จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1783 หัวหน้าหอจื่อหวน
บทที่ 1783 หัวหน้าหอจื่อหวน
ในขณะที่หญิงรับใช้กำลังแนะนำอยู่นั้น ก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดกระโปรงยาวสีม่วง ที่มีอายุราวสามสิบปี ได้เดินตรงมายังทางนี้
ผู้หญิงคนนี้มีหน้าตาที่สวยงดงาม โดดเด่นเป็นสง่าอย่างที่สุด
และมีลักษณะท่าทางที่สูงศักดิ์
เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้เดินเข้ามา หญิงรับใช้ก็พูดแนะนำว่า “คุณชายหลิน ท่านนี้คือหัวหน้าหอปราบทะเลของพวกเรา”
หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาใกล้ และโค้งตัวลงให้กับทางหลินหยุน เพื่อแสดงความเคารพ จากนั้นก็แนะนำตัวเองว่า “ฉันคือจื่อหวน สวัสดีคุณชายหลินสวิน! คุณชาย เดี๋ยวฉันจะแนะนำให้คุณเองก็แล้วกันนะ! ”
ขณะที่จื่อหวนพูด ก็หันไปแสดงสัญญาณต่อหญิงรับใช้ที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นหญิงรับใช้ก็แสดงความเคารพ แล้วก็หันหลังเดินจากไป
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “เคยได้ยินมาตั้งนานแล้วว่าหอปราบทะเลแห่งนี้มีหัวหน้าหอที่งดงาม วันนี้เมื่อได้พบเจอ ซึ่งก็ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ด้วย! ”
จื่อหวนยิ้มเล็กน้อย พร้อมกับส่ายศีรษะและพูดว่า “คุณชายชมกันเกินไปแล้ว! เชิญคุณชายมาทางนี้เถอะ! ”
“เขตแสงม่วงของพวกเรา ได้สร้างขึ้นจากการเลียนแบบโลกแสงม่วง ไม่ทราบว่า คุณชายเคยได้ยินถึงธรรมชาติความสวยงามของโลกแสงม่วงมาแล้วบ้างไหม! เขตแสงม่วงนี้ แสดงออกถึงแก่นแท้ของธรรมชาติความสวยงามของโลกแสงม่วงได้อย่างลงตัว! ”
“เมื่อเข้าไปอยู่ภายในแล้ว ก็ราวกับว่าได้อยู่ภายในโลกแสงม่วงอย่างไรอย่างนั้นเลย! ”
“โดยที่แห่งนี้ก็เป็นเขตที่ฉันชื่นชอบมากที่สุดแห่งหนึ่งด้วย”
“แน่นอนว่าเขตจิ้งจอกเขียวและเขตนกนางนวล ต่างก็มีทิวทัศน์ที่สวยงาม เมื่อเทียบกันกับเขตแสงม่วงแล้ว แต่ละสถานที่ต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ไม่ว่าคุณชายจะเลือกเขตใด ก็จะไม่ทำให้คุณชายผิดหวังอย่างแน่นอน! ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ในเมื่อหัวหน้าหอจื่อหวนแนะนำเขตแสงม่วง อย่างนั้นก็เลือกเขตแสงม่วงก็แล้วกัน! ”
ได้ยินหลินหยุนพูดแบบนี้ จื่อหวนเองก็ยิ้มและพยักหน้า
แล้วก็พาหลินหยุนไปยังเขตแสงม่วง
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินไปนั้น ก็พบเจอกับผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนไม่น้อย ซึ่งต่างก็ได้พากันหันมองมา
พวกเขาเหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติในการเข้าร่วมงานฉลองเปิดโลกชางฉองได้
ดังนั้น แม้ว่าจะเคยได้ยินชื่อของหลินสวิน แต่กลับไม่รับรู้ถึงสถานะของหลินหยุน
เวลานี้ เห็นว่าหัวหน้าหอจื่อหวนได้ติดตามเดินนำทางมาด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีลักษณะท่าทางที่อ่อนน้อมถ่อมตนอย่างมากด้วย ซึ่งทำให้แต่ละคนต่างก็พากันแปลกใจ เกี่ยวกับสถานะของหลินหยุนขึ้น
“คนผู้นี้เป็นใคร? ”
“ในเมื่อสามารถที่จะทำให้หัวหน้าหอจื่อหวนต้องออกมาต้อนรับด้วยตนเองแบบนี้ สถานะของเขาจะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ ทำไมถึงไม่เคยพบเจอมาก่อน? ”
“มองดูจากการแต่งกายของเขา รวมไปถึงกลิ่นอายลมหายใจแล้ว เหมือนจะธรรมดาอย่างมาก! ”
“พวกเด็กหนุ่มอัจฉริยะในจักรวาลนี้ คงไม่มีที่พวกเราไม่เคยพบเห็น ตกลงว่าคนนี้คือใครกันแน่? ”
