จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1703 เจอจี้ฝานซิงอีกครั้ง
หลินหยุนไม่ได้ตอบคำถามของเจียซิน แต่เขาถามกลับทันที “คุณคิดว่าตอนที่ฉันกลับชาติมากเกิด ความทรงจำบางส่วนของฉันหายไหมใช่ไหม?”
เจียซินส่ายหัวและพูด “เรื่องนี้ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เรื่องของระดับนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะเข้าใจได้ ถึงแม้ฉันจะเป็นเทพธิดาของเผ่าสาปฟ้า อย่างไรก็ตาม ตอนที่เผ่าสาปฟ้าของพวกเรารุ่งเรืองที่สุด พวกเราก็ไม่มียอดฝีมือแดนกษัตริย์เซียนเลย!”
“แต่ว่า……”
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายและพูด “แต่ว่าอะไร?”
เจียซินพูด “แต่ว่า มันอาจจะเป็นอย่างที่นายพูดก็ได้ ฉันไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าชาติที่แล้วนายฝึกฝนถึงระดับไหน แต่เป็นไปได้สูงมากๆที่ความทรงจำของนายอาจจะโดนเปลี่ยนแปลง! หรือโดนปิดผนึกเอาไว้ และปิดผนึกความทรงจำระหว่างนายกับจี้ฝานซิงทั้งหมดเอาไว้!”
“แต่ก็อาจจะเป็นอย่างที่นายพูด ตอนที่นายกลับชาติมาเกิด อาจจะทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับเธอหายไป โอกาสแบบนี้ก็เป็นไปได้น้อยมากๆ”
เมื่อหลินหยุนได้ยิน เขาก็ครุ่นคิดอีกครั้ง
ความทรงจำหายไป
ตัวเองปิดผนึกความทรงจำเอาไว้
มันเป็นไปได้เหรอ?
อย่างไรก็ตาม ชาติที่แล้วตัวเองเป็นยอดฝีมือแดนกษัตริย์เซียน และเป็นยอดฝีมือที่อยู่จุดสูงสุดของหมื่นจักรวาล
ทำไมตัวเองต้องปิดผนึกความทรงจำของคนๆหนึ่งด้วย?
และคนๆนั้นก็เป็นผู้หญิงที่ฝึกฝนถึงแดนดั่งเทพเท่านั้น
โดยปกติแล้ว ตัวเองไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้เลย
คิดไปคิดมา หลินหยุนก็คิดไม่ตก ทำไมตัวเองต้องทำเรื่องแบบนี้ด้วย
หลินหยุนอดไม่ได้ก็เลยส่ายหัวทันที เขาไม่อยากจะไปคิดเรื่องนี้อีกแล้ว
เมื่อกลับมาถึงโรงเตี๊ยม
ทางฝั่งฉินหลันไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย หลินหยุนก็วางใจทันทีและเก็บตัวฝึกฝนอีกครั้ง
เขาในตอนนี้ ได้หลอมรวมพลังกฎเกณฑ์สิบแปดอันแล้ว
จุดลมปราณได้มีพลังกฎเกณฑ์แล้ว แต่พลังของกฎเกณฑ์ก็ยังอ่อนแอมากๆ
ดังนั้น ถึงแม้ว่าพลังของเขาจะแข็งแกร่งขึ้น แต่พลังแข็งแกร่งขึ้นไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่
ด้วยพลังต่อสู้ของเขาในตอนนี้
หลินหยุนคิดว่า ถ้าเผชิญหน้ากับจื่อหยุนอีก หรือยอดฝีมือที่พอๆกับจื่อหยุน เขาก็คงรับมือได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าต่อสู้กับอย่างยาวนาน คนที่จะพ่ายแพ้ก็คงเป็นหลินหยุนเอง
ทั่วทั้งหมื่นจักรวาล อันที่จริงยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลายอย่างจื่อหยุน ก็ถือได้ว่าเป็นยอดฝีมือทั่วไปเท่านั้น
น่าจะอยู่ระดับกลางๆเท่านั้น เนื่องจากอีกฝ่ายได้หลอมรวมพลังกฎเกณฑ์แค่เจ็ดอันเท่านั้น
