จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 18 : เลือดบนถนนการค้า
แสงอรุณแรกของวันค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเหนือขอบฟ้า
แต่ภายในหอโอสถสวรรค์กลับไม่มีผู้ใดรู้สึกผ่อนคลาย
ซากความเสียหายจากการลอบสังหารเมื่อคืนยังคงปรากฏให้เห็นทั่วบริเวณ
กำแพงหลายส่วนแตกร้าว
พื้นหินเต็มไปด้วยรอยปะทะ
ยามเฝ้าประตูสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส
โชคดีที่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต
ภายในห้องโถงใหญ่
ซูเฉินกำลังพันผ้าบาดแผลที่แขน
แม้จะได้รับโอสถรักษาแล้ว
แต่สีหน้ายังคงซีดเซียว
“สารเลวพวกนั้น”
“หากไม่ใช่เพราะค่ายกลของนายท่าน”
“เมื่อคืนพวกเราคงแย่แน่”
เย่ชิงอวี่เองก็มีสีหน้าเคร่งเครียด
“ฟางจงเริ่มไม่สนใจกฎของเมืองแล้ว”
“การส่งมือสังหารเข้ามาเช่นนี้”
“เท่ากับประกาศสงครามโดยตรง”
หลินเย่นั่งอยู่หัวโต๊ะ
สายตาสงบนิ่งผิดปกติ
หลังจากเงาโลหิตล่าถอยเมื่อคืน
เขากลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจ
ตรงกันข้าม
เขากลับตระหนักได้ถึงปัญหาสำคัญ
ตอนนี้หอโอสถสวรรค์กำลังเติบโตเร็วเกินไป
แต่กำลังคุ้มกันกลับยังอ่อนแอ
หากเผชิญการโจมตีระดับเดียวกันอีกหลายครั้ง
สถานการณ์อาจไม่จบลงง่ายเช่นเมื่อคืน
ทันใดนั้นเอง
หลัวเฟิงรีบวิ่งเข้ามา
สีหน้าตื่นตระหนก
“นายท่าน!”
“เกิดเรื่องแล้ว!”
ทุกคนลุกขึ้นทันที
“พูดมา”
หลัวเฟิงหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนกล่าวออกมา
“ขบวนสมุนไพรของพ่อค้าพันธมิตรทางตะวันตกถูกโจมตี”
“มีผู้เสียชีวิตหลายคน”
ห้องโถงเงียบสนิท
ดวงตาของหลินเย่เย็นลงทันที
“ที่ใด”
“ถนนการค้าสายตะวันตก”
“ห่างจากเมืองประมาณยี่สิบลี้”
สิ้นเสียง
หลินเย่ก็ลุกขึ้นทันที
“ซูเฉิน”
“ตามข้ามา”
“ขอรับ!”
…
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ม้าศึกสองตัวทะยานออกจากประตูเมือง
มุ่งหน้าไปยังถนนการค้าสายตะวันตก
เมื่อเดินทางมาถึง
ภาพตรงหน้าก็ทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป
รถขนส่งสามคันพลิกคว่ำอยู่ข้างทาง
สมุนไพรวิญญาณกระจัดกระจายเต็มพื้น
พ่อค้าหลายคนได้รับบาดเจ็บ
บางคนจมกองเลือด
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งรีบเข้ามาคุกเข่าเมื่อเห็นหลินเย่
“ท่านเจ้าหอ!”
“ช่วยพวกเราด้วย!”
หลินเย่รีบประคองอีกฝ่ายขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น”
ชายผู้นั้นกัดฟันแน่น
“พวกมันสวมหน้ากาก”
“มีประมาณสิบคน”
“พวกมันไม่เอาสมุนไพร”
“แต่ฆ่าคนของพวกเรา”
ดวงตาของหลินเย่หรี่ลง
ไม่เอาสินค้า
แต่สังหารคน
นั่นหมายความว่าเป้าหมายไม่ใช่การปล้น
แต่เป็นการข่มขู่
ฟางจงกำลังส่งสัญญาณไปยังพันธมิตรทุกคน
ผู้ใดร่วมมือกับหอโอสถสวรรค์
ผู้นั้นต้องตาย
ซูเฉินกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงดัง
“มันเกินไปแล้ว!”
“ข้าจะไปฆ่ามันเดี๋ยวนี้!”
“ใจเย็น”
หลินเย่กล่าวเสียงเรียบ
ความโกรธไม่อาจแก้ปัญหาได้
เขาค่อย ๆ เดินสำรวจพื้นที่
สายตาสังเกตร่องรอยทุกอย่าง
ทันใดนั้น
เขาก็พบสิ่งผิดปกติ
รอยเท้าหนึ่งชุดอยู่ห่างจากจุดต่อสู้เล็กน้อย
และลึกกว่าปกติ
เหมือนคนที่ยืนเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ตลอด
“ตรงนี้”
ซูเฉินรีบเดินเข้ามา
“มีอะไรหรือ”
หลินเย่ย่อตัวลง
ก่อนหยิบวัตถุสีดำเล็ก ๆ ขึ้นมาจากพื้น
มันเป็นเศษโลหะรูปจันทร์เสี้ยว
สลักสัญลักษณ์แปลกประหลาดเอาไว้
ทันทีที่เห็นสัญลักษณ์นั้น
ระบบก็ส่งเสียงขึ้น
【ตรวจพบสัญลักษณ์องค์กร】
【หอเงาทมิฬ】
【องค์กรนักฆ่าระดับต่ำ】
【เกี่ยวข้องกับภารกิจหลัก】
หัวใจของหลินเย่สั่นสะเทือน
หอเงาทมิฬ!
