จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1766 ความคิดของจูอวิ๋นซาน
บทที่ 1766 ความคิดของจูอวิ๋นซาน
สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันก็ไม่ได้ต่างจากการคาดเดาของหลินหยุนเลย
โลกเล็กๆแห่งนี้ ถึงแม้ตอนนี้จะมีพลังกฎเกณฑ์จำนวนมาก แต่มันวุ่นวายมากๆ อย่างไรก็ตาม อันที่จริงตอนที่หลินหยุนคิดจะสร้างอาวุธเต๋าในสถานที่แห่งนี้กับตอนนี้มันต่างกันมากๆ
ถึงแม้จะเอาอาวุธเต๋าไว้ตรงนี้อีก มันก็คงไม่ได้แข็งแกร่งมากขึ้นเลย
อย่างไรก็ตามกระบี่อันนี้ก็ถือได้ว่าสมบูรณ์มากๆ เป็นกระบี่ที่ไม่เลวเลย !
หลังจากนี้ ถ้าค้นหาโลกก่อเกิดใหม่อีกแห่ง จากนั้นก็ให้กระบี่ดูดซับพลังจากโลกใบนั้น มันก็คงจะกลายเป็นอาวุธเต๋าที่แท้จริง
หลินหยุนมองดูกระบี่ที่อยู่ในมือ มันมีพลังกฎเกณฑ์ที่แข็งแกร่งมากๆ มือของหลินหยุนเกิดแสงสว่างขึ้น จากนั้นกระบี่เฮ่าเทียนก็ปรากฏตัว
เมื่อเทียบกับกระบี่เฮ่าเทียนแล้ว พลังของมันต่างกันไม่มาก
เมื่อเข้าสู่แดนสู่ธรรมะแล้ว ถ้าเอากระบี่เต๋าเทียบกับกระบี่เฮ่าเทียบ มันน่าจะเหนือกว่ากระบี่เฮ่าเทียนอย่างแน่นอน!
เนื่องจากมันเป็นอาวุธเต๋าที่ถูกสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ มันแข็งแกร่งกว่ากระบี่เฮ่าเทียนมากๆ
มันเหนือกว่ากระบี่เฮ่าเทียนอยู่หลายขุม
ในอาวุธเต๋าที่ถูกสร้างขึ้นภายหลัง กระบี่เฮ่าเทียนถือได้ว่าเป็นอาวุธเต๋าที่แข็งแกร่งมากๆ!
แม้แต่ยอดฝีมือแดนกษัตริย์เซียนก็อยากได้มันมาครอบครอง
กระบี่ที่อยู่ในมือของหลินหยุน ถ้าถูกยอดฝีมือแดนกษัตริย์เซียนพบเห็น ด้วยพลังที่เขามีอยู่ในตอนนี้ คงรักษากระบี่เอาไว้ได้ยาก
ทั่วทั้งหมื่นจักรวาล คงแย่งชิงมันจนเกิดการนองเลือด!
เมื่อมองเห็นกระบี่ที่อยู่ในมือ หลินหยุนพูดพึมพำ “ตอนนั้นที่คิดจะสร้างมัน ฉันได้คิดชื่อของกระบี่เอาไว้แล้ว ความคิดของฉันก็คือใช้กระบี่ฟาดสวรรค์ ดังนั้นฉันจะตั้งชื่อมันว่ากระบี่ฟาดสวรรค์!”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกก็สามารถอยู่ข้างๆฉันได้แล้ว!”
“อนาคตข้างหน้า ฉันหวังว่าแกจะไม่ทำให้ชื่อนี้ต้องมัวหมอง!”
“ฟาดสวรรค์ไปพร้อมกับฉัน!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน จู่ๆกระบี่ฟาดสวรรค์ก็สั่นสะเทือนทันที ถึงแม้ยังไม่มีภูติกระบี่ แต่ดูเหมือนมันฟังคำพูดของหลินหยุนออก
หลินหยุนเผยรอยยิ้มออกมา และเก็บกระบี่เข้าไปในโลกกำลังภายในตัว
เมื่อเข้าไปในโลกกำลังภายในตัวแล้ว กระบี่ก็ถูกพลังต่างๆปกคลุม!
