ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 374 เหตุใดถึงดีกับข้าเช่นนี้
ชุนเหนียงมีอาการใจลอย ตอบรับไปค้าหนึ่ง สาวเท้าเดิน
ออกมาจากห้องทานอาหาร หลิงอวี้จื้อชิมก๋วยเตี๋ยวไปหนึ่งค้า
“วันนี้ชุนเหนียงดูแปลกๆ ไป ประเดี๋ยวต้องถามสักหน่อย
พวกเราต้องหาที่ปลอดภัยให้ชุนเหนียงปักหลัก อย่าให้นาง
ตกอยู่ในก้ามือของส้านักอู๋จี๋ได้อีก ก่อนนี้รู้สึกว่าต้าบลเถา
หยวนนี่ก็ไม่เลว ตอนนี้คิดๆ ดูแล้วก็ยังไม่ได้ ที่นี่ใกล้ส้านักอู๋จี๋
เกินไป”
“เรื่องนี้ข้าจะไปจัดการเอง ข้ามีญาติอาศัยอยู่ในชนบท ถึง
ตอนนั้นให้พวกเขามารับชุนเหนียงที่เมืองหลวง เจ้าส้านักอู๋จี๋
คงไม่พลิกแผ่นดินหาชุนเหนียงหรอก ถึงเวลานั้นน่าจะ
ปลอดภัยแล้ว”
หลิงอวี้จื้อพยักหน้า ไม่คัดค้านแผนการของมู่หรงนี่อวิ๋น
ชุนเหนียงไปหาอวิ๋นซั่ว แต่ไม่เห็นอวิ๋นซั่วอยู่ในห้องของเขา
เมื่อเดินผ่านตรงมุมเลี้ยว อวิ๋นซั่วที่ก้าลังรีบร้อนก็ชนเข้ากับ
ชุนเหนียงอย่างจัง
สมุนไพรเซียนหลินจือในอกเสื้อของชุนเหนียงหล่นลงบนพื้น
อวิ๋นซั่วเห็นของที่อยู่บนพื้น ก็มีแววตาตกใจแวบหนึ่ง แล้วรีบ
ซ่อนแววตานั้นอย่างรวดเร็ว
ชุนเหนียงกุลีกุจอก้มตัวลงเก็บสมุนไพรเซียนหลินจือขึ้นมา
แล้วเก็บเข้าไปในอกเสื้อทันที รอยยิ้มไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ
“เหตุใดคุณชายอวิ๋นไม่อยู่ในห้องเจ้าคะ รีบไปกินก๋วยเตี๋ยวที่
ห้องทานอาหารเถิดเจ้าค่ะ!”
อวิ๋นซั่วรู้จักสมุนไพรเซียนหลินจือ ถามด้วยความใคร่รู้ว่า
“พี่สาว สิ่งที่พี่เพิ่งเก็บไปคืออะไรหรือ”
“ไม่มีอะไร แค่สมุนไพรเล็กๆ น้อยๆ คุณหนูหลิงกับคุณชายมู่
หรงยังรอคุณชายอยู่ ประเดี๋ยวเส้นก๋วยเตี๋ยวจะติดเป็นก้อน
นะเจ้าคะ”
ชุนเหนียงไม่กล้าพูดกับอวิ๋นซั่วมากเกินไป สิ่งนี้หายาก มีคน
น้อยนักที่เคยเห็น คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน
อวิ๋นซั่วอายุยังน้อย ควรจะไม่เคยเห็นถึงจะถูก เพียงแต่นางดู
ถูกชาติก้าเนิดของอวิ๋นซั่วเกินไป ตระกูลอวิ๋นเป็นตระกูล
พ่อค้าที่มีชื่อเสียงไปทั่ว สมบัติล้าค่าหายากต่างๆ นานาย่อม
เคยเห็นมาไม่น้อย บ้านของเขาก็เคยมีสมุนไพรเซียนหลินจื
อหนึ่งต้น เขาย่อมรู้จักแน่นอน
อวิ๋นซั่วไม่ได้ถามอะไรอีก พยักหน้าแล้วไปที่ห้องทานอาหาร
เมื่อหันหลังให้แล้ว ใบหน้าเขาก็เผยรอยยิ้มพึงใจ สวรรค์ก้าลัง
ช่วยเขาอยู่แท้ๆ ท่านพ่อ ขอเพียงเอาสมุนไพรเซียน
หลินจือมาได้ ท่านก็จะรอดแล้ว
ชุนเหนียงถอนหายใจแรงหนึ่งครั้ง ไม่มีกะจิตกะใจจะกินอะไร
แล้ว นั่งบนบันไดในลานบ้านเพียงล้าพัง จิตใจเหม่อลอย
หลิงอวี้จื้อตบไหล่นางเบาๆ ชุนเหนียงตกใจจนเกือบล้มคว่้า
หลิงอวี้จื้อหัวเราะก๊าก
“ชุนเหนียง อย่าขี้ขลาดนักสิ ท้าเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้
เจ้าเป็นอะไรไป อยากคุยกับข้าสักหน่อยหรือไม่”
“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ”
ชุนเหนียงหลบสายตาลง ปิดซ่อนความรู้สึกในดวงตา
“แค่ตาไม่บอดก็ดูออกว่าเจ้ามีเรื่องอะไร เจ้ากังวลว่าต่อไป
พวกเราจะไม่สนใจเจ้าแล้วใช่หรือไม่
ข้ากับนี่อวิ๋นหารือกันเรียบร้อยแล้ว เขามีญาติห่างๆ อยู่ที่
ชนบทในเมืองจิ่นโจว เจ้ากลับไปเมืองหลวงกับพวกเราก่อน
ถึงตอนนั้นให้ญาติเขามารับเจ้าไป เช่นนี้ปลอดภัยขึ้นหน่อย
จิ่นโจวไกลจากที่นี่มาก และไม่ต้องกังวลว่าคนส้านักอู๋จี๋จะ
ตามเจ้าไปอีก อย่างไรเจ้าก็มิใช่คนส้าคัญอะไรในส้านักอู๋จี๋
เจียงสือคงไม่เปลืองแรงไปตามหาเจ้าหรอก เช่นนี้ เจ้าคงหาย
กังวลได้บ้างแล้วใช่หรือไม่! สองสามเดือนนี้เจ้าตามพวกเรา
มาอย่างไม่ค่อยสบายใจ ก๋วยเตี๋ยวที่เจ้าผัดไม่เลวเลยจริงๆ ”
เห็นหลิงอวี้จื้อคิดเพื่อตนเองเช่นนี้ ใจของชุนเหนียงก็รู้สึก
ซาบซึ้ง
“ที่จริงพวกท่านไม่ต้องสนใจข้าแล้วก็ได้ เหตุใดถึงดีกับข้า
เช่นนี้”
“งานง่ายพอๆ กับยกมือแค่นี้เอง ร้ายดีอย่างไรเราก็เคยร่วม
ล้าบากกันมา ไม่ต้องคิดมากแล้ว ชีวิตของเจ้าจากนี้ไปจะต้อง
เป็นเหมือนกับที่เจ้าคิดไว้เช่นนั้นแหละ เจ้าจะได้แต่งงานกับ
สามีที่รักเจ้า จากนั้นก็มีลูกเยอะๆ ทั้งครอบครัวใช้ชีวิตกัน
อย่างรักใคร่ดีงาม”
ชุนเหนียงพยักหน้าหงึกหงัก นี่เป็นความฝันของนาง และ
เป็นได้เพียงความฝันเท่านั้น ชีวิตเช่นนี้ไม่มีวันตกเป็นของนาง