จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1787 สถานะของหวูเหวย
บทที่ 1787 สถานะของหวูเหวย
ไม่นานนัก หลินหยุนก็ถูกจื่อหวนพามายังลานกว้างแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นหลินหยุน จื่อหวนเองก็โล่งอก และพูดขึ้นว่า “คุณชาย ครั้งก่อนนี้ฉันตกใจมากเลยทีเดียว! ทั้งหมดเป็นความผิดของฉัน ที่ทำให้คุณชายเกิดเรื่องทะเลาะกับวูหยางนั้น ไม่อย่างนั้นแล้ว ก็คงจะไม่……”
หลินหยุนส่ายศีรษะเล็กน้อย และพูดว่า “นี่ไม่ใช่ปัญหาของเจ้าหอ! ในตอนนี้ฉันเองก็ไม่มีปัญหาอะไร ใช่แล้ว ครั้งนี้ที่เจ้าหอส่งข้อความมาให้ฉัน หรือว่าจะมีความคืบหน้าอะไรแล้วเหรอ? ”
จื่อหวนพูดขึ้นว่า “ถูกต้อง! คนผู้นั้นที่ฉันได้เคยพูดกับคุณชายเอาไว้ ในที่สุดก็มาแล้ว อีกทั้งเขาก็ได้ยินเรื่องราวที่ก่อนหน้านี้คุณชายสามารถขับไล่กฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยพูดเอาไว้ว่า ถ้าโชคดี ก็อยากที่จะพบเจอกับคุณชายสักครั้งด้วย! ”
“คุณชาย ตอนนี้มีอยู่สองตัวเลือก ข้อแรกก็คือฉันจะพาคุณชายไปหา เพียงแค่บอกสถานะของคุณชายออกมา เพื่อนคนนี้ ก็น่าจะผูกมิตรได้แล้ว! ”
“แน่นอน ยังมีวิธีที่สองอีก นั่นก็คือเหมือนกับที่คุณชายพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า ฉันจะชี้คนผู้นั้นให้ เมื่อถึงเวลานั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณชายเองแล้ว! ”
หลินหยุนดวงตาเป็นประกาย ครุ่นคิดชั่วครู่ และพูดขึ้นว่า “วิธีที่สองก็แล้วกัน! ”
จื่อหวนพยักหน้า และพูดว่า “อย่างนั้นช่วงกี่วันนี้คุณชายก็รออยู่ที่นี่ก่อน คนผู้นั้นเข้าไปในเขตจิ้งจอกเขียว เมื่อออกมาแล้ว ฉันจะแจ้งให้คุณชายทราบ! ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ตกลง ขอบคุณจื่อหวนมากเลย! ”
จื่อหวนหยุดชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นก็มองไปที่หลินหยุนและพูดว่า “คุณชาย คนส่วนใหญ่ที่มายัง หอปราบทะเล ต่างก็จะไปที่เขตจิ้งจอกเขียว! ภายในเขตจิ้งจอกเขียวนั้น มีจิ้งจอกน้อยของเขตจิ้งจอกเขียวอย่างแท้จริง แต่ละคนนั้นล้วนงดงามได้มาตรฐานอย่างที่สุด! ”
“คุณชายเองก็คงจะเคยได้ยินมาบ้างใช่ไหมล่ะ? ในหมื่นจักรวาลนี้ หากจะพูดว่ามีหญิงสาวที่สวยงดงาม เอาใจใส่ และมีเสน่ห์น่าหลงใหลอย่างที่สุดนั้น ก็คงจะอยู่ที่ เขตจิ้งจอกเขียวนี้เพียงแห่งเดียวอย่างแน่นอน ”
“คุณชาย ถ้าหากคุณสนใจแล้วล่ะก็ ฉันจะจัดเตรียมให้กับคุณชายเอง นับตั้งแต่วันนี้ไป ไม่ว่าคุณชายจะมาช่วงไหนเมื่อไร ก็สามารถที่จะเข้าไปในเขตจิ้งจอกเขียวได้ตามสบายเลย ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด เดี๋ยวฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง! ”
หลินหยุนตกใจ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ไว้มีโอกาสแล้วค่อยว่ากันเถอะ! ”
จื่อหวนได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า และพูดว่า “คุณชาย ฉันขอตัวไปก่อนแล้วกัน รอให้อีกฝ่ายหนึ่งนั้นออกมา แล้วฉันจะแจ้งให้คุณชายรับทราบ! ”
ขณะที่พูด ในมือของเธอก็เกิดประกายแสงขึ้น และนำแผ่นหยกออกมา พร้อมกับพูดว่า “คุณชาย นี่คือสถานะของคนผู้นั้น เชิญคุณชายดูก่อนได้เลย! ”
หลินหยุนพยักหน้า
จื่อหวนเดินจากไป แล้วหลินหยุนก็เปิดแผ่นหยกออกดู พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย สถานะของคนผู้นี้ถือว่าไม่ต่ำจริง ๆ ด้วย
หัวหน้าเขตหน่วยฟ้า
หัวหน้าเขตภพศักดิ์สิทธิ์มังกรฟ้า
แน่นอนว่า
สถานะหัวหน้าเขตก็เป็นเพียงแค่การเรียกขานภายในสมาพันธ์โจรดวงดาวเท่านั้น
ส่วนหัวหน้าเขตภพศักดิ์สิทธิ์มังกรฟ้าที่แท้จริงนั้น ก็คือเผ่ามังกรต่างหาก!
