จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 49 : ศึกชิงมรดก
“สามสิบล้าน”
เสียงเย็นเยียบดังสะท้อนไปทั่วห้องประมูล
ภายในชั่วพริบตา
บรรยากาศทั้งหมดพลันเปลี่ยนไป
ผู้คนจำนวนมากหันมองไปยังห้องรับรองต้นเสียง
แม้จะมีม่านค่ายกลปิดกั้นอยู่
แต่ทุกคนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันประหลาดที่แผ่ออกมาจากภายใน
บนเวที
เหม่ยหลานเองก็ชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนจะรีบควบคุมสีหน้า
“สามสิบล้านหินวิญญาณ!”
“มีผู้ใดเสนอสูงกว่านี้หรือไม่?”
…
ภายในห้องรับรอง
มู่ชิงเสวี่ยขมวดคิ้ว
“พวกมันมาแล้ว”
หลินเย่พยักหน้า
แม้อีกฝ่ายจะยังไม่เปิดเผยตัว
แต่เขามั่นใจว่าเป็นคนของหอเงาทมิฬ
และไม่ใช่ระดับธรรมดา
…
“นายท่าน”
หลัวเฟิงกล่าวเสียงต่ำ
“เราจะทำอย่างไร”
หลินเย่จ้องมองแผ่นหยกบนเวที
แววตาสงบนิ่ง
“ประมูลต่อ”
“แต่ระวังตัวไว้”
…
“สามสิบเอ็ดล้าน”
เสียงของหลินเย่ดังขึ้น
…
ทั้งห้องโถงเงียบลงอีกครั้ง
หลายคนเริ่มถอนหายใจ
ราคาเช่นนี้เกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าร่วมได้แล้ว
แม้แต่ตระกูลใหญ่หลายแห่งยังเริ่มลังเล
…
แต่เพียงไม่นาน
เสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“สี่สิบล้าน”
…
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้อง
ราคาพุ่งขึ้นอีกเกือบสิบล้านในครั้งเดียว
ชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่คิดเล่นเกมราคา
แต่ต้องการกดดันคู่แข่งโดยตรง
…
ดวงตาของหลินเย่หรี่ลง
ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ห้าสิบล้าน”
…
คราวนี้แม้แต่เหม่ยหลานยังตกใจ
ห้าสิบล้านหินวิญญาณ
ถือเป็นจำนวนมหาศาล
ต่อให้เป็นตระกูลระดับสูงก็ต้องคิดหนัก
…
ภายในห้องรับรองของหอเงาทมิฬ
ชายชุดดำสามคนกำลังนั่งเงียบ
หนึ่งในนั้นหัวเราะเบา ๆ
“เด็กคนนี้กล้าดี”
…
ชายตรงกลางค่อย ๆ ลืมตา
ดวงตาเย็นเยียบราวกับงูพิษ
“ปล่อยให้มันประมูลไป”
“อย่างไรเสีย”
“ของก็ต้องตกมาอยู่ในมือเราอยู่ดี”
…
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบลง
เพราะทุกคนเข้าใจความหมาย
หากไม่ได้ด้วยเงิน
ก็เอาด้วยกำลัง
…
บนเวที
การประมูลดำเนินต่อไป
แต่หลังจากราคาทะลุห้าสิบล้าน
ไม่มีใครกล้าแข่งขันอีก
ในที่สุด
ค้อนประมูลก็ตกลง
ปัง!
“ขอแสดงความยินดี”
“มรดกโบราณชิ้นนี้เป็นของท่านผู้ประมูลหมายเลขเก้า”
เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วห้อง
แต่ผู้มีสายตาเฉียบคมต่างรู้ดี
เรื่องยังไม่จบ
…
หนึ่งชั่วยามต่อมา
ภายในทางเดินลับหลังหอประมูล
หลินเย่ มู่ชิงเสวี่ย และหลัวเฟิงกำลังเดินออกจากอาคาร
ในมือของหลินเย่
มีกล่องหยกสีดำอยู่ใบหนึ่ง
ภายในคือแผ่นหยกมรดกส่วนที่สี่
…
ทันใดนั้น
สายลมเย็นยะเยือกก็พัดผ่าน
…
ฝีเท้าของมู่ชิงเสวี่ยหยุดลง
“มาแล้ว”
นางกล่าวเสียงเบา
…
ฟึ่บ!
ฟึ่บ!
ฟึ่บ!
