จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1744 สับฆ่าสุ่ยเฮ่อ
หลินหยุนหลบหนีหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ และในเวลานี้ ปรากฏชี่ที่แข็งแกร่งเหมือนกันทั้งสองตรงหน้าแล้ว
แต่ว่าหลินหยุนไม่ได้ลดความเร็วลงเลย กระบี่เฮ่าเทียนปรากฏขึ้นในมือ กวาดออกไปยังสองคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่งด้วยดาบเดียว
ทั้งสองคนล้วนแต่ถึงแดนสู่ธรรมะ ผลฝึกตนแดนดั่งเทพขั้นสูงสุด
ทั้งสองคนเห็นเช่นนี้ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ไม่ทันได้แสดงปฏิกิริยาตอบสนองใดๆทั้งสิ้นเลย ก็ถูกหลินหยุนสับฆ่าตายแล้ว
ภายใต้การหยิบติดมือของหลินหยุนถึงขั้นเก็บถุงเก็บของของทั้งสองไปด้วย
แต่ว่าความเร็วของเขาก็ล่าช้าลงเล็กน้อยแล้ว พวกสุ่ยเฮ่อทั้งสองที่อยู่ด้านหลัง ยิ่งไล่ตามมาใกล้หน่อยแล้ว
แต่คิดอยากจะไล่ตามอย่างสมบูรณ์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายขนาดนั้น
สุ่ยเฮ่อเห็นว่าไล่ตามไม่ทันอยู่นาน อดไม่ได้ที่จะพูดเสียงเคร่งขรึมอยู่ด้านหลังว่า “หลินหยุน ครั้งนี้ไม่ว่านายจะหนีไปที่ไหน นายก็ไม่มีโอกาสใดๆทั้งสิ้นแล้ว!”
หลินหยุนหันหลังสับมีดออกไป ไม่หลบหนีแล้ว
เพราะว่าสร้างโอกาสที่จะจากไปให้จี้ฝานซิงและฉินหลันแล้ว
ส่วนที่ว่าผู้บำเพ็ญที่หลบซ่อนอยู่นั่น สามารถซ่อนพวกสุ่ยเฮ่อทั้งสองคนได้ แต่ซ่อนสายตาของเขาไม่ได้
แต่ว่าหลินหยุนก็คิดได้แล้ว ผู้บำเพ็ญที่หลบซ่อนอยู่นั้นไม่ปรากฏตัว แน่นอนว่าไม่เชื่อพวกสุ่ยเฮ่อสองคนนี้
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็ใช้ประโยชน์จากเขาให้ดีๆ
เห็นว่าหลินหยุนหยุดลง สุ่ยเฮ่อหัวเราะอย่างเยือกเย็น “ไม่หนีแล้วเหรอ?”
หลินหยุนรู้ จริงๆแล้วมียอดฝีมือมากมาย ล้วนแต่จับจ้องตัวเองอยู่
ส่วนที่ว่าผู้บำเพ็ญที่หลบซ่อนอยู่นั่น สามารถซ่อนพวกสุ่ยเฮ่อทั้งสองคนได้ แต่ซ่อนสายตาของเขาไม่ได้
ในเวลานี้แน่นอนว่ามียอดฝีมือนับไม่ถ้วนกำลังรีบพุ่งมาทางนี้ เพราะงั้น เขาจะเสียเวลาอยู่ที่นี่เยอะไม่ได้
จะต้องสับฆ่าสุ่ยเฮ่อนั่น และเอาของวิเศษบนตัวของเขา
หลินหยุนได้ฟังยิ้มเบาๆ พูดว่า “อาวุโสสุ่ยเฮ่อ ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วฉันว่าก็ไม่จำเป็นต้องแสดงต่อไปอีกแล้ว สับฆ่าผู้ที่หลบซ่อนผู้นั้น เรารีบไปจากดาวเขาทองนี้กัน!”
ได้ยินหลินหยุนพูดแบบนี้ เป็นอย่างที่คิดไว้ ยอดฝีมือที่ซ่อนอยู่ผู้นั้น ชี่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย!
และรีบเว้นระยะห่างกับสุ่ยเฮ่อทันที
เขามีผลการฝึกตนสู่ธรรมะตอนกลาง
ถ้าหากเผชิญหน้ากับผู้ระดับแดนสู่ธรรมะตอนต้นสามคน จริงๆแล้วก็ไม่ได้รับมือง่ายขนาดนั้น
มีความเป็นไปได้สูงที่จะพ่ายแพ้
พ่ายแพ้ ก็หมายความว่าต้องตาย!
แต่ว่าสิ่งที่ทำให้หลิงอิ่งสัมผัสถึงความเหลือเชื่อคือ หรือว่าสามหนุ่มนี้อยู่ด้วยกันจริงๆ?