สามารถที่จะเป็นถึงหัวหน้าเขตภพศักดิ์สิทธิ์มังกรฟ้าได้ และยังจะเป็นหน่วยฟ้าอีก ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว มิน่าล่ะที่จื่อหวนเคยพูดไว้ว่า นาน ๆ ครั้ง คนผู้นี้ก็จะมาที่หอปราบทะเล!
ถ้าหากมีสถานะทั่วไป ก็คงจะไม่มีทางเป็นแบบนี้ไปได้
อีกทั้งสถานะที่เปิดเผยของคนผู้นี้ ก็น่าสนใจมากเลยทีเดียว
ผู้นี้คือเจ้าหอสามของหอซิวซินแห่งภพศักดิ์สิทธิ์มังกรฟ้า!
นี่มันช่างยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!
แม้หลินหยุนจะคาดคิดไม่ถึงว่า คนผู้นี้จะสามารถครองสองสถานะในกลุ่มอิทธิพลยิ่งใหญ่ที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งจักรวาลได้!
หากว่าไม่มีความสามารถอะไร ก็คงจะไม่มีทางเป็นแบบนี้ไปได้อย่างแน่นอน!
เพียงแต่ว่า สิ่งที่ทำให้หลินหยุนคิดไม่ตกนั้นคือ หอซิวซินจะไม่รู้เลยหรืออย่างไรว่า หวูเหวยคนนี้เป็นคนของสมาพันธ์โจรดวงดาว?
หรือจะพูดว่า รับรู้อยู่อย่างชัดเจน แต่กลับทำเป็นไม่ใส่ใจ?
แต่ หลินหยุนมองว่า หอซิวซิน คงไม่ถึงกับไม่รู้!
หอซิวซินมีสถานะดำรงอยู่อย่างไร?
นั่นคือสถานที่ที่รับรู้ความเคลื่อนไหวของข่าวสารได้อย่างรวดเร็วที่สุดในจักรวาลนี้!
การที่ถูกคนของสมาพันธ์โจรดวงดาวแอบปลอมตัวเข้าไปนั้น และยังจะได้ขึ้นมาอยู่ในสถานะตำแหน่งที่สูงขนาดนี้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!
ยิ่งไปกว่านั้น
แม้แต่จื่อหวนเองก็ยังรับรู้เรื่องนี้ ทางหอซิวซินมีเหรอที่จะไม่รู้?
เป็นไปไม่ได้เลย!
ซึ่งอธิบายได้เพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ หอซิวซินไม่สนใจ!
หลินหยุนพิจรณาดูข้อมูลของหวูเหวยนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง
พบว่าเขาเป็นผู้ที่มีความพิเศษอย่างมากจริง ๆ
บนแผ่นหยกได้เขียนเรื่องราวที่หวูเหวยได้เคยกระทำเอาไว้ไม่น้อย
รอคอยอยู่ที่หอปราบทะเลเป็นเวลาสามวัน
ในที่สุดจื่อหวนก็มาหาอีกครั้งแล้ว
ไม่นานนัก หวูเหวยนั้นก็ได้พาสหายสองคน เดินออกมาจากเขตจิ้งจอกเขียว
จื่อหวนมองไปทางหลินหยุนและส่งสัญญาณ แล้วก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
หลังจากที่ได้ทักทายพูดคุยกับพวกคนเหล่านั้นแล้ว ทั้งสามคนนั้นก็ได้ขอตัวกลับ ออกไปจากหอปราบทะเล และออกไปจากสุดหล้าทะเล
หลินหยุนเองก็ได้ตามติดอยู่ด้านหลังโดยตลอด
ไม่นานนัก หวูเหวยก็ได้แยกกับสหายสองคน โดยเหาะเหินไปยังภพศักดิ์สิทธิ์มังกรฟ้าเพียงลำพังคนเดียว
ฝ่ายตรงข้ามนั้นมีความเร็วอย่างมาก ต่อให้หลินหยุนจะเร่งอัตราความเร็วสูงสุดแล้ว ก็ยังคงไม่สามารถไล่ตามได้ทัน
แต่ในเมื่อรับทราบถึงสถานะของฝ่ายตรงข้ามแล้ว ถึงแม้จะไล่ตามไม่ทัน หลินหยุนก็มีเป้าหมายแล้ว
ซึ่งก็ไม่ต้องถึงกับร้อนใจมากนัก
เพียงแค่พลาดโอกาสไปครั้งหนึ่งเท่านั้น!