พวกเขาล้วนเป็นลูกศิษย์ที่อายุน้อยของกลุ่มที่มีอิทธิพลในจักรวาล เดิมทีก็มีสถานะที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แต่เวลานี้กลับไม่รู้จักหลินหยุน จึงทำให้พวกเขาคาดคิดไม่ถึงเป็นอย่างมาก
สามารถที่จะมายังหอปราบทะเลได้ แน่นอนว่าต้องมีสถานะที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
ในขณะนั้นเอง ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งหัวเราะเหอะเหอะ และพูดขึ้นว่า “หากต้องการที่จะรู้ ก็เข้าไปสอบถามดูก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ? ”
“หรือว่าจะลองดูก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ? ”
กี่คนได้ยินดังนั้น ก็พากันมองไปยังคนที่พูดขึ้น โดยอีกคนหนึ่งก็พูดขึ้นอย่างยิ้มแย้มว่า “พี่วู พูดได้ถูกต้อง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พี่วูก็ลองเข้าไปสอบถามดูสักรอบสิ? แต่ก็ไม่รู้ว่าจื่อหวนกับคนผู้นี้เข้าไปข้างในเขตแล้ว จะออกมากันเมื่อไร และก็ไม่รู้ว่า ทั้งสองคนจะทำอะไรกันภายในนั้น? ”
วูหยางดวงตาเบิกกว้าง และพูดขึ้นด้วยสีหน้าหม่นหมองว่า “หลิ่วไป๋ นายคิดว่า ฉันเองไม่สามารถจัดการนายได้ใช่ไหมล่ะ? ถ้าหากนายยังจะพูดถึงจื่อหวนให้ฉันได้ยินอีกล่ะก็ ฉันจะสังหารนายเดี๋ยวนี้! ”
เด็กหนุ่มในชุดคลุมยาวสีเขียวคนนั้นพูดขึ้นว่า “อย่างนั้นเหรอ? คุณชายวูทำไมถึงต้องโมโหมากขนาดนี้ด้วย? แบบนี้มันไม่ค่อยดีเท่าไร! หากมีความโกรธ ก็อย่าได้ลงที่ใส่ฉันเลยนะ! ”
“แม้ทั่วทั้งจักรวาลต่างก็รับรู้ว่าคุณชายวูหยางชื่นชอบจื่อหวน แต่ก็ไม่ใช่ว่าสหายเมื่อครู่นี้จะรับรู้? พี่วู เมื่อถึงตอนนั้นคุณอย่าได้ไปถือโทษโกรธเคืองสหายคนนี้เลยแล้วกันนะ! ”
สีหน้าของวูหยางหม่นหมองลงไปทันที มองไปยังอีกฝ่ายหนึ่งและพูดขึ้นว่า “หลิ่วไป๋ หุบปากของนายซะ! หากนายไม่พูด ก็ไม่มีใครจะว่านายเป็นคนใบ้สักหน่อย! ”
หลิ่วไป๋เองก็ไม่โกรธเคืองอะไร แล้วก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ตกลงตกลง ฉันจะหุบปาก! แต่พี่วู ฉันจะเตือนคุณอย่างจริงใจว่า คนเมื่อครู่นั้น แม้จะแต่งกายไม่โดดเด่น และดูเหมือนว่าจะมีพลังบำเพ็ญที่อ่อนแอ แต่ไม่แน่อาจจะมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งก็เป็นได้? คุณอย่าได้บุ่มบ่ามไปล่ะ! ที่จริงแล้ว ต่อให้เจ้าหออยู่กับเขาเป็นเวลานานหน่อย ก็ไม่เห็นจะเป็นไรไป! คงไม่มีใครที่จะไปพูดอะไรอยู่แล้ว! ”
วูหยางส่งเสียงฮึอย่างเย็นชา และบ่ายหน้าหนีไปด้วยสีหน้าที่หม่นหมองอย่างที่สุด
……
ในเวลานี้ จื่อหวนพาหลินหยุนเดินเข้ามาด้านใน โดยที่ทั้งสองคนได้มาถึงยังประตูลานบ้านแห่งหนึ่ง จื่อหวนก็พูดขึ้นว่า “คุณชาย ที่นี่คือเขตแสงม่วง! ”
หลินหยุนพยักหน้า และเดินตามอยู่ด้านหลัง เพื่อเข้าไปด้านใน
เพียงแค่ก้าวเดียว ก็แบ่งแยกออกเป็นสองโลก
พื้นที่บริเวณส่วนนี้ถือว่าไม่ใหญ่มาก แต่มีการออกแบบและก่อสร้างด้วยทักษะฝีมืออันล้ำเลิศ
โดยไม่จำเป็นที่จะต้องบรรยายอะไรเพิ่มอีก
เข้าถึงแก่นแท้ของโลกแสงม่วงอย่างแท้จริง
ด้วยทิวทัศน์และบรรยากาศที่งดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้
โลกแสงม่วงนั้น ไม่ใช่ว่าหลินหยุนจะไม่เคยไป
เมเปิลม่วงที่อยู่ในโลกชางฉองของเขานั้น ก็ได้เคลื่อนย้ายมาจากโลกแสงม่วงนี้ ซึ่งต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก
แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเย่เยว่ชื่นชอบมาก
ถึงแม้จะต้องใช้ความพยายามมากสักแค่ไหน ก็จะต้องทำให้ได้
โลกแสงม่วงคือโลกที่เย่เยว่ชื่นชอบมากที่สุด
จื่อหวนยิ้มเล็กน้อย แล้วก็มองไปที่หลินหยุนและพูดขึ้นว่า “คุณชาย รู้สึกอย่างไรบ้างกับเขตแสงม่วงนี้? ต้องตาต้องใจคุณชายบ้างไหมล่ะ? ”