เงาร่างสามสายปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ปิดกั้นทางออกทั้งหมด
…
ชายชุดดำสามคน
แต่ละคนสวมหน้ากากสีดำ
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาทำให้อากาศหนักอึ้ง
…
หลัวเฟิงหน้าซีดทันที
เพียงแรงกดดันก็ทำให้เขาหายใจลำบาก
…
“ส่งแผ่นหยกมา”
ชายตรงกลางกล่าว
“แล้วพวกเจ้าจะตายอย่างรวดเร็ว”
…
หลินเย่หัวเราะเบา ๆ
“หอเงาทมิฬชอบพูดแบบนี้ทุกคนหรือ”
…
ชายชุดดำไม่ตอบ
แต่แรงกดดันรอบตัวกลับเพิ่มขึ้น
พื้นหินเริ่มแตกร้าว
…
มู่ชิงเสวี่ยก้าวออกมาข้างหน้า
พลังน้ำแข็งเย็นยะเยือกแผ่ออกไปทั่วพื้นที่
“ลำดับที่สาม”
“ลำดับที่สี่”
“ลำดับที่หก”
“คิดไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะมาพร้อมกัน”
…
ทันทีที่ได้ยิน
แม้แต่หลินเย่ยังตกใจ
ยอดฝีมือระดับสูงของหอเงาทมิฬถึงสามคน
…
ชายลำดับที่สามหัวเราะ
“เพื่อมรดกโอสถนิรันดร์”
“ก็คุ้มค่า”
…
สิ้นเสียง
ร่างของเขาหายไปจากจุดเดิม
…
เร็ว!
เร็วจนน่าตกใจ!
…
ดวงตาของหลินเย่หดเล็กลง
ก่อนรีบถอยหลัง
ตูมมมม!
พื้นดินระเบิดออกตรงจุดที่เขายืนอยู่เมื่อครู่
…
ขณะเดียวกัน
มู่ชิงเสวี่ยปะทะกับลำดับที่สี่โดยตรง
พลังน้ำแข็งและพลังเงาปะทะกันอย่างรุนแรง
คลื่นพลังแผ่กระจายออกไปรอบด้าน
…
ส่วนลำดับที่หก
พุ่งเข้าหาหลัวเฟิงทันที
…
“ระวัง!”
หลินเย่ตะโกน
แต่สายเกินไป
…
เงาดำพุ่งเข้าประชิดตัวหลัวเฟิง
คมมีดสีดำแทงตรงไปยังหัวใจ
…
ในวินาทีนั้นเอง
เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นจากท้องฟ้า
“พวกเจ้าช่างกล้านัก”
…
ตูมมมมม!
ลำแสงสีทองตกลงมาจากฟากฟ้า
คมมีดสีดำถูกทำลายทันที
…
ชายลำดับที่หกถูกแรงกระแทกจนถอยหลังหลายสิบเมตร
…
ทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
…
บนยอดกำแพงไกลออกไป
ชายหนุ่มในชุดทองกำลังยืนอยู่
มือข้างหนึ่งถือกระบี่
อีกข้างไพล่หลัง
ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง
…
จ้าวเทียนอวี่!
…
“คนของหอเงาทมิฬ”
“กล้าก่อเรื่องในนครหลวงอีกแล้วหรือ”
น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง
แต่กลับแฝงด้วยอำนาจมหาศาล
…
ดวงตาของชายลำดับที่สามหรี่ลง
“จ้าวเทียนอวี่”
…
จ้าวเทียนอวี่ยิ้มบาง
ก่อนชักกระบี่ออกจากฝัก
…
เคร้งงง!
เสียงกระบี่ดังก้องไปทั่วฟ้า
กลิ่นอายคมกริบราวกับจะฉีกท้องนภาออกเป็นสองส่วน
…
“วันนี้”
“พวกเจ้าคงไปไหนไม่ได้แล้ว”
…
ในขณะเดียวกัน
แผ่นหยกมรดกในมือของหลินเย่พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
…
วูมมมม!
แสงสีทองส่องออกมาจากภายในกล่อง
…
ระบบดังขึ้นทันที
[ตรวจพบมรดกส่วนที่สี่]
[สามารถหลอมรวมได้]
[ต้องการเริ่มกระบวนการหรือไม่]
…
หัวใจของหลินเย่เต้นแรง
เพราะเขารู้ดีว่า
หากหลอมรวมสำเร็จ
ความแข็งแกร่งของเขาจะก้าวไปอีกระดับ
…
แต่ขณะเดียวกัน
ศัตรูรอบด้านก็พร้อมจะสังหารเขาได้ทุกเมื่อ
…
ศึกครั้งใหญ่
กำลังเข้าสู่จุดเดือดอย่างแท้จริง