จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 44 : การประลองโอสถ
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ตลอดช่วงเวลานั้น ชื่อของหลินเย่ยังคงถูกกล่าวถึงทั่วนครหลวงชิงหยุน
เด็กหนุ่มจากเมืองชิงเหอ
ผู้หลอมโอสถระดับสมบูรณ์แบบสองครั้งติดต่อกันในการสอบของสภาโอสถ
เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นหัวข้อสนทนาของนักปรุงโอสถและผู้ฝึกตนจำนวนมาก
บางคนชื่นชม
บางคนไม่เชื่อ
ส่วนอีกหลายคนกำลังรอวันที่เขาจะพ่ายแพ้
เพราะในนครหลวงแห่งนี้
อัจฉริยะไม่เคยขาดแคลน
…
ยามเช้า
ลานเมฆาสวรรค์ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานชุมนุมอัจฉริยะแห่งนครหลวงเต็มไปด้วยผู้คน
อัฒจันทร์ขนาดมหึมาสามารถรองรับผู้ชมได้หลายหมื่นคน
ตัวแทนจากตระกูลใหญ่
สำนักต่าง ๆ
รวมถึงเจ้าหน้าที่จากราชสำนักต่างเดินทางมาร่วมงาน
เบื้องหน้าลานประลอง
เตาหลอมโอสถสีทองสิบเตาตั้งเรียงราย
แสงอาทิตย์สะท้อนพื้นผิวจนเกิดประกายระยิบระยับ
…
หลินเย่เดินเข้าสู่ลานประลองอย่างสงบ
สายตาหลายพันคู่หันมามองทันที
เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วบริเวณ
“นั่นคือหลินเย่”
“เด็กหนุ่มจากเมืองชิงเหอ”
“ได้ยินว่าหลอมโอสถสมบูรณ์แบบถึงสองครั้ง”
“ไม่รู้ว่าวันนี้จะทำได้อีกหรือไม่”
…
บนอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก
จ้าวหมิงนั่งอยู่ในชุดคลุมสีม่วง
สายตาเย็นเยียบจับจ้องมาที่หลินเย่
ตลอดสามวันที่ผ่านมา
เขากลายเป็นตัวตลกของนครหลวงโดยไม่รู้ตัว
เพราะชื่อเสียงทั้งหมดกลับตกไปอยู่ที่เด็กหนุ่มคนนี้
…
“วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่า”
“คนจากเมืองเล็กไม่มีทางเทียบตระกูลจ้าวได้”
จ้าวหมิงกล่าวกับตนเอง
…
ในขณะเดียวกัน
บริเวณที่นั่งพิเศษด้านบนสุด
จ้าวเทียนอวี่กำลังนั่งจิบชาอย่างสงบ
ข้างกายมีชายชราหลังค่อมยืนอยู่
“คุณชายคิดว่าใครจะชนะ”
ชายชราถาม
จ้าวเทียนอวี่ยิ้มบาง
“การประลองโอสถไม่ใช่เรื่องของพลัง”
“แต่เป็นเรื่องของความเข้าใจ”
“และข้ายังมองหลินเย่ไม่ออก”
…
เสียงระฆังดังขึ้น
ก้องงงง!
ทั่วทั้งลานเงียบลงทันที
ชายชราชุดม่วงจากสภาโอสถก้าวออกมากลางเวที
“การประลองโอสถครั้งนี้”
“จะใช้การหลอมโอสถวิญญาณโลหิตระดับสี่”
“ผู้ที่หลอมโอสถได้คุณภาพสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ”
ทันทีที่ประกาศจบ
ผู้คนจำนวนมากก็ส่งเสียงฮือฮา
โอสถวิญญาณโลหิตระดับสี่ถือว่าหลอมยากอย่างยิ่ง
แม้แต่นักปรุงโอสถระดับสี่หลายคนยังไม่กล้ารับประกันความสำเร็จ
…
ผู้เข้าแข่งขันทั้งสิบคนเดินเข้าประจำตำแหน่ง
หลินเย่อยู่เตาหมายเลขเจ็ด
ส่วนจ้าวหมิงอยู่เตาหมายเลขหนึ่ง
สายตาของทั้งสองสบกันเพียงชั่วครู่
ก่อนต่างฝ่ายต่างหันกลับไป
…
“เริ่มได้!”
สิ้นเสียงประกาศ
เปลวไฟหลากสีก็ลุกขึ้นพร้อมกัน
สมุนไพรจำนวนมากถูกโยนเข้าสู่เตาหลอม
ทั่วทั้งลานเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของพลังยา
…
จ้าวหมิงลงมืออย่างรวดเร็ว
เปลวเพลิงสีม่วงหมุนวนรอบเตาหลอมอย่างสวยงาม
เสียงชื่นชมดังขึ้นจากอัฒจันทร์
“วิชาควบคุมเพลิงของตระกูลจ้าว”
“สมกับเป็นอัจฉริยะจริง ๆ”
…
ส่วนหลินเย่
ยังคงสงบนิ่ง
เขาค่อย ๆ หยิบสมุนไพรขึ้นมาตรวจสอบทีละต้น
การเคลื่อนไหวดูธรรมดา
แต่กลับแม่นยำอย่างประหลาด
…
เนตรโอสถสวรรค์ถูกเปิดใช้งานอย่างเงียบงัน
เส้นพลังวิญญาณภายในสมุนไพรทุกชนิดปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
เขาคัดเลือกส่วนที่ดีที่สุดออกมา
ตัดส่วนที่มีตำหนิทิ้งทั้งหมด
…
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
ครึ่งชั่วยาม
หนึ่งชั่วยาม
ผู้เข้าแข่งขันหลายคนเริ่มแสดงสีหน้ากังวล
บางคนถึงกับระเบิดเตาหลอม
เสียงร้องตกใจดังขึ้นเป็นระยะ
…
เหลือเพียงสามคนเท่านั้นที่ยังดำเนินการต่อ
จ้าวหมิง
หญิงสาวจากสำนักบุปผาเมฆา
และหลินเย่
…
ทันใดนั้น
เปลวไฟสีม่วงของจ้าวหมิงพลันพุ่งสูงขึ้น
วูมมม!
