จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1862 ไป๋ชู่
บทที่ 1862 ไป๋ชู่
หลินหยุนหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง จากนั้นก็พูดพึมพำ “ในยุคบรรพกาล พึ่งเริ่มสร้างหมื่นจักรวาล มันมีสิ่งของที่เยอะมากๆและเหนือความคาดหมายจริงๆ”
“แผ่นศิลาหินอันนี้ เมื่ออยู่ในยุคสมัยนั้น มันคงเป็นสมบัติที่ล้ำค่ามากๆ ความแข็งแกร่งของมัน ถึงแม้ไม่ใช้วิชาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ออกมา แต่ถ้าตอนต่อสู้กับศัตรู อาศัยตอนที่ศัตรูไม่ได้ระวังตัว และใช้แผ่นศิลาหินอันนี้ทุบลงไป ร่างกายของศัตรูก็คงแตกเป็นเสี่ยงๆ!”
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หลินหยุนรีบใช้พลังจิตวิญญาณห่อหุ้มมัน เพื่อเอามันเข้าไปในแหวนเก็บของ แต่แผ่นศิลาหินอันนี้แปลกประหลาดมากๆ
หลินหยุนปลดปล่อยพลังจิตวิญญาณออกมาอย่างสุดกำลัง ยังดีที่สามารถเก็บแผ่นศิลาหินเข้าไปในแหวนเก็บของได้
หลินหยุนถอนหายใจยาวๆออกมา จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนยอดเขา
แต่ในเวลานี้ มีพลังที่แข็งแกร่งมากๆพุ่งออกมาจากยอดเขา วินาทีต่อมา มีชายชราใส่ชุดสีขาวปรากฏตัวด้านหน้าหลินหยุน
ชายชรามองหน้าหลินหยุนและพูดอย่างเคร่งขรึม “สถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่สถานที่ที่แกควรมา รีบจากไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นก็อย่างหาว่าฉันไม่เกรงใจละกัน!”
“ฉันรู้จักฐานะของแก วันนี้ฉันจะปล่อยแกไป!”
“เด็กหนุ่ม รีบจากไปเดี๋ยวนี้ อย่าคิดจะมาอวดดีตรงนี้!”
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกาย เขามองหน้าอีกฝ่ายและรู้สึกใบหน้าของคนๆนี้ไม่คุ้นชินเลย แต่อีกฝ่ายกลับฝึกฝนถึงจ้าวครองสี่เต๋าแล้ว
คิดว่าฐานะของอีกฝ่ายคงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
หลินหยุนไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหันหลังและลงจากยอดเขา แต่ในเวลานี้ ชายชราก็พูดอย่างเคร่งขรึม “รอเดี๋ยว! เอาแผ่นศิลาหินอันนั้นออกมาด้วย!”
อันที่จริง การกระทำต่างๆของหลินหยุนที่อยู่ตรงนี้ เขาได้มองเห็นตั้งนานแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ได้ปรากฏตัวเท่านั้น
หลินหยุนพูดอย่างเย็นชา “แกคิดว่าฉันกลัวแกเหรอ?”
จ้าวครองสี่เต๋ารับมือได้ยากมากๆ ถ้าหลินหยุนอยากจะเอาชนะอีกฝ่ายหรือสังหารอีกฝ่าย มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้เขาเคยต่อสู้กับจ้าวครองสามเต๋าอย่างจื้อหั่วมาแล้ว พวกเขาต่อสู้ด้วยการใช้พลังกฎเกณฑ์ สุดท้ายแล้วพวกเขาสู้กันได้อย่างสูสี
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจ้าวครองสี่เต๋า เขาไม่มีโอกาสชนะอยู่แล้ว
แต่มันไม่ได้แสดงว่าจ้าวครองสี่เต๋าสามารถทำอะไรเขาได้
อย่างน้อย ถ้าอีกฝ่ายอยากจะสังหารหลินหยุน มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ดังนั้น เมื่ออีกฝ่ายให้หลินหยุนออกไป หลินหยุนไม่อยากจะมีเรื่อง เขาก็เลยยอมรับและจะจากไป
แต่ถ้าจะให้หลินหยุนเอาแผ่นศิลาหินออกมา มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน ชายชราชุดขาวก็พูดอย่างดูถูก “เด็กหนุ่ม แกคิดว่าตัวเองสามารถต่อสู้กับจื้อหั่วได้อย่างสูสี แกก็มีสิทธิ์มาพูดจาอวดดีต่อหน้าฉันได้เหรอ?”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ถ้างั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาสแกมีชีวิตรอดก็แล้วกัน!”