ถ้าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งมากๆ พวกเขาอาจจะหลอมรวมพลังกฎเกณฑ์สิบกว่าอันแล้ว
ถ้าเทียบกับยอดฝีมือระดับนั้น หลินหยุนไม่สามารถเทียบได้อยู่แล้ว
หลินหยุนรู้สึก นอกจากเขาหลอมรวมพลังกฎเกณฑ์สามสิบหกอันไว้ในจุดลมปราณสี่แห่งแล้ว เขาถึงจะสามารถเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับนั้นได้
แน่นอนว่า ถ้าเขาเลือกเดินเส้นทางเหมือนชาติที่แล้ว เอาพลังกฎเกณฑ์เข้าไปในโลกกำลังภายในตัว ถ้าเขาหลอมรวมพลังกฎเกณฑ์สามสิบหกอันได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น แม้ต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะ เขาก็รับมืออีกฝ่ายได้อยู่แล้ว
ยอดฝีมือแดนดั่งเทพ ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ เขาเลือกเดินเส้นทางที่แตกต่างออกไป
หลังจากเก็บตัวฝึกฝนได้หนึ่งเดือนกว่าๆ อย่างไรก็ตาม ไม่มีพลังกฎเกณฑ์อันไหนเลยที่ฝึกฝนถึงพลังหนึ่งสายบริบูรณ์เลย
ในวันนี้ หลินหยุนออกจากการเก็บตัวฝึกฝน พลังที่เพิ่มขึ้นแบบนี้ สำหรับเขามันช้ามากๆ
เขาต้องการพลังกฎเกณฑ์อันบริสุทธิ์์จำนวนมาก
เส้นทางที่เขาเลือกนั้น จะต้องศึกษาและเข้าใจพลังกฎเกณฑ์ทั้งหมดในหมื่นจักรวาล
ดังนั้น เขาจำเป็นต้องรวบรวมพลังกฎเกณฑ์ให้ได้มากที่สุด
สำหรับเรื่องที่เขาต้องศึกษาและเข้าใจพลังกฎเกณฑ์ทั้งหมดแล้ว ถึงจะเข้าสู่แดนสู่ธรรมะหรือไม่ ตอนนี้เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
บางทีอาจจะยังมีอีกวิธีหนึ่ง หลังจากศึกษาและเข้าใจพลังกฎเกณฑ์พอสมควรแล้ว จากนั้นก็เข้าสู่แดนสู่ธรรมะ แล้วค่อยศึกษาและเข้าใจพลังกฎเกณฑ์อื่นๆต่อ
เรื่องพวกนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้เลยว่าจะต้องทำยังไง
ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดก็คือ ค้นหาพลังกฎเกณฑ์ให้ได้มากที่สุด ถึงจะสามารถทำให้พลังต่อสู้ของเขาเพิ่มสูงขึ้น
ตอนนี้เขาได้เรียงลำดับของพลังกฎเกณฑ์แห่งอาวุธเรียบร้อยแล้ว
หลอมรวมพลังกฎเกณฑ์สิบแปดอัน จนถึงตอนนี้มันก็อยู่ในระดับหนึ่งแล้ว
ตอนนี้ต้องทำให้พลังกฎเกณฑ์ที่หลอมรวมพวกนี้แข็งแกร่งก่อน แล้วค่อยไปหลอมรวมพลังกฎเกณฑ์อื่นๆต่อ
เมื่อคิดไปคิดมา หลินหยุนก็นึกถึงจี้ฝานซิงทันที
ฐานะของจี้ฝานซิงในเมืองเจวี้ยนต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และเธอก็รู้จักเมืองเจวี้ยนเป็นอย่างดี เธอต้องช่วยเหลือเขาได้อย่างแน่นอน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินหยุนก็ออกจากโรงเตี๊ยม แต่เมื่อเดินถึงครึ่งทาง เขาก็พบเจอจี้ฝานซิงที่กำลังเดินตรงเข้ามา
จี้ฝานซิงก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าหลินหยุนจะมาหาเธอ เธอถามทันที “ครั้งนี้คุณชายหลินหยุนมาพบฉัน ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรเหรอ?”
