ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 649 ข้ารับปากเจ้าทุกอย่าง
ตอนที่ 649 ข้ารับปากเจ้าทุกอย่าง
ไม่นานมู่หรงกวานเย่ว์ก็ปล่อยข่าวนี้ออกไปให้เซียวเหยี่ยน ม่อ
ชิงเพิ่งจะถึงเมืองหลวง เซียวเหยี่ยนจึงให้ม่อชิงลอบเข้าไปสืบความ
จริงในวัง
ศพของหลิงอวี้จื้อยังอยู่ที่จวนเซียวอ๋อง เขาไม่ทางเชื่อแน่ว่าหลิ
งอวี้จื้อจะไปฟื้นที่อื่นได้ แต่ขอเพียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหลิงอวี้จื้อ
เขาย่อมไม่ปล่อยผ่านแน่
ตอนนี้ให้ม่อชิงไปสืบก่อน รอให้เขาจัดการงานตนเสร็จก่อน เขา
จะไปเมืองหลวงด้วยตนเอง มีเพียงทำเช่นนี้เท่านั้น เขาถึงจจะสบาย
ใจ ต่อให้ต้องเสี่ยงอันตราย เขาก็ต้องไปสักครั้ง
ค ่าวันนั้นเจียงสือก็ลอบเข้าวังมาอีก หลิงอวี้จื้อไม่ได้ไปกับ
เจียงสือแต่ให้เจียงสือเอาของสิ่งหนึ่งให้นาง เจียงสือรู้ว่าตนไม่อาจ
พานางหนีไปได้ จึงยอมทำตามแผนการของหลิงอวี้จื้อ
วันรุ่งขึ้น เฉินม่อฉือก็มาหาหลิงอวี้จื้อที่ศาลาฟังฝน เธอรอ
เฉินม่อฉืออยู่นานแล้ว เธอรู้ว่าเขาจะต้องมา ตอนนี้ริมฝีปากของหลิ
งอวี้จื้อหายบวมแล้ว
ริมฝีปากของเฉินม่อฉือเป็นแผลจึงยังคงบวมอยู่ แต่ไม่ได้เห็นชัด
เท่าก่อนหน้านี้ เมื่อคนทั้งสองพบหน้ากัน บรรยากาศจึงดูอึดอัดอยู่
เล็กน้อย หลิงอวี้จื้อไม่ได้เป็นคนพูดกับเฉินม่อฉือก่อน เธอรักษา
ระยะห่างจากเขา ท่าทีก็ดูเย็นชายิ่ง
“อวี้จื้อ ปากของเจ้า…”
“หม่อมฉันไม่เป็นอะไร ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงห่วงใย”
หลิงอวี้จื้อนั่งอยู่ข้างโต๊ะแล้วเอ่ยตอบด้วยท่าทีไม่ไยดี
“ขออภัยด้วย อวี้จื้อที่วันนั้นเราวู่วามเกินไป ต่อไปจะไม่มีอีก
แล้ว” เฉินม่อฉือเอ่ยขอโทษด้วยความประหม่า ปกติเขาไม่เคยเอ่ย
คำขอโทษใครเลย เมื่อเอ่ยคำขอโทษจึงรู้สึกแปลกพิกล รู้สึกมันช่าง
ติดขัดไปหมด
ผ่านไปครู่ใหญ่หลิงอวี้จื้อจึงเอ่ยปากด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย
เหลือเกินว่า “หม่อมฉันรับคำขออภัยของพระองค์ไว้ไม่ได้หรอกเพ
คะ ฝ่าบาท หม่อมฉันเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจริงๆ ”
“มีเรื่องหนึ่งที่ฝ่าบาทอาจจะยังไม่รู้ ไทเฮาทรงทราบฐานะของ
