จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1786 ตกตะลึงกันเลย
บทที่ 1786 ตกตะลึงกันเลย
หลังจากที่หลินหยุนได้ลงมือในครั้งนี้ เมฆแห่งทัณฑ์เคราะห์สีแดงบนท้องฟ้า ก็ได้รวมตัวกันอย่างรวดเร็วมากขึ้น
เมื่อเห็นสถานการณ์ดังกล่าว จื่อหวนก็ยิ่งตื่นตระหนก ด้วยความร้อนใจ จึงได้รีบมองไปทางหลินหยุนและพูดขึ้นว่า “คุณชายหลิน รีบตามฉันมาหลบภายในเขตนี้โดยเร็วดีกว่า บางทีอาจจะช่วยบดบังการลงโทษจากกฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์ได้! ”
หลินหยุนได้ยินดังนั้น ก็ส่ายศีรษะ และพูดว่า “เขตในหอปราบทะเลของคุณนั้น เป็นเพียงแค่พื้นที่ว่างส่วนหนึ่งที่ตัดแบ่งออกมา ซึ่งไม่ใช่โลกที่แท้จริงสักหน่อย ซึ่งไม่สามารถบดบังกฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์ได้อยู่แล้ว! ”
จื่อหวนสีหน้าย่ำแย่อย่างที่สุดและพูดขึ้นอย่างร้อนใจว่า “อย่างนั้น……แล้วจะทำอย่างไรกันดี? ใช่แล้ว คุณชายหลิน สามารถเลือกที่จะเข้าไปยังโลกเล็กได้อย่างรวดเร็ว! ที่นี่คือสุดหล้าทะเลสามารถที่จะเข้าไปโลกเล็กใดก็ได้! ”
หลินหยุนส่ายศีรษะ และพูดว่า “เข้าสู่โลกเล็กอาจจะหลบหลีกได้ช่วงเวลาหนึ่ง แต่เมื่อออกมาจากโลกเล็กแล้ว กฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์นั้นก็ยังผ่าลงมาใส่อยู่ดี นอกจากว่า ฉันจะไม่ออกมาจากโลกเล็กไปตลอดทั้งชีวิตแล้ว! ”
จื่อหวนรีบพูดขึ้นว่า “นี่…..คุณชายหลิน เพียงแค่รักษาชีวิตเอาไว้ก่อน ก็จะมีโอกาสอีกมากมายนะ! ถ้าหากตอนนี้คุณต้องจบชีวิตลง อย่างนั้นก็จะไม่มีอะไรเหลือแล้ว! ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น ก็แค่กฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์เท่านั้นเอง ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก! ”
ขณะที่พูด กฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์สีแดงที่อยู่เหนือศีรษะ ก็ได้มาถึงระดับขั้นที่น่าสะพรึงกลัวอย่างมากแล้ว
เมฆแห่งทัณฑ์เคราะห์สีแดงพัดกระพือขึ้น
จากนั้น ร่างลางคนสีแดงเพลิงก็ปรากฏออกมาจากเมฆแห่งทัณฑ์เคราะห์ จากนั้นเสียงของคำพิพากษาก็ดังสนั่นกึกก้องขึ้น
“ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์แห่งโลก พิพากษา—-ให้ตายลงภายใต้ทัณฑ์ฟ้าผ่า! ”
เมื่อเสียงคำพิพากษาที่ดังสนั่นได้สิ้นสุดลง เมฆแห่งทัณฑ์เคราะห์สีแดงก็พัดกระพือหือโหมขึ้นอย่างรุนแรง
ขณะที่พูด กฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์สีแดงที่อยู่เหนือศีรษะ ก็ได้มาถึงระดับขั้นที่น่าสะพรึงกลัวอย่างมากแล้ว
จากนั้น ลำแสงหนึ่งก็เปล่งประกายขึ้น ส่องสว่างเจิดจ้าไปทั่วทั้งจักรวาล
และในขณะนั้นเอง ในที่สุดหลินหยุนก็ได้เคลื่อนไหวแล้ว
ขณะนั้นเขาได้ชี้นิ้วไปที่ระหว่างคิ้วของตนเอง จากนั้นก็กระอักเลือดออกมาทันที
หลินหยุนพลันใช้มือสองข้างแสดงท่าทางตราประทับคาถาที่ซับซ้อนและแปลกประหลาดออกมา
เมื่อตราประทับคาถาสีแดงเลือดปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์ สีหน้าของหลินหยุนก็ขาวซีดลงอย่างที่สุด ร่างกายก็สั่นไหวอย่างรุนแรงขึ้น
เม็ดเหงื่อขนาดใหญ่เท่าเม็ดถั่วก็ไหลย้อยลงมาอย่างรวดเร็ว
ตราประทับคาถาสีแดงเลือดได้ถูกเขาผลักดันขึ้นสู่อากาศ ไม่นานนักก็ได้ผสานรวมเข้ากับเมฆแห่งทัณฑ์เคราะห์
