จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1765 อาวุธเต๋า
บทที่ 1765 อาวุธเต๋า
เมื่อไม่มีเรื่องชู้สาวอีก ทำให้คุณชายอู๋ฮวนคนนี้ ไม่สนใจคู่ฝึกฝนของจูอวิ๋นซานอีกเลย
ถึงแม้อีกฝ่ายจะมาที่ตระกูลอู๋หลายครั้ง อยากให้เขาปล่อยจูอวิ๋นซานไป แต่อู๋ฮวนไม่เคยออกมาเจอหน้าเธอเลย
เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน จูอวิ๋นซานได้ตรวจสอบบริเวณของเขาเหล็กอย่างละเอียดแล้ว
คนเฝ้าดูเขาเหล็กของตระกูลอู๋ พวกเขาก็ไม่ได้สนใจจูอวิ๋นซานอีกแล้ว
พวกเขาปฏิบัติต่อจูอวิ๋นซานเหมือนเขาเป็นแค่คนขุดเหล็กเมฆที่มีพลังแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆเท่านั้น
เวลาผ่านไปหนึ่งปีกว่าแล้ว หลังจากจูอวิ๋นซานได้ตรวจสอบบริเวณด้านในของเขาเหล็กอย่างละเอียดแล้ว เขารู้ทันทีว่าถึงเวลาที่ตัวเองควรลงมือได้แล้ว
เขาเริ่มอาศัยพลังอันแข็งแกร่งของตัวเอง และหาค่ายกลที่อยู่ในเขาเหล็กที่หลินหยุนเคยพูดเอาไว้อย่างไม่หยุดหย่อน
แต่เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว เขากลับไม่พบอะไรเลย แต่หลินหยุนพูดอย่างชัดเจน ค่ายกลอันนั้นอยู่ด้านล่างเขาเหล็ก
หลินหยุนไม่น่าจะหลอกลวงเขา เพียงแต่……
เรื่องแบบนี้มันก็พูดยาก!
ถ้าคิดย้อนกลับไป ถ้าสมมุติว่าหลินหยุนเป็นคนของตระกูลอู๋ มันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ตระกูลอู๋ต้องการให้ตัวเองรับใช้ และส่งเขาเข้ามาขุดเหล็กเมฆในเขาเหล็ก ถ้าหลินหยุนวางแผนการพวกนี้ขึ้นมา และให้เขาเข้ามาติดกับดักเอง!
ถ้าเปรียบเทียบทั้งสองอย่างละก็ เขาค่อนข้างเชื่อว่าหลินหยุนจะเป็นคนพูดความจริง!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จูอวิ๋นซานตัดสินใจทันที เขาใช้วิธีที่หลินหยุนบอกเขาก่อนหน้านี้ ขุดหลุมให้ลึกขึ้น
ต้องขุดด้านล่างของเขาเหล็กให้ทะลุไปก่อน ขุดจนถึงใต้ดินของเขาเหล็กให้ได้
เขาเริ่มขุดลึกลงไปทีละนิดๆทุกๆวัน
ผ่านไปไม่นาน เวลาก็ผ่านไปอีกครึ่งปีแล้ว เขาเข้ามาในเขาเหล็กก็ครบสองปีแล้ว
ในวันนี้ ในที่สุดเขาก็ขุดถึงใต้ดินของเขาเหล็กแล้ว
และในเวลานี้ หลินหยุนที่รออยู่ในเมืองอู๋เทียนตลอด จู่ๆเขาก็ลืมตาขึ้นมาทันที
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของค่ายกล
ในเวลาเดียวกัน ด้านในตระกูลอู๋
ในห้องลับแห่งหนึ่ง มีชายวัยกลางคนลืมตาขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็มองไปยังทิศทางของเขาเหล็ก
เมื่อเขามองเสร็จ ร่างกายของเขาก็เคลื่อนไหวและออกจากห้องลับ วินาทีต่อมา เขาก็มาถึงเขาเหล็ก
และในเวลานี้ จูอวิ๋นซานใช้พลังจิตวิญญาณของตัวเองออกมา ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของค่ายกล
เขารู้ตัวแล้วว่าตัวเองหาค่ายกลที่หลินหยุนพูดจนเจอแล้ว
เขาขยับร่างกายอย่างรวดเร็ว และมาถึงด้านหน้าค่ายกล
เขาไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหวเลย บนมือของเขามีแสงสว่างปรากฏ เขาวางแท่นค่ายกลเข้าไปในค่ายกลทันที วินาทีต่อมา ค่ายกลก็เคลื่อนไหวและทำงาน ทำให้ร่างกายของหลินหยุนปรากฏด้านหน้าของจูอวิ๋นซาน
เมื่อมองเห็นหลินหยุน ทำให้จูอวิ๋นซานดีใจมากๆ
อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากพูด หลินหยุนก็รีบพูดออกมา “มีคนมาแล้ว รีบเข้าไปในค่ายกลเดี๋ยวนี้!”
