จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1782 อาศัยผู้อื่นเพื่อความสำเร็จของตน
บทที่ 1782 อาศัยผู้อื่นเพื่อความสำเร็จของตน
การเปิดโลกชางฉองขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ได้สิ้นสุดลง ไม่นานนักข่าวดังกล่าวก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกแห่งในจักรวาล
ชื่อขององค์ชายหลินสวิน ตัวแทนคนรุ่นใหม่ของโลกชางฉอง ก็เป็นแบบนี้เช่นกัน โดยชื่อดังกล่าวนี้ ก็ได้กลายเป็นรู้จักของทุกคนไปแล้ว
ส่วนหลินหยุนหลังจากที่ได้เปิดโลกขึ้นแล้ว ก็บำเพ็ญฝึกฝนอยู่ในโลกชางฉอง ผสานพลังแห่งกฎเกณฑ์ให้ได้จำนวนมากขึ้น พร้อมกับครุ่นคิดหาวิธีการว่าทำอย่างไรถึงจะสามารถตามหาเย่เยว่ให้พบเจอได้โดยเร็วที่สุด
วันนี้
หลินหยุนได้ลืมตาขึ้น วิธีการอย่างหนึ่งได้ผุดขึ้นในหัวสมองของเขาแล้ว
จักรวาลกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต หากลำพังแค่อาศัยพลังความสามารถของตนเองแล้ว โดยเฉพาะพลังความสามารถในตอนนี้นั้น หากต้องการที่จะหาเย่เยว่ให้พบ ก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากมหาศาลอย่างที่สุด
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือ รวบรวมพลังความสามารถให้มากขึ้นเพื่อออกไปตามหา หรือว่าก่อตั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอีกกลุ่มหนึ่ง
ถ้าอย่างนั้น ทำอย่างไรถึงจะสามารถก่อตั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอีกกลุ่มหนึ่งได้โดยเร็วล่ะ?
และยังจะต้องครอบคลุมไปทั่วทั้งจักรวาลด้วย
ถ้าหากว่า ใช้ในนามของโลกชางฉอง นั่นก็คงจะเพียงพอแล้ว!
แต่เรื่องแบบนี้ ลำพังแค่อาศัยชื่อเสียง ก็คงจะไม่เพียงพอเป็นแน่!
ยังจำเป็นที่จะต้องการทรัพยากรอีกจำนวนมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ยอดฝีมือชั้นสูงในจักรวาล มีอยู่ไม่มาก
อีกทั้ง ต่างก็อยู่ในสถานะที่แยกย้ายกระจายไปอยู่กับตระกูลหรือกลุ่มที่มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่หมดแล้ว
หากหลินหยุนต้องการที่จะบ่มเพราะอิทธิพลอำนาจชั้นสูงของตนเอง ก็คงจะเป็นเรื่องที่ยาก และยังจะต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานมากด้วย
แน่นอนว่า ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้
ตัวเขาเองนั้น ก็ไม่มีทรัพยากรที่จะสามารถก่อตั้งกลุ่มอิทธิพลอำนาจที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วย!
นี่ถึงจะเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด
ทรัพยากร!
สำหรับพวกผู้บำเพ็ญเซียนแล้ว เรื่องนี้ถือว่าเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญมากที่สุด
แน่นอนว่าโลกชางฉองนี้สามารถที่จะเทียบได้กับกลุ่มอิทธิพลยิ่งใหญ่ใด ๆ ก็ได้!
อย่างน้อยในชาติที่แล้วของหลินหยุน นั่นเป็นถึงดินแดนที่แข็งแกร่งซึ่งไม่มีผู้ใดกล้าเพิกเฉยได้อย่างแน่นอน!
มหากษัตริย์ในจักรวาลนี้ หลินหยุนสามารถจัดอยู่ในสามอันดับแรกได้อย่างไม่มีปัญหา!
น่าสะพรึงกลัวมากขนาดไหน?
แต่เมื่อพูดถึงทรัพยากรที่มีครอบครองนั้น ไม่สามารถที่จะไปเทียบเคียงได้กับกลุ่มอิทธิพลยิ่งใหญ่ของมหากษัตริย์ยอดฝีมือได้!
ต่อให้ในชาติที่แล้วก็ได้รับทรัพยากรเป็นจำนวนมาก แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกเขานำมาใช้ในการยกระดับโลกชางฉองทั้งหมดแล้ว!