หลังจากที่ตราประทับคาถาได้ผสานรวมเข้าไปแล้ว เดิมทีเมฆแห่งทัณฑ์เคราะห์ที่น่ากลัวที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างรุนแรงนั้น ราวกับว่าเป็นเมฆแห่งทัณฑ์เคราะห์ที่กำลังรวมพลังแห่งการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งหลังจากที่พัดกระพือไปมาชั่วครู่ก็กลับกลายเป็นค่อย ๆ สงบนิ่งลงบ้างแล้ว
อีกทั้ง ร่างลางคนสีแดงเพลิงนั้น ขณะที่ตราประทับคาถากำลังผสานรวมเข้าเป็นหนึ่ง ก็เหมือนจะตกใจขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
จากนั้นก็เหมือนจะลืมตาขึ้น มองไปที่หลินหยุน แล้วเสียงที่ดังสนั่นกึกก้องนั้นก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง “ผสมผสานสายเลือด และตราประทับของมหากษัตริย์ได้ ครั้งนี้ไม่ต้องรับโทษจากคำพิพากษา! ตระหนักในตัวเองให้ดีแล้วกัน! ”
เมื่อเสียงสิ้นสุดลง เมฆแห่งทัณฑ์เคราะห์ก็ค่อย ๆ สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ท้องฟ้า ก็กลับมาสว่างสดใสอีกครั้ง
มองเห็นสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ทุกคนถึงกับตะลึงกันอีกครั้ง
นี่มันจบสิ้นแล้วเหรอ?
ไม่นานนัก สายตาของทุกคน ต่างก็จับจ้องไปที่หลินหยุน
นี่มันน่าเหลือเชื่ออย่างมาก!
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาก่อนเลย
คิดไม่ถึงว่าจะมีผู้ที่สามารถเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ได้ด้วย!
แต่นี่เป็นถึงกฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์เลยนะ!
นั่นเป็นสิ่งที่มหากษัตริย์หลายองค์ในยุคจักรพรรดิโบราณกาลกำหนดขึ้น!
และเป็นถึงบรรพบุรุษของมหากษัตริย์ห้าทิศในปัจจุบันนี้
มหากษัตริย์ห้าทิศในปัจจุบันนี้ ทำไมถึงกล้าตั้งชื่อว่าทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก ทิศเหนือและฟ้าเฮ่าเทียน?
นี่ไม่ใช่ชื่อที่ธรรมดาทั่วไปอย่างเด็ดขาด
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านประสบการณ์เรื่องราวมามากมาย แต่อิทธิพลของมหากษัตริย์ห้าทิศนี้ กลับยังสามารถสืบทอดต่อกันมาได้
นั่นเป็นเพราะกฎเกณฑ์แห่งโลกนั่นเอง
และเป็นการกระทำของบรรพบุรษของพวกเขา
แน่นอนว่า ทั่วทั้งจักรวาลนี้ ยังมีกฎเกณฑ์ที่ยิ่งใหญ่มากกว่านี้อีก นั่นก็คือกฎเกณฑ์พระราชวงศ์โบราณกาล
เพียงแต่เมื่อยุคโบราณกาลนั้นสูญสิ้นลง ก็แทบจะไม่มีกฎเกณฑ์แห่งโลกอะไรดำรงอยู่อีกแล้ว
ส่วนกฎเกณฑ์แห่งโลกของสุดหล้าทะเลนั้น ก็คือสิ่งเดียวที่หลงเหลือมาจากยุคโบราณกาล!
มีหลายคนที่ร่ำลือกันว่า ถ้าหากอิทธิพลอำนาจของมหากษัตริย์ห้าทิศนั้นถูกทำลายลง และสายเลือดก็ถูกตัดขาดไปแล้ว กฎเกณฑ์แห่งสุดหล้าทะเลนี้ ก็คงจะต้องมลายหายไปด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่า นี่ก็เป็นเพียงแค่คำร่ำลือและการคาดเดาของบางคนเท่านั้นเอง
อย่างน้อยก็พูดกันว่า ตั้งแต่ยุคโบราณกาลมาจนถึงยุคนิศากาล เรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ การสืบทอดของมหากษัตริย์ห้าทิศนั้นไม่ได้สูญสิ้นลงไปอย่างสิ้นเชิง
หากจะสูญสิ้นลงไปในยุคสมัยนี้นั้น คงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
กวาดตามองไปทั่วทั้งจักรวาล ยังคงไม่มีอิทธิพลแบบนี้หลงเหลืออยู่เป็นแน่
แต่ สำหรับหลินหยุนแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะไม่ได้รับการลงโทษจากกฎเกณฑ์ ซึ่งมันช่างน่าเหลือเชื่ออย่างมากเลยทีเดียว!
เป็นไปได้อย่างไรกัน?
ถึงแม้จะเป็นมหากษัตริย์ห้าทิศ หรือว่าจะเป็นลูกศิษย์โดยตรงของพวกเขา ก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนว่า ยังจะสามารถได้รับการปฎิบัติแบบนี้ได้ด้วย!