อีกอย่าง สุ่ยเฮ่อเดาได้ว่าตัวเองอยู่ตลอด?
ไม่เช่นนั้น จากผลฝึกตนของพวกเขา จากระดับการหลบซ่อนของตัวเอง ไม่มีทางถูกพบเจอถึงจะถูก!
และเมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน สีหน้าของสุ่ยเฮ่อก็เปลี่ยนไปทันที
ก็คิดอะไรบางอย่างได้แล้ว
คนที่หลบซ่อน!
เขาสัมผัสไม่ได้เลยด้วยซ้ำจริงๆ
หรือว่าเป็นหลิงอิ่งงั้นเหรอ?
เกี่ยวกับการมีอยู่ของหลิงอิ่ง คนของสำนักหลิงสุ่ยแทบจะ90%ไม่รู้เรื่องเลย
ถึงขั้นพูดแบนนี้ได้เลยว่า คนที่รู้ถึงการมีอยู่ของหลิงอิ่งไม่น่าจะเกินห้าคน
แต่ว่าเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น
และสาเหตุที่เขาสามารถรู้ได้ ไม่ได้ผ่านช่องทางปกติเลยด้วยซ้ำ
สำนักหลิงสุ่ยในแต่ละสมัยล้วนแต่มีหลิงอิ่งอยู่
หลิงอิ่ง กลับไม่ใช่ชื่อของคนๆหนึ่ง
ไม่มีใครรู้ว่า หลิงอิ่งเป็นคนๆหนึ่ง หรือว่าสองคน!
หรือว่ารายละเอียดกี่คนกันแน่!
หรือว่าจริงๆแล้วเจ้าสำนักไม่เชื่อตัวเองเลย เพราะงั้นจึงส่งหลิงอิ่งออกมาตรวจตราตัวเองงั้นเหรอ?
มีความเป็นไปได้!
สำหรับนิสัยของเจ้าสำนัก เขารู้ดี!
แต่ว่าทำแบบนี้ก็ดี มีหลิงอิ่งอยู่ โอกาสที่จะจับหลินหยุนได้ก็มีมากขึ้นแล้ว
สุ่ยเฮ่ออดไม่ได้ที่จะหันหลังมองเหนือนภา “หลิงอิ่ง ถ้าหากมาจริงๆ งั้ยก็ลองปรากฏตัวออกมาสิ พวกเราสามคนร่วมมือกัน จะต้องจับหลินหยุนคนนี้มาได้แน่นอน!”
แต่ว่าหลังจากที่เขาพูดจบลง ไม่มีใครปรากฏตัวออกมาเลย
หลินหยุนเห็นเช่นนี้ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากพูดอีกครั้งว่า “อาวุโสสุ่ยเฮ่อ คุณพูดจาแบบนี้ คนๆนี้จะออกมาได้ยังไงกัน?ดูฉันจะบีบบังคับเขาออกมา!”
ระหว่างคำพูด ตัวหลินหยุนกะพริบ ร่างเงาเซียนก็ปรากฏตัวออกมาแล้ว ในมือของร่างเงาเซียนถือกระบี่เล่มใหญ่
แทงออกไปทันที
ทลายฟ้าดิน
เดิมทีมองดูแล้วเป็นกระบี่เล่มใหญ่ที่แทงเข้าไปในเหนือนภา แต่ว่าสุดท้ายแล้วกลับกวาดไปยังสุ่ยเฮ่อ
สุ่ยเฮ่อตกใจกับอิทธิฤทธิ์แสนยิ่งใหญ่กระบวนท่าของหลินหยุนแล้ว
เมื่อกี้คิดอยากจะรับถอยลงไป ก็ถูกแสงแห่งดาบกว่านับไม่ถ้วนห่อล้อมไว้ตรงกลางแล้ว
และในเวลานี้ เขาที่รู้อย่างชัดเจนว่าไม่สามารถหลบหนีได้ พลังแห่งกฎเกณฑ์ก็ปรากฏออกมาโดยสิ้นเชิงแล้ว
แต่แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ พลังแห่งกฎเกณฑ์ของเขาก็ระเบิดแตกสลายเลย!
สุ่ยเฮ่อคิดไม่ถึงอย่างมากว่า จู่ๆจะกลายมาเป็นแบบนี้ กรีดร้องอย่างตกใจทันทีพร้อมพูดว่า “หลิงอิ่งช่วยฉันด้วย!”
แต่ว่าเขายังพูดไม่จบเลย ถูกรัดด้วยชี่กระบี่ของหลินหยุนโดยสิ้นเชิงแล้ว
ถุงเก็บของฉีกขาด สมบัติล้ำค่าหล่นลงมามากมาย
หลินหยุนคว้าของวิเศษชิ้นหนึ่งในนั้นไว้ในมือ หนีไปอย่างบ้าคลั่งทันที
และน้องชายของสุ่ยเฮ่อ สุ่ยอวี้ถึงขั้นตกใจจนอึ้งอยู่กับที่แล้ว
หันหลังแล้วก็หลบหนีไปอย่างบ้าคลั่งทันที!