หลินหยุนพยักหน้า และพูดว่า “สมควรที่เป็นถึงหอปราบทะเล ที่ยอมลงทุนในราคาสูง! ตัดแบ่งพื้นที่ว่างส่วนหนึ่งออกมา และแอบซ่อนไว้ในลานกว้างแห่งนี้ อีกทั้ง ยังเพิ่มความแข็งแกร่งคงทนให้กับพื้นที่ว่างส่วนนี้ และทำการก่อสร้างตกแต่งภายในด้วย! เยี่ยมยอดทีเดียว! ”
จื่อหวนไม่ได้ตื่นตกใจอะไร เข้าใจอย่างชัดเจนเลยทีเดียวว่า สมแล้วที่มาจากโลกชางฉอง
แม้ว่าจะมีพลังบำเพ็ญที่ไม่สูง แต่มุมมองวิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวนี้ ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้วจริง ๆ! ไม่เพียงแต่จะสามารถมองออกได้ว่านี่คือพื้นที่ว่างที่ถูกตัดส่วนแบ่งออกมา และยังจะรู้ได้ถึงความสำคัญที่อยู่ภายในอีกด้วย
จื่อหวนยิ้มเล็กน้อย และพูดว่า “คุณชายชมกันเกินไปแล้ว! สามารถต้องตาต้องใจคุณชายได้ก็ดีมากแล้ว ไม่ว่าอย่างไร ก็คงไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับโลกชางฉองได้อยู่แล้ว! เป็นเพียงขนาดเล็กก็เท่านั้น! ”
หลินหยุนเองก็ยิ้ม และพูดว่า “จื่อหวนถ่อมตัวเกินไปแล้ว ทิวทัศน์ของโลกชางฉองนั้นถือว่าไม่เลว แต่ก็คงไม่สามารถเทียบเท่ากับโกลแสงม่วงได้หรอก! ”
ทั้งสองคนเดินต่อไปข้างหน้า ไม่นานนักก็มาถึงบริเวณด้านหน้าของหุบเขาแห่งหนึ่ง
หุบเขาแห่งนี้ ไม่แตกต่างกันกับหุบเขาของโลกชางฉองมากนัก
ที่จริงแล้วต่างก็ได้ประยุกต์เลียนแบบการก่อสร้างมาจาก หุบเขาที่สวยงามและโดดเด่นมีชื่อเสียงที่สุดของโลกแสงม่วง
ก่อนที่จะมาถึงหุบเขานั้น จื่อหวนก็ได้กวัดแกว่งแขน โต๊ะและเก้าอี้ก้ได้ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของหุบเขา จื่อหวนพูดขึ้นว่า “ครั้งนี้ที่คุณชายมาหอปราบทะเลนั้น มีเพียงแค่คุณชายคนเดียว หรือว่ายังมีเพื่อนคนอื่นมาอีกด้วยล่ะ? ”
หลินหยุนพูดว่า “มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น! ”
จื่อหวนได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เป็นประกาย จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นให้จื่อหวนทานอาหารเป็นเพื่อนกันกับคุณชายดีไหม? ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด เดี๋ยวฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง! ”
หลินหยุนยิ้มและพูดว่า “ทำแบบนี้ได้อย่างไรกัน? มันจะไม่ผิดกฎระเบียบเอาหรอกเหรอ? ”
จื่อหวนพูดว่า “คุณชายเต็มใจก็พอแล้ว! ”
หลินหยุนพูดว่า “มีจื่อหวนร่วมทานอาหารด้วย ฉันไม่มีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธอยู่แล้ว! ”
จื่อหวนได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะ และพูดว่า “อย่างนั้นคุณชายก็นั่งพักสักครู่ ฉันจะทำอาหารให้กับคุณชาย! ”
ขณะที่พูด ตะกร้าไผ่ใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมา โดยจื่อหวนได้คล้องตะกร้าไผ่นั้นแล้วเดินไปยังบริเวณด้านข้างของป่าเมเปิลม่วง และเริ่มเด็ดเกสรดอกไม้จากเมเปิลม่วง
หลินหยุนก็ได้แต่นั่งมองดูอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเงียบ ๆ
ต้องพูดเลยว่า การกระทำดังกล่าวนี้ ถึงกับทำให้หลินหยุนถอนหายใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สามารถที่จะบริหารควบคุมหอปราบทะเลได้ ซึ่งจะต้องมีความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าคนอื่นแน่นอน!
ไม่นานนัก อาหารสี่อย่างที่เรียบง่าย แต่ไม่ธรรมดาสุด ๆ ก็ได้ถูกจื่อหวนทยอยนำมาจัดวางบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
ภายในอาหารทุกอย่างนั้น ล้วนเต็มไปด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์!