จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1706 ทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คนที่มานั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกล นั่นก็คือคุณหนูจี้ฝานซิงแห่งตระกูลจี้
ตระกูลจี้เลยนะ!
ใครก็คาดคิดไม่ถึงเช่นกันว่า จี้ฝานซิงจะมาที่นี่ด้วย โดยไม่ต้องการที่จะให้พวกเขาไปล้างแค้น
ในสถานะที่ต้องทำการตอบแทน จึงได้ยกป่าไม้หมึกที่เดิมทีเป็นของตระกูลจี้นั้น ส่งมอบให้กับตระกูลเสิ่น
ภายในป่าไม้หมึก นั้น มีผลผลิตต้นหมึกชนิดหนึ่ง
ซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นยอดในการหลอมเครื่องราง
นี่ก็เป็นทรัพยากรชนิดหนึ่งที่ทางตระกูลจี้เป็นผู้ควบคุมถึงขนาดที่ทำให้ทุกคนต่างพากันอิจฉา
ถึงแม้จะไม่มอบป่าไม้หมึกให้ อันที่จริงทางตระกูลเสิ่นนั้น ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรมาก
เพราะว่า ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่เหมือนกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างตระกูลเสิ่นกับตระกูลจี้แล้ว ก็ยังมีความห่างไกลกันลิบลับ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเป็นอย่างมาก
ดังนั้น ภายใต้สภาวะที่จำใจ ตระกูลเสิ่นจึงทำได้เพียงตอบตกลงเท่านั้น
แต่หลังจากที่จี้ฝานซิงกลับไปแล้ว ทุกคนในตระกูลเสิ่น ก็ยังคงไม่ละทิ้งความพยายาม
ต่อให้จะไม่สามารถแก้แค้นอย่างเปิดเผยได้
แต่ก็จะแสวงหาจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมเพื่อลักลอบแก้แค้น!
ดังนั้น พวกเขาก็ยังคงตัดสินใจที่จะลงมือ!
นี่ก็คือเหตุผลที่ถูกลอบสังหาร หลังจากที่หลินหยุนพาฉินหลันออกมาจากในเมืองแล้ว
เวลานี้
เสิ่นอ้าวเทียนกับจ้าวซื่อผู้เป็นภรรยา รวมถึงผู้อาวุโสทั้งหมดในตระกูล ต่างก็กำลังรอฟังข่าวความเคลื่อนไหวอยู่ในศาลบรรพบุรุษ
ครั้งนี้ได้ส่งปัญญาชนที่ปรึกษาแดนดั่งเทพตอนปลายไป โอกาสที่จะสังหารหลินหยุนได้สำเร็จนั้น จึงมีสูงมาก!
จากพลังบำเพ็ญที่หลินหยุนได้แสดงออกมาให้เห็น บนท้องถนนในวันนั้น
อย่างมากที่สุดก็คือขั้นแดนดั่งเทพตอนกลางก็เท่านั้น
การที่ยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลายไปลอบสังหาร โดยเผชิญหน้ากับพลังบำเพ็ญระดับนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะล้มเหลว
เมื่อถึงเวลานั้นต่อให้จี้ฝานซิงจะรับทราบ แต่ก็ไม่สามารถมากล่าวโทษถึงตัวพวกเขาได้
ก็แค่พูดตอบไปว่าไม่รู้เรื่องก็เท่านั้น
ยังไงก็แค่ผู้บำเพ็ญเซียนแดนดั่งเทพตอนปลายคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีทางที่จะพาดพิงมาถึงตระกูลเสิ่นได้