ไม่มีทรัพยากร ถึงแม้จะมีชื่อเสียงของโลกชางฉอง ก็ไม่ต้องพูดถึงทุกอย่างได้เลย โดยอิทธิพลที่จะครอบคลุมไปทั่วจักรวาลนั้นเขาไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้แน่
คิดถึงเรื่องนี้ หลินหยุนก็ดวงตาเป็นประกาย พูดพึมพำกับตนเองว่า “ในเมื่อตนเองไม่สามารถสร้างขึ้นได้ อย่างนั้นก็……เปลี่ยนวิธีการใหม่ เป็นการอาศัยความสามารถผู้อื่นเพื่อทำให้ตนเองประสบความสำเร็จ บางทีอาจจะเป็นทางเลือกที่ไม่เลวก็เป็นได้! ”
คิดถึงวิธีการอาศัยความสามารถผู้อื่นเพื่อทำให้ตนเองประสบความสำเร็จแล้ว ในหัวสมองของหลินหยุนนั้น ก็ได้คิดทบทวนถึงกลุ่มอิทธิพลยิ่งใหญ่ทั่วทั้งจักรวาลทั้งหมดอีกรอบหนึ่ง
โดยที่สามารถครอบคลุมไปทั่วทั้งจักรวาลได้จริง ๆ นั้น
ในจำนวนนี้มีอยู่สองกลุ่ม
กลุ่มที่หนึ่งคือ สมาพันธ์โจรดวงดาวที่มีชื่อเสียงที่ย่ำแย่อย่างมาก
นี่คือกลุ่มอิทธิพลที่สามารถครอบคลุมไปทั่วทั้งหมื่นจักรวาลได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากสมาพันธ์โจรดวงดาวแล้ว ยังมีอีกกลุ่มหนึ่ง นั่นก็คือหอซิวซิน!
นี่คือกลุ่มองค์กรประกอบงาน
สมาพันธ์โจรดวงดาวนั้นก็ถือว่าลึกลับมากพอแล้ว แต่หอซิวซินนี้ กลับยิ่งจะลึกลับมากขึ้นไปอีก
หอซิวซินจะมีอยู่ในทั่วหมื่นจักรวาล ไม่ว่าจะเป็นที่แห่งใด ก็จะมีกิจการของตนเอง ซึ่งมีทั้งขนาดใหญ่บ้างและก็เล็กบ้าง
จำหน่ายสิ่งของที่จะสามารถจำหน่ายได้ทั้งหมด
เพียงแค่สามารถจ่ายตามราคาที่ตั้งไว้ได้ พวกเขาก็มีจำหน่ายทั้งหมด!
นี่คือกลุ่มอิทธิพลเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในจักรวาลที่ไม่เข้าร่วมการแย่งชิงใด ๆ และการศึกสงครามใด ๆ เลย
ทุกคนต่างก็ทราบดีว่าหอซิวซินนี้ ดำรงอยู่มาเป็นเวลานานหลายปี แต่ที่ไม่รู้ก็คือว่าก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร
และก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น
สรุปว่า หอซิวซินนี้ เมื่อเทียบกับสมาพันธ์โจรดวงดาวแล้ว จะมีอิทธิพลที่มากกว่า และยังครอบคลุมไปทั่วบริเวณอย่างกว้างขวางกว่ามากด้วย
มีสองสิ่งนี้ ก็ถือว่าค่อนข้างเหมาะสม
แต่ว่า เมื่อหลินหยุนครุ่นคิดทบทวนไปมาแล้ว สุดท้ายก็ได้ตัดหอซิวซินทิ้งไป
เพราะว่าหอซิวซินมีข้อบกพร่องโดยธรรมชาติ
นั่นก็คือแผนผังการปกครองของพวกเขา ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมากกับสมาพันธ์โจรดวงดาว
พวกเขาแบ่งการปกครองออกเป็นขอบเขต
หมายความว่า ต่อให้จะมีระดับขั้นที่สูงมาก แต่ก็มีแค่อำนาจปกครองควบคุมภายในบริเวณขอบเขตเท่านั้น!
ส่วนสมาพันธ์โจรดวงดาวนั้นไม่ใช่แบบนี้
เพราะว่าเป็นโจรดวงดาว
ไม่มีกฎระเบียบที่วุ่นวายอะไรมากมายแบบนั้น
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพลังความสามารถ!
เพียงแค่มีพลังความสามารถที่เพียงพอ และสามารถสร้างผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นมากมาย ก็สามารถที่จะเพิ่มระดับขั้นต่อไปได้
และยังไม่มีอุปสรรคใด ๆ ขัดขวางด้วย
ตัวอย่างเช่น สวินหยู่ที่ปกครองดูแลเขตเศษดาว นั่นก็คือหัวหน้าเขตที่พบเจอได้ทั่วไปของสมาพันธ์โจรดวงดาว
ปกครองควบคุมอาณาเขตแห่งหนึ่ง
ถ้าเหนือขึ้นอีก นั่นก็คือประมุขโลก
ปกครองควบคุมโลกแห่งหนึ่ง
เหนือกว่าประมุขโลกขึ้นไปอีก ก็คือผู้นำ
เหนือกว่าผู้นำขึ้นไปอีก นั่นก็เข้าสู่ผู้บริหารระดับสูงของสมาพันธ์โจรดวงดาวแล้ว
ภายในของสมาพันธ์โจรดวงดาว แบ่งออกเป็นสองหน่วยก็คือหน่วยฟ้าและหน่วยดิน
หน่วยฟ้ารับผิดชอบข่าวสารที่เกิดขึ้นในจักรวาล
โดยเป็นผู้ประกาศและกระจายข่าวสาร
ส่วนหน่วยดินก็คือแบบสวินหยู่นี้
จำเป็นที่จะต้องลงไม้ลงมือ
ดังนั้น ถ้าหากสามารถเข้าไปสู่หน่วยฟ้าของสมาพันธ์โจรดวงดาว และอยู่ในระดับผู้นำได้แล้ว เรื่องที่เขาจะตามหาตัวเย่เยว่นั้น ก็ถือว่าจะมีตัวช่วยเพิ่มขึ้นอีกมากมาย!
ครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดหลินหยุนก็ได้ตัดสินใจ
เลือกไปที่หน่วยฟ้าของสมาพันธ์โจรดวงดาว
แต่ว่า เขาเองพอเข้าใจในหน่วยดินบ้างเล็กน้อย ส่วนหน่วยฟ้านั้น กลับไม่รับรู้ไม่เข้าใจอะไรเลย
เรื่องที่เร่งด่วนและสำคัญที่สุดคือ จะต้องไปเข้าร่วมในหน่วยฟ้าให้ได้
ซึ่งมันต้องการโอกาสสักครั้งหนึ่ง
ถ้าหากสำเร็จ ต่อไปการที่จะแสวงหารากทิพย์ชั้นยอด เพื่อให้ฉินหลันได้เป็นคู่ครองของรากทิพย์นั้น ก็จะถือว่ามีตัวช่วยอย่างมากเลย!
คิดถึงตรงนี้ หลินหยุนก็เตรียมพร้อม แล้วเหาะเหินออกไปจากโลกชางฉอง
สุดหล้าทะเล
หอปราบทะเล
สุดหล้าทะเลคือใจกลางของหมื่นจักรวาล
ในบริเวณสุดหล้าทะเลคิดไม่ถึงว่าจะกล้าตั้งชื่อว่าหอปราบทะเล แสดงให้เห็นว่า เบื้องหลังของหอปราบทะเลนี้ คงจะไม่ใช่ธรรมดาอย่างแน่นอน
สำหรับหอแห่งนี้ หลินหยุนนั้นรับรู้ถึงอิทธิพลเบื้องหลังเป็นอย่างดี
ก้าวเดินเข้าไปด้านในของหอปราบทะเล
ไม่นานนัก หญิงรับใช้ที่สง่างาม ก็ได้ก้าวเดินอย่างรวดเร็วเพื่อมาต้อนรับทันที พร้อมกับแสดงความเคารพต่อหลินหยุนและพูดว่า “คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า จะเป็นคุณชายหลินสวินที่มาเยี่ยมเยียน ยินดีต้อนรับคุณชาย ซึ่งถือเป็นเกียรติของหอปราบทะเล ของพวกเราอย่างมากเลย! ”
หลินหยุนได้เปลี่ยนแปลงความสงบนิ่งและการถ่อมตัวของเขาก่อนหน้านี้ กลายเป็นท่าทางที่หยิ่งผยอง และพูดขึ้นว่า “หอปราบทะเลไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ แค่หญิงรับใช้ทั่วไปคนหนึ่ง ก็สามารถที่จะรู้จักคุณชายอย่างฉันด้วย! ”
หญิงรับใช้ได้ยินดังนั้น ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ และพูดเบา ๆ ขึ้นว่า “การเปิดโลกชางฉองในครั้งก่อนนี้ คุณชายหลินหยุนได้เชิญผู้คนทั่วทั้งจักรวาลเพื่อมาร่วมงานฉลอง หากจะไม่ทราบก็คงเป็นไปไม่ได้! อีกทั้ง อัจฉริยะที่เก่งกาจมากความสามารถอย่างคุณชายนี้ ใครบ้างล่ะที่จะไม่ใส่ใจ? ”
หลินหยุนยิ้ม และพูดว่า “พูดเก่งจริง ๆ นะ ใช้ได้เลย! ”
หญิงรับใช้พูดขึ้นว่า “คุณชายชมเกินไปแล้ว! ”
ขณะที่พูด ก็รีบเชิญหลินหยุนเข้ามาด้านใน
ไม่นานนัก การมาถึงของหลินหยุน ก็เป็นที่ดึงดูดสายตาของยอดฝีมือจำนวนไม่น้อย
เมื่อมองไปที่หลินหยุนแล้ว ต่างก็ทยอยสำรวจมองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หญิงรับใช้เดินนำหน้า พร้อมกับถามขึ้นว่า “คุณชายหลินสวิน วันนี้หอของเรามีสามเขตที่ว่างอยู่ ได้แก่เขตแสงม่วง เขตจิ้งจอกเขียว และเขตนกนางนวล! คุณชายมาที่หอปราบทะเลของพวกเราเป็นครั้งแรก คงยังไม่รับรู้ถึงเอกลักษณ์พิเศษของเขตเหล่านี้ ฉันจะแนะนำให้คุณชายฟังโดยละเอียดสักรอบ! ”