ทั้งสองเดินเข้าไปด้านในค่ายกล ทำให้ค่ายกลเคลื่อนไหวและทำงานทันที ภายในชั่วพริบตา ทั้งสองคนก็โดนแสงสีฟ้าล้อมรอบร่างกายเอาไว้ด้านใน
ในเวลานี้ พวกเขาสองคนก็มองเห็นชายวัยกลางคนที่ใส่ชุดสีน้ำตาลปรากฏตัว
เมื่อมองเห็นหลินหยุนกับจูอวิ๋นซานโดนพลังของค่ายกลล้อมเอาไว้ เขาอยากจะลงมือขัดขวาง แต่มันก็สายไปแล้ว
หลินหยุนกับจูอวิ๋นซานเข้าไปในค่ายกลและหายตัวไปแล้ว
วินาทีต่อมา ด้านหน้าของพวกเขาสองคนเปลี่ยนไปทันที
พวกเขาปรากฏตัวในโลกใบใหม่ มันคือโลกเล็กๆที่หลินหยุนเคยพูดถึงก่อนหน้านี้
โลกใบนี้เล็กมากๆ มันเทียบดาวหอยขาวไม่ได้เลย
ด้านในไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ และมีพลังกฎเกณฑ์ที่วุ่นวายมากๆเต็มไปหมด
เมื่อสัมผัสได้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในโลกเล็กๆแห่งนี้ ทำให้จูอวิ๋นซานอึ้งไปเลย
นี่คือครั้งแรกที่เขาเจอโลกแบบนี้
มีพลังกฎเกณฑ์มากมายขนาดนี้ ถึงแม้พลังกฎเกณฑ์จะวุ่นวายมากๆ แต่ถ้าเก็บตัวฝึกฝนในสถานที่แห่งนี้สักระยะหนึ่ง พลังของเขาต้องเพิ่มสูงขึ้น มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อยู่แล้ว!
หลังจากหลินหยุนมองดูบริเวณรอบๆครั้งหนึ่งแล้ว เขาก็มองไปที่จูอวิ๋นซานแล้วพูด “คุณทำได้ดีมากๆ คุณฝึกฝนอยู่ตรงนี้ได้เลย และพยายามเพิ่มพลังของตัวเองให้เร็วที่สุด ฉันจะไปหาสิ่งของอย่างหนึ่ง!”
เมื่อพูดจบ หลินหยุนก็หายตัวไปอีกครั้ง
จูอวิ๋นซานมองเห็นการหายตัวไปของหลินหยุน ทำให้เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นเขาก็หายใจเข้าลึกๆและนั่งลงแล้วเริ่มฝึกฝนทันที
ส่วนทางด้านหลินหยุนนั้น เขามาถึงแม่น้ำใหญ่แห่งหนึ่ง
ด้านในของแม่น้ำสายนี้ มีพลังกฎเกณฑ์เยอะมากๆ มันไม่เหมือนกับแม่น้ำเลย มันเหมือนกระบี่ยาวเล่มหนึ่งมากกว่า
และเป็นกระบี่ยาวที่คมมากๆ
หลินหยุนมองดูอยู่สักพัก จากนั้นก็บินขึ้นไปด้านบนของแม่น้ำ จากนั้นก็หยดเลือดสารจิงลงไป ทำให้แม่น้ำสายนี้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
หลังจากนั้น ในแม่น้ำที่มีพลังกฎเกณฑ์แห่งกระบี่ปรากฏ จู่ๆกฎเกณฑ์กระบี่ก็ถูกกลืนกินและหายไปทั้งหมด
ผ่านไปไม่นาน เมื่อพลังกฎเกณฑ์ที่อยู่ในแม่น้ำหายไปหมดแล้ว ก็มีกระบี่ยาวสีมรกตค่อยๆออกมาจากส่วนลึกของแม่น้ำทีละนิดๆ
หลินหยุนสะบัดมือ กระบี่ยาวก็บินมาอยู่บนมือของเขา
เมื่อมองดูกระบี่สีเขียวที่อยู่ในมือ ในที่สุดหลินหยุนก็ส่ายหัวเบาๆ เขาไม่ได้รู้สึกพอใจเลย
สมัยนั้นตอนที่เขามาถึงดาวหอยขาว ทำให้เขาพบโลกเล็กๆที่พึ่งเกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ
เขาในสมัยนั้น มีความคิดที่จะสร้างอาวุธเต๋าอันหนึ่งขึ้นมา
อาวุธเต๋า
อาวุธต้าเต๋า!