เพียงแค่รอว่าปัญญาชนที่ปรึกษาลงมือสำเร็จแล้ว ก็จะนำการตายของหลินหยุน มาเซ่นไหว้ไว้อาลัยต่อดวงวิญญาณลูกชายของพวกเขาที่อยู่บนสวรรค์
แต่ในขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีดำคนหนึ่ง ที่ร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็เดินโซซัดโซเซเข้ามา
ทุกคนเห็นดังนั้น ต่างก็ตื่นตกใจขึ้นทันที
เสิ่นอ้าวเทียนได้แวบหายตัว มาที่หน้าประตูของศาลบรรพบุรุษ แล้วประคองตัวของชายวัยกลางคนเอาไว้ “ผู้อาวุโสเฉิน ทำไมถึงบาดเจ็บสาหัสกลับมาอย่างนี้? หรือว่าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอะไรขึ้น? ลูกสาวของตระกูลจี้นั้นยื่นมือเข้ามายุ่งเหรอ? ”
ผู้อาวุโสเฉินพูดว่า “เจ้าบ้าน! ตระกูลจี้……ไม่ได้ยื่นมือเข้ามายุ่งหรอก แต่พวกเรา……พวกเราคาดการณ์กันผิดพลาด ผิดพลาดอย่างหนักเลย ไอ้หนุ่มที่ชื่อหลินหยุนนั้น ก็มีพลังบำเพ็ญขั้นแดนดั่งเทพตอนปลายเหมือนกัน อีกทั้ง ยังจะแข็งแกร่งมากกว่าฉันอีกด้วย! ”
เสิ่นอ้าวเทียนสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “อะไรนะ? ยังจะแข็งแกร่งกว่านายอีกเหรอ? ”
ในฐานะที่ผู้อาวุโสเฉินเป็นปัญญาชนที่ปรึกษาของตระกูลเสิ่น มีพลังบำเพ็ญถึงขั้นระดับไหน เจ้าบ้านอย่างเขานั้นรับรู้และเข้าใจอย่างชัดเจน
ตระกูลเสิ่นมีปัญญาชนที่ปรึกษาทั้งหมดสิบสองคน
ผู้อาวุโสเฉินผู้นี้ อย่างน้อยก็จัดอยู่ในห้าอันดับแรก ถึงขนาดที่ว่าทั้งสี่คนที่มีอันดับอยู่เหนือกว่าเขานั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถต่อสู้ได้
มีเพียงแค่ผู้อาวุโสที่ปรึกษาอันดับหนึ่งเท่านั้น ที่มีพลังความสามารถเก่งกาจเกินจะบรรยาย
ซึ่งเป็นเพื่อนรักของเสิ่นอ้าวเทียน
โดยพลังบำเพ็ญของเขานั้นขาดอีกเพียงแค่ขั้นเดียว ก็สามารถที่จะบรรลุเข้าสู่ธรรมะได้แล้ว
ต่อให้เปรียบเทียบกับเสิ่นอ้าวเทียนแล้ว ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย
เสิ่นอ้าวเทียนมีสีหน้าย่ำแย่ “เขามองเห็นใบหน้าของนาย หรือว่ารับรู้ถึงสถานะของนายแล้วหรือไม่? ”
ผู้อาวุโสเฉินพูดว่า “เจ้าบ้านวางใจได้ ยังไม่ได้ถูกเปิดเผย หลินหยุนนั้นได้พาภรรยาของเขาออกจากเมืองและมุ่งหน้าไปยังทิศเหนือ น่าจะไปยังคฤหาสน์ของจี้ฝานซิง ฉันปรากฏตัวขึ้นเพื่อขัดขวางในระหว่างทาง เพียงแค่ปะทะกันหนึ่งกระบวนท่า ก็ถูกเขาทำร้ายจนบาดเจ็บ จากนั้นฉันก็รีบหลบหนีไปทันที! ”
เสิ่นอ้าวเทียนพูดขึ้นว่า “เขาไม่ได้ไล่ล่านายหรอกเหรอ? ”
ผู้อาวุโสเฉินส่ายศีรษะและพูดว่า “ไม่มี แต่ว่า เขาจะต้องคาดเดาได้อย่างแน่นอนว่าเป็นคนของพวกเราตระกูลเสิ่นที่ลงมือ! เจ้าบ้านจะต้องไตร่ตรองให้ดีว่า ถ้าหากทางตระกูลจี้ได้สอบถามมา พวกเราจะชี้แจงกลับไปอย่างไร! ”
