จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 43 : อัจฉริยะแห่งนครหลวง
ข่าวการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มจากเมืองชิงเหอแพร่กระจายไปทั่วสภาโอสถแห่งแคว้นอย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาเพียงครึ่งวัน
ชื่อของ “หลินเย่” กลายเป็นหัวข้อสนทนาของนักปรุงโอสถจำนวนมาก
โอสถระดับสมบูรณ์แบบในการสอบรอบแรก
ต่อให้เป็นอัจฉริยะของนครหลวงเองก็ใช่ว่าจะทำได้ง่าย ๆ
โดยเฉพาะเมื่อผู้กระทำเป็นเพียงคนจากเมืองเล็กที่แทบไม่มีใครรู้จักมาก่อน
…
ภายในห้องรับรองของสภาโอสถ
จ้าวหมิงกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์สีดำ
ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยความเย็นชา
เบื้องหน้าของเขา
คือรายงานข้อมูลที่เพิ่งถูกส่งมา
“หลินเย่”
“อายุยี่สิบปี”
“มาจากเมืองชิงเหอ”
“ก่อตั้งหอโอสถสวรรค์”
“เกี่ยวข้องกับหอประมูลสวรรค์”
จ้าวหมิงขมวดคิ้ว
ข้อมูลเหล่านี้ดูธรรมดาเกินไป
ธรรมดาจนผิดปกติ
หากอีกฝ่ายมีความสามารถระดับนี้จริง
ย่อมไม่ควรไร้ชื่อเสียงเช่นนี้
…
“ตรวจสอบต่อ”
เขากล่าวเสียงเรียบ
“ข้าไม่เชื่อว่าเด็กคนนี้จะไม่มีเบื้องหลัง”
ชายชราชุดดำที่ยืนอยู่ด้านหลังพยักหน้า
ก่อนหายวับไปจากห้องอย่างเงียบงัน
…
ในเวลาเดียวกัน
ภายในลานทดสอบรอบที่สอง
ผู้เข้าสอบที่ผ่านรอบแรกกว่าครึ่งถูกคัดออกไปแล้ว
เหลือเพียงอัจฉริยะจำนวนหนึ่งเท่านั้น
บรรยากาศตึงเครียดกว่าก่อนหลายเท่า
เพราะทุกคนรู้ดีว่า
ผู้ที่สามารถผ่านรอบสุดท้ายจะได้รับการรับรองเป็นนักปรุงโอสถระดับแคว้นอย่างเป็นทางการ
…
หลินเย่ยืนอยู่กลางกลุ่มผู้เข้าสอบ
สีหน้าสงบนิ่งเช่นเดิม
ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อเขา
…
ขณะนั้นเอง
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“เจ้าคือหลินเย่?”
หลินเย่หันกลับไป
พบชายหนุ่มในชุดขาวกำลังยืนมองอยู่
ใบหน้าคมคาย
สายตาสงบนิ่ง
แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับแข็งแกร่งกว่าผู้เข้าสอบคนอื่นหลายเท่า
…
“มีอะไรหรือ”
หลินเย่ถาม
ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย
“ข้าชื่อซ่งอวี้”
“สำนักเมฆาคราม”
เมื่อได้ยินชื่อนั้น
ผู้คนรอบข้างต่างเปลี่ยนสีหน้า
…
สำนักเมฆาคราม
หนึ่งในสำนักชั้นนำของแคว้นชิงหยุน
และซ่งอวี้คืออัจฉริยะอันดับต้น ๆ ของสำนัก
…
“ข้าได้ยินเรื่องของเจ้า”
ซ่งอวี้กล่าว
“โอสถระดับสมบูรณ์แบบไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ทำได้”
หลินเย่พยักหน้าเล็กน้อย
“แล้ว?”
ซ่งอวี้หัวเราะ
“ไม่มีอะไร”
“ข้าเพียงอยากรู้จักเอาไว้”
พูดจบก็เดินจากไป
ท่ามกลางสายตางุนงงของผู้คน
…
ไม่นานนัก
เสียงระฆังโบราณก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ก้องงงง!
ผู้เข้าสอบทั้งหมดถูกเรียกเข้าสู่ลานกลางแจ้ง
ตรงกลางลานมีเตาหลอมสีทองขนาดใหญ่ตั้งอยู่
รอบด้านเต็มไปด้วยที่นั่งของแขกผู้มีเกียรติ
รวมถึงตัวแทนจากตระกูลใหญ่และสำนักต่าง ๆ
…
ชายชราผู้คุมสอบเดินออกมา
“รอบสุดท้าย”
“การหลอมโอสถภายใต้แรงกดดันของค่ายกล”
“ผู้ที่สามารถหลอมโอสถระดับสามได้สำเร็จภายในหนึ่งชั่วยาม จะผ่านการสอบทันที”
สิ้นเสียง
อักขระโบราณนับพันก็ปรากฏขึ้นรอบลาน
…
วูมมมม!
แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมา
ผู้เข้าสอบหลายคนหน้าซีดทันที
บางคนถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น
…
หลินเย่หรี่ตา
แรงกดดันนี้ไม่เพียงรบกวนการควบคุมพลัง
แต่ยังส่งผลต่อจิตใจโดยตรง
หากสมาธิไม่มั่นคง
ย่อมหลอมโอสถล้มเหลวอย่างแน่นอน
…
แต่สำหรับเขา
แรงกดดันระดับนี้ยังไม่เพียงพอ
…
เปลวเพลิงสีเขียวลุกขึ้นภายในเตาหลอม
สมุนไพรถูกหลอมรวมอย่างรวดเร็ว
การควบคุมเปลวไฟแม่นยำราวกับศิลปะชั้นสูง
…
เวลาผ่านไปทีละน้อย
ผู้เข้าสอบเริ่มพลาดกันทีละคน
เสียงระเบิดจากเตาหลอมดังขึ้นเป็นระยะ
กลิ่นไหม้ลอยฟุ้งทั่วลาน
…
แต่หลินเย่ยังคงนิ่งสงบ
…
ทันใดนั้นเอง
สายตาของเขาก็หันไปยังอัฒจันทร์ด้านบน
คนผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่นั่น
ชุดคลุมสีทอง
ใบหน้าหล่อเหลา
ดวงตาคมดุจคมกระบี่
…
จ้าวเทียนอวี่
อัจฉริยะอันดับต้น ๆ แห่งสำนักศึกษาชิงหยุน
…
อีกฝ่ายกำลังมองมาที่เขาเช่นกัน
สายตาของทั้งสองสบกันกลางอากาศ
เพียงชั่วครู่
แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับยอดฝีมือสองคนกำลังประลองกันอย่างเงียบงัน
…
มุมปากของจ้าวเทียนอวี่ยกขึ้นเล็กน้อย
“น่าสนใจ”
เขาพึมพำเบา ๆ
“ดูเหมือนนครหลวงจะมีคนที่พอคุยด้วยได้เพิ่มมาอีกหนึ่งคน”
…
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้ง
การสอบสิ้นสุดลง
…
หลินเย่เปิดฝาเตาหลอม
โอสถสีเขียวมรกตสามเม็ดลอยขึ้นสู่กลางอากาศ
สมบูรณ์แบบไร้ตำหนิ
อีกครั้ง
…
ทั้งลานเงียบกริบ
ก่อนเสียงฮือฮาจะดังขึ้นราวกับคลื่นทะเล
…
กรรมการหลายคนถึงกับลุกขึ้นยืน
โอสถระดับสมบูรณ์แบบสองครั้งติดต่อกัน
นี่ไม่ใช่พรสวรรค์ธรรมดาอีกต่อไป
…
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง
ชายชราชุดม่วงผู้หนึ่งก็ลุกขึ้นจากที่นั่งประธาน
สายตาของเขาจับจ้องมาที่หลินเย่
…
“ตั้งแต่วันนี้”
“หลินเย่ได้รับการรับรองเป็นนักปรุงโอสถระดับแคว้นอย่างเป็นทางการ”
เสียงประกาศดังก้องไปทั่วลาน
…
ผู้คนจำนวนมากสูดลมหายใจลึก
เพราะนี่คือเกียรติที่อัจฉริยะจำนวนมากใฝ่ฝัน
…
แต่ยังไม่ทันที่เสียงฮือฮาจะสงบลง
ชายชราชุดม่วงก็กล่าวต่อ
“อีกสามวัน”
“งานชุมนุมอัจฉริยะแห่งนครหลวงจะเริ่มขึ้น”
“ผู้ได้รับการรับรองทั้งหมดสามารถเข้าร่วมได้”
ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น
สายตาของทุกคนเปลี่ยนไป
…
งานชุมนุมอัจฉริยะ
เวทีที่รวบรวมยอดฝีมือรุ่นเยาว์จากทั่วแคว้น
ผู้ที่สามารถสร้างชื่อเสียงในงานนี้ได้
ย่อมก้าวสู่จุดสูงสุดได้ในอนาคต
…
ขณะเดียวกัน
ภายในเงามืดของนครหลวง
ชายชุดดำผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่ในห้องลับ
เบื้องหน้าเขาคือเงาร่างเลือนรางที่มองเห็นไม่ชัด
…
“รายงานท่าน”
“พบผู้สืบทอดแล้ว”
…
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่
ก่อนเสียงแหบพร่าจะดังขึ้น
“หลินเย่…”
“ในที่สุดก็ปรากฏตัวจนได้”
…
รอยยิ้มเย็นเยียบค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในความมืด
“จับตาดูเขา”
“อย่าให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว”
…
พายุลูกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
และจุดศูนย์กลางของพายุนั้น
ก็คือหลินเย่