จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 29 : โอสถสะเทือนเมือง
ลานประลองโอสถทั้งแห่งตกอยู่ในความเงียบงัน
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า
การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะพลิกผันมาถึงจุดนี้
ฟางจงไม่เพียงถูกเปิดโปงความผิดจำนวนมาก
แต่ยังยอมรับความเกี่ยวข้องกับหอเงาทมิฬต่อหน้าผู้คนทั้งเมือง
พลังสีดำที่แผ่ออกจากร่างของเขา
ทำให้ผู้ฝึกตนจำนวนมากรู้สึกหวาดหวั่น
ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรร้ายจากห้วงลึก
…
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
ฟางจงหัวเราะเสียงดัง
เส้นเลือดสีดำปรากฏขึ้นทั่วใบหน้า
ดวงตากลายเป็นสีม่วงเข้มอย่างสมบูรณ์
“พวกเจ้าคิดว่าข้าจะสนใจชื่อเสียงงั้นหรือ?”
“สิ่งเหล่านั้นไม่มีค่าอีกต่อไปแล้ว!”
ตูม!
พลังมารระเบิดออกจากร่าง
โต๊ะกรรมการหลายตัวแตกกระจาย
ผู้ชมจำนวนมากรีบถอยหนีด้วยความตกใจ
แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสูงบางคนยังเปลี่ยนสีหน้า
เพราะกลิ่นอายที่ฟางจงปลดปล่อยออกมา
เริ่มเข้าใกล้ระดับที่เหนือกว่าก่อกำเนิดลมปราณ
…
ประธานถานเหวินซานโกรธจนตัวสั่น
“ฟางจง!”
“เจ้ากล้าสมคบคิดกับหอเงาทมิฬจริง ๆ!”
ฟางจงหัวเราะเยาะ
“แล้วอย่างไร?”
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
“ไม่มีใครกล้าต่อต้านข้า”
“เพราะคนที่ต่อต้าน…”
“ล้วนตายหมดแล้ว!”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งสนามเงียบกริบ
เพราะมันเท่ากับเป็นการสารภาพความผิดทั้งหมด
…
บนอัฒจันทร์พิเศษ
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงค่อย ๆ ลุกขึ้น
แววตาเย็นเฉียบ
“ฟางจง”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าความผิดนี้มีโทษเช่นไร”
ฟางจงมองนาง
ก่อนหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“โทษ?”
“ตราบใดที่ข้าแข็งแกร่งพอ”
“ผู้ใดจะลงโทษข้าได้!”
วูมมมม!
พลังสีดำพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า
เมฆเหนือเมืองชิงเหอเริ่มหมุนวน
ภาพดังกล่าวทำให้ผู้คนจำนวนมากตกตะลึง
…
แต่ในขณะนั้นเอง
หลินเย่ก็ก้าวออกมาหนึ่งก้าว
สายตาสงบนิ่ง
ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“ฟางจง”
เสียงของเขาดังขึ้นทั่วสนาม
“เจ้าคิดว่าพลังที่ขโมยมาจากหอเงาทมิฬ”
“จะช่วยให้เจ้าชนะได้จริงหรือ”
ฟางจงหันมามอง
ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
“อย่างน้อยก็ดีกว่าเด็กอย่างเจ้า!”
“วันนี้ต่อให้ข้าต้องทำลายทั้งสนาม”
“ข้าก็จะฆ่าเจ้า!”
…
ฟึ่บ!
ร่างของฟางจงพุ่งออกมา
ความเร็วราวสายฟ้า
ฝ่ามือสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
พุ่งตรงมายังหลินเย่
ผู้ชมจำนวนมากร้องด้วยความตกใจ
เพราะพลังระดับนี้
เพียงพอจะสังหารผู้ฝึกตนก่อกำเนิดลมปราณทั่วไปได้ทันที
แต่หลินเย่กลับไม่ถอย
วูมมม!
เพลิงโอสถสวรรค์เขียวลุกโชนขึ้นรอบกาย
จากนั้นเขาชกหมัดออกไป
ตูมมมม!
การปะทะทำให้พื้นเวทีแตกร้าวเป็นวงกว้าง
คลื่นพลังแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง
ผู้ชมด้านหน้ารีบเปิดม่านพลังป้องกันทันที
…
เมื่อฝุ่นควันจางลง
ร่างของหลินเย่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
ไม่มีแม้แต่รอยบาดเจ็บ
ฟางจงเบิกตากว้าง
“เป็นไปไม่ได้!”