เมื่อเจอหน้าจี้ฝานซิง ทำให้หลินหยุนรู้สึกคุ้นเคยมากๆ แต่อีกด้านหนึ่งก็รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า เขาเอ่ยปากพูด “สหายน่าจะรู้จักดาวเจวี้ยนเป็นอย่างดี ฉันต้องการค้นหาพลังกฎเกณฑ์ที่บริสุทธิ์จำนวนหนึ่ง ไม่ทราบว่าบริเวณโดยรอบของดาวเจวี้ยน ตรงไหนมีพลังกฎเกณฑ์บ้าง”
สถานที่อันตรายในดาวเจวี้ยน คงมีเพียงสถานที่ไม่ได้บุกเบิกที่มีจำนวนน้อยมากๆ มันไม่เหมือนกับดาวบูรพาที่หลินหยุนเคยไปก่อนหน้านี้ เมื่อเข้าไปในสถานที่ที่ยังไม่ได้บุกเบิก ก็จะมีพลังกฎเกณฑ์ที่ไม่บริสุทธิ์เต็มไปหมด
แน่นอนว่า ตอนนี้ถึงแม้จะมีสถานที่แบบนั้น แต่สำหรับหลินหยุนแล้ว มันกลับไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก
เพราะพลังกฎเกณฑ์ที่อยู่ในสถานที่ที่ยังไม่ได้บุกเบิก มันเป็นพลังกฎเกณฑ์ที่ไม่บริสุทธิ์เลย
มันดูดซับได้ยากมากๆ
ถ้าอยากจะหาพลังกฎเกณฑ์จำนวนมาก มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย
หลินหยุนในเวลานี้ ต้องการพลังกฎเกณฑ์ที่บริสุทธิ์จำนวนมาก
แน่นอนว่าในหินทิพย์นั้น ก็มีพลังกฎเกณฑ์อยู่ แต่ในหินทิพย์ยังมีพลังทิพย์อยู่ด้วย จึงทำให้พลังกฎเกณฑ์มีน้อยมากๆ
เมื่อเทียบกับการฝึกฝนด้วยตัวเอง มันไม่ต่างกันเลย
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน จี้ฝานซิงพยักหน้าและพูด “เป็นอย่างนี้นี่เอง”
จี้ฝานซิงนิ่งไปชั่วครู่และพูด “คุณรู้หรือเปล่า ทำไมฉันต้องไปตกปลาแรดในทะเลสาบที่อยู่ในคฤหาสน์ด้วย?”
หลินหยุนส่ายหัว ก่อนหน้านี้จี้ฝานซิงเคยพูด ปลาแรดพวกนั้นไม่ธรรมดาเลย แต่มันไม่ธรรมดายังไง เธอกลับไม่ได้อธิบายออกมา
จี้ฝานซิงพูด “การที่ฉันไปตกปลาแรดพวกนั้น เพราะปลาแรดพวกนั้นมีพลังกฎเกณฑ์จำนวนมากอยู่ และมันยังสามารถทำให้พลังกฎเกณฑ์เพิ่มขึ้นอีกด้วย
“ในพระจันทร์เต็มดวงครั้งหนึ่ง มีปลาแรดปรากฏตัว ฉันอยากจะจับมัน ฉันก็เลยปลดปล่อยพลังกฎเกณฑ์ออกมา ในเวลานั้น เงาของปลาแรดก็พุ่งเข้าไปในพลังกฎเกณฑ์ของฉัน”
“ถึงแม้เวลาจะสั้นมากๆ แต่พลังกฎเกณฑ์ของฉันก็พุ่งสูงขึ้นจนถึงขั้นบริบูรณ์เลย!”
“นี่เป็นแค่เงาของปลาแรดเท่านั้น”
“ดังนั้นฉันก็เลยตัดสินใจ ถ้าสามารถเอาปลาแรดเข้าไปในพลังกฎเกณฑ์ของตัวเอง อาจจะทำให้พลังกฎเกณฑ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแน่นอน!”
“ปลาประเภทนี้ เป็นสมบัติล้ำค่ามากๆ!”
หลินหยุนรู้สึกตื่นเต้นดีใจทันที
เขาเกิดมาสองชาติแล้ว แต่เขากลับไม่เคยได้ยิน และไม่เคยเห็นสมบัติล้ำค่าแบบนี้มาก่อน
ถ้ามันเป็นอย่างที่จี้ฝานซิงพูดจริงๆ ปลาแรดพวกนี้คือสมบัติล้ำค่าจากสรวงสวรรค์อย่างแน่นอน
หลินหยุนหายใจเข้าลึกๆและถาม “คุณพูดความจริงใช่ไหม?”
จี้ฝานซิงพยักหน้า “ฉันไม่โกหกคุณชายหลินหยุนอยู่แล้ว!”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “วันนี้คือวันที่สิบเอ็ด ยังเหลืออีกสี่วันก็จะเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ฉันก็อยากรู้ว่าปลาพวกนั้นจะปรากฏตัวไหม!”
จี้ฝานซิงพยักหน้าและพูด “ถ้าเป็นแบบนี้ คุณชายก็ตามฉันกลับไปที่คฤหาสน์ได้เลย!”