เมื่อพูดจบ พลังของกฎเกณฑ์แห่งน้ำแข็งก็ปะทุออกมา
สายตาของหลินหยุนเย็นชาทันที พลังกฎเกณฑ์แห่งกระบี่ก็ปรากฏ
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ มีคนๆหนึ่งบินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อคนๆนั้นมาถึง เขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม “สหายหลินอยู่ตรงนี้นี่เอง พวกเราเจอกันอีกแล้ว!”
คนที่มาไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือหมังเซิง
เมื่อหลินหยุนหันไปมองเห็นหมังเซิง ทำให้เขารู้สึกแปลกใจเหมือนกัน แต่หลินหยุนก็พยักหน้าและพูด “สหายหมังเซิง บังเอิญจริงๆ!”
มองเห็นหลินหยุนกับหมังเซิงทักทายกันอย่างสนิทสนม ทำให้สีหน้าของชายชราชุดขาวแย่มากๆ
เขาไม่ได้รีบลงมือ เพราะเขารู้จักหมังเซิง เขาเป็นยอดฝีมือจ้าวครองสามเต๋าที่แข็งแกร่งมากๆ
ถ้าหลินหยุนกับหมังเซิงร่วมมือกัน ถึงแม้เขาจะเป็นยอดฝีมือจ้าวครองสี่เต๋า โอกาสชนะก็ไม่ได้มีสูงอยู่แล้ว
หมังเซิงบินลงมา เขาโค้งคำนับให้หลินหยุนก่อน จากนั้นก็มองไปยังชายชราชุดขาวและเอ่ยปากพูด “คุณเป็นผู้อาวุโสไป๋ชู่นี่เองหมังเซิงคารวะผู้อาวุโส!”
“สหายทั้งสองคนมีเรื่องเข้าใจผิดกันหรือเปล่า?”
“ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดกัน ขอให้เห็นแกหน้าฉัน อย่าต่อสู้กันเลย?”
หลินหยุนยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูด ชายชราที่ชื่อไป๋ชู่ก็เปล่งเสียงเย็นชาออกมา เขามองหน้าหมังเซิงแล้วพูด “หมังเซิง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ เป็นเรื่องของฉันกับเด็กหนุ่มคนนั้น คุณอย่าเข้ามายุ่งเรื่องนี้จะดีกว่า!”
เมื่อหมังเซิงได้ยิน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาและพูด “ผู้อาวุโสไป๋ชู่ สหายหลินคนนี้เป็นนายน้อยโลกชางฉอง อย่างน้อยผู้อาวุโสก็ควรเห็นแกหน้ามหากษัตริย์ชางฉองบ้าง อย่าลงมือต่อสู้จะดีกว่า!”
เมื่อไป๋ชู่ได้ยิน เขาก็เปล่งเสียงเย็นชาออกมาอีกครั้งและพูด “โลกชางฉองแล้วไง? มหากษัตริย์ชางฉองแล้วไง? ตรงนี้ไม่ใช่หมื่นจักรวาล มหากษัตริย์ชางฉองไม่สามารถทำอะไรได้ คุณคิดว่าจะกลัวเหรอ?”
หมังเซิงพูด “อย่างน้อย ถ้าวันนี้ผู้อาวุโสไป๋ชู่ลงมือจริงๆ สำนักที่อยู่เบื้องหลังของผู้อาวุโสและตัวผู้อาวุโสเอง คงจะไม่มีที่ยืนในหมื่นจักรวาลอย่างแน่นอน ผู้อาวุโสไม่แคร์เรื่องนี้เลยเหรอ?”
ไป๋ชู่พูด “ตลกมากๆ! ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ถ้าวันนี้ฉันสังหารเด็กหนุ่มคนนี้จริงๆ มหากษัตริย์ชางฉองจะทำอะไรฉันได้! ในหมื่นจักรวาล เขาคงหาฉันไม่เจออย่างแน่นอน!”