นี่เป็นครั้งแรกที่ระบบแจ้งเตือนภารกิจหลัก
แสดงว่าเบื้องหลังเรื่องนี้อาจไม่ได้มีเพียงฟางจง
แต่ยังมีองค์กรอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน
ภายในเมืองชิงเหอ
ข่าวการโจมตีแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
พ่อค้าหลายคนเริ่มหวาดกลัว
บางคนคิดถอนตัวจากพันธมิตร
หากปล่อยไว้เช่นนี้
เครือข่ายที่หลินเย่สร้างขึ้นอาจพังทลาย
เมื่อกลับถึงหอโอสถสวรรค์
หลินเย่จึงเรียกประชุมทันที
พ่อค้าพันธมิตรทั้งหมดถูกเชิญมา
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด
หลายคนมีสีหน้าหวาดหวั่น
บางคนถึงกับไม่กล้าสบตา
ในที่สุด
ชายชราคนหนึ่งก็ลุกขึ้น
“เจ้าหอหลิน”
“พวกเรารู้ว่าท่านมีความสามารถ”
“แต่ฝ่ายตรงข้ามโหดเหี้ยมเกินไป”
“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป…”
“พวกเราคงรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้”
หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย
ห้องโถงตกอยู่ในความเงียบ
หลินเย่กวาดสายตามองทุกคน
ก่อนกล่าวขึ้นอย่างช้า ๆ
“ทุกท่าน”
“ข้าขอถามคำถามหนึ่ง”
“ก่อนหน้าที่จะร่วมมือกับข้า”
“พวกท่านมีชีวิตที่ดีหรือไม่”
ผู้คนต่างชะงัก
คำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
พวกเขาถูกฟางจงกดขี่มาหลายปี
กำไรน้อยนิด
ไร้อำนาจต่อรอง
หลินเย่กล่าวต่อ
“หากวันนี้พวกท่านยอมถอย”
“วันหน้าเขาจะกดหัวพวกท่านมากกว่าเดิม”
“แต่หากพวกเรายืนหยัด”
“อนาคตของเมืองนี้จะเปลี่ยนไป”
น้ำเสียงไม่ได้ดัง
แต่กลับหนักแน่นอย่างยิ่ง
จากนั้น
หลินเย่หยิบขวดโอสถหลายสิบขวดออกมา
“ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน”
“หอโอสถสวรรค์จะรับผิดชอบค่ารักษาทั้งหมด”
“ครอบครัวผู้เสียชีวิต”
“จะได้รับเงินชดเชยสามเท่า”
ทั้งห้องโถงเงียบงัน
หลายคนเบิกตากว้าง
แม้แต่เย่ชิงอวี่เองยังตกใจ
นี่คือเงินจำนวนมหาศาล
แต่หลินเย่กลับไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เพราะเขารู้ดี
สิ่งที่สำคัญกว่าทรัพย์สิน
คือความเชื่อมั่น
ไม่นานนัก
สีหน้าของผู้คนเริ่มเปลี่ยนไป
ความหวาดกลัวค่อย ๆ ลดลง
แทนที่ด้วยความเคารพ
และในวันนั้นเอง
ชื่อเสียงของหอโอสถสวรรค์ก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ไม่ใช่เพราะโอสถ
แต่เพราะผู้คนเริ่มเชื่อมั่นในตัวหลินเย่อย่างแท้จริง
ทว่าขณะเดียวกัน
ภายในห้องลับแห่งหนึ่ง
ฟางจงกำลังรับฟังรายงานด้วยใบหน้ามืดครึ้ม
“พวกมันไม่ถอนตัวอย่างนั้นหรือ”
ชายชุดดำคุกเข่าลง
“ขอรับ”
“ตรงกันข้าม”
“ดูเหมือนพวกเขาจะยิ่งเชื่อมั่นในหลินเย่”
ปัง!
โต๊ะไม้เบื้องหน้าแตกเป็นเสี่ยง
ความโกรธปะทุขึ้นในดวงตาของฟางจง
“ดี!”
“ในเมื่อมันต้องการเล่น”
“ข้าจะเล่นกับมันให้ถึงที่สุด!”
แววตาอำมหิตฉายวาบขึ้น
และในเงามืดเบื้องหลังเขา
เงาร่างผู้หนึ่งกำลังนั่งเงียบ ๆ
มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ
ราวกับกำลังมองดูเกมล่าสัตว์ที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…