แต่ว่า ในขณะที่หลินหยุนจำใจที่จะต้องละทิ้งโอกาสครั้งนี้นั้น อีกฝ่ายหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของหลินหยุน
ร่างกายของหลินหยุนสั่นไหวขึ้นอย่างกะทันหัน จากนั้นก็หันกลับมามองที่ด้านหลัง
หวูเหวยกำลังมองมาที่เขา พร้อมกับหัวเราะเหอะเหอะ และพูดว่า “ไอ้หนุ่ม ติดตามฉันมาตั้งแต่ที่สุดหล้าทะเลแล้ว คิดจะทำอะไรเหรอ? ”
หลังจากที่หลินหยุนตื่นตกใจแล้ว ก็พูดขึ้นว่า “ผู้อาวุโสหวูเหวยที่ฉันได้ติดตามมานั้น ก็เพราะว่ามีธุระแน่นอนอยู่แล้ว! ”
หวูเหวยยิ้มและพูดว่า “อืม มีเรื่องอะไร ไหนลองพูดมาสิ? ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ฉันมีงานอย่างหนึ่ง ที่ต้องการจะทำร่วมกับผู้อาวุโส ซึ่งงานนี้นั้น มีขนาดไม่เล็กแน่นอน! ไม่อย่างนั้น ก็คงจะไม่มาหาผู้อาวุโสหรอก! ”
หวูเหวยพลันหัวเราะขึ้น และพูดว่า “ไอ้หนุ่ม นายเป็นใครกัน? คิดไม่ถึงว่าจะกล้ามาพูดคุยงานกับฉันต่อหน้าแบบนี้? ”
หลินหยุนพูดว่า “ผู้อาวุโส ฉันเองก็ไม่ได้มีเบื้องหลังอะไร ผู้อาวุโสเองก็ไม่ต้องสนใจหรอกว่าฉันจะมีเบื้องหลังหรือไม่อย่างไร เพียงแค่งานนี้มีขนาดใหญ่ ถ้าหากผู้อาวุโสสนใจ อย่างนั้นพวกเราก็สามารถทำร่วมกันได้เลย! ”
หวูเหวยพูดขึ้นว่า “งั้นก็ดี ฉันจะให้โอกาสนายสักครั้ง! พูดมาสิ คืองานอะไร! ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะสมนักที่จะพูด ผู้อาวุโส หรือว่าพวกเราหาสถานที่ที่เงียบ ๆ กว่านี้สักหน่อยจะดีกว่าไหม? ”
หวูเหวยได้ยินดังนั้น ก็ดวงตาเป็นประกาย และพูดขึ้นว่า “ก็ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ สหายน้อยก็นำทางไปได้เลย! ”
หลินหยุนพยักหน้า หันหลังแล้วก็เดินนำไป
ไม่นานนัก ก็มาถึงเขตดาวแห่งหนึ่งที่ไร้ผู้คน สถานที่แห่งนี้มืดสนิท ถ้าหากไม่รู้ว่าด้านในเป็นอย่างไรนั้น ต่อให้เป็นถึงยอดฝีมือที่เหนือกว่าแดนสู่ธรรมมะ ก็ยังไม่กล้าเข้ามาโดยง่าย!
แต่หลินหยุนกลับไม่ได้สนใจเลย เหาะเหินตรงเข้ามาด้านในทันที
หวูเหวยเห็นเหตุการณ์ดังนั้น ก็หยุดชะงักลงชั่วครู่ แล้วก็เหาะเหิน ตามหลังหลินหยุนเข้าไป
หลังจากที่เข้ามาด้านในแล้ว พบว่ามีควันพิษก็กระจายปกคลุมไปทั่ว
แต่หลินหยุนกลับไม่ได้ลดความเร็วลง ไม่นานนัก ดาวเคราะห์ที่แตกสลายดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของทั้งสองคน
แม้ดาวเคราะห์ดวงนี้จะแตกสลาย แต่ก็เหมือนจะยังมีค่ายกลที่โหดร้ายดำรงอยู่
อีกทั้งค่ายกลยังทรงพลังอย่างมากด้วย!
แม้แต่หวูเหวยเอง ก็ถึงกับต้องขมวดคิ้วขึ้น
แต่หลินหยุนกลับคุ้นเคยชำนาญเป็นอย่างดี
หลังจากที่เปลี่ยนทิศทางหลบหลีกไปมาหลายครั้ง ก็สามารถหลบหลีกค่ายกลที่ทรุดโทรมนั้นมาได้ และเข้าไปสู่ภายในดาวเคราะห์ที่แตกสลายนี้แล้ว
สิ่งนี้ทำให้หวูเหวยถึงกับตกตะลึงเลยทีเดียว
แม้ว่าคนที่อยู่เบื้องหน้านี้ จะมีพลังบำเพ็ญแค่แดนดั่งเทพตอนปลาย
แต่ถึงขนาดที่กล้าติดตามตนเอง และยังจะสามารถค้นพบสถานที่ลึกลับแบบนี้ได้
อีกทั้งแม้ตนเองจะรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้อันตรายอย่างที่สุด แต่เขากลับสามารถหลบหลีก และเข้ามาสู่ดาวเคราะห์ที่ทรุดโทรมดวงนี้ได้
ผู้ที่มีชีวิตดำรงอยู่ในจักรวาลนี้นั้น นับว่าแต่ละคนก็มีความสามารถที่แตกต่างกันออกไปจริง ๆ !