จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 7 : การฟื้นคืนวรยุทธ์
ภายในห้องฝึกด้านหลังหอโอสถสวรรค์
หลินเย่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหิน
เบื้องหน้าของเขาวางโอสถรวบรวมปราณสามเม็ดที่เพิ่งหลอมสำเร็จ
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของพลังวิญญาณลอยอบอวลไปทั่วห้อง
หลังจากฟื้นฟูตันเถียนได้สิบเปอร์เซ็นต์
ในที่สุดเขาก็มีโอกาสกลับเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนอีกครั้ง
แม้จะต้องเริ่มใหม่เกือบทั้งหมด
แต่ประสบการณ์จากอดีตยังคงอยู่ครบถ้วน
นี่คือข้อได้เปรียบที่คนทั่วไปไม่มีวันได้รับ
หลินเย่หยิบโอสถเม็ดหนึ่งขึ้นมา
ก่อนกลืนลงไปทันที
วูม!
พลังวิญญาณจำนวนมากระเบิดออกภายในร่าง
หลั่งไหลเข้าสู่เส้นลมปราณที่เพิ่งได้รับการซ่อมแซม
ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง
ราวกับมีเข็มนับพันกำลังแทงเข้าไปในทุกส่วนของร่างกาย
แต่หลินเย่ไม่หวั่นไหว
เขารีบหมุนเวียนคัมภีร์ราชันโอสถ
นำพลังทั้งหมดเข้าสู่ตันเถียน
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
หนึ่งชั่วยาม…
สองชั่วยาม…
ทันใดนั้น
เสียงแตกดังขึ้นจากภายในร่าง
ปัง!
【ทะลวงระดับสำเร็จ】
【หลอมกายขั้นหนึ่ง】
【ผู้ใช้งานกลับเข้าสู่เส้นทางฝึกตน】
หลินเย่ลืมตาขึ้นช้า ๆ
ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความยินดี
แม้จะเป็นเพียงระดับหลอมกายขั้นหนึ่ง
แต่สำหรับคนที่เคยถูกทำลายวรยุทธ์
นี่คือก้าวสำคัญที่สุด
เขากำหมัดแน่น
สัมผัสได้ถึงพลังที่กลับมาอีกครั้ง
แม้จะน้อยนิด
แต่ก็เพียงพอให้เขาป้องกันตัวเองได้
“ในที่สุด…”
“ข้าก็กลับมาแล้ว”
ทันใดนั้น
เสียงระบบก็ดังขึ้น
【ภารกิจพิเศษคืบหน้า】
【การฟื้นฟูวรยุทธ์ 20%】
【รางวัลระหว่างทาง】
【เปิดใช้งานห้องฝึกองค์กรขั้นต้น】
วูบ!
แสงสีทองส่องผ่านห้องฝึก
ผนังด้านหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏประตูใหม่ขึ้นมา
หลินเย่เดินเข้าไปตรวจสอบทันที
ภายในเป็นห้องขนาดไม่ใหญ่มาก
แต่ความเข้มข้นของพลังวิญญาณกลับสูงกว่าภายนอกหลายเท่า
【ห้องฝึกองค์กรขั้นต้น】
ความเร็วในการฝึกฝนเพิ่มขึ้น 2 เท่า
รองรับสมาชิก 5 คน
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหลินเย่
ดูเหมือนองค์กรกำลังเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น
ในเวลาเดียวกัน
ซูเฉินกำลังฝึกฝนอยู่ในลานด้านหลัง
ตั้งแต่เข้าร่วมองค์กร
เด็กหนุ่มไม่เคยเกียจคร้านแม้แต่วันเดียว
แต่เนื่องจากไม่มีคัมภีร์ที่ดี
ความก้าวหน้าจึงค่อนข้างช้า
หลินเย่เดินออกมา
ก่อนโยนม้วนคัมภีร์ให้
ซูเฉินรีบรับเอาไว้
“นายท่าน นี่คือ…”
“คัมภีร์ลมปราณเมฆาคราม”
“ระดับเหลืองขั้นสูง”
ซูเฉินถึงกับตัวสั่น
สำหรับคนธรรมดาเช่นเขา
คัมภีร์ระดับนี้ถือเป็นสมบัติล้ำค่า
แม้แต่ตระกูลเล็กหลายแห่งยังไม่มีครอบครอง
“ขอบพระคุณนายท่าน!”
ซูเฉินคุกเข่าลงทันที
แต่หลินเย่กลับส่ายหน้า
“จำเอาไว้”
“คนของหอโอสถสวรรค์ไม่จำเป็นต้องคุกเข่าให้ผู้ใด”
“จงใช้ความแข็งแกร่งพิสูจน์ตัวเอง”
ซูเฉินกำหมัดแน่น
ก่อนพยักหน้าอย่างหนักแน่น
ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
【สมาชิกองค์กรได้รับแรงบันดาลใจ】
【ความภักดีเพิ่มขึ้น】
【คะแนนองค์กร +20】
เมื่อเห็นข้อความ
หลินเย่ก็เริ่มเข้าใจระบบมากขึ้น
ยิ่งสมาชิกเติบโต
องค์กรก็ยิ่งแข็งแกร่ง
ในช่วงบ่าย
หอโอสถสวรรค์ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกวัน
ชื่อเสียงเริ่มแพร่กระจายไปทั่วเขตตะวันตกของเมือง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง
ภายในหอโอสถชิงหยุน
บรรยากาศกลับเคร่งเครียดอย่างยิ่ง
ปัง!
โต๊ะไม้ราคาแพงถูกตบจนแตกกระจาย
ชายวัยกลางคนในชุดนักปรุงโอสถสีแดงยืนขึ้นด้วยความโกรธ
เขาคือ
“ฟางจง”
เจ้าของหอโอสถชิงหยุน
“พวกเจ้าบอกว่าร้านขยะนั่นแย่งลูกค้าไปแล้วกี่ราย”
ลูกน้องคนหนึ่งรีบตอบ
“มากกว่าหนึ่งร้อยรายในช่วงไม่กี่วันมานี้ขอรับ”
“โดยเฉพาะชาวบ้านยากจน”
สีหน้าของฟางจงยิ่งมืดมน
แม้ลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่ได้สร้างรายได้มากนัก
แต่หากปล่อยให้ชื่อเสียงของหอโอสถสวรรค์เติบโต
อนาคตอาจกลายเป็นภัยคุกคาม
“ตรวจสอบเจ้าของร้าน”
“ข้าต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมัน”
“ขอรับ!”
ในขณะเดียวกัน
ชายชราชุดเทาผู้ลึกลับก็กำลังยืนอยู่หน้าหอโอสถสวรรค์อีกครั้ง
ครั้งนี้เขาไม่ได้แอบมอง
แต่เดินเข้ามาโดยตรง
เมื่อก้าวเข้าสู่ร้าน
สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่หลินเย่ทันที
ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายประหลาด
ราวกับกำลังประเมินบางสิ่ง
ส่วนหลินเย่เองก็สัมผัสได้ทันที
ว่าชายชราคนนี้ไม่ธรรมดา
อย่างน้อย
ก็แข็งแกร่งกว่าคนในเมืองชิงเหอทั้งหมดที่เขาเคยพบ
ชายชรามองหลินเย่อยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนกล่าวประโยคแรกออกมา
“โอสถรวบรวมปราณเมื่อวาน...”
“เจ้าหลอมเองหรือ”
ภายในร้านเงียบลงทันที
หลินเย่หรี่ตาเล็กน้อย
เขารู้ทันทีว่า
บุคคลสำคัญคนแรกของเรื่อง
ได้มาถึงแล้ว