กลิ่นหอมเข้มข้นกระจายไปทั่วลาน
ผู้คนจำนวนมากลุกขึ้นยืน
“กำลังจะสำเร็จแล้ว!”
…
จ้าวหมิงเผยรอยยิ้มมั่นใจ
ก่อนสะบัดมือเปิดฝาเตาหลอม
ฟึ่บ!
โอสถสีแดงเข้มห้าเม็ดลอยขึ้นกลางอากาศ
แต่ละเม็ดเปล่งประกายแสงสีทองอ่อน ๆ
“โอสถระดับสูง!”
กรรมการหลายคนพยักหน้า
คุณภาพเช่นนี้ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว
…
เสียงเชียร์ดังขึ้นจากฝั่งตระกูลจ้าว
จ้าวหมิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
ก่อนหันไปมองหลินเย่
…
แต่ในวินาทีนั้นเอง
เตาหลอมหมายเลขเจ็ดก็สั่นสะเทือน
วูมมมมม!
คลื่นพลังวิญญาณแผ่ออกมารอบด้าน
ผู้คนจำนวนมากเปลี่ยนสีหน้าทันที
…
ดวงตาของจ้าวเทียนอวี่เป็นประกาย
เขาวางถ้วยชาลงช้า ๆ
“ในที่สุดก็เริ่มแล้วสินะ”
…
เปลวเพลิงสีเขียวมรกตพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ก่อนจะหดกลับเข้าสู่เตาหลอมอย่างรวดเร็ว
หลินเย่ลืมตาขึ้น
ก่อนแตะนิ้วลงบนฝาเตาหลอมเบา ๆ
“เปิด”
ฟึ่บ!
ฝาเตาหลอมเปิดออกทันที
โอสถสีแดงสดหกเม็ดลอยขึ้นกลางอากาศ
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงไม่ใช่จำนวน
หากเป็นวงแสงสีทองที่ปรากฏรอบโอสถแต่ละเม็ด
…
ทั่วทั้งลานเงียบกริบ
กรรมการคนหนึ่งถึงกับลุกขึ้นยืน
“วงแสงโอสถ!”
“นี่คือสัญลักษณ์ของโอสถระดับสมบูรณ์แบบ!”
…
ผู้คนหลายหมื่นคนตกอยู่ในความเงียบ
ก่อนเสียงฮือฮาจะระเบิดขึ้นราวกับคลื่นยักษ์
…
โอสถระดับสี่สมบูรณ์แบบ!
ต่อหน้าผู้ชมทั้งนครหลวง!
…
จ้าวหมิงหน้าซีดเผือด
ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เป็นไปไม่ได้…”
“เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
…
แต่ความจริงอยู่ตรงหน้า
โอสถทั้งหกเม็ดลอยอยู่กลางอากาศ
เปล่งประกายราวกับดวงดาว
ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้
…
ชายชราชุดม่วงก้าวออกมา
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“ผู้ชนะการประลองโอสถครั้งนี้”
“หลินเย่!”
เสียงประกาศดังก้องไปทั่วลาน
…
ทันใดนั้น
เสียงปรบมือก็ดังขึ้นจากอัฒจันทร์ชั้นสูง
ทุกคนหันไปมอง
ผู้ที่กำลังปรบมืออยู่
คือจ้าวเทียนอวี่
อัจฉริยะอันดับต้น ๆ ของนครหลวง
…
“ยอดเยี่ยม”
เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ดูเหมือนงานชุมนุมครั้งนี้จะไม่น่าเบื่อแล้ว”
…
หลินเย่เงยหน้าขึ้น
สายตาของทั้งสองสบกันอีกครั้ง
แม้ไม่มีคำพูดใดเพิ่มเติม
แต่ทุกคนสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
ราวกับดาวดวงใหม่กำลังถือกำเนิดขึ้นในนครหลวงชิงหยุน
และการพบกันของอัจฉริยะทั้งสอง
อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่านี้
อย่างไรก็ตาม
ในเงามืดใต้ลานประลอง
ชายชุดดำผู้หนึ่งกำลังกำหมัดแน่น
ดวงตาเย็นเยียบจับจ้องไปยังหลินเย่
ก่อนจะหยิบแผ่นหยกสื่อสารขึ้นมา
“รายงานมือสังหารลำดับที่ห้า”
“ยืนยันเป้าหมายแล้ว”
“ผู้สืบทอด…อยู่ที่นี่”