“เจ้ารับการโจมตีของข้าได้อย่างไร!”
หลินเย่ไม่ตอบ
เพราะตั้งแต่ได้รับมรดกโอสถเซียนชิงมู่
ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนระดับเดียวกันหลายเท่า
…
ในจังหวะนั้นเอง
เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น
[ภารกิจพิเศษสำเร็จบางส่วน]
[เปิดโปงตัวตนของฟางจงสำเร็จ]
[รางวัล : สูตรโอสถสะท้านสวรรค์]
[ต้องการใช้งานหรือไม่]
ดวงตาของหลินเย่เป็นประกาย
โอสถสะท้านสวรรค์
เป็นสูตรที่อยู่ในมรดกระดับสูงของโอสถเซียนชิงมู่
หากสร้างสำเร็จ
จะสามารถดึงดูดพลังฟ้าดินได้
…
ทันใดนั้น
หลินเย่หันกลับไปมองเตาหลอมที่ยังคงอยู่กลางสนาม
ก่อนเดินกลับไปช้า ๆ
การกระทำของเขาทำให้ทุกคนงุนงง
แม้แต่ฟางจงยังชะงัก
“เจ้าจะทำอะไร”
หลินเย่กล่าวเพียงประโยคเดียว
“จบการแข่งขัน”
…
วูมมมม!
เพลิงโอสถสวรรค์เขียวปะทุขึ้นอีกครั้ง
รุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
สมุนไพรหายากจำนวนมากถูกโยนเข้าสู่เตาหลอม
พลังฟ้าดินจากทั่วบริเวณเริ่มหลั่งไหลเข้ามา
ท้องฟ้าเหนือเมืองชิงเหอเปลี่ยนสี
เมฆจำนวนมหาศาลหมุนวนเป็นวงกลม
ภาพนี้ทำให้ผู้คนทั้งเมืองหยุดทุกสิ่งที่กำลังทำ
ก่อนเงยหน้ามองขึ้นฟ้า
…
ประธานถานตัวสั่น
“นี่มัน…”
ผู้อาวุโสหลายคนถึงกับลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
เพราะพวกเขาสัมผัสได้
ว่ากำลังจะเกิดบางสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในเมืองชิงเหอมาก่อน
…
ภายในเตาหลอม
โอสถสีทองค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น
รัศมีสว่างเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์
จากนั้น
ลายวิญญาณสายแรกก็ปรากฏขึ้น
ตามมาด้วยสายที่สอง
สายที่สาม
สายที่สี่
ทั่วทั้งสนามเงียบสนิท
เพราะแม้แต่นักปรุงโอสถระดับปรมาจารย์
ก็ยากจะสร้างโอสถที่มีลายวิญญาณสี่สายได้
…
แต่ทุกอย่างยังไม่จบ
วูมมมม!
ท้องฟ้าส่งเสียงคำราม
สายฟ้าสีทองผ่าลงมาจากเมฆ
พุ่งตรงสู่โอสถภายในเตาหลอม
ตูมมม!
แสงสว่างปกคลุมทั้งเมือง
เมื่อทุกคนลืมตาขึ้นอีกครั้ง
โอสถสีทองหนึ่งเม็ดกำลังลอยอยู่เหนือเตาหลอม
เปล่งประกายเจิดจ้า
ราวกับดวงดาวบนสวรรค์
…
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงถึงกับยืนขึ้นเต็มตัว
ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“โอสถดึงดูดสายฟ้าสวรรค์…”
ชายชราทั้งสองด้านข้างมีสีหน้าไม่ต่างกัน
เพราะต่อให้ในเมืองหลวง
ปรากฏการณ์เช่นนี้ก็หาได้ยากอย่างยิ่ง
…
ผู้คนทั่วสนามตกอยู่ในความเงียบ
ก่อนเสียงอุทานจะดังขึ้นพร้อมกัน
“โอสถสะเทือนเมือง!”
“นี่คือโอสถสะเทือนเมือง!”
“ข้าไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน!”
…
ฟางจงมองโอสถสีทองกลางอากาศ
ใบหน้าซีดเผือด
ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
เขาเข้าใจแล้ว
ต่อให้ใช้พลังมาร
ต่อให้ทรยศต่อทุกคน
สุดท้ายแล้ว
เขาก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามหลินเย่ได้
และในวินาทีนั้นเอง
ความพ่ายแพ้อย่างแท้จริง
ก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาเป็นครั้งแรก