เสิ่นอ้าวเทียนได้ยินดังนั้น ก็พลันหัวเราะและพูดขึ้นว่า “แค่คาดการณ์แล้วอย่างไรกัน? เพียงแค่ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน ตระกูลจี้จะสามารถทำอะไรกับฉันได้ล่ะ? ”
ขณะที่พูด เสิ่นอ้าวเทียนก็พูดต่อว่า “มานี่กันหน่อย มานำตัวผู้อาวุโสเฉิน กลับไปรักษาอาการบาดเจ็บ! ”
ทันใดนั้นก็มีคนรับใช้เข้ามาประคองตัวของผู้อาวุโสเฉินออกไป
ด้านหลัง มีชายชราคนหนึ่งได้เดินมายังด้านหลังของเสิ่นอ้าวเทียน และพูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า “เจ้าบ้าน แม้ว่าที่เจ้าบ้านพูดเมื่อครู่นี้ จะไม่ผิดแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ได้รับป่าไม้หมึกมาจากตระกูลจี้แล้ว! ตระกูลจี้ต้องการที่จะให้พวกเรายุติเรื่องนี้ลง ซึ่งก็ถือว่าให้เกียรติต่อตระกูลเสิ่นของพวกเราอย่างมากแล้ว! ”
“พวกเราตระกูลเสิ่นเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไร! ”
“ดังนั้น ถ้าตระกูลจี้จะมาสอบถามเอาความเรื่องนี้จริง ๆ ล่ะก็ พวกเราก็ควรที่จะมีคำตอบให้! ”
“ต่อให้พวกเราจะยืนกรานไม่ยอมรับว่าพวกเราเป็นคนกระทำ แต่ถ้าตระกูลจี้จะโกรธแค้นพวกเราจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ จะถือว่าไม่เป็นผลดีอย่างยิ่ง สำหรับตระกูลเสิ่นของพวกเรา”
เสิ่นอ้าวเทียนสีหน้าย่ำแย่ลง ผ่านไปสักพัก ก็ใจเย็นลงบ้างแล้ว และได้พูดขึ้นว่า “ตกลง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นก็ตรงไปหาคนของตระกูลจี้เพื่อพูดคุย ชี้แจงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวนี้ให้ชัดเจน! ”
เสิ่นอ้าวเทียนพูดจบ จ้าวซื่อผู้เป็นภรรยาที่อยู่ด้านหลังก็พูดขึ้นว่า “สามี แบบนี้พวกเราก็กลายเป็นว่าไปเสนอหน้ายอมรับผิดแล้วไม่ใช่เหรอ? ”
เสิ่นอ้าวเทียนพูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า “ก็แค่ไปแสดงออกถึงท่าทีก็เท่านั้น เรื่องเกิดขึ้นที่ภายนอกเมืองเจวี้ยน ในระยะที่ใกล้มากขนาดนี้ โดยทางตระกูลเสิ่นของพวกเรารับรู้ ก็เป็นเรื่องปกติมากไม่ใช่เหรอ? ”
ชายชราที่อยู่ด้านหลังพูดขึ้นว่า “เจ้าบ้าน แล้วเรื่องที่เกี่ยวกับไอ้หนุ่มหลินหยุนผู้นั้นล่ะ ต่อจากนี้พวกเราตระกูลเสิ่น จะวางแผนการอย่างไรกันดี? ความแค้นนี้ พวกเรายังจะแก้แค้นอยู่อีกหรือไม่? ”
เสิ่นอ้าวเทียนพูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า “จะต้องแก้แค้นอย่างแน่นอน ฉุนเอ๋อของฉันจะต้องไม่ตายเปล่าไปแบบนี้! ท่านจง ปู่ใหญ่ยังเก็บตัวบำเพ็ญฝึกฝนอยู่อีกใช่ไหม? ”