“หมังเซิง คุณคิดจะขัดขวางฉันเหรอ?”
หมังเซิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและพูด “ฉันกับสหายหลินสนิทกันมากๆ ถ้าผู้อาวุโสจะลงมือจริงๆ ฉันก็คงนั่งดูเฉยๆไม่ได้!”
“ผู้อาวุโส ถ้าคิดจะลงมือจริงๆ ถ้างั้นพวกเราสองคนก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้อาวุโสแข็งแกร่งแค่ไหน!”
เมื่อไป๋ชู่ได้ยิน สีหน้าของเขาแย่มากๆ
ความแข็งแกร่งของหลินหยุนนั้น ตอนที่หลินหยุนสู้กับจื้อหั่วนั้น เขามองออกอย่างชัดเจน ถ้าสู้กับแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เขามั่นใจว่าสามารถสังหารหลินหยุนได้
แต่ถ้ามีหมังเซิงเข้ามาต่อสู้ด้วย เรื่องนี้มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ถึงแม้หมังเซิงจะไม่ใช่ยอดฝีมือจากสุดยอดสำนัก
แต่ในหมื่นจักรวาล ชื่อเสียงของหมังเซิงก็โด่งดังมากๆเช่นกัน
ในยอดฝีมือทั้งหมดที่ฝึกฝนถึงจ้าวครองสามเต๋านั้น หมังเซิงแข็งแกร่งมากๆและอยู่อันดับต้นๆด้วย
ถ้าหมังเซิงเผชิญหน้ากับยอดฝีมือจ้าวครองสี่เต๋าทั่วไป เขาอาจจะไม่ใช่ฝ่ายพ่ายแพ้ก็ได้
ถ้าต้องต่อสู้กับหลินหยุนและหมังเซิงพร้อมกัน เขาไม่มีโอกาสชนะอยู่แล้ว
ในขณะที่ไป๋ชู่กำลังลังเลอยู่ หลินหยุนมองหน้าหมังเซิงแล้วเอ่ยปากพูด “สหายหมังเซิง ในเมื่อคนๆนี้อยากจะต่อสู้กับฉัน ถ้างั้นก็ให้ฉันเล่นกับเขาสักตั้งก็แล้วกัน สหายไม่จำเป็นต้องลงมือ แค่ดูอยู่เฉยๆก็พอแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน ไม่เพียงแค่หมังเซิงที่รู้สึกตกใจ แม้แต่ไป๋ชู่ก็รู้สึกตกใจเหมือนกัน สีหน้าของไป๋ชู่เปลี่ยนไปและรีบเอ่ยปากพูด “หมังเซิง คุณได้ยินหรือยัง เด็กหนุ่มคนนี้อยากหาเรื่องตาย ถ้างั้นก็อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน!”
หมังเซิงมองหน้าหลินหยุนและอยากจะพูดเกลี้ยกล่อม แต่หลินหยุนกลับพูด “สหายหมังเซิงไม่จำเป็นต้องพูดอีกแล้ว คุณดูเฉยๆก็พอแล้ว!”
เมื่อพูดจบ หลินหยุนหันไปมองไป๋ชู่แล้วพูด “ด้วยพลังที่แกมีอยู่ในตอนนี้ มหากษัตริย์ยังต้องลงมือสังหารแกด้วยตัวเองอีกเหรอ? เรื่องนี้มันตลกมากๆ!”
ขณะพูด กฎเกณฑ์แห่งกระบี่โจมตีใส่ไป๋ชู่ทันที
ไป๋ชู่เปล่งเสียงเย็นชาออกมา “ในเมื่อแกอยากตาย ฉันก็จะทำตามที่แกปรารถนา!”
เมื่อพูดจบ พลังขอบเขตของเขาก็พุ่งออกไปปกคลุมหลินหยุนทันที เมื่อหลินหยุนโดนพลังขอบเขตปกคลุม ทำให้พลังของหลินหยุนและพลังกฎเกณฑ์แห่งกระบี่โดนกดทับและอ่อนแอลงมากๆ
จากนั้นก็มีกระบี่น้ำแข็งจำนวนมหาศาล เหมือนพุ่งลงมาจากสวรรค์และโจมตีใส่หลินหยุนทันที