เมื่อสัมผัสพลังกฎเกณฑ์ของโลกเล็กๆระยะเวลาหนึ่งแล้ว หลินหยุนก็นั่งลงและฝึกฝนทันที
ตรงนี้มีพลังกฎเกณฑ์ที่แข็งแกร่งมากๆอยู่ ถ้าไม่เก็บตัวฝึกฝนในสถานที่แห่งนี้ มันน่าเสียดายมากๆ
บางทีตระกูลอู๋อาจจะมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งมากๆและเหนือกว่าแดนสู่ธรรมะก็ได้
พูดอีกอย่างก็คือ ตระกูลนี้ต้องมียอดฝีมือแบบนั้นอย่างแน่นอน
ถ้าออกจากสถานที่แห่งนี้ และไม่มีพลังมากพอที่จะปกป้องตัวเอง มันคงเป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ
ถ้าให้ดีที่สุดก็คือพลังของจูอวิ๋นซานเพิ่มขึ้นด้วย
อย่างน้อยก็เพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ มิฉะนั้น มันคงจะกลายเป็นเรื่องที่ยากมากๆ
หลินหยุนหลอมรวมพลังกฎเกณฑ์ใหม่ๆอย่างไม่หยุดหย่อน
แค่ชั่วพริบตา เวลาก็ผ่านไปสิบปีแล้ว
พลังกฎเกณฑ์ที่เขาหลอมรวมนั้น มันได้เกินหกร้อยอันแล้ว
หลินหยุนในเวลานี้ เขารู้สึกว่าถ้าตัวเองสู้กับยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะตอนปลาย มันคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกแล้ว
อย่างไรก็ตาม ถ้าสู้กับยอดฝีมือที่อยู่เหนือกว่าแดนสู่ธรรมะ มันยังห่างไกลกันมากๆ!
วันนี้ ในโลกเล็กๆแห่งนี้ มีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงเกิดขึ้น
ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น ทำให้โลกเล็กๆสั่นสะเทือนทันที พลังกฎเกณฑ์กลายเป็นคลื่นยักษ์และพุ่งออกไป
จากนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นและจูอวิ๋นซานก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้า
หลังจากนั้นเขาก็พุ่งมาหาหลินหยุนอย่างรวดเร็ว
จูอวิ๋นซานในเวลานี้ พลังของเขาแข็งแกร่งมากๆ อาการบาดเจ็บบนร่างกายก็หายไปหมดแล้ว เขามองหน้าหลินหยุนด้วยสีหน้าที่ดีใจมากๆ แต่ท่าทางของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะพลังที่เพิ่มขึ้นเลย
เขาคุกเข่าให้หลินหยุนและพูดออกมา “ผู้มีพระคุณ พลังของฉันเพิ่มสูงขึ้นแล้ว! ขอบคุณผู้มีพระคุณมากๆ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้มีพระคุณ ฉันคงไม่มีวันนี้อย่างแน่นอน!”
หลินหยุนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดเบาๆ “เวลาสิบปี สามารถฝึกฝนถึงแดนสู่ธรรมะตอนปลาย คุณทำได้ดีมากๆ! ทำได้ไม่เลวเลย!”
หลินหยุนนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็พูด “รีบไปฝึกฝนให้พลังของตัวเองมั่นคงก่อน อีกไม่นาน พวกเราจะออกจากที่นี่แล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน จูอวิ๋นซานพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหันหลังและบินจากไป
หลินหยุนปิดตาตัวเองอีกครั้ง เขาเริ่มหลอมรวมพลังกฎเกณฑ์ต่อ!
ถึงแม้ทั้งสองคนจะอยู่ไกลกันมากๆ แต่ด้วยพลังของจูอวิ๋นซานที่มีอยู่ในตอนนี้ เขาสามารถสัมผัสการกระทำต่างๆของหลินหยุนได้
เขาไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมหลินหยุนยังคงหลอมรวมพลังกฎเกณฑ์อีก
ด้วยพลังที่หลินหยุนเคยใช้ออกมาก่อนหน้านี้ เขาฝึกฝนถึงแดนสู่ธรรมะแล้ว
อย่างไรก็ตาม การหลอมรวมพลังกฎเกณฑ์ มันเป็นเรื่องที่ยอดฝีมือแดนดั่งเทพควรทำเท่านั้น
ดังนั้นเขารู้สึกเหลือเชื่อมากๆ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าหลินหยุนไม่ใช่ยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะ!
ถ้าฝึกฝนไม่ถึงแดนสู่ธรรมะ เขาจะสู้กับไอ้สารเลวอย่างอู๋อานได้ยังไง ?
เรื่องนี้มันโอเวอร์เกินไปแล้ว!
เขาไม่อยากจะเชื่อเลย!
แต่หลินหยุนยังคงหลอมรวมพลังกฎเกณฑ์จริงๆ
เมื่อมองดูทิศทางที่หลินหยุนอยู่ ทำให้จูอวิ๋นซานขมวดคิ้วและพูดพึมพำ “ทำไมผู้มีพระคุณยังคงหลอมรวมพลังกฎเกณฑ์อยู่ ทำไมเขาต้องทำแบบนั้น? หรือว่าผู้มีพระคุณไม่ได้เป็นยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะจริงๆ?”