ชายชราพยักหน้าและพูดว่า “ถูกต้อง ปู่ใหญ่ยังคงเก็บตัวบำเพ็ญฝึกฝนอยู่! ”
เสิ่นอ้าวเทียนพยักหน้า และพูดว่า “แยกย้ายกันไปเถอะ ฉันจะไปหาด้วยตนเองสักหน่อย! ”
ขณะที่พูด ก็ก้าวเดินออกจากศาลบรรพบุรุษ
……
ทางฝ่ายหลินหยุนนั้นหลังจากที่มาถึงคฤหาสน์ของจี้ฝานซิงแล้ว ก็ได้พักอาศัยอยู่ที่นี่ กี่วันมานี้ ก็ได้ทำการจ้องมองน้ำในทะเลสาบนั้นอยู่ทุกวัน
วันนี้ หลินหยุนก็ยังคงคิดวิเคราะห์อยู่สักพัก แต่ก็อดกลั้นไว้ไม่ไหว จึงได้แสดงพลังแห่งกฎเกณฑ์ แล้วก็ค่อย ๆ ก้าวลงไปสู่ทะเลสาบอย่างช้า ๆ
เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว จี้ฝานซิงก็ตื่นตกใจขึ้นทันที จึงได้รีบหยุดขัดขวางเอาไว้ หลินหยุนก็หันหลังกลับมามองที่เธอ และพูดขึ้นว่า “หรือว่าเธอไม่เคยทดลองดูมาก่อนว่า น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีพลังแห่งการหลอมละลายที่สูงถึงขั้นไหนกันแน่? ”
“ก่อนหน้านี้เคยทดลองดูแล้ว ไม่สามารถหลอมละลายสิ่งรองรับได้”
“แล้วผู้บำเพ็ญเซียนล่ะ? ”
“เธอเคยทดลองดูบ้างไหม? ”
จี้ฝานซิงส่ายศีรษะ และพูดว่า “ไม่เคย แต่ฉันรู้สึกว่า การที่จะหลอมละลายผู้บำเพ็ญเซียนต่อให้เป็นขั้นแดนดั่งเทพก็คงจะไม่น่ามีปัญหาอะไร สำหรับแดนสู่ธรรมะนั้น ก็ไม่แน่ใจแล้ว! ”
หลินหยุนพยักหน้า และพูดว่า “ฉันเองก็มีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน แต่ก็ยังจะต้องเพิ่มความแน่ใจให้ได้เสียก่อน ถ้าน้ำในทะเลสาบแห่งนี้สามารถที่จะหลอมละลายกระทั่งร่างกายและกฎเกณฑ์ของผู้บำเพ็ญเซียนได้ในพริบตาแล้วล่ะก็ มันช่างน่าสนใจมากเลยทีเดียว! ซึ่งจะถือเป็นไม้ตายอันยอดเยี่ยมมาก! ”
ขณะที่พูด หลินหยุนก็ได้ปล่อยกฎเกณฑ์แห่งมีดจมลงไปในทะเลสาบเบื้องลึก
น้ำในทะเลสาบมีพลังการหลอมละลายที่รุนแรงอย่างที่สุด โดยได้เริ่มต้นหลอมละลายพลังกฎเกณฑ์แห่งมีด ด้วยความรวดเร็วอันน่าสะพรึงกลัวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แทบจะพริบตาเดียว กฎเกณฑ์แห่งมีดที่เดิมทีใกล้จะเข้าสู่ขั้นบริบูรณ์แล้ว ก็ได้สลายหายไปครึ่งหนึ่งในทันที
ตื่นตกใจกันอย่างมาก แล้วก็รีบเก็บพลังแห่งกฎเกณฑ์คืนทั้งหมดในทันใด
จี้ฝานซิงรีบพูดขึ้นว่า “พลังการหลอมละลายนี้มีความแข็งแกร่งอย่างมาก ซึ่งสิ้นเปลืองพลังกฎเกณฑ์ไปตั้งมากมายโดยเปล่าประโยชน์”
หลินหยุนส่ายศีรษะ จากนั้นก็แสดงกฎเกณฑ์แห่งดาบสั้นออกมา
ครั้งนี้ เขาไม่ได้นำกฎเกณฑ์แห่งดาบสั้นจมลงไปในทะเลสาบ แต่ได้นำสิ่งรองรับออกมา เพื่อต้องการจะดูว่า ถ้าหากบรรจุน้ำในทะเลสาบปริมาณน้อย ยังจะมีพลังการหลอมละลายที่แข็งแกร่ง ต่อกฎเกณฑ์แห่งดาบสั้นเหมือนกันหรือไม่