และหลิงอิ่งนั่นเห็นหลินหยุนหลบหนี ก็ตามไปเลย
เขาก็คิดไม่ถึงอย่างมากว่า เป้าหมายของหลินหยุน จู่ๆเป็นสุ่ยเฮ่อ!
ตอนที่เขาอยากจะลงมือขัดขวางไว้ จริงๆแล้วไม่มีทางเป็นไปได้เลย
ทำได้เพียงมองดูหลินหยุนสับฆ่าสุ่ยเฮ่อ
ตอนนี้เขารู้ ตัวเองถูกหลินหยุนเล่นแล้ว
เพราะงั้นจะให้หลินหยุนหนีไปไม่ได้เด็ดขาด
หลินหยุนกลับหลบหนีไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
และด้านหน้าของเขา ก็เป็นมหาสมุทรกว้างสุดลูกหูลูกตา
มหาสมุทรที่ลึกล้ำแห่งนั้น อันตรายอย่างมาก
ขอเพียงแค่เข้าไปด้านในนั้น ก็มีทางหนีทีไล่แล้ว
ตอนที่อยู่บนพื้น แม้ว่าเขามีโอกาสสับฆ่าคนเหล่านี้ ก็ไม่สามารถหนีออกไปได้เลย!
มีเพียงแค่หลังจากที่เข้ามาในน้ำทะเลลึก ถึงจะสามารถหลุดพ้นจากการไล่ฆ่าของทั้งดาวเขาทองได้โดยสิ้นเชิง
แต่ว่า เจาก็ไม่มีทางที่จะให้ไอ้หมอนั่นที่ชื่อว่าหลิงอิ่งที่อยู่ด้านหลังสบายใจแน่นอน
แม้ว่าอีกฝ่ายเป็นสู่ธรรมะตอนกลาง ถ้าหากมีโอกาสสับฆ่า เขาก็ไม่มีทางปล่อยไปแน่นอน
หลังจากนั้นสองวัน
ทั้งสองคนคนหนึ่งอยู่หน้าคนหนึ่งอยู่หลัง ภายใต้การไล่ล่า มาถึงที่ที่ห่างไกลมากแล้ว
ทะเลที่กว้างใหญ่ ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าของหลินหยุนแล้ว
หลิงอิ่งที่อยู่ด้านหลังเห็นเช่นนี้ ก็เพิ่มความเร็วขึ้นอีกหน่อยแล้ว เดิมทีเขามีผลฝึกตนสู่ธรรมะตอนกลาง
ในเวลานี้ภายใต้การเพิ่มความบ้าคลั่ง ไล่ตามเข้าไปเลย
เพียงเห็นแค่มีดในมือลอยออกมา นำมาซึ่งพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่แข็งแกร่งมาก ก็ลอยพุ่งเข้าไปยังหลินหยุนแล้ว
ความรวดเร็ว เหนือจินตนาการเลย
ภายใต้สายตาที่กะพริบของหลินหยุน ก็แสดงพลังแห่งกฎเกณฑ์ออกมาทั้งสิ้น กระบี่เฮ่าเทียนกวาดออกไปอีกครั้ง
ภายใต้การปะทะกันของพลังแห่งกฎเกณฑ์สองพลัง คิดไม่ถึงว่าฝีมือพอกัน
นี่เหนือการคาดหมายของหลิงอิ่งอย่างมาก
แต่ว่า ตอนที่อากาศธาตุสั่นคลอน กริชที่ไม่ให้สุ้มให้เสียง กริชที่ไร้เสียงแทงไปยังหลินหยุนอย่างเงียบๆ
หนังตาของหลินหยุนกระตุกทันที กระบี่เฮ่าเทียนที่อยู่ในมือกั้นขวางข้างหน้าทันที แต่ว่าถูกกริชโจมตีจนลอยออกไปเลย
ภายใต้การสั่งสะเทือนที่ดังสนั่นไปทั้งตัว หลินหยุนพ่นเลือกออกมาจากปาก
กลับลอยไปไกลกว่าพันเมตร หลินหยุนทรงตัวให้นิ่ง
เช็ดคราบเลือดที่มุมปาก หลินหยุนสูดลมหายใจเข้าลึก กินยาเข้าไป มองไปที่อีกฝ่ายด้วยสายตาที่เคร่งขรึม
สู่ธรรมะตอนกลางก็คือสู่ธรรมะตอนกลาง!
เขาประเมินอีกฝ่ายต่ำเกินไปแล้ว!