โดยปกติแล้ว ถ้านำวัสดุที่ก่อเกิดขึ้นภายหลัง เอามาสร้างอาวุธจากนั้นก็ใส่พลังกฎเกณฑ์เข้าไป มันก็ถือได้ว่าเป็นอาวุธเต๋าแล้ว
แต่มันเป็นได้แค่อาวุธเต๋าระดับต่ำเท่านั้น
ถ้าอาวุธเต๋าที่สูงขึ้นมาอีกหน่อยก็ต้องใส่พลังต้าเต๋าเข้าไป
อาวุธเต๋าที่ใส่พลังต้าเต๋าเข้าไปนั้น ถ้าพูดอีกอย่างก็คือ มันคืออาวุธเต๋าจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของกษัตริย์เซียนนั้น มันยังไม่ได้ถือว่าเป็นอาวุธเต๋าจริงๆ
อาวุธเต๋าที่แท้จริง ไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาจากน้ำมือของมนุษย์ มันต้องเป็นพลังต้าเต๋าสร้างมันขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ
นี่ถึงจะเรียกว่าอาวุธเต๋าที่แท้จริง!
แต่อาวุธเต๋าประเภทนี้ มันเป็นอาวุธเต๋าที่หายากมากๆ!
มันต้องใช้พลังต้าเต๋ามหาศาล และต้องใช้เวลานานมากๆกว่าจะสร้างมันขึ้นมาได้
วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ค้นหาโลกที่พึ่งเกิดขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็ใช้โลกใบนี้สร้างอาวุธเต๋าขึ้นมาด้วยตัวเอง
โลกที่พึ่งก่อกำเนิดขึ้น มีพลังต้าเต๋าที่แข็งแกร่งมากๆ
เป็นโลกที่มีแต่ฮุ่นตุ้น
และโลกนี้ไม่มีพลังกฎเกณฑ์อะไรเลย
มันเหมาะมากๆที่จะเอามาสร้างอาวุธเต๋า
แต่โลกแบบนี้ ไม่ใช่ใครหน้าไหนก็สามารถพบเจอได้
ชาติที่แล้วหลินหยุนเดินทางไปทั่วหมื่นจักรวาล อันที่จริงเขาต้องการค้นหาโลกที่พึ่งก่อกำเนิดขึ้นมาใหม่
แต่ค้นหามานานมากๆ แต่เขาก็หาไม่เจอ
ในที่สุดเขาก็เดินทางมาถึงดาวหอยขาว และพบโลกเล็กๆที่พึ่งก่อกำเนิดขึ้นมาโดยบังเอิญ
เขาก็เลยรับบรรพบุรุษของตระกูลอู๋เป็นลูกน้อง ใช้เขาเหล็กปิดผนึกโลกเล็กๆใบนี้เอาไว้ และสั่งให้ตระกูลอู๋เฝ้าสถานที่แห่งนี้เอาไว้
แต่โลกเล็กๆใบนี้ อันที่จริงหลินหยุนไม่ได้รู้สึกพอใจเลย
เนื่องจากโลกใบนี้เล็กจนเกินไป ทำให้มันไม่สามารถสร้างอาวุธเต๋าที่เขาต้องการได้
แต่อาวุธเต๋าที่ถูกสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ กับอาวุธเต๋าที่โดนสร้างขึ้นภายหลัง ถึงแม้พวกมันจะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่พวกมันกลับไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้!
ถ้าสามารถสร้างกระบี่เต๋าอันหนึ่งขึ้นมา อนาคตข้างหน้ามันก็เป็นไปได้ทุกอย่าง!