังคงเดินหน้าไปตลอดเวลา
ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่
หลินหยุนหายใจเข้าลึกๆและพูด “จะพูดแบบนั้นก็ได้! คุณเป็นคนแรกที่รู้เรื่องการกลับชาติมาเกิดของฉัน เดิมทีฉันคิดว่าฉันคงจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับตลอดไปและไม่พูดเรื่องนี้กับใครเลย แต่เมื่อพูดออกมาแล้ว ก็ช่างมันเถอะ!”
ถึงแม้เธอจะคาดเดาเรื่องนี้มานานแล้ว แต่เมื่อได้ยินจากปากของหลินหยุน เธอก็ตกตะลึงมากๆเช่นกัน “เมื่อพูดอย่างนี้ ก็แปลว่ามีกษัตริย์เซียน……คนหนึ่งคอยช่วยเหลือนายอยู่ด้านหลัง”