“อ้า! มันอาจจะเป็นไปได้! ถึงแม้ไม่เคยเห็นผู้มีพระคุณลงมืออย่างสุดกำลัง แต่ตอนที่ผู้มีพระคุณต่อสู้กับอู๋อาน ผู้มีพระคุณไม่ได้ใช้ขอบเขตพลัง……”
“หรือว่า……ผู้มีพระคุณไม่ใช่ยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะ?”
“แต่ว่า……มันจะเป็นไปได้ยังไง……”
“ยอดฝีมือแดนดั่งเทพที่สามารถต่อสู้กับยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะตอนกลาง……”
“ใช่แล้ว!”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันคงเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น!”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จิตใจของจูอวิ๋นซานเปลี่ยนไป เขาหายใจเร็วด้วยความตกใจ
มันคงจะเป็นผู้บำเพ็ญหมื่นเต๋า!
การบำเพ็ญหมื่นเต๋าเป็นเส้นทางของนักบำเพ็ญเซียนที่มีอยู่ในตำนานของหมื่นจักรวาลเท่านั้น
จูอวิ๋นซานเป็นยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะ เขาเคยได้ยินตำนานเรื่องนี้มาก่อน แต่เขาไม่เคยมองเห็นกับตาตัวเองเท่านั้น!
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว ทั่วทั้งหมื่นจักรวาล จะมีสักกี่คนที่เคยเห็นเรื่องนี้มาก่อน?
อย่างไรก็ตาม คงมีเพียงผู้บำเพ็ญหมื่นเต๋าเท่านั้นถึงจะอธิบายได้ ทำไมผู้มีพระคุณถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้!
ว่ากันว่า สมัยก่อนเคยมีนักบำเพ็ญเซียนคนหนึ่งที่ชื่อเซียนเขาทอง ชั่วชีวิตของเขาอยู่ที่แดนดั่งเทพเท่านั้น แต่พลังการต่อสู้ของเขานั้น กลับแข็งแกร่งมากๆและอยู่จุดสูงสุดของหมื่นจักรวาล มียอดฝีมือแดนกษัตริย์เซียนจำนวนมากไม่กล้าต่อสู้กับเขาด้วยซ้ำ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ทำให้จูอวิ๋นซานดีใจมากๆ
ตอนนี้เขามีความคิดที่จะติดตามอยู่ข้างกายหลินหยุนแล้ว
ข้อแรก พลังที่หลินหยุนแสดงออกมาแข็งแกร่งมากๆ
ข้อสอง หลินหยุนรู้ว่าด้านล่างของเขาเหล็กมีโลกเล็กๆอันหนึ่งอยู่ และมันก็เป็นเรื่องจริงด้วย!
เรื่องเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน หลินหยุนมีฐานะที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ถ้าสามารถติดตามอยู่ข้างกายหลินหยุน อนาคตข้างหน้า เขาต้องเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งมากๆอย่างแน่นอน
ในเวลานี้ เขาเดาออกว่าหลินหยุนเป็นผู้บำเพ็ญหมื่นเต๋า ทำให้เขาดีใจมากๆ และตัดสินใจที่จะติดตามอยู่ข้างกายหลินหยุน
ผู้บำเพ็ญหมื่นเต๋าคือบุคคลที่จะยืนอยู่จุดสูงสุดของหมื่นจักรวาล
ถ้าผู้มีพระคุณสามารถฝึกฝนจนเหมือนกับเซียนเขาทองในตำนานคนนั้น สามารถเทียบเท่ากับยอดฝีมือแดนกษัตริย์เซียน อนาคตของเขาต้องสดใสอย่างแน่นอน!
หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว จูอวิ๋นซานก็นั่งลงอีกครั้งและฝึกฝนพลังของตัวเองให้มั่นคงขึ้น
ด้านนอกโลกเล็กๆในเวลานี้ ยอดฝีมือทุกคนของตระกูลอู๋ รวมถึงบรรพบุรุษที่อยู่เหนือแดนสู่ธรรมะ พวกเขาต่างเฝ้าดูค่ายกลอยู่ตลอดเวลา
ค่ายกลอันนี้ พวกเขาอยากจะเปิดมันออก แต่พวกเขาทำไม่ได้ ดังนั้นสิบปีที่ผ่านมา พวกเขาทำได้แค่รอเท่านั้น