แต่ว่า หลินหยุนกลับทำให้เป็นความจริงได้แล้ว
เห็นเมฆแห่งทัณฑ์เคราะห์สลายหายไป คุณชายวูหยางที่บาดเจ็บสาหัส ก็เหมือนกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น ตกอยู่ในความบ้าคลั่ง โดยที่ไม่ได้สนใจในอาการบาดเจ็บเลย มองไปที่หลินหยุน และตวาดใส่อย่างคลุ้มคลั่ง “นี่……นี่เป็นไปได้อย่างไร? ตกลงนายเป็นใครกันแน่? นายเป็นใคร? ทำไมกฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์ถึงได้ปล่อยนายมาได้? ”
นี่ก็เป็นความสงสัยในจิตใจของทุกคนเช่นกัน!
หลินหยุนยิ้มเยาะ สูดหายใจลึก สีหน้าท่าทางก็ผ่อนคลายลงไปบ้างเล็กน้อย และพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “นายยังไม่คู่ควรที่จะถามคำถามนี้กับฉัน! ”
พูดจบ ก็มองไปที่จื่อหวนและพูดว่า “จื่อหวน ขอตัวก่อน! ”
จื่อหวนเองก็ตะลึงจนอึ้งไปอย่างสิ้นเชิง
จนกระทั่งหลินหยุนหันหลังเดินจากไป ก็ยังตั้งสติกลับคืนมาไม่ได้อยู่เป็นเวลานาน!
หลังจากที่หลินหยุนจากไปนั้น
ทั้งหอปราบทะเลก็อลหม่านวุ่นวายไปหมด!
จากนั้น ทั้งสุดหล้าทะเลก็อลหม่านวุ่นวายไปทั้งหมดเช่นกัน!
ชายหนุ่มคนหนึ่ง เกิดปากเสียงทะเลาะกับคุณชายวูหยางที่เป็นลูกของหนึ่งในสิบอริยปราชญ์ฟ้าครองไฟในเขตไฟในสุดหล้าทะเล โดยคิดไม่ถึงว่าจะเลือกลงมืออย่างไม่รู้จักความเป็นความตาย!
ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดภัยอัสนี
ยังจะมีชีวิตรอดมาจากทัณฑ์ฟ้าผ่า และทัณฑ์ฟ้าผ่าก็ไม่ได้ผ่าลงมาใส่ด้วย
ช่วงเวลาหนึ่ง เรื่องราวนี้ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วจักรวาลอีกครั้ง
สถานะของหลินหยุน ก็กลายเป็นคำถามที่สงสัยขึ้น
คนจำนวนไม่น้อยมากันที่หอปราบทะเล มากันที่สุดหล้าทะเลเพื่อตามหาหลินหยุน เพื่อต้องการทราบว่าเขาสามารถหลบหลีกกฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์ได้อย่างไร
เรื่องนี้ ถึงขนาดทำให้เกิดการจลาจลกันขึ้นชั่วขณะ
ท้ายที่สุด ก็เป็นทางเขตน้ำบูรพา ที่ได้ออกประกาศ จึงจะสงบเรื่องดังกล่าวลงได้
อีกทั้งได้พูดถึงเรื่องสถานะของหลินหยุนด้วย
เวลานี้ ทุกคนจึงรับรู้กันได้ว่า ที่จริงแล้วก็คือองค์ชายหลินสวินแห่งโลกกระบี่ชางฉอง
แต่ทำไมหลินหยุนถึงสามารถรอดพ้นจากการลงโทษของกฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์ได้ ก็ยังคงเป็นข้อสงสัยอยู่!
แต่ว่า เมื่อพิจารณาจากหลักคำสอนของเต๋าสวรรค์ น่าจะไม่สามารถรอดพ้นได้ในทุกครั้งไป
เพราะ มีคำพูดที่ว่า “ตระหนักในตัวเองให้ดีแล้วกัน”
แต่ หลังจากที่เรื่องนี้ได้ผ่านพ้นไป ชื่อของหลินสวินก็ยิ่งจะโด่งดังเป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว!
ขณะที่หลินหยุนเดินเล่นอยู่ในสุดหล้าทะเลนั้น ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ต้องการเข้ามาผูกมิตรด้วย
หลินหยุนเองก็ไม่ได้หวาดกลัวอะไร
ภาพลักษณ์ท่าทางขององค์ชายที่ดูจะค่อนข้างถ่อมตัว แต่แฝงไปด้วยความหยิ่งผยองอย่างที่สุด ได้ถูกหลินหยุนแสดงออกมาอย่างสมบูรณ์!
หลายวันผ่านไป
หลินหยุนได้รับข้อความที่ส่งมาจากจื่อหวน
หลังจากที่อ่านดูแล้ว หลินหยุนก็ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์หน้าตาเล็กน้อย แล้วก็ไปยังหอปราบทะเล อีกครั้ง