หม่อมฉันแล้ว คาดว่าเฉินปี้คงจะทูลพระองค์ไปแล้วก่อนหน้านี้ ใน
เมื่อไทเฮาทราบฐานะหม่อมฉันแล้ว ฝ่าบาทก็คงทราบดีว่าไท่เฮาจะ
ทำอันใดต่อไป หม่อมฉันไม่อาจทำให้อาเหยี่ยนต้องลำบากไปด้วย
หม่อมฉันรู้ว่าฝ่าบาทไม่มีทางปล่อยหม่อมฉันไป หากต้องเป็น
หมากตัวหนึ่งของไทเฮา หม่อมฉันไม่สู้ตายไปเสียตอนนี้จะดีกว่า”
หลิงอวี้จื้อพูดจบก็คุกเข่าลงบนพื้นด้วยท่าทางจริงจังพร้อมที่จะ
ตายแล้วจริงๆ
เฉินม่อฉือตกใจยิ่ง เหตุใดเฉินปี้ถึงกล้าเพียงนั้น เขาใช้ชีวิตนาง
มาขู่ คนรักตัวกลัวตายเช่นนางคงต้องไม่กล้าขัดคำสั่งได้อย่างไร
เมื่อเห็นว่าเฉินม่อฉือไม่เชื่อคำพูดตัวเอง หลิงอวี้จื้อก็ยิ้มขมขื่น
ออกมา “ฝ่าบาทประเมินความแค้นที่นางมีต่อหม่อมฉันต ่าไปแล้ว
นางรักตัวกลัวตายก็จริง แต่หากทำให้หม่อมฉันตายได้ นางคงยอม
แลกด้วยชีวิต นางแค้นหม่อมฉันมาก มิเช่นนั้นหม่อมฉันคงไม่
อยากจะฆ่านางหรอกเพคะ ฝ่าบาท ความรักของพระองค์หม่อมฉัน
คงไม่มีโอกาสได้รับแล้ว ไทเฮาต้องการชีวิตหม่อมฉัน หม่อมฉันจะ
ไม่ยอมให้นางทำสำเร็จแน่” หลิงอวี้จื้อกำลังพูดอยู่แต่จู่ๆ ก็กระอัก
เลือดออกมา เมื่อเห็นว่าหลิงอวี้จื้อกระอักเลือด เฉินม่อฉือก็ร้อนใจ
ยิ่ง เขารีบเข้าไปดึงหลิงอวี้จื้อเข้ามาซบในอก “อวี้จื้อ เจ้าเป็นอะไร
ไป”
“หม่อมฉันดื่มยาพิษเพคะ หม่อมฉันเคยบอกแล้วว่าหากต้องเป็น
หมากตัวหนึ่งของไทเฮา ไม่สู้ตายเสียดีกว่า หม่อมฉันจะไม่ยอมให้
อาเหยี่ยนเดือดร้อนเด็ดขาด ฝ่าบาท พระองค์เป็นคนดียิ่ง แต่น่า
เสียดายที่เราพบกันช้าไป สิ่งที่พระองค์ต้องการ หม่อมฉันให้ไม่ได้
จริงๆ”
หลิงอวี้จื้ออิงแอบอยู่ในอกของเฉินม่อฉือ น ้าเสียงที่เอ่ยแผ่วเบา
ยิ่ง
เฉินม่อฉือร้อนใจจนทนแทบไม่ไหว เขาให้เสี่ยวเตี๋ยไปตามหมอ
หลวง แล้วกอดหลิงอวี้จื้อไว้แน่น และพูดคำเดิมๆ ซ ้าๆ ว่า “เจ้าต้อง
ไม่เป็นอะไร อวี้จื้อ เราอยู่นี่แล้ว เจ้าต้องไม่เป็นอะไร ขอแค่เจ้ารอด
เราจะรับปากเจ้าทุกอย่าง รับปากทุกอย่างเลย”
หลิงอวี้จื้อต้องการคำนี้แหละ ขออภัยจริงๆ ฝ่าบาท ข้าไม่ได้
อยากจะหลอกพระองค์เลย แต่มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะไปจากวัง
หลวงได้